/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

มาดู! แนวโน้มคะแนน TCAS 63 รอบ 4 (Admission 2) []

วิว
 
              สวัสดีค่ะ TCAS รอบ 4 ปีนี้ ดูคึกคักกว่ารอบ 3 มากๆ เพราะหลังจากคะแนนออก ก็มีน้องๆ #dek63 มาถามหาโปรแกรมคำนวณรอบ 4 กันมากมาย และที่ขาดไม่ได้ก็คือเรื่องของแนวโน้มคะแนนว่าปีนี้จะเป็นอย่างไร
                ถ้าน้องๆ ได้สังเกตคะแนน GAT PAT มาก่อนหน้านี้ คงเห็นแล้วว่าค่าเฉลี่ยคะแนนเพิ่มขึ้นหลายวิชา จนกังวลกันว่า ปีนี้คะแนนจะเฟ้อหรือเปล่า พูดในภาพรวม ปีนี้น่าจะเป็นอีกปีที่คะแนนจะเพิ่มสูงขึ้น (แต่ก็ไม่ทุกกลุ่มวิชาหรือทุกมหาวิทยาลัยค่ะ) อีกทั้ง อย่าลืมว่า O-NET ก็นำมาเป็นส่วนหนึ่งของคะแนนแอดมิชชั่น ซึ่งปีนี้ภาพรวมคะแนน O-NET ต่ำลง ดังนั้น ก็ยังพอฉุดคะแนน GAT PAT ให้ไม่สูงเกินไปได้


                และอีกเรื่องที่ต้องบอกน้องๆ ก่อนคือ การวิเคราะห์แนวโน้มบทความนี้ พิจารณาจากค่าสถิติพื้นฐานและช่วงคะแนนเท่านั้น แต่ปัจจัยในการขึ้นลงของคะแนนแอดมิชชั่น ยังมีอย่างอื่นเข้ามาประกอบอีก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนที่นั่ง (ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง), จำนวนคนติดในรอบที่ 3 (คนที่คะแนนสูงมากๆ อาจติดในรอบนี้ไปแล้ว), คนที่ไปลองสอบ แต่จริงๆ ได้ที่เรียนหรือสอบชิงทุนได้แล้ว รวมไปถึงกระแสความนิยมในแต่ละปี ตรงนี้พี่ๆ เดาใจเด็กทั่วประเทศไม่ได้ ว่า 4 อันดับของแต่ละคนจะเลือกแบบไหน ดังนั้นดูประกอบการตัดสินใจได้ แต่ต้องเผื่อใจจากเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยนะคะ

ภาพรวมคะแนนปี 2563
               - GAT PAT ปีนี้คะแนนน่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกนิดหน่อย สถิติที่น่าสนใจคือ ยอดจำนวนผู้สมัคร GAT PAT ลดน้อยลง แต่ช่วงคะแนนของคนที่ทำได้คะแนนสูงกลับมาเยอะขึ้น อีกนัยนึงก็คือ เด็กไทยเก่งขึ้น โดยดูจาก GAT PAT ที่ทำได้มากขึ้นนั่นเอง ทำให้มีแนวโน้มว่า ม.กลางๆ ค่อนไปทาง ม.ดัง คะแนนจะสูงขึ้น แต่อย่าเพิ่งท้อไปค่ะ เพราะรอบ 3 Admission 1 ก็ใช้คะแนน GAT PAT ด้วยเหมือนกัน ซึ่งบางส่วนก็จะต้องสอบติดในรอบ 3 ไปก่อนด้วย ดังนั้น เราก็จะเดาไม่ได้ว่าคนที่คะแนนสูงมากๆ จะมาอยู่รอบ 4 เยอะหรือไม่
                - O-NET ปีนี้ รวมๆ แล้วคะแนนลดลงจากปีที่แล้วนะคะ อาจจะช่วยดึงความเฟ้อของคะแนนลงมาได้บ้าง แต่แค่นิดหน่อยเท่านั้น คิดว่าช่วยหักล้างคะแนน GAT PAT ได้ 200-500 คะแนนค่ะ

