ความคิดเห็น

1

จำนวนแชร์
775

 

 
จากใจ "อันเจลิโน่ (จีโน่) ชูทส์" เมื่อผมติดยาเสพติด และมันทำให้ผมเกือบตาย




          น้องๆ ชาว Dek-D.com รู้มั้ยว่าเมื่อก่อนนี้มีดาราเด็กผู้ชายคนหนึ่งดังมาก ชื่อ “น้องจีโน่” ความที่เป็นเด็กลูกครึ่งอ้วนจ้ำม่ำ ทำให้ได้แสดงละครหลายเรื่อง และการทำงานในวงการบันเทิงตั้งแต่ยังเด็กแทบจำความไม่ได้นี้เอง ก็ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งเลยล่ะค่ะ 

          วันนี้พี่จูนจะพาไปฟังเรื่องราวของ อันเจลิโน่ (จีโน่) ชูทส์ อดีตดาราเด็กที่กลายเป็นวัยรุ่นติดยา ชีวิตแย่แค่ไหน ก็ลุกขึ้นมายืนใหม่ได้ เค้าทำได้ยังไง ตามมาเลย
 

จากใจ "อันเจลิโน่ (จีโน่) ชูทส์" เมื่อผมติดยาเสพติด และมันทำให้ผมเกือบตาย


จีโน่กับชีวิตวัยเด็กในวงการบันเทิง

           
ผมชื่อจริงชื่อ อันเจลิโน่ ชูทส์ ครับ เคยแสดงละครตอนเด็กๆ เรื่องที่ดังๆ ตอนเด็กๆ ก็ลูกตาลลอยแก้ว รังหนาว อะไรแบบนี้อ่ะครับ มันนานมาแล้ว ตัวผมยังจำไม่ได้เลย 555
           
ตอนนั้นคุณแม่ผมพาเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่เด็กๆ ด้วยการประกวดหนูน้อยแพมเพิร์สอะไรสักอย่างนี่ล่ะครับ แล้วก็มาถ่ายโฆษณาแป้งเด็กแคร์ แล้วก็ค่อยๆ เข้ามาเรื่อยๆ เริ่มรับบทเด็กบ้างอะไรบ้าง แสดงละครเรื่อยๆ ครับ
           
ถ้าถามว่าตอนนั้นประทับใจผลงานอะไรของตัวเองบ้าง... ผมว่ามันเป็นอะไรที่พูดยากนะครับ เพราะเราเป็นเด็ก มันไม่มีอะไรที่ประทับใจเป็นพิเศษหรอกครับ เราเป็นเด็กเราก็แค่อยากออกไปเล่นแบบเด็กคนนึง คือตัวผมตอนเด็กๆ ไม่ได้อยากเป็นดาราอยู่แล้ว แต่เพราะฐานะทางบ้าน คือจะว่ายังไงดี คือถ้าตัวเราไม่ได้อยากอะไรขนาดนั้น มันก็ไม่ได้มีความประทับใจในผลงานตัวเองเท่าไหร่ ถ้าจะให้ประทับใจก็คืออาจจะเจอผู้คน หรือผู้ใหญ่ ที่ผ่านเข้ามาในช่วงเวลาที่เราทำงานมาน่ะครับ

 

จากใจ "อันเจลิโน่ (จีโน่) ชูทส์" เมื่อผมติดยาเสพติด และมันทำให้ผมเกือบตาย



จุดเปลี่ยน! ช่วงที่หายไปจากวงการบันเทิง

          
 
ดาราเด็กถ้าอยู่ในช่วงเปลี่ยนเข้าวัยรุ่น จะหาบทลำบากครับ คือ จะเด็กก็ไม่ใช่ วัยรุ่นก็ไม่ใช่ โครงหน้าเสีย และตัวผมตอนนั้นก็อ้วนมาก หลายๆ อย่างในชีวิตผมก็เปลี่ยนในตอนนั้น ผมจึงเลือกที่จะย้ายมาอยู่กับครอบครัวที่ต่างประเทศครับ

 

จากใจ "อันเจลิโน่ (จีโน่) ชูทส์" เมื่อผมติดยาเสพติด และมันทำให้ผมเกือบตาย



เริ่มชีวิตวัยรุ่นที่ต่างประเทศ...

