/>

เคล็ดลับจับโป๊ะคนโกหกง่ายๆ ไม่ต้องเป็นนักสืบก็ทำได้ []

วิว

 
Spoil
  • ใครบอกคนโกหกจะหลบตา บางคนจ้องไม่กะพริบก็มี
  • ลองให้เล่าซ้ำเรื่องเดิม คนโกหกจะเล่าเหมือนเดิมเป๊ะเกินไป
  • จับสังเกตคำว่า “ไม่” เสียงสูง หรือพูดหลบตาหรือเปล่า
    _______

     
          เวลาที่คุยกับใคร เคยสงสัยมั้ยคะว่านี่เขากำลังโกหกเราอยู่หรือเปล่า? ก็สมัยนี้น่ะ เรื่องไม่จริงมีเยอะจะตายไป แล้วจะทำยังไงให้รู้ว่าเขาโกหกเราอยู่? ไม่ยากเลยค่ะ เพราะงานนี้มีกลเม็ดเคล็ดไม่ลับ จับสังเกตคนโกหกแบบง่ายๆ ให้ลองดูปฏิกิริยาที่แสดงออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ บอเลยว่าง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก!
 

ภาพจาก pixabay.com

 
เคล็ดลับที่ 1 : จับตาดู ตามองตา

          อย่างที่ใครๆ ก็บอกกัน ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ดังนั้น ถ้าใครโกหกอยู่ ก็จะออกทางดวงตาด้วยโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอย่างแรกที่ให้ดูก็คือ การสบตา คนปกติเวลาพูดคุยกับใครก็จะสบตาเป็นระยะๆ มีมองไปทางอื่นบ้าง มองออกไปข้างนอก มองบนเพราะคิดคำนึงอยู่บ้าง แต่คนที่กำลังโกหกอยู่ จะพยายามไม่ล่อกแล่ก และจ้องผู้พูดตลอดเวลาเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งมันผิดปกติของคนทั่วไปมากๆ หรือบางคนก็จะไม่สบตาผู้พูดเลย หลบตาตลอด แสดงว่าพยายามปกปิดอะไรอยู่
 

ภาพจาก pixabay.com

 
เคล็ดลับที่ 2 : จับจังหวะการกะพริบตา
 
​          นอกจากสบตาแล้ว การกะพริบตาก็เป็นอีกจุดที่สังเกตง่ายมากๆ เพราะการกะพริบตาจะเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ ดังนั้น คนโกหกมักจะไม่รู้ตัวว่าจังหวะการกะพริบตาผิดปกติไป บางคนก็กะพริบรัวๆ ถี่ๆ ในขณะที่บางคนกะพริบช้ามาก เหมือนพยายามจ้องเราเพื่อให้เราเชื่อถือ 

 
เคล็ดลับที่ 3 : จับสังเกตการเม้มปาก 
 
​          ถัดจากตาเลื่อนลงมาที่ปาก สำหรับใครที่กำลังโกหกอยู่ มักจะเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เหมือนพยายามปิดบังไม่พูดสิ่งที่คิดออกมานั่นเอง
 

ภาพจาก pixabay.com

 
เคล็ดลับที่ 4 : จับเนื้อหาการเล่าเรื่อง 
 
​          คนโกหกมักจะเล่าเรื่องเดิมได้อย่างเป๊ะๆ โดยไม่เพิ่มเติมเนื้อหาใดๆ เลย เรียกว่าเล่าซ้ำในสคริปต์เดิม ในขณะที่คนที่พูดเรื่องจริง เวลาเล่าซ้ำสองมักจะมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เล่าตกหล่นไปตอนแรกเพิ่มเติมมาด้วย  ที่เป็นแบบนี้เพราะคนโกหกจะมัวแต่กังวลว่าจะพูดยังไงให้เหมือนเดิม ต้องพยายามพูดให้เหมือนเดิมให้ได้นั่นเอง 

