เป็นเด็กแอดมันเหนื่อย! เครียด กดดัน ซึมเศร้า ใครๆ ก็เป็นได้ และหายได้เช่นกัน! []

วิว
เป็นเด็กแอดมันเหนื่อย! เครียด กดดัน ซึมเศร้า ใครๆ ก็เป็นได้ และหายได้เช่นกัน!

 
Spoil
  • กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่มีความสุขกับสิ่งที่ชอบ อาจเสี่ยงมีปัญหา
  • อ่านหนังสือ - กดดัน - เหนื่อย - พัก - รู้สึกผิด วนลูปของความเครียด
  • ให้เวลาผิดหวัง เสียใจ ไม่ต้องเร่งรีบ move on
__________________


 
          ไม่แน่ใจว่าช่วงนี้ #dek62 จะหายใจได้ทั่วท้องบ้างรึยัง เพราะการสอบต่างๆ ก็ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ที่เหลือก็คือลุ้นคะแนน ลุ้นผลสอบ TCAS รอบที่ 2 3 4 และ 5 กันต่อไป จะสอบติดมั้ย ได้เรียนที่ไหน  โอ้โฮ..นี่มันเครียดกว่าตอนสอบอีก! ในเมื่ออนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็ขึ้นอยู่กับการแอดมิชชั่นในครั้งนี้
 
          เรื่องใหญ่ขนาดนี้แน่นอนว่าความกดดันต้องมี ความเครียดต้องมา เผลอๆ อาจหนักหนาจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า แต่ถ้าเครียดแล้วเด็กๆ วัยรุ่นมีวิธีจัดการอย่างไร? ได้ผลมากน้อยแค่ไหน? ไปพูดคุยกับน้องๆ จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยกันค่ะ 

 
เป็นเด็กแอดมันเหนื่อย! เครียด กดดัน ซึมเศร้า ใครๆ ก็เป็นได้ และหายได้เช่นกัน!

 
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยยืนหนึ่งในเรื่องความเครียดของวัยรุ่น
 
          เริ่มต้นจากความในใจของ น้องนัท (นามสมมติ) นักเรียนม.5  ห้อง Gifted ความสามารถพิเศษทางวิทย์ - คณิต ที่เพื่อนเกือบครึ่งห้องตั้งใจจะเป็นหมอ มันกดดันแค่ไหน? "จริงๆ บรรยากาศในห้องก็ไม่ได้กดดันอะไรครับ เพราะแต่ละคนมีเป้าหมายที่ต่างกัน เวลาเห็นเพื่อนสอบติด  มีที่เรียนต่อแล้ว เราก็ไม่เชิงว่าอิจฉา แต่จะเป็นฟีลแบบว่า เดี๋ยวจะตามไปให้ได้!"  

          เพราะจริงๆ แล้วสิ่งที่กดดันไม่ใช่การแข่งขันของเพื่อน กลับเป็นเรื่องของคนในครอบครัวต่างหาก  "ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเนี่ย เราต้องถูกคาดหวังจากครอบครัวอยู่แล้วครับ เขาก็อยากให้เราประสบความสำเร็จให้ได้ กดดันเหมือนกันนะ แต่ผมว่าเป็นแรงกดดันที่ดี ทำให้เราพยายามมากขึ้น" 


เป็นเด็กแอดมันเหนื่อย! เครียด กดดัน ซึมเศร้า ใครๆ ก็เป็นได้ และหายได้เช่นกัน!