            
ผมมาที่สวิสตอนอายุได้ 16 กว่าๆ นะ ผมว่าวัย 16 นี้ คือวัยกำลังสับสนเลยว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี เป็นวัยกำลังอยากมีความรัก แล้วตอนนั้นผมมาอยู่อีกทวีปนึง อีกวัฒนธรรมนึง อีกภาษานึง ผมอ้วน ผมแปลก ผมรู้สึกหลายๆ อย่าง
          
ผมคิดบวกนะ มองว่าค่อนข้างเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะตอนอยู่ไทย พอไม่มีบท พออ้วนมากๆ ก็โดนล้อ ผมถือว่าเป็นโอกาสดีที่ไหนๆ ใครก็ไม่รู้จักเรา เราเริ่มจากเลข 0 ตอนผมมาใหม่ๆ ก็เริ่มออกกำลังกาย เริ่มลดความอ้วน ตอนผมกำลังเข้าอายุ 18 ผมลดน้ำหนักไป 65 โล ซึ่งชีวิตหลังจากนั้นเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องแปลกใหม่มากสำหรับผมตอนนั้น... หลังจากนั้น ผมก็เริ่มเรียนเชฟครับ ตอนนี้เรียนจบแล้วครับ

 

จากใจ "อันเจลิโน่ (จีโน่) ชูทส์" เมื่อผมติดยาเสพติด และมันทำให้ผมเกือบตาย



ติดยาเพราะขาดชีวิตวัยเด็ก

           
จะว่ายังไงดีครับ มันมีปัจจัยหลายอย่างนะ พอเริ่มผอม เราเริ่มอยากสนุก อยากเมา อยากมันส์ อยากปาร์ตี้ อยากมีสาวๆ อยากมีนู่น อยากมีนี้ คือคำว่าอยากเนี่ย มันคงมาจากตอนที่เราไม่ได้มีวัยเด็กเหมือนคนอื่น พอเราโตมาเราเลยอยากได้ความสุขแบบสองเท่า ทำให้ผมเริ่มลองทุกอย่าง ลองว่าอะไรจะทำให้เรามีความสุข พอลองมากขึ้นก็ติดมากขึ้นครับ ผมติดโคเคนมาระยะนึงครับผม


คิดจะเลิกติดยา เพราะว่ามีสติ!


           เริ่มคิดได้ว่าเดินผิดทางแล้วก็เวลาที่เราเริ่มรู้ตัวว่าพูดไม่รู้เรื่องครับ เริ่มคิดลำบาก เริ่มอารมณ์ขึ้นลง ชวนคนนู้นคนนี้ทะเลาะ นี่คืออาการคนเริ่มติดมากๆ แล้ว และมานั่งคิดดูก็หมดเงินไปเยอะ อะไรที่วางแผนไว้ในชีวิตก็เริ่มไม่เหมือนที่วางไว้ครับ
          
ผมก็คุยกับพ่อและหมอส่วนตัวว่าจะไปบำบัดจริงจัง ไปอยู่ในคลีนิกเลย ตอนนั้นยังไม่บอกแม่ว่าติดอะไร บอกแค่ว่ามีปัญหาเรื่องเหล้านิดหน่อย แต่ไปๆ มาๆ ก็ต้องบอกเค้าครับ คือที่บ้านให้กำลังใจดีกันทุกคนครับ

 

จากใจ "อันเจลิโน่ (จีโน่) ชูทส์" เมื่อผมติดยาเสพติด และมันทำให้ผมเกือบตาย



กว่าจะคิดได้ก็เกือบตายเพราะโคเคนมาแล้ว

           
ผมอารมณ์รุนแรงมากตอนนั้น ทะเลาะกะแฟน คนที่ผมได้ขอเค้าแต่งงานไปแล้ว เค้าก็ทนอยู่กับผมมาเป็นปีๆ เค้ารู้แค่ว่าผมเล่นยา แต่ไม่บ่อย... ผมก็ไม่บอกเค้าว่าผมติด คนเล่นยาเยอะๆ มันจะหลอน มันจะคุยไม่รู้เรื่อง ชอบถามอะไรซ้ำไปซ้ำมา สุดท้ายวันนึง เราก็เลิกกันไป คงเป็นสิ่งที่ผมเสียใจที่สุดแล้วครับ
           
