/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

10 สิ่งที่ ม.6 ควรเริ่มเตรียมตัว ก่อน TCAS 64 เปิดรับสมัคร []

วิว
            

                                      เตรียมตัวก่อนได้เปรียบ... ไม่ว่าจะใช้กับเรื่องอะไรก็เป็นความจริงตลอด การเตรียมตัวของ Dek64 ก็เช่นกัน ถึงแม้ปีนี้สถานการณ์อาจจะไม่ปกติ เริ่มเรียนช้าขึ้นกว่าเดิม หนังสือก็ยังไม่ได้หามาอ่าน ยังไม่ได้ปรึกษาอาจารย์ และอีกหลายๆ อย่างที่ผิดแผนไป
                                                    แต่บอกเลยว่า น้องๆ สามารถเริ่มเตรียมตัวได้เลยตั้งแต่วันนี้ค่ะ ถ้าได้เริ่มทำอะไรบางอย่าง พอเปิดรับสมัครจริง ขั้นตอนต่างๆ ก็จะง่ายขึ้นด้วย ไปเตรียมตัวกันเลย!


1. คุยกับครอบครัว
                                                  ยกมาให้เป็นเรื่องแรกเลย   ทำไมต้องคุย? เพราะหลายครอบครัว คนในบ้านมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจการเรียน บางบ้านพ่อแม่คิดให้แล้วว่าอยากให้ลูกเรียนอะไร บางครอบครัวไม่รู้ว่าลูกอยากเรียนอะไร พอสมัครไปจนสอบติดแล้วดันไม่ชอบ เข้าไปสละสิทธิ์แทนลูกก็มี ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ดังนั้นต้องคุยค่ะ เพื่อให้รู้ว่าความคิดเราและผู้ปกครองเป็นไปในทางเดียวกันมั้ย ถ้าตรงกันหรือให้อิสระเต็มที่ก็พร้อมลุยได้เลย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ก็ต้องหันหน้าคุยกันค่ะ

2. รวบรวมผลงานที่เคยทำทั้งหมด
                                                     รอบ Portfolio จะมาเป็นรอบแรก และ 80% จะต้องใช้เล่มสะสมผลงานหรือ Portfolio ด้วย ถ้ามัวแต่จะไปนั่งหาในวันที่เปิดรับสมัคร อาจจะมีผลงานตกหล่น บางคนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเก็บอะไรไว้ที่ไหนบ้าง    
                                                      ช่วงนี้ยังพอมีเวลา ค่อยๆ นึกว่า ม.4 และ ม.5 เคยไปร่วมกิจกรรมอะไรบ้าง ให้รวบรวมมาให้หมด แล้วมาแยกประเภททีหลังค่ะ ย้ำว่ามีอะไรเอามาให้หมด อย่าเพิ่งคิดเองว่า ไปทำกิจกรรมนี้มาคงไม่ได้ใช้หรอก ก็เลยไม่ไปหา แบบนี้ถือว่าตัดโอกาสของตัวเองไปนะคะ ควรหามาให้หมดแล้วมาแยกประเภทดีกว่า เช่น เป็นผลงานวิชาการ ผลงานแข่งขัน งานด้านจิตสาธารณะ เป็นต้น
ทำได้ตามนี้ เมื่อมหาวิทยาลัยเปิดรับสมัคร น้องๆ ก็จะคัดผลงานนำไปใช้ได้เลย
 

3. คำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายไว้ล่วงหน้า
                                                      การสมัคร TCAS แต่ละรอบ มีค่าใช้จ่ายรอน้องๆ อยู่ ไม่ว่าจะเป็นค่าสมัคร ถ้าต้องไปสัมภาษณ์ก็จะมีการเดินทาง ถ้าต้องทำ Portfolio ก็จะมีค่าใช้จ่ายเรื่องการทำพอร์ต และถ้าสอบติดแล้วก็จะมีค่ายืนยันสิทธิ์ที่ต้องจ่ายมหาวิทยาลัย ยังไม่นับการสอบ GAT PAT วิชาสามัญ หรือการสอบอื่นๆ ที่มีค่าใช้จ่ายเหมือนกัน ในส่วนของโครงการรับตรงต่างๆ น้องๆ สามารถหาได้จากระเบียบการของปี 63 ได้เลยค่ะ เมื่อคำนวณคร่าวๆ ก็ควรแจ้งให้ผู้ปกครองรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยนะคะว่าจะมีค่าใช้จ่ายอะไรเกิดขึ้นบ้าง