                GAT ความถนัดทั่วไป ทันทีที่คะแนนออก GAT เป็นวิชานึงที่พูดกันเยอะมากว่าเฟ้อแน่ๆ ถ้าดูค่ามีน ปีนี้เพิ่มขึ้นมาประมาณ 3 คะแนน แต่ถ้าดูช่วงคะแนนแล้วพบว่า ช่วงคะแนนของคนที่ได้ 240 ขึ้นไปน้อยลงด้วยซ้ำ แต่ถ้าดูช่วงคะแนนของคนที่ได้ 150-210 คะแนน มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก ทั้งๆ ที่จำนวนผู้สมัครทั้งหมดน้อยลง จึงเป็นไปได้ที่มหาวิทยาลัยกลุ่มกลางๆ ขึ้นไป จะมีคะแนนสูงขึ้น แต่ ม.ท็อปๆ ที่แข่งขันสูง คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากค่ะ
                - กลุ่มคณะที่ใช้ GAT ล้วน เช่น คณะสายศิลป์ พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 1 คิดว่าคะแนนขึ้นแน่นอน 500-1,000 คะแนน โดยเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยยอดนิยม แต่ถ้ามหาวิทยาลัยท็อปๆ คะแนนอาจจะทรงๆ ไม่ต่างจากเดิมค่ะ เพราะฐานคะแนนเดิมก็สูงมากอยู่แล้ว
                - คณะอื่นๆ ใช้ GAT ทุกคณะก็มีส่วนที่ทำให้คะแนนขึ้นได้มากน้อยไม่เท่ากันตามค่าน้ำหนัก แต่ก็จะต้องดูด้วยว่าจับคู่กับวิชาไหน ถ้ายิ่งไปจับคู่กับคะแนนที่เพิ่มอีก ก็ยิ่งทวีคูณไปเลย

                PAT 1 ความถนัดคณิตศาสตร์ คะแนนขึ้นมาเยอะมาก และช่วงคะแนนของคนที่ทำได้คะแนนดี 150+ ก็เพิ่มเยอะขึ้นมาก คณะไหนใช้ pat 1 เตรียมใจไว้เลย
                - กลุ่มคณะบัญชี-บริหาร-เศรษฐศาสตร์ ขึ้นแน่นอน ยิ่งได้รับผลจาก GAT มาเป็นแรงส่งให้ขึ้นไปอีก อาจจะขึ้นเป็น 700-1,000++ ได้ค่ะ สาเหตุที่ไม่ได้พุ่งไปมากกว่านี้  เพราะใช้น้ำหนักแค่ 20% ค่ะ
                ส่วนใหญ่ คนที่สอบ PAT 1 เกินครึ่งนึงก็น่าจะมาสายบัญชีบริหารอยู่แล้ว ซึ่งสถิติในปีนี้ คนที่ทำได้คะแนน 180-300 มีถึง 3,549 คน มากขึ้นจากปี 62 เกือบ 3 เท่า!!! ดังนั้นใครมีคะแนนรวมอยู่ในมือบวกขึ้นมา ก็อย่าเพิ่งดีใจ เลือกคณะแบบระวังๆ หน่อยก็จะดีค่ะ
                ซึ่งกลุ่มคณะนี้พี่ไม่แยก ม.ท็อป หรือ ม.กลาง นะคะ คิดว่าน่าจะได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า เพราะถ้าเกิดคนที่เลือกแล้วหลุด ยังไงก็ยังวงเวียนอยู่ในกลุ่มคณะเดิม แต่เปลี่ยนมหาวิทยาลัย ก็ทำให้คะแนนในในมหาวิทยาลัยถัดๆ ไป สูงตามไปด้วยค่ะ
                - กลุ่มคณะสายศิลป์ ที่เป็นพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ใช้คะแนน GAT + PAT 1 แม้จะสัดส่วนเดียวกับกลุ่มคณะบัญชีบริหาร แต่คิดว่าคะแนนขึ้นไม่น่าสูงมากค่ะ อาจจะอยู่ประมาณ 300-500+ คะแนน เพราะน้องๆ กลุ่มนี้ คะแนน PAT 1 อาจจะไม่ได้สูงเท่ากับคนที่อยากเรียนบัญชีนั่นเอง ที่เหลือต้องดูว่าอัตราการแข่งขันสูงมากหรือเปล่า

