เปิดห้องแนะแนว! วิชาไม่น่าสนใจหรือเด็กไทยละเลย []

วิว
เปิดห้องแนะแนว! วิชาไม่น่าสนใจหรือเด็กไทยละเลย
 
Spoil
  • วิชาแนะแนวเด็กนักเรียนเรียกว่าคาบว่าง  
  • สอบติดมหาวิทยาลัยวิชาแนะแนวแทบไม่มีส่วน
  • ถ้าไม่มีครูแนะแนว เด็กบางคนอาจไม่รู้จักตัวเองไปตลอดชีวิต
_____________________


 
          ถ้าถามนักเรียนว่าวิชาไหนในโรงเรียนที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องเรียนมากที่สุด? เชื่อเลยว่า 'วิชาแนะแนว' ต้องเป็นคำตอบของนักเรียนส่วนใหญ่แน่นอน ว่าแต่น่าเบื่อจริงมั้ย? เรียนไปเพื่ออะไร? ไปฟังความคิดเห็นจากครูแนะแนว นักเรียน นักศึกษา และผู้ใหญ่วัยทำงานกันค่ะ

 
เปิดห้องแนะแนว! วิชาไม่น่าสนใจหรือเด็กไทยละเลย

 
คาบแนะแนว = คาบว่าง
          "จริงๆ ชอบเรียนแนะแนวนะ เพราะเหมือนเข้าไปพูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ มากกว่าเข้าไปเรียน แต่พูดตรงๆ ว่าไม่ค่อยได้เรียนเท่าไหร่ เพราะวิชานี้เหมือนเป็นคาบว่าง ที่จะโดนแลกกับการทำกิจกรรม และวิชาอื่นอยู่บ่อยๆ" เรื่องจริงจากประสบการณ์ของน้องแนนนี่ นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนเอกชนชื่อดัง

 
นักเรียน วิชาแนะแนว

 
วิชาแนะแนวไม่ต้องเรียนก็ได้ ไม่ต่างอะไรกับวิชาพระพุทธฯ
          สิ่งที่เด็กไทยได้รับจากการเรียนแนะแนวก็คือ "ไม่ได้ค่อยได้อะไรจากวิชาแนะแนวเท่าไร ส่วนใหญ่อาจจะเพราะเรารู้เป้าหมายตัวเองอยู่แล้ว หาความรู้เองง่ายกว่าไปถามครู" ความจริงจากน้องกอล์ฟ โรงเรียนมัธยมชื่อดังย่านดินแดง
 
          "คาบแนะแนว จริงๆ ไม่ต้องมีก็ได้ เพราะการสอนแทบไม่ต่างจากพระพุทธศาสนา สอนขัดเกลาให้เด็กเป็นคนดี คิดบวก มีอนาคต ก็รู้ๆ กันอยู่แล้วอะ เสียเวลา" น้องโอม อดีตนักเรียนม.ปลาย โรงเรียนย่านเพชรเกษม

 
สอบติดมหาวิทยาลัยวิชาแนะแนวแทบไม่มีส่วน  
          ในส่วนของการศึกษา และการเรียนต่อปรึกษาครูแนะแนวได้มากแค่ไหน? "ตอนสอบติดมหาวิทยาลัย วิชาแนะแนวก็แทบจะไม่มีส่วนเลยค่ะ อาจจะมีก็แต่ตอนที่มีวิทยากร รุ่นพี่มาแนะนำคณะ แต่ขั้นตอนที่เหลือ อย่างทำพอร์ท ไปสอบ ยื่นคะแนน ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของนักเรียนล้วนๆ" ความเห็นจากน้องแบมแบม รุ่นพี่อดีตนักเรียนจาก โรงเรียนหญิงล้วนย่านฝั่งธนฯ 
 
          น้องมีน นักเรียนชั้นม. 5 จากจังหวัดอ่างทอง "ตอนนี้อยู่ม. 5 ครูแนะแนวก็จะพูดแค่เรื่องการค้นหาตัวตน อยากทำอะไร แต่ไม่มีพูดถึงเรื่องการสอบ ทุนหรือโควตา ทำให้เสียโอกาสในการเตรียมตัว"

 
เปิดห้องแนะแนว! วิชาไม่น่าสนใจหรือเด็กไทยละเลย

 
ห้องแนะแนวมีข้อมูลทุกอย่างรอให้เด็กเปิดประตูเข้ามาหา
          มาดูความคิดเห็นจากฝั่งของครูแนะแนวบ้างดีกว่า คุณครูอัญชุรี จากโรงเรียนวัดสุทธิวรารามกล่าวว่า "เวลามีโควต้า หรือการสอบของมหาวิทยาลัยต่างๆ ส่วนมากข้อมูลก็จะส่งผ่านงานแนะแนว นักเรียนก็สามารถเข้ามาได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมาถามโควตา หาข้อมูลมหาวิทยาลัย มาปรึกษา หรือมานั่งเล่นก็ได้ โรงเรียนส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นแบบนี้นะ"   
 