4. อยากเข้าแพทย์รอบ Portfolio ศึกษาเกณฑ์และเตรียมตัวให้พร้อม
                                                       คณะนี้ค่อนข้างมีจุดที่ต่างจากคณะอื่นชัดเจน ช่องทางหลักจะเป็นรอบ 3 กสพท จะใช้วิชาเฉพาะ กสพท + วิชาสามัญ แต่เมื่อมาอยู่รอบ 1 เกณฑ์จะไม่ใช่แบบเดิมแล้ว แต่ละที่อาจจะมีเงื่อนไขเพิ่มเข้ามาที่ไม่เหมือนกัน หลายๆ แห่งอาจมีการใช้คะแนนส่วนอื่นที่ต้องไปสอบเอง เช่น BMAT, IELTS, TOEFL หรืออื่นๆ เพื่อเป็นหนึ่งในคะแนนที่ใช้พิจารณา
                                                      ดังนั้น น้องๆ ที่มองจะเข้าคณะแพทยศาสตร์ รอบ Portfolio แนะนำให้ไปดูระเบียบการของปีที่แล้วว่าใช้คะแนนอะไรบ้าง ส่วนการสมัครสอบ BMAT ก็จะเริ่มลงทะเบียนสมัคร 1 ก.ย.นี้แล้วค่ะ >>คลิกอ่าน<<

5. เตรียมเอกสารต่างๆ ให้อยู่ด้วยกัน
                                                      เอกสารในที่นี้คือ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้ 2 อย่างนี้ น้องๆ สามารถเตรียมเก็บไว้ในแฟ้มได้เลยค่ะ เพราะการสมัครต่อให้เป็นการสมัครออนไลน์ บางที่ก็ยังต้องอัพโหลดเอกสารเข้าไป
                                                       พอเปิดเทอมแล้ว จะมีอีก 2-3 อย่างที่ควรเก็บมารวมที่เดียวกันคือ ใบรับรองการเป็นนักเรียน (ปพ.7) ใบนี้มักจะใช้เป็นหลักฐานในรอบ 1-2 เพราะยังไม่มีใบประกาศจบนั่นเอง ก็เลยต้องใช้ใบรับรองก่อนค่ะ แนะนำว่าถ้าเริ่มเห็นรับตรงมา ก็เริ่มทยอยขอที่ห้องวิชาการได้เลย เพราะต้องใช้เวลาในการออกเอกสาร แต่ก็ไม่ต้องรีบขอตั้งแต่เปิดเทอมนะคะ มันมีอายุการใช้งานเหมือนกันค่ะ รีบขอเดี๋ยวจะหมดอายุเสียก่อน อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญก็คือรูปถ่ายนักเรียน ถ้าจะสมัครรอบ Portfolio เริ่มถ่ายไว้ตั้งแต่ประมาณเดือน พ.ย. ก็ได้ค่ะ
                                                       ประโยชน์ของการรวมเอกสารไว้ด้วยกัน เพราะพี่มิ้นท์มั่นใจว่า น้องๆ ไม่ได้สมัครแค่ที่เดียวแน่นอน ถ้าต้องมาวิ่งหาเอกสารทุกอาทิตย์ทุกเดือน มันเสียเวลานะคะ^^

6. ค้นหาตัวเอง
                                                      ถามตัวเองในวันนี้ว่า มีคณะที่อยากเข้าหรือยัง ถ้าไม่มี แปลว่าเราอาจจะยังไม่รู้จักตัวเองดีพอว่าควรจะเรียนอะไร ไปทางไหน ดังนั้นช่วงนี้แหละค่ะ ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ มองหาคณะที่สนใจ อาชีพที่อยากเป็น
                                                        การค้นหาตัวเองเจอตั้งแต่เนิ่นๆ มีประโยชน์มากๆ นะคะ เพราะจะเป็นตัวที่บอกว่าเราจะทำอะไรต่อไป ต้องอ่านอะไร มีรอบไหนบ้าง ทำให้เราวางแผนทั้งระยะสั้น กลาง และไกลได้ถูกค่ะ

7. ตั้งเป้าคะแนนในแต่ละวิชา
                                                      คะแนนในที่นี้ ยังไม่ได้หมายถึงคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะคะ แต่เป็นเป้าหมายคะแนนของเราเอง ว่าอยากได้ O-NET แต่ละวิชาเท่าไหร่ GAT PAT แต่ละวิชาเท่าไหร่ การกำหนดเป้าหมายว่า "ทำให้ได้เยอะที่สุด" กับ "ต้องทำอย่างน้อย 80 คะแนน" ความรู้สึกมันต่างกันและความพยายามในการลงมือทำก็ต่างกันด้วย เช่น พอทำข้อสอบเก่า ถ้าคิดแค่ทำให้ดีที่สุด เราอาจจะตั้งใจตอนทำ แต่พอทำเสร็จรู้คะแนนก็ไม่ทำอะไรต่อ ในขณะที่ถ้าตั้งเป้าหมายไว้ 80 คะแนน ทำออกมาได้ 70 คะแนน เราจะรีบกลับไปดูเฉลยว่าผิดตรงไหน รีบทบทวนเพื่อให้เป็นไปตามเป้าของเรานั่นเอง    การเริ่มตั้งเป้าหมายคะแนนในวันนี้ มันคือการกำหนดอนาคตของเราข้างหน้าได้นะคะ

8. จัดระเบียบโต๊ะอ่านหนังสือ
                                                      การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการอ่านหนังสือ สำคัญมากๆ จะอ่านได้นานหรือทนอ่านได้แป๊บเดียว โต๊ะอ่านหนังสือมีผล ไฟพร้อม เก้าอี้พร้อม อุปกรณ์ ปากกา ดินสอ ไฮไลท์มีให้พร้อม ถ้าทุกอย่างอยู่ตรงหน้าพร้อม สมาธิเราจะมีมากขึ้น ส่วนหนังสือ ม.4-5 งานเก่าๆ ที่ยังไม่เก็บเข้าชั้น ก็รีบนำไปเก็บ เพื่อให้โต๊ะมีพื้นที่เยอะมากขึ้นค่ะ รู้นะว่าโต๊ะของน้องๆ บางคนยังมีสมุดการบ้าน ม.5 อยู่บนโต๊ะอยู่เลย
                                                       นอกจากจัดโต๊ะแล้ว ถ้ามีเวลาว่างมากพอ ไปจัดตู้หนังสือด้วยก็ได้ ปีนี้เราต้องอ่านหนังสือกันตาแฉะ พยายามจัดหมวดหมู่วิชาเอาไว้ให้หยิบอ่านง่ายๆ จะแยกวิชา แยกระดับชั้น หรือแยกหนังสือ-ข้อสอบก็ได้ ไม่ว่ากัน เอาที่ตัวเองสะดวกจ้า


9. ตั้งเป้าเกรดที่อยากได้
                                                      มีเป้าคะแนนแล้ว เป้าหมายเกรดเฉลี่ย (GPAX) ก็สำคัญ GPAX คือ ตัวเลขที่สะท้อนผลการเรียนของเราจากการสอบและคะแนนเก็บ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี ค่านี้ก็ยังนำมาใช้ในระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ บางที่ ไม่ใช่แค่นำมาคำนวณคะแนน แต่ยังใช้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำด้วย เช่น กำหนดว่าต้องได้ 3.50 ขึ้นไป ถึงจะมีสิทธิ์สมัครได้
                                                       โอกาสในการปั๊มเกรดของน้องๆ เหลือ 2 เทอมสุดท้ายแล้วนะคะ ก็ยังพอมีเวลาเปลี่ยนแปลงให้เกรดของเราเพิ่มขึ้นได้ ยกเว้น TCAS รอบ 1 และ 2 จะใช้เกรด 5 เทอม ก็จะเหลือเวลาอีกแค่ 1 เทอมเท่านั้น ถ้ายังไม่รู้ว่าจะต้องทำเกรดเพิ่มอีกเท่าไหร่ถึงจะได้เกรดตามที่ต้องการ ลองใช้
โปรแกรมคิดเกรด TCAS ในแอปพลิเคชัน "เด็กดี TCAS" ได้เลยค่ะ


10. ปรับเวลา + วางแผนใหม่
                                                       ภาระหน้าที่ของพี่ ม.6 ที่ต้องเพิ่มขึ้นมาแน่ๆ คือ การอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ ยังไม่นับเวลาที่ต้องไปติดตามข่าว และทำกิจกรรมในโรงเรียน และในช่วง COVID-19 แบบนี้ มั่นใจว่าการเรียนในโรงเรียนจะไม่เหมือนเดิม เป็นเหตุผลที่น้องๆ จะต้องจัดตารางและจัดสรรเวลาใหม่ เพื่อไม่ให้เหนื่อยเกินไปค่ะ จะได้ไม่เกิดความเครียดภายหลัง
                                                      ส่วนการไปค่ายหรือกิจกรรมต่างๆ อาจต้องคิดเผื่อไปว่าถ้าภายในปีนี้ยังไม่สามารถกิจกรรมใดๆ ได้ จะมีช่องทางที่ทำให้เรามีผลงานมั้ย ถ้ากิจกรรมข้างนอกหายาก ก็ต้องปรับเปลี่ยนมาทำกิจกรรมในโรงเรียน หรือดูกิจกรรมออนไลน์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์วิถี New Normal มากขึ้น

                                                         พี่มิ้นท์สรุปมาเป็น 10 หัวข้อให้น้องๆ ได้เตรียมตัวกันก่อน นี่ไม่ใช่ทั้งหมดที่น้องๆ จะต้องทำค่ะ พอถึงเวลาจริงยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกหลายอย่าง ไม่นับรวมปัญหาที่ไม่คาดคิดด้วย ดังนั้นอะไรที่เตรียมการได้ก่อน ก็ทำได้เลยค่ะ สู้ๆ เป็นกำลังใจให้น้องๆ dek64 ทุกคนค่ะ^^


                                                             ข่าวดี! เว็บเด็กดี เปิดกรุ๊ปสำหรับ #dek64 แล้วนะ อีกหนึ่งช่องทางของการตามข่าว หรือมาพูดคุยกันก็ได้  กดได้เลย >> คลิก <<
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#TCAS #TCAS64 #dek64

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?