                PAT 2 ความถนัดวิทยาศาสตร์ วิชานี้ในปี 62 ขึ้นมารอบนึงแล้ว แต่ปีนี้ก็ยังขึ้นต่อได้อีก (สุดยอด) ถึงแม้ว่าค่ามีนจะไม่แตกต่างจากปีก่อนเท่าไหร่ แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ช่วงคะแนน ที่คนทำสูงมีมากขึ้น อย่างปีที่แล้ว คนที่ทำได้ 240-270 คะแนน ไม่มีแม้แต่คนเดียว แต่ปีนี้มีถึง 14 คน และช่วงคะแนนตั้งแต่ 120 คะแนนขึ้นไป เพิ่มจากปีที่แล้วทั้งหมด ดังนั้น คณะที่ใช้ PAT 2 เยอะๆ ก็มีแนวโน้มว่าขึ้นได้อีกค่ะ ประมาทไม่ได้เลย
                - คณะเภสัชศาสตร์ เป็นคณะที่ใช้ PAT 2 มากที่สุดถึง 40% พื้นฐานเดิมก็เป็นกลุ่มวิทย์สุขภาพที่มีคะแนนสูงอยู่แล้ว แต่จำนวนคนที่ได้คะแนน PAT2 สูงเพิ่มสูงขึ้น เราก็เดาไม่ได้ว่าคนทีได้ PAT2 สูงๆ จะไปคณะไหน ถ้าทุกคนมาลงที่เภสัชฯ ก็อาจดันให้คะแนนเพิ่มเกิน 500++ ได้
                - กลุ่มคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่นๆ เช่น สัตวแพทยศาสตร์ สหเวชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เทคนิคการแพทย์  คะแนนก็ขึ้นเช่นกันค่ะ ถึงแม้จะใช้แค่ 30% แต่ฐานคะแนนเดิมไม่ได้สูงเท่าคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งคนที่สอบเข้าวิทย์สุขภาพคะแนน PAT 2 ก็ไม่ได้ขี้เหร่ มีโอกาสที่คะแนนจะเพิ่มสูงกว่าเภสัชฯ ให้เผื่อคะแนนไว้สัก 500-800 คะแนน
                - คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะนี้ปกติขึ้นไม่มากอยู่แล้วค่ะ เพราะคะแนนสูงมากอยู่แล้ว แต่จะไม่ขึ้นเลยก็ไม่ได้ ดังนั้นมีสิทธิ์ที่คะแนนจะเริ่มอีก คิดว่าไม่น่าเกิน 500 คะแนนค่ะ แต่ตัวแปรอีกอย่างหนึ่งของคณะนี้คือ จำนวนรับ เพราะรับน้อย ถ้าปีนี้รับน้อยลงอีก ก็ยิ่งบีบให้คะแนนแอดมิชชั่นสูงขึ้น
                - กลุ่มคณะวิทยาศาสตร์กายภาพ เช่น เกษตรศาสตร์ วนศาสตร์ ประมง กลุ่มคณะนี้การแข่งขันไม่สูง คิดว่าขึ้นเล็กน้อยค่ะ ยกเว้นคณะวิทยาศาสตร์ อันนี้คาดเดายาก เพราะสาขาเยอะมาก คะแนนจะเหวี่ยงทุกปี อาจจะเซฟๆ สัก 800-1000 คะแนนค่ะ