 
วิชาแนะแนวไม่มีอะไรหรือนักเรียนไม่สนใจเรียน
          คุณครูอัญชุรีก็พูดถึงบรรยากาศในห้องเรียนว่า "ปกติแล้วบรรยากาศในการเรียนก็จะเป็นแบบสบายๆ เน้นให้เด็กได้เป็นตัวของตัวเอง และแสดงออกได้อย่างเต็มที่ เด็กน่าจะรู้สึกกดดันน้อยกว่าวิชาอื่นๆ ที่ต้องทำเกรดหรือทำคะแนน ก็เลยดูเหมือนไม่เครียด ไม่ตั้งใจเท่าไหร่

          "เด็กๆ สมัยนี้อ่านหนังสือน้อยลง ไม่สนใจข้อมูลข่าวสาร ไม่ขวนขวาย ครูก็ต้องเป็นคนย่อยข่าวจากที่ต่างๆ มาสรุปส่งต่อให้นักเรียนอีกที สมัยนี้สะดวกตรงที่มีกรุ๊ปไลน์ มีแฟนเพจในเฟซบุ๊กก็เลยกระจายข่าวได้ง่ายขึ้น เพราะโรงเรียนเรามีเด็กราวๆ 3,000 คน แต่ครูที่เป็นครูแนะแนวจริงๆ มีแค่ 3 คน โซเชียลก็ช่วยได้เยอะ" ครูพวงแก้ว จากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงรายต้องใช้วิธีส่งข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อให้นักเรียนได้เข้าถึงมากที่สุด           

 
เปิดห้องแนะแนว! วิชาไม่น่าสนใจหรือเด็กไทยละเลย

 
ครูแนะแนวต้องทำให้เด็กเชื่อใจ เปิดใจรับฟังและเก็บความลับได้
          สำหรับครูแนะแนวอย่าง ครูอัญชุรีเล่าให้ฟังว่า "ส่วนใหญ่เด็กก็จะมาคุยเรื่องการศึกษา เช่น ผลการเรียนไม่ดีทำยังไง จะไปเรียนต่อที่ไหนดี ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ก็จะมีทั้งครอบครัว เพื่อน คนรัก คุณครูต้องทำให้เด็กเชื่อใจ รับฟัง ไม่ตัดสินและเก็บความลับของเขาได้ นักเรียนก็จะเปิดโลกของเขาให้ครูก้าวเข้าไป"

          คุณครูพวงแก้วให้ความเห็นว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าการจบด้านจิตวิทยา ก็คือประสบการณ์ "หลักการให้คำปรึกษาที่ดี แต่โลกมันเปลี่ยนไปทุกวัน ปัญหาของเด็กๆ ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัย เพราะฉะนั้นประสบการณ์ชีวิตก็จะถูกนำมาใช้มากกว่า

 
เปิดห้องแนะแนว! วิชาไม่น่าสนใจหรือเด็กไทยละเลย

 
ถ้าไม่มีครูแนะแนวเด็กบางคนอาจจะไม่รู้จักตัวเองไปตลอดชีวิต
          "เรามองว่ามันน่าจะคล้ายๆ กับการเป็นนักเรียนควรมีคุณครู การเป็นนักกีฬาควรมีโค้ช ถ้าไม่มีเลย เด็กบางคนอาจจะไม่รู้จักตัวเองไปตลอดชีวิต หรือกว่าจะรู้จักก็อาจจะใช้เวลานาน ครูก็เป็นเหมือนเข็มทิศที่บอกทางให้เขาได้ หรือเด็กบางคนอาจจะไม่รู้ว่าถ้าเขามีปัญหา ชีวิตนี้เขาก็ยังมีคนที่เขาพึ่งพาพูดคุยได้ หรือถ้าเขาสับสน ก็ยังมีใครที่รับฟัง แล้วก็ช่วยให้ผ่านพ้นไปได้ คิดว่าถ้าไม่มีวิชาแนะแนว ก็ควรมีวิชาอื่นมาซัพพอร์ตเขาในด้านนี้" คุณครูอัญชุรีชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของวิชาแนะแนวที่หลายๆ คนมองข้าม
 
          มาสเตอร์พงษ์กิจ จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีแสดงความคิดเห็นไว้ว่า "วิชาแนะแนวเป็นช่องทางแนะนำที่ทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จ โดยเดินไปถูกเส้นทาง และระหว่างทางครูแนะแนวจะคอยให้คำปรึกษา ทำให้นักเรียนไม่ว้าเหว่ ถ้าไม่มีครูแนะแนว นักเรียนอาจจะประสบความสำเร็จได้ช้า หรือขาดคนคอยแนะนำเส้นทางเดิน ขาดข้อมูลข่าวสาร ขาดการแก้ไขปัญหา ขาดการรู้จักตนเองหรือค้นพบตนเองได้ช้า ทำให้เสียเวลาและเสียโอกาสในการดำเนินชีวิต" 

 
เด็กไทยจำเป็นต้องเรียนวิชาแนะแนว!
          จากมุมมองของคุณครูอัญชุรี "คิดว่าวิชาแนะแนวสำคัญมาก เพราะชีวิตประจำวันของเด็กไม่ได้มีแค่เรื่องการเรียน เด็กควรได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง รวมไปถึงเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วย" 
 
          และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณครูพวงแก้วเน้นย้ำก็คือ "วิชาแนะแนวช่วยให้นักเรียนสามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งในแง่ของการเรียนครอบคลุมไปถึงชีวิตส่วนตัว"
         
 
เข้าอกเข้าใจ วัยไม่ห่างกัน คือคุณสมบัติครูแนะแนวในฝันของนักเรียน 
          น้องแนนนี่ นักเรียนชั้นม.6 มีความเห็นว่า "อยากให้โรงเรียนมีการสอนวิชาแนะแนวต่อไป เพราะอย่างน้อยเป็นที่พึ่งให้เด็กได้ คอยเป็นที่ปรึกษา แต่อยากให้ครูแนะแนวอายุยังไม่มากเท่าไหร่ เพราะจะเข้าใจธรรมชาติเด็กมากกว่า เด็กๆ จะได้กล้าเข้าหา และอยากให้ติดตามข่าวสาร TCAS อย่างใกล้ชิด เพราะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย จนบางทีเด็กก็ตามไม่ทัน" 

 
          สรุปแล้ววิชาแนะแนวในสายตาของนักเรียนอาจดูเหมือนจะไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่โรงเรียนก็ขาดวิชาแนะแนวไม่ได้ เพราะถ้าเด็กๆ มีปัญหาไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร การปรึกษาครูแนะแนวก็คำตอบที่ดีที่สุด แล้วน้องๆ ชาว Dek-D ล่ะคะ คิดว่าเด็กไทยจำเป็นต้องเรียนวิชาแนะแนวมั้ย? หรืออยากให้วิชาแนะแนวเป็นยังไง? มาแสดงความคิดเห็นกัน 


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pam

พี่แพม - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์สายติ่งเกาหลี นอนน้อยเพราะดูซีรีส์ สาระไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Teen Trends #Top Hit Story #ครูแนะแนว #วิชาแนะแนว #นักเรียนไทย #เด็กไทย #โรงเรียน #การศึกษา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      โรงเรียนรัฐบาลที่เราเรียนตอนมัธยมปลาย

      วิชาแนะแนว คือ คาบว่างดีๆนี่เอง

      มีเอาไว้เพื่อ ? ทำการบ้าน นั่งเม้าท์มอย โดดเรียน


      แต่โรงเรียนเอกชนที่เราเรียนตอนมัธยมต้น

      (เปิดสอนตั้งแต่เตรียมอนุบาลจนถึงม.3 และโรงเรียนได้ยุบไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2561)

      วิชาแนะแนว คือ วิชาที่มีเอาไว้ขัดเกลาจิตใจ รู้จักตนเอง บางครั้งก็มีให้ทำความสะอาดห้องเรียน

      ครูประจำชั้นของม.1-ม.3 นอกจากจะสอนวิชาหลักแล้ว ต้องสอนวิชาแนะแนวด้วย

      เพราะอนุบาล 1-ป.4 มีระดับชั้นละ 2 ห้องเรียน

      ป.5-ป.6 มีระดับชั้นละ 2 ห้องเรียน แต่บางรุ่นจะมีระดับชั้นละ 2 ห้องเรียน

      ม.1-ม.3 มีระดับชั้นละ 1 ห้องเรียน

      โรงเรียนพาณิชย์ต่างๆได้ส่งตัวแทนครูและตัวแทนนักเรียนมาแนะแนวการเรียนต่อสายอาชีพ

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?