 
เม่ื่อความกดดันกลายเป็นปัญหา
 
          จริงอยู่ที่บางครอบครัว แรงกดดันคือแรงกระตุ้น แต่ในบางครอบครัว แรงกดดันกลายเป็นภาระที่หนักหนาสาหัส เช่นครอบครัวของ น้องธีร์ นักเรียนชั้นม.5  คนนี้ "ที่บ้านอยากให้เป็นหมอครับ เพื่อนๆ ในห้องก็อยากเป็นหมอกันเยอะ แต่ตัวผมยังไม่มีเป้าหมายชัดเจน เรื่องการสอบอาจไม่เครียดเท่าไหร่ แต่จะกดดันจากที่บ้านมากกว่า เพราะว่าผมเป็นลูกคนเดียว ถึงเขาไม่ได้บอกตรงๆ  แต่เขาแสดงให้เรารู้ว่า เขาผิดหวัง ทำไมเราถึงไม่ทำตามความฝันให้เขา"
 
          เมื่อความต้องการไม่ตรงกัน สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ "ตอนนั้นทะเลาะกันใหญ่โตเลยครับ ต้องใช้เวลาให้อารมณ์เย็นลงทั้งคู่ แล้วค่อยๆ มาคุยกัน พ่อเขาก็เหมือนจะยอมให้ทำตามที่เราอยากทำ แต่เขาก็ยังคงผิดหวังเสียใจอยู่ดี "


เป็นเด็กแอดมันเหนื่อย! เครียด กดดัน ซึมเศร้า ใครๆ ก็เป็นได้ และหายได้เช่นกัน!
(ภาพจาก pixabay.com)

 
ถ้าผลลัพธ์ไม่ตรงกับสิ่งที่ขาดหวังไว้
 
          ตั้งแต่เกิดจนโต คนเราต้องเจอความผิดหวังนับไม่ถ้วน นักเรียนแต่ละชั้นปีก็ต้องเจอความหนักหน่วงแตกต่างกันไป เช่นน้องเจ   (นามสมมตินักเรียนชั้นม.4 ที่ต้องเจอความผิดหวังจากการสอบ และการเรียนในโรงเรียน "เรื่องเฟลที่สุดก็คงจะเป็นตอนสอบตกครับ เพราะเราต้องสะสมเกรดให้ดี บางวิชาถ้าสอบตกขึ้นมานี่ถึงกับเข่าทรุดเลยทีเดียว"
          ในส่วนของเด็กม. 6 อย่างน้องภัทร   (นามสมมติก็มีความกลัวว่า ถ้าแอดมิชชั่นไม่ติดคณะที่หวังไว้จะทำยังไง  "ก็คงรู้สึกผิดหวังแหละครับ เรื่องผิดหวังมันต้องมีแน่ๆ แต่คงต้องยอมรับแล้วสู้ต่อไป  ใช้ความผิดพลาดมาเป็นบทเรียนครับ ระบบตอนนี้มันให้เราเลือกสอบได้หลายรอบ สมมติว่าพลาดรอบพอร์ท เราก็ยังมีรอบแอดมิชชั่น และรอบเก็บตกอีก เรายังสามารถลองได้หลายๆ ครั้ง แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ต้องหาแพลนสำรอง หรือมาสู้ใหม่ปีหน้า"

 
          เชื่อแล้วค่ะ ว่าชีวิตของเด็กมัธยมไทยเครียดจริงๆ เพราะมหาวิทยาลัยคือตัวกำหนดเส้นทางชีวิตการทำงาน  ทำให้เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา มีข่าวนักเรียน-นักศึกษาคิดสั้นด้วยโรคซึมเศร้า และโรคเครียดให้เห็นบ่อยๆ ดังนั้นวัยรุ่นทุกคนจึงควรระวัง อย่าปล่อยให้ตัวเองดาวน์ไปถึงจุดนั้นนะคะ

          สำหรับใครที่ดาวน์ไปแล้ว แต่ไม่รู้จะจัดการตัวเองยังไง วันนี้เรามีนำแนะนำดีๆ จาก "พี่วง วงศธรณ์ ทุมกิจจ์" นิสิตปริญญาโทจากแขนงวิชาจิตวิทยาการปรึกษา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  พ่วงตำแหน่งนักจิตวิทยาประจำ "ห้องเติมใจ" สถานที่ให้คำปรึกษานิสิตในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  มาฝากน้องๆ กันค่ะ

 
เป็นเด็กแอดมันเหนื่อย! เครียด กดดัน ซึมเศร้า ใครๆ ก็เป็นได้ และหายได้เช่นกัน!