                PAT 3 วิศวกรรมศาสตร์ เป็นวิชาที่หลายคนกังวลว่าคะแนนจะเฟ้อมั้ย ดูแล้วคะแนนน่าจะเพิ่มขึ้นจริง และคนได้คะแนน 150-300 คะแนน เพิ่มขึ้นเกือบทุกช่วงคะแนน (ยกเว้น 240-270 ที่มีคนลดลง) และ PAT นี้ใช้เฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์ ดังนั้นไม่ต้องไปเฉลี่ยคะแนนกับใครเลย  ดังนั้น คาดการณ์ว่าปีนี้คะแนนน่าจะขึ้นทั้งจากคะแนน PAT 2 และ 3  โดยจะขึ้นในกลุ่มมหาวิทยาลัยกลางๆ แทน  เพราะจำนวนคนที่ได้ 150-210 คะแนนของ PAT 3 เริ่มมียอดที่ต่างจากปีที่แล้วชัดเจน อาจจะขึ้น 300-800 คะแนน แต่เนื่องจากว่าคณะนี้ มีหลายสาขา คะแนนก็อาจจะขึ้นมากน้อยแตกต่างกันได้นะคะ ส่วน ม.ท็อปๆ คะแนนเค้าสูงอยู่แล้ว และจำนวนคนได้คะแนน 210-300 แทบไม่ต่างจากปีนี้ จึงคิดว่าคะแนนน่าจะทรงๆ หรือไม่เกิน 300-500 คะแนนค่ะ


 

                PAT 4 สถาปัตยกรรมศาสตร์ ค่าเฉลี่ยดูไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ช่วงคะแนนค่อนข้างน่าสนใจตรงที่ คนที่ได้ 210 คะแนนขึ้นไปมีเยอะกว่าปี 62 แต่จะมาน้อยกว่าในช่วง 150-210 นั่นแปลว่า คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีสิทธิ์ที่คะแนน ม.ท็อป สูงขึ้นค่ะ เพราะคนทำคะแนนสูงมีเยอะขึ้น พอเห็นว่าคะแนนตัวเองได้มากกว่าปีที่แล้วก็จะแห่กันมาลง อาจจะเตรียมใจเผื่อไว้สัก 500 คะแนนค่ะ ส่วนมหาวิทยาลัยกลางๆ เป็นอีกปีที่คะแนนทรงๆ ไม่ต่างจากเดิม

                PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู อ่านมาหลายวิชา คะแนนมีแนวโน้มขึ้นหลายวิชา ก็ขอแสดงความยินดีกับคนที่จะเรียนครูด้วยนะคะ เพราะเป็นคณะที่แนวโน้มคะแนนลงอย่างเห็นได้ชัด ถ้าดูแค่ค่าเฉลี่ย ส่วนต่างประมาณ 7 คะแนน ก็ดูว่าเยอะแล้ว แต่ช่วงคะแนนมันฟ้องว่าคนได้คะแนนวิชานี้น้อยลงค่ะ โดยเฉพาะถ้าตัดที่คะแนน 150-300 คะแนน ปี 63 มีจำนวนคนที่ได้ช่วงคะแนนนี้หายไปถึง 7% เลยทีเดียว
                สำหรับแนวโน้มคะแนนของคณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ ถ้าเป็นกลุ่มที่ใช้ PAT 5 20% อาจลดได้ถึง 500-1000 คะแนน หรืออาจจะมากกว่านั้นค่ะ ส่วนครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ ที่ใช้ PAT 5 10% และต้องร่วมกับ PAT อื่นอีก 20% ตรงนี้อาจจะไม่เห็นความแตกต่างเท่าไหร่นะคะ เพราะ PAT 5 ไปช่วยดึงคะแนนลงมาก็จริง แต่ก็มีคะแนนของวิชาอื่นมาช่วยดึงกลับขึ้นไป ในสัดส่วนค่าน้ำหนักที่สูงกว่าด้วย

                PAT 6 ความถนัดศิลปกรรมศาสตร์ ปีนี้ค่าเฉลี่ยขึ้นประมาณ 5 คะแนน โดยช่วงคะแนนที่ต่างกันระหว่างปี 62 กับ 63 คือช่วง 150-180 คะแนน แต่จำนวนคนที่ได้คะแนนมากกว่านี้แทบไม่ต่างเลยค่ะ ดังนั้นคิดว่า ม.ดังๆ อัตราการแข่งขันสูง คะแนนคงทรงๆ แต่ ม.กลางๆ คะแนนน่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เผื่อไว้สัก 200-400 คะแนนค่ะ

                PAT 7 ความถนัดภาษาต่างประเทศ ปีนี้ขึ้นทุกตัว ยกเว้นภาษาจีน ถ้าขึ้นเยอะหน่อยจะเป็น pat ฝรั่งเศส แต่ที่น่าสนใจอีกวิชาคือ PAT ภาษาญี่ปุ่นค่ะ ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นก็จริง แต่ช่วงคะแนนตั้งแต่ 120 ขึ้นไป ไม่ต่างจากปีที่แล้ว มีบางช่วงลดลงด้วยซ้ำ ก็จะแอบเป็นจุดหลอกนิดนึง ส่วน PAT น้องใหม่ ภาษาเกาหลี ปีนี้มาแรงมากค่ะ คนที่ได้มากกว่า 150 คะแนน เพิ่มสูงขึ้นถึง 4% กว่าๆ
                สำหรับวิชานี้ มักจะใช้ใน 2 รูปแบบ ถ้าเป็นการแข่งเข้าเอก ที่ยื่นเฉพาะคนใช้ PAT ภาษาจีนอย่างเดียว ภาษาจีนมีแนวโน้มว่าคะแนนจะลงนิดหน่อย รวมถึงภาษาญี่ปุ่นก็มีแนวโน้มคะแนนทรงๆ (อย่างที่บอกไปแล้วว่ามีนขึ้น แต่ช่วงคะแนนคนได้คะแนนสูงมีน้อยลง)
                แต่ถ้าเป็นการสอบเข้าในพื้นฐานศิลปศาสตร์ ที่ต้องใช้ PAT7 ยื่นรวมกันทุกภาษา PAT จีน กลับเป็นภาษาที่น่ากลัวค่ะ เพราะจำนวนคนที่ได้ 180 คะแนนขึ้นไป มีจำนวนคนมากกว่า PAT ภาษาต่างประเทศอื่นๆ ถ้าคิดว่าคนกลุ่มนี้มาชิงเค้กก้อนเดียวกัน  ก็มีสิทธิ์มาแย่งเค้กได้มากกว่าค่ะ ทั้งนี้ต้องบอกก่อนว่าพูดในสมมติฐานว่ามาแย่งเค้กก้อนเดียวกันนะ แต่ในความเป็นจริง เราคาดเดาไม่ได้ว่าคนสอบ PAT ไหน จะไปยื่นสาขาไหน ม.ไหนบ้าง

                ทั้งหมดทั้งมวลนี้ พี่ๆ ดูแนวโน้มจากคะแนนเป็นหลัก แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ตามที่แจ้งไปข้างต้นนะคะ ก็ไม่อยากให้น้องๆ กังวลหรือเครียดกันมากกว่าเดิม มองให้เป็นตัวช่วยที่ทำให้จัดอันดับอย่างระมัดระวังดีกว่าค่ะ ท่ี่สำคัญคะแนนที่ดูเพิ่มขึ้นตรงนี้ อาจจะหายไปกลับคนที่สอบติดรอบ 3 ไปแล้วก็ได้นะ สุดท้ายนี้ ขอให้น้องๆ ทุกคนมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเลือก และขอให้ได้ผลกลับมาอย่างที่ตั้งใจค่ะ
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #tcas63 #TCAS รอบ 4 #admission 2 #แนวโน้มคะแนนแอดมิชชั่น #แนวโน้มคะแนนแอดมิชชั่น 63

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?