/>

ของใช้ประจำวันชิ้นไหน ควรซัก/เปลี่ยนเมื่อไหร่บ้าง!? (รู้แล้วบอกต่อ!) []

วิว


 
Spoil
  • หมอนที่ใช้อยู่ ควรซื้อใหม่ทุก 2-3 ปีนะ
  • ชุดชั้นในอย่าใช้จนเปื่อย สัก 6 เดือนก็ควรเปลี่ยนใหม่ได้แล้ว
  • เพื่อสุขภาพที่ดี ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันเวลาป่วยด้วยนะ

______________

             น้องๆ ชาว Dek-D เปลี่ยนผ้าเช็ดตัวกันทุกกี่วันคะ ? บางคนอาจจะตอบว่าทุกเดือนบ้าง ทุกสัปดาห์บ้าง หรือทุกวันบ้าง (ขยันม้ากกก) แต่มีใครรู้บ้างหรือเปล่าว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมจริงๆ คือเท่าไหร่? แล้วของใช้อื่นๆ เช่น ผ้าห่ม หมอน ชุดชั้นในล่ะ ควรเปลี่ยนตอนไหน? วันนี้เพื่อสุขอนามัยที่ดีและไขข้อสงสัย พี่กวางรวบรวมอายุการใช้งานของข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้านมาให้แล้วค่ะ อ่านแล้วรับรองว่าจะแอบอึ้งหลายอันเลย
 
ผ้าปูที่นอน
            ผ้าปูที่นอนที่เราคิดว่าไม่น่าสกปรกอะไร เพราะก่อนขึ้นเตียงเราก็อาบน้ำจนตัวหอมฉุยทุกครั้ง ทำให้มีสถิติว่าคนส่วนใหญ่รอประมาณ 2 สัปดาห์แล้วค่อยถอดออกมาซัก ทั้งที่จริงๆ แล้วผ้าปูที่นอนเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียและของเสียจากผิวหนัง ไหนจะบรรดาไรฝุ่นต้นเหตุของอาการภูมิแพ้อีก! ดังนั้นเราจึงควรซักผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์ด้วยน้ำอุ่น 60 องศาเซลเซียส เพื่อกำจัดไรฝุ่น และเปิดหน้าต่างห้องนอนเพื่อลดความอับชื้นในทุกๆ เช้าด้วยค่ะ
 

ภาพจาก pixabay.com

 
ผ้านวมและหมอน
            น่าตกใจมากตอนที่พี่กวางรู้ว่า คนกว่า 45% แทบไม่เคยซักหมอนหรือผ้านวมเลย! จึงทำให้หมอนที่อายุการใช้งานเกิน 2 ปีมีแต่ผิวหนังตายแล้วของเราและไรฝุ่น ที่สำคัญคือผ้านวมนี่แหละเป็นแหล่งอาศัยชั้นดีของเจ้าพวกไรฝุ่นทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และตายไปแล้ว ไหนจะขุยจากผิวหนังเราและเชื้อราอีก ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ เยื่อจมูกอักเสบ และเยื่อตาขาวอักเสบได้ ดังนั้นเราจึงควรซักผ้านวมทุกๆ 2 เดือน และซื้อใหม่ทุก 5 ปี ส่วนหมอนก็ควรเปลี่ยนทุก 2-3 ปีนะคะ ที่สำคัญคืออย่าลืมซักผ้านวมในน้ำอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เพื่อกำจัดไรฝุ่นค่ะ
 

ภาพจาก pixabay.com

 
ชุดชั้นใน
            พี่กวางเชื่อว่าทุกคนเข้าใจดีว่าทั้งเสื้อชั้นในและกางเกงชั้นในเป็นสิ่งที่ใช้แล้วต้องซักทุกครั้ง ไม่ควรใส่ซ้ำเด็ดขาด แต่ถ้าถามถึงอายุการใช้งานแล้วล่ะก็ พี่กวางเชื่ออีกเหมือนกันว่าเราใช้กันคุ้มมากๆ ชนิดไม่พัง ไม่ขาด ไม่มีเปลี่ยนเลยทีเดียว (ก็มันแพงมากนี่นา...) แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วแม้จะซักบ่อยแค่ไหน แต่ทั้งเสื้อชั้นในและกางเกงชั้นในก็ยังเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่กำจัดยังไงก็ไม่หมดเอาไว้ ทำให้ยิ่งใช้ยิ่งสะสมแบคทีเรียมากขึ้น จนอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ทางที่ดีนอกจากซักทุกวันแล้ว เราจึงควรเปลี่ยนเสื้อชั้นในและกางเกงชั้นในทุก 6 เดือนด้วยนะ ส่วนเคล็ดลับในการซักก็คือ ซักด้วยน้ำอุ่น 30-40 องศาเซลเซียส และหากป่วยควรเพิ่มอุณหภูมิเป็น 60 องศาเซลเซียส รวมถึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดแบคทีเรียในการซักด้วยค่ะ
 

ภาพจาก pixabay.com

 
ชุดนอน
            สำหรับหลายๆ คน ชุดนอนคือชุดที่เราใส่นอนเฉยๆ ตอนเช้าก็ถอด ไม่น่าสกปรกอะไร ทำให้หลายคนชะล่าใจเก็บไว้ใส่หลายๆ ครั้งแล้วค่อยซัก (โดยเฉพาะบรรดาคนนอนห้องแอร์ทั้งหลาย) แต่จริงๆ แล้วชุดนอนเป็นชุดที่ใกล้ชิดผิวหนังเรามากค่ะ เพราะทั้งนอนทับ นอนกลิ้งไปกลิ้งมา และหลายคนก็ไม่ใส่ชุดชั้นในนอนอีกต่างหาก จึงทำให้ในชุดนอนของเต็มไปด้วยเศษผิวหนังและจุลินทรีย์ต่างๆ ที่แม้จะไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่เราก็ควรซักชุดนอนหลังจากใช้ทุกๆ 2 ครั้งค่ะ
 

ภาพจาก pixabay.com

 
ผ้าขี้ริ้ว
            สิ่งสำคัญในห้องครัวที่หลายคนอาจมองข้าม ทั้งที่จริงๆ เราต้องใส่ใจให้มากๆ เพราะในผ้าขี้ริ้วเต็มไปด้วยแบคทีเรียและจุลินทรีย์จำนวนมหาศาลซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหนังและดวงตาค่ะ รู้ไหมว่าจากการศึกษาพบเชื้อโรคกว่า 4 พันล้านตัวในผ้าขี้ริ้ว และยังมีแบคทีเรียมากกว่าฝาชักโครกถึง 6 เท่า! ดังนั้นเมื่อใช้งานเสร็จ จึงควรซักด้วยผลิตภัณฑ์กำจัดแบคทีเรียในน้ำอุ่น 60 องศาเซลเซียส และเป่าแห้งผ้าขี้ริ้วทุกครั้งหลังใช้งาน (ห้ามแขวนหรือวางแหมะไว้แถวๆ อ่างล้างจานเด็ดขาด) ที่สำคัญ ควรเปลี่ยนผ้าขี้ริ้วใหม่ทุกเดือนด้วยนะคะ
 

ภาพจาก pixabay.com

 
ผ้าเช็ดตัว
            ผ้าเช็ดตัวก็เป็นอีกสิ่งที่หลายคนน่าจะรู้กันว่าควรเปลี่ยนบ่อยๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราก็มักขี้เกียจซัก ด้วยความที่ผืนใหญ่และไม่ได้มีสำรองกันหลายผืนเท่าไหร่ แต่รู้ไหมว่าหากเก็บไว้นานๆ ผ้าเช็ดตัวจะกลายเป็นแหล่งสะสมผิวหนังที่ตายแล้วและเชื้อแบคทีเรียจากร่างกายเราได้ เราจึงควรซักด้วยผลิตภัณฑ์กำจัดแบคทีเรียในน้ำอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส หลังการใช้งาน 3 ครั้งค่ะ
 

ภาพจาก pixabay.com

 
แปรงสีฟัน
            รู้ไหมว่าแปรงสีฟันทั่วๆ ไป มีเชื้อแบคทีเรียและเชื้อหวัดกว่า 10 ล้านตัว!!! แถมยังเคยมีการพบเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นเราจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้แปรงฟันสีร่วมกับผู้อื่นโดยเด็ดขาด! และทำความสะอาดด้วยการล้างขนแปรงแล้วสะบัดให้แห้งทุกครั้ง จากนั้นอย่าลืมเก็บรักษาไว้ในตู้ที่มิดชิด โดยอย่าลืมหาโอกาสนำออกมาเป่าแห้งซักเดือนละครั้ง และเปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ทุกๆ 3 เดือน หรือเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อป่วยด้วยค่ะ
 

ภาพจาก pixabay.com

 
            เป็นอย่างไรบ้างคะ อ่านบทความนี้จบแล้ว ใครรู้สึกผิดเหมือนพี่กวางบ้าง (เพราะเปลี่ยนทุกอย่างช้ากว่าคำแนะนำหมดเลย 555) ไม่เป็นไรค่ะ รู้แล้วก็มาเริ่มกันใหม่และอย่าลืมบอกต่อๆ กันไป จะได้มีสุขภาพที่ดีทุกคนนะคะ เอาเป็นว่าใครเคยพลาดเรื่องไหน หรือทำตามข้อไหนเป็นปกติอยู่แล้วบ้าง มาเล่าสู่กันฟังหน่อยดีกว่า


 
ที่มา
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kwang

พี่กวาง - ผู้เขียน

พลเมืองบางบัวทอง ผู้ตามทันทุกเทรนด์ฮิต เพราะไถทวิตเตอร์ระหว่างรถติดแยกแคราย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Teen Trends #ชีวิตประจำวัน #ของใช้

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?