 
อ่านหนังสือ - กดดัน - เหนื่อย - พัก - รู้สึกผิด ความเครียดวนลูป
 
          จากน้องๆ ที่เข้ามารับคำปรึกษา พี่วงเผยว่า ความเครียดของเด็กส่วนใหญ่นั้นหนีไม่พ้นเรื่องการเรียน "เด็กส่วนมากที่เครียดเป็นเพราะคิดว่าเรื่องการเรียนคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา เขาอยากทำให้มันดี เลยกลายเป็นกดดันตัวเองว่าต้องขยันเรียนนะ ต้องตั้งใจเรียนนะ จนไม่มีเวลาให้ตัวเอง บางครั้งที่รู้สึกอยากพักบ้าง อยากเล่นเกม อยากไปทำนู่นนี่ ก็จะรู้สึกผิด รู้สึกว่าพักไม่ได้ เดี๋ยวตามคนอื่นไม่ทัน แล้วก็เครียดวนลูปอยู่อย่างนั้น"
 
          ความกดดันอาจไม่ได้มาจากพ่อแม่  แต่มาจากตัวเราเอง  "ส่วนใหญ่การที่เด็กบอกว่าแบกความคาดหวังจากพ่อแม่ไว้  เราก็ต้องมาดูก่อนนะ ว่าพ่อแม่น่ะคาดหวังจริงมั้ย  บางครอบครัวหรือพ่อแม่บางคนอาจไม่ได้ต้องการให้ลูกสอบติดที่อลังการมาก  แต่เด็กส่วนใหญ่กดดันตัวเอง เพราะอยากให้พ่อแม่รู้ว่าเขาทำได้

 
เครียดมากแค่ไหนถึงกลายเป็นปัญหา
 
          ความเครียดใครๆ ก็มีได้ แต่เครียดมากแค่ไหนถึงกลายเป็นปัญหา ไปฟังคำตอบจากพี่วงกัน "ก่อนอื่นต้องดูว่าความเครียดนั้นๆ ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน เช่น การกิน ไม่ว่าจะกินมากขึ้นหรือน้อยลง การนอน หรือกิจกรรมอะไรที่เคยชอบแต่กลับไม่ทำให้มีความสุขอีกต่อไปแล้ว ถ้าเราเป็นโรคซึมเศร้ามันจะมีอาการที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน นิสัยก็เปลี่ยนอย่างกะทันหัน เช่นคนที่ปกติกระตือรือร้น แต่อยู่ๆ ก็เซื่องซึม นั่นแสดงว่ามันอาจจะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง"

 
เป็นเด็กแอดมันเหนื่อย! เครียด กดดัน ซึมเศร้า ใครๆ ก็เป็นได้ และหายได้เช่นกัน!
(ภาพจาก pixabay.com)

 
          ถ้าเครียดเกินไปพี่วงแนะนำให้หยุดพัก  "การเตรียมตัวสอบก็เหมือนการเดินทางที่หนักหน่วง  เมื่อเด็กเครียด เราไม่ได้บอกให้เขาหยุดเดิน แต่ขอให้เดินสั้นลง  หรือหยุดคาดหวังว่าจะถึงปลายทาง ลองมองดูว่ามันมีทางให้พักบ้างมั้ย เขาจะได้รู้สึกว่าทางนี้มันไม่ได้โหดร้ายเกินไป มีคนเดินไปเคียงข้าง  อันดับแรกก็อยากให้เขาพักก่อน ก่อนหน้านี้มีกิจกรรมอะไรที่ชอบทำบ้างมั้ย ลองแบ่งเวลาสัปดาห์ละ 2-3 ชั่วโมง  ให้เขาได้มีเวลาให้ตัวเองบ้าง"

