/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

เภสัชฯ จุฬาฯ ปรับหลักสูตรใหม่ ควบตรี-โท (วิศวกรรม-เศรษฐศาสตร์) จบได้ภายใน 6 ปี []

วิว

              สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ การเรียนในยุคนี้ เราได้เห็นความยืดหยุ่นของหลักสูตรกันมากขึ้น โดยเฉพาะการเรียนข้ามสาย ล่าสุดเป็นคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ ม.มหิดล สร้างหลักสูตรเพื่อการปั้น "แพทย์นักบริหาร" นี่เป็นแค่ตัวอย่างเดียวค่ะ ยังมีหลักสูตรอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้แยกเป็นโครงการใหม่ แต่เป็นในลักษณะของวิชาเลือกในชั้นปีสูง เพื่อเก็บหน่วยกิตวิชาของปริญญาโทนั่นเอง
                  พี่มิ้นท์ กำลังพูดถึงคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ค่ะ หลายปีที่ผ่านมาหลักสูตรเภสัชฯ ของจุฬาฯ มีการควบปริญญาโทวิศวกรรมอุตสาหการไว้ด้วย หลายคนยังไม่รู้แต่เชื่อว่าสนใจ วันนี้พี่มิ้นท์ได้รับเกียรติจาก ผศ.ภญ.ดร.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มาพูดถึงหลักสูตรใหม่ 2563 ที่ปรับปรุงรายวิชา ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มวิชาเลือกข้ามศาสตร์มากขึ้น รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ


 
ภาพรวมของหลักสูตรเภสัชศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2563
                  ปัจจุบัน หลักสูตรเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ก็ยังมี 2 สาขาเหมือนเดิม คือ เภสัชกรรมอุตสาหการ และ การบริบาลทางเภสัชกรรม แต่ทางคณะได้พยายามปรับหลักสูตรให้รองรับ GEN ใหม่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประการแรกคือ นิสิตแต่ละคนต้องมีความพร้อมในเรื่องความรู้และทักษะของศตวรรษที่ 21 ทั้งความเป็นผู้นำ กระบวนการคิดวิเคราะห์ ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง หลักสูตรเดิมจะเน้นองค์ความรู้ที่เป็นเภสัชศาสตร์ที่ค่อนข้างลึก แต่หลักสูตรใหม่จะต้องเสริมทักษะเหล่านี้เข้าไปด้วย ก็เลยต้องปรับกระบวนการเรียนการสอน เช่น การเรียนแบบ Problem Based Learning, การขวนขวายอ่านหนังสือเพิ่มเติมเพื่อนำมาอภิปรายกันในห้อง ไม่ใช่การเรียนบรรยายแบบเดิม
                  ประการที่ 2 คือ การนำรายวิชาที่เกี่ยวข้องกันมาบูรณาการตั้งแต่ต้นจนจบ  เพื่อลดความซ้ำซ้อนของรายวิชา เช่น มีวิชาเรียนเกี่ยวกับโรค A แล้ว พอชั้นปีถัดไปจะเรียนวิชาเกี่ยวกับการใช้ยาในโรค A แทนที่จะต้องเรียนใหม่ว่าโรค A คืออะไร ก็จะข้ามในรายละเอียดตรงนี้ ทำให้ลดความซ้ำซ้อนของรายวิชาลงได้
                  ประการที่ 3 คือ ให้นิสิตมีประสบการณ์ทำงานจริง ไม่ใช่เฉพาะการฝึกงาน แต่ในช่วงปีต้นๆ นิสิตจะมีประสบการณ์การทำงานในหลากหลายลักษณะ เมื่อได้มีโอกาสสัมผัสกับการทำงานมากขึ้น ก็จะกระตุ้นความสนใจเฉพาะทางของนิสิตแต่ละคนได้ และในช่วงปีท้ายๆ คณะก็จะมีวิชาเลือกที่ไปรองรับความสนใจของนิสิต แทนระบบเดิมที่อาจารย์เป็นผู้กำหนดวิชาเลือก เมื่อนิสิตเลือกวิชาที่สอดคล้องกับความสนใจตัวเองได้ พอออกไปทำงานจริง ก็จะมีความรู้ที่แตกต่างจากเพื่อนคนอื่นที่จบเภสัชศาสตร์มาเหมือนกัน