 
เคล็ดลับที่ 5 : จับเนื้อหาที่มากเกินความจำเป็น
 
​          คนโกหกมักจะเล่ารายละเอียดของสิ่งต่างๆ มากเกินความจำเป็น เน้นรายละเอียดที่มันไม่ตรงประเด็น ถามคำนึง ร่ายยาวไปเยอะมาก ทั้งที่เนื้อหาแทบไม่มี
 

ภาพจาก pixabay.com

 
เคล็ดลับที่ 6 : จับจังหวะการพูดที่เปลี่ยนไป
 
​          บ่อยครั้งที่เวลาโกหก คนมักจะเปลี่ยนจังหวะการพูด พูดเร็วขึ้นหรือดังขึ้นเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ บางคนพูดเน้นๆ ย้ำๆ  บางครั้งก็พูดเสียงสูงหรือต่ำกว่าปกติ ดังนั้น เวลาที่พูดปกติอยู่ดีๆ แล้วจังหวะเริ่มเปลี่ยนไปตอนเข้าเรื่องไหน ก็มีโอกาสสูงมากที่ตอนนั้นผู้พูดกำลังโกหกหรือปิดบังอะไรอยู่

 
เคล็ดลับที่ 7 : จับสังเกตมือไม่นิ่ง
 
​          เวลาเราพูดความจริง เราจะเล่าเรื่องได้อย่างธรรมชาติ ท่าทางการเล่า การวางมือ การใช้มือประกอบคำพูด มันจะดูเป็นธรรมชาติ แต่สำหรับคนโกหกแล้ว เมื่อเจอกับความวิตกกังวลและความเครียดมือไม้จะเหมือนอยู่ไม่นิ่ง ถ้าไม่จับต้นคอ ก็สัมผัสใบหน้า เช่น อาจจะเกาจมูกหรือเกาหูบ่อยๆ  บางคนที่ผูกเทคไทก็มักจะจับเนคไทขยับไปมาด้วย

 
เคล็ดลับที่ 8 : จับสังเกตสิ่งของรอบๆ ตัว
 
​          คนโกหกมักจะวางสิ่งของต่างๆ คั่นระหว่างตัวพวกเขากับคนที่คุยด้วย เช่น เอาถ้วยกาแฟหรือหนังสือมาวางบนโต๊ะระหว่างพวกคุณ เพราะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเกราะกำบัง
 

ภาพจาก pixabay.com

 
เคล็ดลับที่ 9 : จับสังเกตคำว่า “ไม่”
 
​          ลองดูปฏิกิริยาเวลาปฏิเสธ คนโกหกมักจะทำแบบนี้ 
  • พูดว่า "ไม่" แล้วมองไปทิศทางอื่น 
  • พูดว่า "ไม่" โดยหลับตา
  • พูดว่า "ไม่" หลังจากลังเลอยู่พักนึง
  • พูดว่า “ไม่” ลากเสียงยาว
  • พูดว่า “ไม่” เสียงสูง
     

ภาพจาก pixabay.com
 

​          ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องบอกว่าปฏิกิริยาของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนพูดช้า บางคนพูดเร็ว ดังนั้นให้เน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมที่แสดงออกมาจะดีที่สุด และให้สังเกตรวมๆ กันหลายๆ ข้อค่ะ ส่วนจับโกหกได้แล้ว จะเป็นยังไงต่อไป ก็ขึ้นกับน้องๆ แล้วล่ะทีนี้ ใครที่ลองเอาไปทำแล้วจับโป๊ะคนโกหกได้เพราะข้อไหนบ้าง มาแชร์กันจ้า
 

ข้อมูลจาก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kaew

พี่แก้ว - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ชีวิต 150 เซนฯ ถือคติอกหักเรื่องเล็ก แต่มีแฟนไม่ตรงสเป็กสิเรื่องใหญ่

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Teen Trends #Top Hit Story #โกหก #แฟน #จับผิด #ความจริง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เคล็ดลับที่ 4-5 ไม่ได้เจอกับตัวค่ะ