 
ให้เวลาเสียใจไม่ต้องรีบ move on
 
          เวลาเห็นคนล้ม แล้วเราเชียร์อัพให้รีบลุกมันอาจจะไม่ดีเสมอไปนะ  "ถ้าสมมติว่าสอบไม่ติดคณะหรือมหาวิทยาลัยที่หวังไว้ ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่านี่คือเรื่องจริงที่มันเกิดขึ้นแล้ว คนรอบข้าง ครอบครัว เพื่อนๆ ก็อยากจะให้ move on อยากให้ลุกขึ้นมาเร็วๆ เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเป็นห่วง แต่ผมว่าเราควรให้เวลาเขาในการแสดงความเสียใจออกมาบ้าง ให้ได้ระบายออกมาบ้าง ผมว่าทุกคนรู้แหละว่าเราต้องเดินต่อ แต่ก็ควรให้เขาได้ระบายความเสียใจออกมา ใช้เวลาในการยอมรับความจริง ซึ่งเราก็ต้องทำให้เขารู้สึกว่าเสียใจได้ ผิดหวังได้ ไม่เป็นไรนะ เพราะยังมีเราที่อยู่เคียงข้าง สิ่งที่ไม่ควรพูดเด็ดขาดเลยคือ 'คำพูดซ้ำเติม'  ครับ  ยิ่งทำให้เสียใจเข้าไปใหญ่ ทางที่ดีคือให้กำลังใจกันดีกว่า"

 
ถ้าคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการแปลกไป เครียดขั้นรุนแรง
 
          ใครที่รู้สึกว่าตัวเอง เพื่อนหรือคนใกล้ชิดมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป ไม่ต้องตื่นตกใจ เพราะโรคเครียด โรคซึมเศร้าใครๆ ก็เป็นได้ แต่ก็หายได้เช่นเดียวกัน "โดยพื้นฐานเลยก็คืออยู่กับเขาก่อน รับฟังเป็นยังไงบ้าง เกิดปัญหาอะไรขึ้น ต่อมาอาจจะขอเบอร์โทรคนที่สามารถติดต่อได้ฉุกเฉิน รองลงมาก็อาจแนะนำให้ไปพูดคุยกับคนที่ช่วยเหลือเขาได้ ให้เขารู้ว่าการขอความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องผิด เขาไม่ได้ต่อสู้อยู่บนโลกใบนี้คนเดียว"
 
          "แต่ถ้ารู้แล้วว่าเป็นโรคซึมเศร้า  สิ่งที่ควรทำก็คือให้รับรู้ไว้ว่านี่คือเรื่องธรรมดา ใครๆ ก็เป็นโรคซึมเศร้าได้ แล้วก็สามารถหายได้ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เหมือนคนเป็นหวัด ถ้าไปรักษาเดี๋ยวก็หาย ต้องไม่ทำให้เขารู้สึกว่าผิดปกติ หรือเป็นผู้ป่วย แต่ให้ใช้ชีวิตตามปกติ"

 
          ถ้าน้องๆ คนไหนรู้สึกว่า เอ๊ะ! ตัวเองเริ่มมีอาการผิดปกติ รู้สึกไม่ค่อยดี ไม่รู้จะคุยกับใคร การเดินเข้าหานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ก็ไม่ได้หมายความว่าเราบ้า แต่ถ้าทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นได้ ก็คุ้มค่าที่จะลอง  สุดท้ายนี้พี่อยากรู้ว่า น้องๆ วัยรุ่นไทยมีปัญหาหนักใจเรื่องอะไรมากที่สุด มาเล่าให้เราฟังได้ ถ้าน่าสนใจพี่แพมอาจจะไปขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญมาฝาก


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pam

พี่แพม - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์สายติ่งเกาหลี นอนน้อยเพราะดูซีรีส์ สาระไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Teen Trends #tophit #top hit story #เด็กแอด #dek62 #โรคเครียด #โรคซึมเศร้า

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?