หลักสูตรข้ามศาสตร์ ปัจจุบันมีอะไรบ้าง
                  จุดเริ่มต้นของการปรับหลักสูตรให้บูรณาการสาขาอื่นๆ คือ ต้องการให้ผู้เรียน เมื่อเรียนจบออกไปแล้วมีความพร้อมในสังคมการทำงานมากขึ้น ในปัจจุบัน 1 หลักสูตร เมื่อเรียนจบออกไป ก็มีแค่องค์ความรู้เดียว ไม่น่าจะเพียงพอแล้ว ต้องมีความรู้หลายสาขาเพื่อให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
                        หลักสูตรเภสัชศาสตร์ หลักสูตร 6 ปี ปัจจุบัน เป็นหลักสูตรข้ามศาสตร์ระหว่าง ปริญญาตรีเภสัชศาสตร์ และ ปริญญาโท วิศวกรรมศาสตร์ เพราะมองว่าความรู้ด้านวิศวกรรมอุตสาหการหรือโรงงาน หรือด้านคอมพิวเตอร์ ก็เป็นความรู้สำคัญสำหรับเภสัชศาสตร์สายเภสัชอุตสาหกรรม  ปัจจุบันก็จะมีวิชาปริญญาโทของวิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และอีกหนึ่งสาขาที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่เหมาะกับสายการบริบาลทางเภสัชกรรม เพราะจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายด้านยา หรือ  ต้องมีความรู้ในเรื่องของความคุ้นค่าในการใช้ยา ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขก็จะเข้ามาเติมเต็มในสาขานี้

เข้าเรียน ป.ตรี เภสัชศาสตร์ตามปกติแล้วจึงเลือกวิชาปริญญาโท
                  คณะได้ออกแบบหลักสูตรมาเพื่อให้จบ 6 ปีได้ ดังนั้นวิชาของปริญญาโท จะมาอยู่ในกลุ่มของวิชาเลือก ซึ่งการเข้ามาเรียนในช่วงต้น ก็จะได้เรียนวิชาในเภสัชศาสตร์ตามปกติ สอบเข้ามาในช่องทางปกติเหมือนกันทุกคน และเมื่อปีสูงขึ้น ต้องเลือกวิชาเลือก ก็สามารถเลือกวิชาเลือกปริญญาโทในสายวิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือในอนาคตก็จะมีเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขได้ และจะมีการทำวิทยานิพนธ์ด้วย
                    หรือถ้าไม่สนใจกลุ่มคณะเหล่านี้ ก็สามารถเลือกวิชาเลือกที่เฉพาะลงลึกในสายเภสัชศาสตร์ได้เหมือนกัน เช่น ผู้เรียนคนนึงอาจมีความสนใจด้านมะเร็งเป็นพิเศษ ก็สามารถเลือกวิชาที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งได้ เช่น ยาสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลคนไข้มะเร็ง พฤตกิรรมผู้ป่วย เป็นต้น ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้อย่างอิสระเพื่อให้ได้ความรู้ในด้านที่ตนเองสนใจจริงๆ และนำไปประยุกต์กับความรู้ด้านเภสัชศาสตร์ในการประกอบอาชีพต่อไป

เศรษฐกิจและสังคมอาจเปลี่ยนแปลง หลักสูตรจึงต้องยืดหยุ่น
                  เมื่อถามว่า เพราะเหตุใดจึงไม่แยกหลักสูตรออกมาเป็นหลักสูตรตรีควบโท เหมือนหลักสูตรอื่นๆ ที่เปิดสอนกันทั่วประเทศ  ผศ.ภญ.ดร.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ได้ให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นประโยชน์กับนิสิตที่กำลังศึกษาอยู่ด้วย หากเขามีความสนใจก็สามารถเข้ามาเลือกวิชาเลือกวิชาของปริญญาโทได้เช่นกัน หากเปิดเป็นหลักสูตรใหม่ คนที่จะได้ประโยชน์ก็จะมีแต่รุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียน
                 และที่สำคัญ แนวโน้มในอนาคตเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ หากแยกเป็นหลักสูตรใหม่ ผู้เรียนต้องตัดสินใจตั้งแต่ตอนแรก แต่กว่าจะเรียนจบก็อีก 6 ปีข้างหน้า อาจเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ หรือ อาจมีเรื่องอื่นที่น่าสนใจมากกว่า ซึ่งผู้เรียนหลายคนกว่าจะรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรก็ต้องเรียนมาสักระยะ การใช้วิธีปรับหลักสูตรจะมีความยืดหยุ่นกว่า สามารถปรับตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจและสภาพสังคมได้ดีกว่า

              ถือว่าเป็นข่าวสารเกี่ยวกับหลักสูตรที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว และที่สำคัญคณบดีท่านยังพูดถึงหลักสูตรใหม่ๆ อีกว่า ในอนาคตอาจมีการดำเนินการร่วมกับสาขาอื่นอีกด้วย น้องๆ รุ่นหลังๆ ก็อย่าลืมติดตามข่าวกันให้ดีนะคะ เผื่อว่าจะมีการควบรวมกับสาขาที่ตนเองสนใจค่ะ^^

                  ข่าวดี! เว็บเด็กดี เปิดกรุ๊ปสำหรับ #dek64 แล้วนะ อีกหนึ่งช่องทางของการตามข่าว หรือมาพูดคุยกันก็ได้  กดได้เลย >> คลิก <<
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #เภสัชศาสตร์ #วิศวกรรมศาสตร์ #เภสัชฯ จุฬาฯ ควบตรีโท #หลักสูตรควบคณะเภสัชศาสตร์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?