/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ส่องความคิดเห็นนิสิต นักศึกษา หลังมหาวิทยาลัยประกาศแต่งตัวข้ามเพศได้ []

วิว

 
      สวัสดีค่ะน้องๆ ทุกวันนี้มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญ เรื่องสิทธิเสรีภาพในการแต่งกายของนิสิต นักศึกษา ซึ่งมีหลายมหาวิทยาลัยออกประกาศอนุญาตให้น้องๆ สามารถแต่งกายตามเพศสภาพของตัวเองได้ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยนเรศวร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยล่าสุด เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เผยแพร่ประกาศฉบับหนึ่งเกี่ยวกับการแต่งกายข้ามเพศ จนเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นหนึ่งที่สังคมกำลังให้ความสนใจ วันนี้ก็เลยรวบรวมประกาศของทั้ง 3 มหาวิทยาลัย และสำรวจความคิดเห็นของนิสิต-นักศึกษาถึงประเด็นนี้มาฝากกันค่ะ
 

 
ประกาศ  ม.นเรศวร เรื่อง การแต่งกายของนิสิต
 
      เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ประกาศข้อบังคับของมหาวิทยาลัยเรื่อง เครื่องแต่งกายของนิสิต ปริญญาตรี สรุปได้ว่า "นิสิตสามารถแต่งกายตามเพศสภาพได้ โดยให้ถูกต้องตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยนเรศวร"
อ่านประกาศฉบับเต็ม (คลิก)

 
ประกาศ  จุฬาฯ เรื่อง การแต่งกายของนิสิต
 
      ส่วนด้านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เมื่อปลายปี 2561 มีนักศึกษาถูกสั่งห้ามแต่งกายตามเพศสภาพเข้าเรียนในชั้นเรียน จนกลายเป็นกระแสในสังคม  และนำไปสู่การออกประกาศฉบับใหม่ของมหาวิทยาลัย เรื่องการแต่งกายของนิสิต ในปี 2562 ซึ่งวรรคหนึ่งในประกาศระบุไว้ว่า "นิสิตอาจแต่งเครื่องแบบตามวรรคหนึ่งตามเพศกำเนิด หรือเพศที่แสดงออกก็ได้"
อ่านประกาศฉบับเต็ม (คลิก)

 
      ต้องบอกก่อนว่า ด้านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ก่อนหน้านี้ได้อนุญาตให้นักศึกษาสามารถแต่งกายข้ามเพศมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ทำให้อาจมีข้อจำกัดบางประการ จนล่าสุด เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยได้ออกมาประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ
 
ประกาศ  ม.ธรรมศาสตร์ที่รับรองให้แต่งกายข้ามเพศได้
 
       ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร?ได้ออกมาประกาศรับรองการแต่งกายข้ามเพศอย่างเป็นทางการ โดยผ่านการประชุมกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (กบม.) แล้วว่า "อนุญาตให้นักศึกษา นักเรียนสาธิต มธ. สามารถแต่งกายข้ามเพศได้ ไม่ว่าจะใส่ไปเรียน สอบวัดผล ฝึกงาน ติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ หรือแม้แต่รับปริญญา ส่งรูปถ่ายขึ้นทะเบียนบัณฑิต โดยไม่ต้องยืนยันตัว ใช้ใบรับรองแพทย์" และยังมีคำสั่งออกมาว่า "ถ้าหากใครถูกกลั่นแกล้งจากเรื่องนี้ ก็ถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างเด็ดขาด" ถือเป็นการแสดงจุดยืน ที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพที่สำคัญอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
อ่านประกาศฉบับเต็ม   (คลิก)
 

 
ความคิดเห็นของนักศึกษา มธ.