ส่วนเรื่องสุขภาพ ผมเกือบหัวใจวายไปสองรอบตอนเล่นโคเคน คือมีอยู่รอบนึงที่เลือดไหลออกจมูก และแขนขาชาไม่รู้สึกอะไร คิดว่าคงได้ตายแล้วจริงๆ เพราะหัวใจแทบจะออกมาเต้นนอกอกแล้วตอนนั้น...
           ที่อยากจะบอกคือ เล่นยามันมีแต่เสีย ให้ผมอธิบายนะ ยาน่ะ มันแล้วแต่ว่าคุณเล่นอะไร ยาตัวไหน ทำให้คุณ รู้สึกสนุกแบบไหน แต่ความสุขพวกนี้มันไม่ได้มาฟรีๆ เวลายามันหมด ไอ้ความสุขที่ได้มา มันจะเปลี่ยนเป็นความทุกข์ ความหลอน ความเศร้า พอเล่นไปเรื่อยๆ นานๆ มันจะมีอาการเหล่านี้มากกว่าความสุข เพราะงั้นมันถึงทำให้เราติดมากขึ้นๆ เพราะเราแค่ไม่อยากเศร้า... สุดท้าย สิ่งที่เราเสีย คือความรัก สุขภาพ เงิน เวลา... บางสิ่งบางอย่างเราอาจจะเอามันกลับมาได้ แต่บางสิ่งถ้าเราเสียไปแล้ว มันจะไม่มีวันกลับมา

 

จากใจ "อันเจลิโน่ (จีโน่) ชูทส์" เมื่อผมติดยาเสพติด และมันทำให้ผมเกือบตาย



ถ้าไม่เข้มงวดและมีกำลังใจขนาดนี้ คงเลิกไม่ได้!

           
ตอนที่บำบัดเลิกยา ผมต้องนอนพักที่คลีนิกเป็นเวลาสองเดือน กลับได้เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ บำบัดที่นี่เข้มงวดมากครับ ทุกๆ อาทิตย์เค้าจะมีตารางบำบัดให้ว่าวันๆ ต้องทำอะไรบ้าง จะมีไปนั่งคุยกันเป็นกรุ๊ปกัน วันนี้มีกรุ๊ปคนติดยา ก็จะนั่งคุยกันว่าใครติดอะไร แล้วทำไมถึงมาเจอกันในคลีนิกได้ ต้องเลิกเพราะอะไร
          
ทุกๆ เช้าจะมีกรุ๊ประบายสีหรือทำกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะ ต้องพบจิตแพทย์ 3 ครั้งต่ออาทิตย์ เค้าจะคุยกับเราและสั่งยาให้เรา เพราะอาการเรื่องยาแต่ละอาทิตย์มันจะแตกต่างกัน
          
ถ้าวันไหนเรามีบำบัดน้อยก็สามารถออกไปข้างนอกได้ (แต่มันก็ขึ้นอยู่กับอาการแต่ละคนด้วยครับ บางคนออกได้ทั้งวัน บางคนออกได้แค่หนึ่งชั่วโมง) แต่ทุกคนต้องกลับมาตอนสามทุ่มครึ่งครับ
          
คนที่บำบัดก็ต้องมีแบ่งหน้าที่กันทั้งอาทิตย์ว่า วันนี้ใครจัดโต๊ะอาหาร วันนี้ใครทำอาหารเย็น วันนี้ใครล้างจาน วันนี้ใครไปซื้อของ เราอยู่กับแบบครอบครัวครับผม อารมณ์ก็ประมาณนี้ล่ะครับ จริงๆ รายละเอียดมีค่อนข้างเยอะมากครับ ติดตามในเฟซบุ๊กผมได้ครับ
          
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย เราเสียแค่ 10% หรือไม่เสียเลย เพราะสวิสเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่บังคับทำประกันสุขภาพครับ ทุกอย่างอยู่ในนั้นหมดครับ

 

จากใจ "อันเจลิโน่ (จีโน่) ชูทส์" เมื่อผมติดยาเสพติด และมันทำให้ผมเกือบตาย



ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ เพราะรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่

           
ตอนนี้ผมก็พยายามออกกำลังกาย เปลี่ยนสังคมเพื่อนใหม่ หากิจกรรมทำ หาเป้าหมายใหม่ในชีวิต พยายามนอนให้เป็นเวลา กินแต่ของที่มีประโยชน์ นั่งเขียนเรื่องตัวเองในอดีต เวลาเรานั่งเขียนเรื่องตัวเอง เราจะสามารถย้อนกลับไปดูได้ว่า เราพลาดไปเพราะอะไร คือบางทีเลิกยาไปแล้ว แต่เราก็ต้องรู้ตัวเองด้วยว่า อดีตมันเกิดขึ้นยังไง และจะได้ไม่ต้องกลับไปพลาดอีกครับ
          ตอนนี้ผมยอมรับอะไรหลายๆ อย่างในชีวิต และผมก็ปล่อยวางอะไรในหลายเรื่อง ผมไม่แคร์ที่สังคมจะรู้ว่าผมเคยติดยา มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ถ้าคุณ "เคยติด" แค่คุณไม่กลับไปทำเหมือนเดิมก็พอแล้วครับ


