คุณพ่อสุดสตรอง! ดูแลลูกยังไงให้สอบติดแพทย์ได้ ในวันที่สูญเสีย "จงฮยอน" เมนสุดที่รัก []

วิว
คุณพ่อสุดสตรอง! ดูแลลูกยังไงให้สอบติดแพทย์ได้ ในวันที่สูญเสีย "จงฮยอน" เมนสุดที่รัก

 
Spoil
  • จงฮยอนและซีรีส์เกาหลีเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้สอบติดแพทย์
  • "เขาไม่ใช่ญาติพี่น้องซักหน่อยจะร้องไห้ทำไม!" คือคำต้องห้าม
  • ถ้ารับผิดชอบหน้าที่ตัวเองได้ดี ก็ไม่ต้องเจอคำพูดที่ว่าเสียการเรียนเพราะมัวแต่บ้าเกาหลี
____________________________

 
          ย้อนไปเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมปีที่แล้ว มีข่าวที่ทำให้แฟนๆ KPOP ช็อกไปทั่วโลก นั่นก็คือข่าวการเสียชีวิตของ จงฮยอน วง SHINee ผ่านมาเกือบ 1 ปี ก็มีโพสต์ใน facebook "วิธีรับมือ เมื่อลูกเป็นแฟนคลับเกาหลี กับวันที่เขาสูญเสียศิลปินในดวงใจ ในวันที่ใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย!!" ที่กลายเป็นไวรัลคนแชร์กันไปทั่วโซเชียล 
 

 
          เป็นเรื่องราวดีๆ ของ "คุณพ่อสมชาติ เบญจถาวรอนันท์" ที่มีลูกสาว "น้องริวโกะ ชยาภา เบญจถาวรอนันท์" เป็น #dek61 ที่กำลังเตรียมแอดมิชชั่น และเป็น SHINee World แฟนคลับของวง SHINee ที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ที่ตอนนั้นหลายๆ คนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ไม่ใช่สำหรับครอบครัวนี้  

 
แอบตกใจเมื่อรู้ว่าลูกสาวชอบไอดอลเกาหลี!
        ตอนแรกที่รู้ว่าลูกสาวชอบศิลปินเกาหลีก็ตกใจเหมือนกันนะ ตอนประถมน้องเต้น cover เพลงเกาหลีที่โรงเรียน พ่อก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเขาไปชอบอะไรตอนไหน แล้วเรื่องไอดอลเกาหลีมันก็ใหม่สำหรับพ่อมาก ไม่เคยฟัง ไม่รู้จักมาก่อน ช่วงแรกที่รู้พ่อก็กลัว เราก็ได้ยินข่าวมาเยอะเนอะ ก็เป็นห่วงอย่างเดียวเลยคือเรื่องเรียน ทีแรกก็นึกว่าน้องจะเอาแต่ตามข่าว ไอดอลอยู่ไหน ทำอะไรอยู่ ต้องติดตามตลอดเวลา แล้วจะทำให้เสียการเรียนหรือเปล่า

 
ค่อยๆ เปิดใจพ่อแม่วันละเล็ก วันละน้อย
          หลังจากนั้นเวลาขึ้นบนรถเขาก็เปิดเริ่มเปิดเพลงเกาหลีให้ฟัง เปิดเพลง SHINee เขาก็ค่อยๆ เล่าให้ฟังว่าชอบวง SHINee ชอบพี่จง (จงฮยอน) ชอบเพราะอะไร เก่งยังไง เขาทำอะไรกันบ้าง พ่อกับแม่ก็เลยเริ่มรู้จัก ค่อยๆ ซึมซับมาเรื่อยๆ 

 
คุณพ่อสุดสตรอง! ดูแลลูกยังไงให้สอบติดแพทย์ได้ ในวันที่สูญเสีย "จงฮยอน" เมนสุดที่รัก

 
ไม่ได้ห้าม! ติ่งได้แต่ต้องมีขอบเขต
          จริงๆ บ้านเราก็เข้าใจความชอบของเขานะ ไม่ได้ห้ามอะไร แต่ต้องแบ่งเวลาให้ได้ ช่วงปิดเทอมก็ให้พักผ่อนได้ แต่ถ้าเปิดเทอมก็ต้องโฟกัสที่เรื่องเรียนมากกว่า พวกของแพงๆ อย่างอัลบั้มพ่อก็ไม่ซื้อให้ แต่ถ้าเป็นโปสเตอร์เล็กๆ น้อยๆ ก็โอเค
 
          คอนเสิร์ตก็อนุญาตให้ไปดูแค่ครั้งเดียว เพราะบ้านเราอยู่ไกล อยู่ที่อุบลฯ มันก็ต้องมีเรื่องค่าใช้จ่าย การเดินทาง แต่ที่สำคัญเลยคอนเสิร์ตชอบมีช่วงเปิดเทอม พ่อก็ไม่อนุญาต แต่ก็ไม่มีทะเลาะ ไม่มีวีนใส่กันนะ เพราะเราก็อธิบายเหตุผลให้ฟัง แล้วเขาก็เข้าใจ