ความเปลี่ยนแปลงที่ลงมือทำจริง ๆ เป็น Case Study จุดประกายความคิดให้สังคมได้
      พี่ดาด้า (ศิวัช ศักดิ์เพชร) แม่ทัพเชียร์ธรรมศาสตร์งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 เล่าว่า “เห็นด้วยค่ะ สำหรับด้ามองว่ามันคือความเปลี่ยนแปลงที่ลงมีทำจริง ๆ เพราะว่าก่อนหน้านี้ธรรมศาสตร์ชูตัวเองว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่สามารถใส่ชุดอะไรไปเรียนก็ได้ แต่ขอให้สุภาพก็พอ เราเองเป็นกลุ่มความหลากหลายทางเพศ ก็ได้แต่งตัวตามสบายไปเรียนเหมือนกัน ที่นี้มันอยู่ที่ว่า ก่อนหน้านี้มันยังไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะถึงแม้เราจะแต่งกายแบบไหนก็ได้ไปเรียน แต่ว่าวันรับปริญญา ถ้าอยากใส่จะต้องทำเรื่องแจ้งมหาวิทยาลัยก่อน แต่ก็ยังไม่ 100   เปอร์เซ็นต์  อยู่ดี เพราะตอนอัพโหลดรูปบัณฑิตยังคงต้องอัพรูปใส่ชุดตามคำนำหน้า  รุ่นไหนก็ยังแก้ปัญหาตรงนี้ไม่ได้  พอมาปีนี้ มันเกิดจากการที่ว่า เพื่อนใน facebook ด้าคนหนึ่ง    เขาอัพสเตตัสเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วมีคนแชร์เยอะเลย  จึงมีกระแสขึ้นมา ทางมหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงปัญหานี้ และกลุ่มความหลากหลายทางเพศใน ม.ธรรมศาสตร์เองต่างก็พยายามผลักดันกัน ตัวเจ้าของโพสต์เองเค้าก็พยายามผลักดันอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นมหาวิทยาลัยมีการประชุมเพื่อหาแนวทางการปรับเปลี่ยน จนสุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ และกลายเป็นมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาสามารถแต่งตัวตามเพศวิถีของตนได้   ซึ่งถือเป็น case study   ที่อาจทำให้สังคมและสถาบันการศึกษาอื่น ๆ เล็งเห็นถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากกฎเกณฑ์ที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนไปตามยุค ตามสมัย กฎถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวควบคุมสังคมใน ณ ช่วงเวลาหนึ่งเพียงเท่านั้น การเปลี่ยนแปลง และการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย และบริบทที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งนั้นเป็นเรื่องปกติ และที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้สังคมธรรมศาสตร์มีความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น และไม่ใช่แค่อุดมการณ์ ที่ไม่ลงมือทำสักที ”

 

 
แสดงถึงการเปิดกว้างการเคารพสิทธิส่วนบุคคล เพราะเพศไม่ใช่สิ่งที่สังคมบอกให้เป็น
      พี่ไฟซ้อน (สิทธินนท์ ทรงศิริ) แม่ทัพเชียร์ธรรมศาสตร์งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ - จุฬาฯ ครั้งที่ 73 เล่าว่า “เห็นด้วยค่ะกับประกาศนี้ เพราะปกติแล้วมหาวิทยาลัยของเรา อนุญาตให้ใส่ชุดไปรเวทไปเรียนได้ ทำให้เราจะแต่งตัวยังไงก็ได้ แต่พอเป็นพิธีการสำคัญอย่าง “รับปริญญา” กลับต้องแต่งกายตามเพศกำเนิด ถ้าอยากใส่ตามเพศวิถี จะต้องยื่นเรื่องกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งมันค่อนข้างขัดแย้งกัน และเราเองรู้สึกว่านี่คือการไม่เคารพสิทธิกัน ฉะนั้นเรื่องนี้น่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่จะเปิดกว้างในเรื่องของการแต่งกาย และตามประกาศยังครอบคลุมถึงการถูก Bully ด้วย ทำให้ทุกคนเริ่มเคารพสิทธิในการแสดงออกของบุคคลกันมากขึ้น เริ่มมีความเข้าใจในเรื่องเพศ สิทธิส่วนบุคคล รวมถึงความแตกต่างในสังคมโลก นี่คือจุดเปลี่ยนที่อาจจะเป็นจุดคลายปมของการ   Bully   ให้เบาบางลง และสร้างความเท่าเทียมกันทางเพศ อย่างคณะที่ไฟซ้อนเรียน (ศิลปศาสตร์) ก็ฟรีกับเรื่องแต่งกายกันมาก ด้วยความที่เป็นคณะที่มีความหลากหลายสูง ไม่ว่าจะทางเพศ วัฒนธรรม เชื้อชาติ ภาษา สีผิว รูปร่าง สถานที่นี้ทำให้เรากล้าที่จะเป็นตัวเอง ยอมรับความแตกต่างของคนอื่น และเข้าใจว่า เพศ คือ สิ่งที่ไหลลื่นไปกับคุณ ไม่ใช่สิ่งที่สังคมบอกให้คุณเป็น เราทุกคนแตกต่าง และนั่นคือเสน่ห์ค่ะ”

 

 
แต่งกายข้ามเพศได้ยิ่งน่าเรียน เพราะบ่งชี้ว่าสถาบันมองคนที่ความสามารถ มากกว่าเพศสภาพ
      พี่ภูผา (ภูผา ภูวดลอานนท์) นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าว่า “สำหรับผมส่วนตัวเห็นด้วยกับประกาศนะครับ เพราะเป็นความก้าวหน้า เป็นการพัฒนาเรื่องสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพ ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไรก็แล้วแต่เขาอยากแต่งยังไงก็ได้ มันคือร่างกายเขา ขอแค่ให้มันถูกระเบียบตามเพศที่เค้าเลือกที่จะแต่ง อีกอย่างมันคือสิ่งที่บ่งชี้ว่า สังคมเราเริ่มเปิดกว้างในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น ยอมรับในความเท่าเทียมว่าเขาเป็นมนุษย์เหมือนกัน และ สำหรับผมถ้ายิ่งมีอนุญาตให้แต่งกายข้ามเพศได้จะยิ่งน่าเรียนด้วยซ้ำ เพราะว่าคุณกำลังมองลูกศิษย์ หรือ นิสิต นักศึกษาในฐานะมนุษย์ ไม่ได้แบ่งแยกเขาในฐานะเพศหญิง หรือเพศชาย มองที่ความสามารถ มากกว่า มองว่าเขาเกิดมาเป็นอะไร เขาอยากแต่งตัวแบบไหน”

 

 
มาถึงความคิดเห็นของนิสิต - นักศึกษาต่างมหาวิทยาลัยบ้าง

ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันอยู่แล้ว แค่มีเรื่องของเพศมาเป็นตัวบ่งชี้
      พี่แชมป์ (พีรณัฐ วิริยะ) ประธานเชียร์ประจำงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 เล่าว่า     “จริง ๆ หนูคิดว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างเปิดกว้างอยู่แล้ว แค่สงสัยว่าเขาให้โอกาสเรื่องการแต่งกายไปเรียน แต่ว่าพอเป็นรูปที่ต้องรับปริญญา กลับกลายเป็นว่าต้องแต่งกายตามเพศสภาพ ก็เลยไม่เข้าใจค่ะ รุ่นพี่ของเพื่อนอีกที เขาก็ร้องเรียนเรื่องนี้เหมือนกัน พอตอนนี้มันทำได้แล้ว ก็รู้สึกโอเคมากขึ้น ถ้าไม่เปิดกว้างเรื่องนี้ก็เหมือนเปิดกว้างไม่สุด และสำหรับหนูมองว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องความเท่าเทียม    เพราะหนูคิดว่าทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันอยู่แล้ว แค่มีเรื่องของเพศมาเป็นตัวบ่งชี้ ในสังคมปัจจุบัน เราไม่ได้มองว่าเราจะถูกจำแนกเป็นประเภทไหน หนูอยากให้มองว่าเราทุกคนเกิดมาเป็นคนเหมือนกัน และมีความเท่าเทียมกันอยู่แล้ว อย่างส่วนตัวหนูเอง หนูได้โอกาสที่จะมาแต่งกายชุดนิสิตหญิงแล้ว หนูแต่งตัวเรียบร้อยมาก เพราะหนูรู้สึกว่าเขาให้โอกาสเราตรงนี้ และมันเป็นการให้เกียรติสถาบันด้วยค่ะ”

 

 
การแต่งการมันไม่เกี่ยวว่าเราเรียนอะไร หรือทำอาชีพอะไร
      พี่ไนซ์ (พรรธนกรณ์ เดขาสินธ์เจริญ) ตัวแทนประกวดดาวเทียม ประจำสาขา ปี 2560 มหาวิทยาลัยพะเยา เล่าว่า “เห็นด้วย มหาวิทยาลัยที่หนูอยู่ก็เปิดแบบนี้เหมือนกัน เขาก็ให้ใส่ได้ตามใจเราเลยค่ะ ไม่ได้มีกฎห้าม ให้สิทธิเราเลย ตอนที่จะรับปริญญาก็แค่ยื่นเรื่อง ว่าเราจะขอแต่งกายตามเพศสภาพได้เลย การประกาศนี้หนูว่าสามารถช่วยเรื่องการ Bully และสร้างความเท่าเทียมกันทางเพศได้ เพราะสมัยนี้มีความหลากหลายทางเพศเยอะขึ้น ส่วนมากคนก็ค่อนข้างรับเรื่องนี้ได้แล้ว ส่วนตัวหนูมองว่าการแต่งการมันไม่เกี่ยวว่าเราเรียนอะไร หรือทำอาชีพอะไร เพราะว่ามันอยู่ที่จิตสำนึกของคน อยู่ที่นิสัยมากกว่า การแต่งกายมันเป็นเพียงปัจจัยภายนอก มันไม่ได้ส่งผลที่ทำให้สติปัญญาของเราเปลี่ยนแปลงไปค่ะ”

 

 
ขอให้แต่งกายให้ถูกกาลเทศะ และเหมาะสมกับสถานที่นั้น ๆ ถือเป็นการให้เกียรติกัน
      พี่เอ (นามสมมุติ) นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เล่าว่า “ผมเห็นด้วยกับประกาศของม.ธรรมศาสตร์นะครับ เพราะเดี๋ยวนี้โลกของเราก็มีการเปลี่ยนแปลงไปไกลมากแล้ว หากยังย้ำคิดย้ำทำ แค่เรื่องการแต่งกาย ก็คงไม่ก้าวหน้าหรอกครับ คนเราเดี๋ยวนี้ผมว่าสนใจเรื่อง ความสามารถ ความเก่ง ความดี เพื่อเอาไปพัฒนาเรื่องต่าง ๆ ดีกว่า และด้วยความที่เรามีพื้นฐานหรือค่านิยม ขนบธรรมเนียมที่มีมาแต่โบราณที่เป็นแบบชายต้องคู่กับหญิง จึงอาจจะทำให้มีการใช้ความคิดตั้งแต่โบราณ มาเพื่อตัดสินในปัจจุบัน อีกทั้ง การ Bully นั้นยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ลดได้ยากมาก หากทัศนคติของบุคคลนั้น ยังมองเห็นแต่ความสนุกของตัวเอง ไม่ได้สนใจความรู้สึกหรือผลกระทบของผู้รับปัญหานั้น ๆ ถึงแม้จะมีกลุ่มคนที่ยอมรับแล้ว แต่ก็นั่นแหละครับ มีคนยอมรับ ก็ต้องมีคนไม่ยอมรับ ในมุมมองของผมการแต่งกาย ขอให้แต่งกายให้ถูกกาลเทศะ และเหมาะสมกับสถานที่นั้น ๆ ถือเป็นการให้เกียรติกัน ส่วนความน่าเชื่อถืออื่น ๆ คงต้องใช้ฝีมือและการกระทำพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นแหละครับ”

      และนี่คือความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษาได้ไปสอบถามมา นอกจากนี้ทางฝั่งของมหาวิทยาลัย แล้วในประกาศของ ม.ธรรมศาสตร์ ยังอนุญาตรวมถึงนักเรียนโรงเรียนสาธิต   มธ.  อีกด้วย แล้วน้อง ๆ ล่ะคะ มีความคิดเห็นยังไงกันบ้าง มาแบ่งปันกันได้นะคะ
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nanny

พี่แนนนี่ - ผู้เขียน

เด็กเอกไทย คลั่งไคล้มิกกี้(เม้าส์) หลงใหลอิตาลี คอยเฝ้าลงพื้นที่ ตามข่าว TCAS

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #การแต่งกาย #ชุดนิสิต นักศึกษา #แต่งกายข้ามเพศ #ประกาศมหาวิทยาลัย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?