    แต่ญาติทางฝั่งแม่ที่เป็นลูกชายของคนลุงคนหนึ่ง (แม่มีพี่ชายหลายคน) เจอเอง

    เป็นน้องชายแท้ๆของเขานี่แหละ ลูกพ่อแม่เดียวกันด้วย

    ด่าเช้าด่าเย็น แต่ไม่สำนึก

    1.อ้างว่าที่ไม่อยากไปทำงานและอยากอยู่บ้าน เพราะต้องดูแลแม่

    เรานี่แบะปากมองคนเลยค่ะ

    เราก็เห็นว่าป้าสะใภ้คนนี้สุขภาพแข็งแรงดี พูดได้ เดินได้ตามปกติเหมือนผู้สูงอายุทั่วๆไป

    2.ด่าและโขกสับพี่สาวคนโตของตัวเองเหมือนคนใช้ค่ะ

    ทั้งๆที่คนที่เป็นพี่สาวเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆจากการทำงาน

    ขึ้น "กรู" "เมิง" "ไ-อ้" "อี" ด้วย

    3.รักษาความสะอาดเกินเหตุค่ะ แต่กลับไม่ยอมทำความสะอาดบ้านเองและโขกสับพี่สาว

    ล่าสุดได้ข่าวว่าห้องน้ำขึ้นราด้วย เรานี่นึกภาพตัวเองตอนไปเข้าห้องน้ำที่บ้านนั้นไม่ออกค่ะ

    เราขอเดินเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันข้างทางดีกว่าหรือไม่ก็กลับมาทำธุระทีเดียวที่บ้านเลย

    4.สอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น แต่ไม่ดูสภาพของตัวเอง

    เ-สื-อ-กเรื่องเราทุกเรื่องเลยทั้งเรากินอะไร เราไปไหน เราเรียนที่ไหน

    แต่เคยมีน้ำใจช่วยออกเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าเทอมเรียนราม ค่าอาหารให้เราไหม

    ไม่เคยแม้กระทั่งมีน้ำใจมาเยี่ยมเราและช่วยออกค่ารักษาพยาบาล

    ตอนที่เราไปนอนที่โรงพยาบาลในวันที่ 7-10 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา

    5.ชอบเรียกร้องความสนใจ อย่าว่าแต่ญาติทางฝั่งแม่ด้วยกันเองรำคาญเลยค่ะ

    คนรู้จักที่ไม่ใช่ญาติยังรำคาญเลย

    6.ด่าลามปามถึงบรรพบุรุษแซ่ลิ้มแบบเหมารวมว่า "คนแซ่ลิ้มมีแต่พวกหลั่นไซ่นั้ง"

    (เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นคำเหยียดค่ะ เราฟังคำนี้ไม่ถนัด ไม่รู้จะสะกดเป็นภาษาไทยยังไง)

    ยังมีคนไทยเชื้อสายจีนและคนจีนอีกมากมายจากทั่วโลกที่ใช้ "แซ่ลิ้ม" นะคะ

    คนแบบนี้ เราไม่นับเป็นคนของแซ่ลิ้มค่ะ

    ต่อให้เปลี่ยนไปใช้ "แซ่เล้า" สกุลเดิมของแม่ตัวเอง

    คนแซ่เล้าไม่นับเป็นญาติค่ะ

    คนจีนถือว่าผู้หญิงที่ไปแต่งงานกับผู้ชายที่เป็นคนจีนแซ่อื่น

    หรือผู้ชายที่เป็นคนเชื้อสายอื่นที่ไม่ใช่คนจีนเป็นคนนอกครอบครัวไปแล้ว ไม่ใช่ลูกหลานแล้ว

    เรามีสายเลือดของแซ่ลิ้มครึ่งหนึ่งจากแม่ด้วย

    7.ด่าพ่อตัวเอง

    ยังมีอีกเยอะค่ะ เขียนบรรยายวันเดียวไม่จบ

    เราได้ยินเรื่องนี้ทุกวันจนรำคาญ รำคาญคนที่ก่อเรื่องนี่แหละค่ะ

    เราไม่แปลกใจค่ะว่าทำไมถึงโดนหลานชายแท้ๆถอนหงอก

    ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เคล็ดลับที่ 4-5 ไม่ได้เจอกับตัวค่ะ

      แต่ญาติทางฝั่งแม่ที่เป็นลูกชายของคนลุงคนหนึ่ง (แม่มีพี่ชายหลายคน) เจอเอง

      เป็นน้องชายแท้ๆของเขานี่แหละ ลูกพ่อแม่เดียวกันด้วย

      ด่าเช้าด่าเย็น แต่ไม่สำนึก

      1.อ้างว่าที่ไม่อยากไปทำงานและอยากอยู่บ้าน เพราะต้องดูแลแม่

      เรานี่แบะปากมองคนเลยค่ะ

      เราก็เห็นว่าป้าสะใภ้คนนี้สุขภาพแข็งแรงดี พูดได้ เดินได้ตามปกติเหมือนผู้สูงอายุทั่วๆไป

      2.ด่าและโขกสับพี่สาวคนโตของตัวเองเหมือนคนใช้ค่ะ

      ทั้งๆที่คนที่เป็นพี่สาวเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆจากการทำงาน

      ขึ้น "กรู" "เมิง" "ไ-อ้" "อี" ด้วย

      3.รักษาความสะอาดเกินเหตุค่ะ แต่กลับไม่ยอมทำความสะอาดบ้านเองและโขกสับพี่สาว

      ล่าสุดได้ข่าวว่าห้องน้ำขึ้นราด้วย เรานี่นึกภาพตัวเองตอนไปเข้าห้องน้ำที่บ้านนั้นไม่ออกค่ะ

      เราขอเดินเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันข้างทางดีกว่าหรือไม่ก็กลับมาทำธุระทีเดียวที่บ้านเลย

      4.สอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น แต่ไม่ดูสภาพของตัวเอง

      เ-สื-อ-กเรื่องเราทุกเรื่องเลยทั้งเรากินอะไร เราไปไหน เราเรียนที่ไหน

      แต่เคยมีน้ำใจช่วยออกเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าเทอมเรียนราม ค่าอาหารให้เราไหม

      ไม่เคยแม้กระทั่งมีน้ำใจมาเยี่ยมเราและช่วยออกค่ารักษาพยาบาล

      ตอนที่เราไปนอนที่โรงพยาบาลในวันที่ 7-10 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา

      5.ชอบเรียกร้องความสนใจ อย่าว่าแต่ญาติทางฝั่งแม่ด้วยกันเองรำคาญเลยค่ะ

      คนรู้จักที่ไม่ใช่ญาติยังรำคาญเลย

      6.ด่าลามปามถึงบรรพบุรุษแซ่ลิ้มแบบเหมารวมว่า "คนแซ่ลิ้มมีแต่พวกหลั่นไซ่นั้ง"

      (เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นคำเหยียดค่ะ เราฟังคำนี้ไม่ถนัด ไม่รู้จะสะกดเป็นภาษาไทยยังไง)

      ยังมีคนไทยเชื้อสายจีนและคนจีนอีกมากมายจากทั่วโลกที่ใช้ "แซ่ลิ้ม" นะคะ

      คนแบบนี้ เราไม่นับเป็นคนของแซ่ลิ้มค่ะ

      ต่อให้เปลี่ยนไปใช้ "แซ่เล้า" สกุลเดิมของแม่ตัวเอง

      คนแซ่เล้าไม่นับเป็นญาติค่ะ

      คนจีนถือว่าผู้หญิงที่ไปแต่งงานกับผู้ชายที่เป็นคนจีนแซ่อื่น

      หรือผู้ชายที่เป็นคนเชื้อสายอื่นที่ไม่ใช่คนจีนเป็นคนนอกครอบครัวไปแล้ว ไม่ใช่ลูกหลานแล้ว

      เรามีสายเลือดของแซ่ลิ้มครึ่งหนึ่งจากแม่ด้วย

      7.ด่าพ่อตัวเอง

      ยังมีอีกเยอะค่ะ เขียนบรรยายวันเดียวไม่จบ

      เราได้ยินเรื่องนี้ทุกวันจนรำคาญ รำคาญคนที่ก่อเรื่องนี่แหละค่ะ

      เราไม่แปลกใจค่ะว่าทำไมถึงโดนหลานชายแท้ๆถอนหงอก

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      nira
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?