 
ลบคำสบประมาท "บ้าผู้ชายเกาหลีแล้วจะไม่สนใจการเรียน" 
          ลูกสาวก็ทำให้เราเห็นว่าถึงจะชอบพี่จงแต่การเรียนไม่ตกนะ ยังอยู่ในระดับที่พอใจตลอด อาจจะมีตกบ้างบางวิชา เราก็มาคุยกันว่าเพราะอะไร แต่ก็ไม่ได้เป็นเพราะว่าติ่งเกาหลีทั้งหมด ลูกก็เล่าให้ฟังว่าแฟนคลับที่เรียนเก่งๆ ทำงานดีๆ ก็มีเยอะนะ ในกลุ่มของแฟนคลับเองเขาก็เหมือนเป็นแรงผลักดันให้กันและกัน ต้องตั้งใจเรียนนะ ทำตัวให้ดีนะ เพื่อลบคำสบประมาทว่าบ้าผู้ชายเกาหลี ไร้สาระ

 
คุณพ่อสุดสตรอง! ดูแลลูกยังไงให้สอบติดแพทย์ได้ ในวันที่สูญเสีย "จงฮยอน" เมนสุดที่รัก

 
ซีรีส์เกาหลีเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้อยากเป็นศัลยแพทย์
          ตอนเด็กๆ เขาก็ยังไม่รู้หรอกว่าอยากทำอะไร แต่น้องเขาเรียนห้อง EEP ที่โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช เพื่อนๆ ในห้องส่วนใหญ่ก็อยากเป็นหมอ เป็นวิศวกร สิ่งแวดล้อมมันก็ทำให้เขาสนใจอาชีพหมอ พอมีโอกาสได้เข้า "ค่ายฉันอยากเป็นหมอ" ที่ ม.อุบล ได้สัมผัสว่าชีวิตแพทย์เป็นยังไงก็ยิ่งชอบ แล้วอีกส่วนหนึ่งคือ เขาได้ดูซีรีส์เกาหลีเรื่อง Medical Top Team เป็นเรื่องเกี่ยวกับศัลยแพทย์ ก็เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เขาอยากเป็นหมอศัลยกรรม 

 
​จงฮยอนเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้สอบติดหมอ
          พ่อว่าพี่จงเองก็เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้น้องสอบติดเหมือนกันนะ เพราะเราก็เคยคุยกับลูกเอาไว้ว่า ถ้าสอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว จะพาไปหาจงฮยอนที่ประเทศเกาหลีเลย  

 
ได้ยินข่าวร้ายในช่วงโค้งสุดท้ายของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
          ช่วงที่จงฮยอนเสียชีวิต ก็เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย น้องก็ต้องติว ต้องอ่านหนังสือหนักมาก วันนึงน้องกำลังนั่งอ่านหนังสือ แล้วอยู่ดีๆ ก็ร้องไห้โฮออกมา เราก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก็รีบเช็กข่าวว่าใครเป็นอะไร พอเห็นว่าเป็นวงที่เขาชอบ แถมเป็นเมนเขาอีก เราก็อึ้งไปเลย

 
คุณพ่อสุดสตรอง! ดูแลลูกยังไงให้สอบติดแพทย์ได้ ในวันที่สูญเสีย "จงฮยอน" เมนสุดที่รัก

 
ห้ามพูดคำต้องห้าม "เขาไม่ใช่ญาติพี่น้องซักหน่อยจะร้องไห้ทำไม!"
          ดีที่แม่เขาตั้งสติได้ก่อน ก็รีบเข้าไปอยู่กับลูกเลยทันที ก็เป็นห่วงกลัวว่าเขาจะคิดอะไรชั่ววูบ แต่เราไม่ได้ไปห้ามไม่ให้ร้องไห้ หรือดุเขานะ ไม่มีคำพูดที่แบบ "เขาไม่ใช่ญาติพี่น้องเราซักหน่อยจะร้องไห้ทำไม"  แต่จะไปนั่งข้างๆ ให้เขาได้ระบายความในใจออกมา ซึ่งมันก็ทำให้เราก็เข้าใจเขามากขึ้นด้วย

 
ไม่ว่าเราจะโพสต์อะไรในโซเชียล มันก็ส่งผลต่ออนาคตได้ทั้งนั้น
          ตอนนั้นเขาก็มาขออนุญาตเขียนเรียงความถึงพี่จง ไปร่วมกิจกรรมกับแฟนคลับในเฟซบุ๊กได้มั้ย เพราะเราเคยเตือนเขาไว้ว่า การใช้โซเชียลมันก็จะสะท้อนตัวตนของลูก เราก็ไม่อยากให้เขาระบายความรู้สึกทุกอย่างออกมาผ่านโซเชียล เพราะไม่ว่าเราจะโพสต์อะไรมันก็ส่งผลต่ออนาคตได้ทั้งนั้น แต่เรื่องนี้พ่อก็เห็นว่าไม่เสียหายอะไร แล้วเขาก็ได้รางวัลมาเป็นอัลบั้ม ก็ช่วยทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้

 
ไปหาจงฮยอนได้ แต่ต้องทำภารกิจของตัวเองให้เสร็จก่อน
          จริงๆ ช่วงนั้นเขาควรจะอ่านหนังสือสอบ แต่เราก็ปล่อยให้เขาเสียใจได้เต็มที่ เขาก็มาถามๆ เรื่องงานศพที่วัดสุทธิฯ แต่เราก็คุยกันว่านี่คืออนาคตของลูก ส่วนพี่จงเขาก็คอยเราอยู่ตรงนั้นแหละ เราทำภารกิจของเราให้เสร็จก่อนมั้ย แล้วค่อยไปหาพี่จงกัน พอลูกทำสอบทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว ยังไม่ทันประกาศประกาศผลเลยนะ เราก็ซื้อตั๋วพาลูกลงมากรุงเทพฯ ถือว่าให้รางวัลกับลูก ก็พาลูกไปหาคนที่เขารักมากๆ ในชีวิตคนนึง 

 
คุณพ่อสุดสตรอง! ดูแลลูกยังไงให้สอบติดแพทย์ได้ ในวันที่สูญเสีย "จงฮยอน" เมนสุดที่รัก

 
ถ้าไม่รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดี ก็จะเจอคำพูด "เห็นมั้ยล่ะก็มัวแต่บ้าเกาหลี"
          พ่อแม่ทุกคนก็หวังว่าให้ลูกเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ถ้าเราไม่สนใจการเรียน เดี๋ยวมันก็จะมีคำพูดที่ว่าเห็นมั้ยล่ะ เพราะมัวแต่บ้าเกาหลีการเรียนถึงตก เพราะฉะนั้นเราก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่ของเราให้ดี ที่สำคัญคือก็ต้องคุยกับพ่อแม่ให้เยอะๆ เปิดใจคุยกัน 

 
ผมเองก็เคยเป็นวัยรุ่นมาก่อน แต่ก็ผ่านมาได้ไม่เห็นเป็นอะไรเลย
           อย่างผมเองก็เคยเป็นวัยรุ่นมาก่อน แต่ก่อนก็ชอบวงคาราบาว เราก็เคยไปนั่งรอดูคอนเสิร์ต อยากแต่งตัวแบบคาราบาว อยากได้กีตาร์ ตอนนั้นพ่อแม่ก็คงหนักใจเหมือนกันนะ แต่เราก็ผ่านมาได้ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย

 
อยากให้พ่อแม่เปิดใจ ลองเข้าไปสัมผัสกับความชอบของลูก
          ถ้าลูกเราชอบอะไร ก็อยากให้เราเปิดใจ ลองไปสัมผัสดู ถ้าลูกชอบเต้น cover ก็ไม่ถึงขนาดต้องไปเต้นกับลูก แต่ก็ไปมีส่วนร่วม ลูกเราอาจจะชอบกีฬา ชอบดนตรี หรืออะไรก็ได้ที่ลูกชอบ ถ้าเราเขาไปมีส่วนร่วม ชื่นชม เอาใจลูกมาใส่ใจเรา คุยกันบ่อยๆ เท่านี้ครอบครัวเราก็จะมีความสุข

 
          เคล็ดลับสำคัญที่สุดที่ทำให้ครอบครัวอบอุ่นและมีความสุขก็คือความเข้าใจ ทั้งคุณพ่อคุณแม่ที่เข้าใจถึงความชอบของลูกสาว และลูกสาวที่เข้าใจความห่วงใยของคนเป็นพ่อแม่ ถ้าหากวันที่พี่จงเสียชีวิตแล้วได้ยินคำดุด่า ผลลัพธ์อาจจะออกมาเป็นอีกแบบก็ได้ ใต้คำว่า "ติ่ง" มันมีอะไรมากกว่านั้น เหมือนกับที่คุณพ่อโพสต์ไว้ว่า
 
"การที่ลูกชื่นชอบศิลปินเกาหลี ก็คงเหมือนกับเราสมัยวัยรุ่นชอบศิลปินนักร้องเหมือนกัน ประคับประคองกันไป เอาความชื่นชอบมาเป็นกำลังใจ ก็ได้แรงผลักอย่างหนึ่ง วันนี้ลูกสาวได้เป็นนักศึกษาแพทย์สมความตั้งใจแล้ว ขอบคุณ คิม จงฮยอน สำหรับทุกสิ่งครับ" 
 
          น้องๆ คนไหนที่กำลังไม่เข้าใจกันกับครอบครัว พี่แพมก็อยากให้ลองมองกลับมาซิคะว่า วันนี้เรารับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้ดีหรือยัง? พี่แพมอยากรู้จังว่า น้องๆ ชาว Dek-D มีไอดอลคนไหนเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในชีวิตแบบนี้บ้าง? หรือเอาชนะใจคุณพ่อคุณแม่ได้ยังไง? เข้ามาแชร์เรื่องราวดีๆ กันค่ะ


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pam

พี่แพม - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์สายติ่งเกาหลี นอนน้อยเพราะดูซีรีส์ สาระไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Teen Trends #kpop #SHINee #SHINeeWorld #RIPKimJongHyun #ลูกสาวเป็นติ่งเกาหลี #สอบหมอ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?