อย่าอายที่จะหาทางออก และเลิกติดยา

          
สำหรับคนที่กำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น กำลังคิดจะลองอะไรในชีวิต ผมคงไม่บอกหรอกว่ามันไม่ดีหรือยังไง พวกคุณได้ยินพ่อแม่บอก ทีวีบอก หรือครูบอกว่ายาไม่ดียังไง คนถ้ามันอยากเล่นก็คงเล่น คงไม่มีใครห้ามได้ เพราะงั้นผมคงไม่เตือน ของแบบนี้มันต้องคิดได้ด้วยตัวเอง
          
ผมอยากบอกคนที่ติดและกำลังหาทางออกมากกว่า อย่าอายครับ อย่าอายที่จะบอกใครหรือขอความช่วยเหลือ เพราะมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ผมคิดว่าคุณควรจะภูมิใจที่คุณมีความคิดอยากเลิก อย่าไปกลัวว่าคนอื่นจะเอาไปนินทา หรือใครรู้จะไม่เอาคุณเข้าไปทำงาน เพราะคนพวกนี้ไม่ได้มาอยู่กับเรา มันไม่ได้มาทุกข์กับเรา และถ้าใครไม่รับคุณเข้าทำงานเพราะคุณเคยติดยาหรือพยายามเลิกยา ก็ไม่ต้องไปทำงานกับเค้าครับ ผมว่าคุณก็คงไม่อยากทำงานกับคนที่ไม่เปิดกว้าง หรือคนที่ไม่มองไปข้างหน้า กรณีแบบนี้ ผมจะไม่ใช้คำว่า “คนที่ไม่ยอมให้อภัย” เพราะเราไม่ได้ทำผิดต่อใคร เราทำร้ายตัวเราเอง และทำร้ายจิตใจพ่อแม่และคนรอบกายเรา คนที่ควรจะให้อภัยเราคือคนในครอบครัวเท่านั้นครับ
          
ใครที่คิดจะเลิก อย่าให้มันสายไปครับ สมองนะบางที ถ้ามันโดนทำลายไปแล้ว อาจจะกลับมาอีกไม่ได้เลย ใครอยากรู้ละเอียดๆ มากกว่านี้ ติดตามที่เฟซบุ๊กผมได้ครับ

 

จากใจ "อันเจลิโน่ (จีโน่) ชูทส์" เมื่อผมติดยาเสพติด และมันทำให้ผมเกือบตาย



          จริงๆ แล้วยาเสพติดไม่ใช่เรื่องจะหามาลองกันง่ายๆ เท่าไรเลย แต่ลองแล้วนี่สิ ติดง่ายมาก โดยเฉพาะถ้าเราเผลอไปลองในช่วงที่กำลังอ่อนไหน หวังให้ยาช่วยบรรเทาความทุกข์ ความเศร้าละก็ มีโอกาสที่จะลองซ้ำและติดได้ง่ายเลยล่ะค่ะ

          นอกจากยาเสพติดแล้ว ก็ยังรวมไปถึงเหล้า บุหรี่ ที่น้องๆ เลือกได้ว่าจะไม่ข้องเกี่ยวด้วย ยังไงก็ตาม หวังว่าจะได้ข้อคิดจากชีวิตของพี่จีโน่กันนะคะ ...น้องๆ ชาว Dek-D.com คนไหนมีประสบการณ์เกี่ยวกับยาเสพติดจะเล่าให้ฟัง หรืออยากถามอะไร มาคุยกันในคอมเม้นต์ด้านล่างเลยค่ะ

 

ขอขอบคุณ พี่จีโน่ อันเจลิโน่ ชูทส์ Jino Schütz






 
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Teen Trends > เทรนด์อัปเดต
ความคิดเห็น

1

จำนวนแชร์
775

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

1 ความคิดเห็น

  1. เมื่อ 11 วันที่แล้ว · ผ่านทางเดสก์ทอป

    หูยยยย อ่านเพลินมาก ไม่อ่านไม่รู้นะเนี่ยว่าเป็นคนไทยเยี่ยม 

    นับถือในความพยายามเลยค่ะ

    #1

แสดงความคิดเห็น

ฝนตกแล้ว, บอมบอมเอาอะไรกันฝนดี (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .