/>
ซ่อน
แสดง
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

"สุขภาพกายถดถอย สุขภาพใจย่ำแย่" รู้ทันความเสี่ยงเมื่อเราอยู่บ้านนานเกินไป []

วิว


 
Spoil
  • การจุดเตา ใช้สารเคมีทำความสะอาดบ้าน และเฟอร์นิเจอร์บางอย่าง ทำให้บ้านของเรามีมลพิษสูงกว่านอกบ้านได้ถึง 5 เท่า
    • การเปิดไฟอยู่ในบ้านทั้งวันทั้งคืน ทำให้นาฬิการ่างกายเราเกิดความสับสน ส่งผลกระทบต่อการนอนได้
      • Social Distancing นานเกินไป เสี่ยงซึมเศร้า ดังนั้นต้องพยายามติดต่อเพื่อนๆ ไว้อย่าให้ขาด

______________

            เพื่อป้องกันตัวเองจาก Covid-19 และลดการแพร่ระบาด ช่วงนี้หลายๆ คนคงอยู่ติดบ้านกันมากๆ อย่างที่ไม่เคยมาก่อนเลยใช่ไหมคะ แน่นอนว่าการอยู่บ้านย่อมปลอดภัยกว่าออกไปเสี่ยงรับเชื้อข้างนอก    แต่การอยู่บ้านเป็นเวลานานๆ ก็มีเรื่องที่น่าเป็นห่วงเช่นกัน ทั้งด้านสุขภาพและอารมณ์
 

ภาพจาก unsplash.com
 
อากาศในบ้าน ก็สามารถเป็นมลพิษได้

            หลายคนอาจจะคิดว่าการอยู่บ้านนั้นปลอดภัยที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่าปกติคนเราต้องการอากาศถึง 4,000 แกลลอนในการหายใจ และสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครรู้ก็คือ แท้จริงแล้วอากาศในบ้านหรืออาคารสามารถมีมลพิษได้มากกว่าอากาศภายนอกถึง 5 เท่า   เนื่องจากความชื้น การจุดเทียนหรือเตาไฟ และวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในการสร้างบ้าน ทำเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงสารเคมีที่เราใช้ทำความสะอาดบ้าน    ดังนั้นหากอยู่บ้านแล้วรู้สึกระคายคอ ตา หรือจมูก และปวดหัวเป็นประจำ ให้ลองออกมาสูดอากาศนอกบ้านบ้าง    เพราะเป็นไปได้ว่าเกิดจากคุณภาพอากาศภายในบ้านนั่นเองค่ะ
 

ภาพจาก unsplash.com
 
หมั่นเปิดหน้าต่าง เพราะร่างกายยังต้องการแสงแดดจริงๆ

            อีกสิ่งที่คนอยู่บ้านนานๆ จะได้รับผลกระทบเต็มๆ คือ คุณภาพของการนอนหลับ ค่ะ เพราะสิ่งที่ส่งผลสำคัญคือนาฬิกาชีวิตเราคือ แสงตามธรรมชาติ ที่จะคอยบอกว่านี่เป็นช่วงเวลาเริ่มวัน หรือหมดวันลงแล้ว แต่การใช้ชีวิตแต่ภายในบ้านหรืออาคารทำให้ร่างกายมีการรับรู้ที่เพี้ยนไป จากที่เคยรู้ว่าเช้าหรือมืด กลายเป็นมีแสงสว่างตลอดเวลา และแสงสว่างเหล่านี้ก็จะคอยกระตุ้นสมองของเรา ทำให้ส่งผลกระทบต่อการนอนและสุขภาพโดยรวม ทั้งนี้ ระดับแสงในบ้านหรืออาคารที่เราศัยส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 300-500 lux ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวันก็จริง แต่ระดับแสงที่ร่างกายต้องการเพื่อควบคุมนาฬิกาชีวิตเลยนั้นอยู่ที่ 1,000 lux ต่อวันทีเดียว ดังนั้นการเปิดประตูหน้าต่างเพื่อรับแสงธรรมชาติจึงเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ ค่ะ
 

ภาพจาก unsplash.com
 
แยกตัวจากสังคมนาน เสี่ยงซึมเศร้า

            อีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงสำหรับคนที่อยู่บ้านและไม่ได้ออกไปเข้าสังคมเป็นเวลานาน คือสุขภาพด้านอารมณ์ค่ะ ในปี 2004 ชาวโลกเคยประสบกับ SARS ที่เป็นโรคระบาดครั้งใหญ่มาแล้ว ในช่วงเวลานั้นก็มีผู้คนมากมายต้องถูกกักตัวแยกจากสังคมเพื่อลดการแพร่ระบาดเช่นกัน แต่เรื่องน่าตกใจคือ แม้ว่าวิธีนี้จะทำให้ป้องกันโรคระบาดได้จริง แต่ 28.9% ของผู้ถูกกักตัวเกิดภาวะผิดปกติทางอารมณ์จากเหตุการณ์รุนแรง (Post-Traumatic Stress Disorder) และมีถึง 31% ที่เกิดภาวะซึมเศร้า (Depression)

            Emily Roberts นักจิตบำบัดประจำเมืองแมนฮัตตันได้กล่าวไว้ว่า “ความโดดเดี่ยวส่งผลเสียต่ออารมณ์มนุษย์ เพราะมันจะทำให้เราติดอยู่กับความคิดของตัวเอง แต่ในช่วงเวลาแบบนี้ การจะออกไปนอกบ้านเพื่อบำบัดปัญหาด้านอารมณ์ ก็กลายเป็นเรื่องยาก” ทั้งนี้หากเราไม่ติดต่อใครจนเกิดความเหงาเป็นเวลานาน จะสามารถส่งผลเสียต่อร่างกายได้ในระดับเดียวกับคนที่สูบบุหรี่หรือเป็นโรคอ้วนเลยทีเดียว นั่นคือทำให้เป็นไข้หวัด เกิดภาวะซึมเศร้า มีความเสี่ยงโรคหัวใจ และมีการเรียนรู้ที่ช้าลง
 

ภาพจาก unsplash.com
 
            ดังนั้น ถึงแม้จะอยู่ในช่วง Social Distancing แต่เราต้องอย่าแยกตัวออกจากสังคมซะทีเดียวนะคะ หาเวลาพูดคุยหรือติดต่อกับเพื่อนๆ บ้าง ตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำดังนี้ค่ะ
 
            วิดีโอคอลคุยกับเพื่อนบ้าง เพื่อให้ได้เห็นทั้งใบหน้าและท่าทางของเพื่อนๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของความสัมพันธ์ ควรหาเวลาคอลหาและทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน เช่น เมาท์มอย เล่นเกม หรือแม้กระทั่งเอาข้าวมานั่งกินด้วยกันก็ได้ เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองยังเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

            เล่นโซเชียลแบบคิดบวก หมั่นกด Like และคอมเมนต์สิ่งดีๆ คุยกับเพื่อนๆ เสมอ เพื่อสร้างพลังบวกให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราและเพื่อน

            พูดคุยกับคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน เพื่อระบายและแบ่งปันความคลั่งไคล้ของเราที่มีต่อสิ่งต่างๆ หากเราได้เจอเพื่อนที่คุยถูกคอ ก็จะคลายความรู้สึกโดดเดี่ยวไปได้มาก

            ทักทายคนให้มากขึ้น เพื่อนหรือญาติๆ ที่เราไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ ก็ลองใช้จังหวะนี้ในการเริ่มทักทายเพื่อถามไถ่สุขภาพ หรือเริ่มทักทายคนใหม่ๆ ที่เราอยากทำความรู้จักมานานแล้วก็ได้นะ

            ใช้แอปฯ ต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ ในปี 2020 นี้เรามีเครื่องมือให้ได้ติดต่อโลกภายนอกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแอปฯ แชร์รูปภาพอย่าง Instagram, แอปฯ คุยเรื่องจิปาถะทั่วไปอย่าง Facebook หรือแอปฯ แชทและวิดีโอคอลอีกมากมาย จังหวะนี้แหละใช้ให้เต็มที่ เพราะแม้จะ Social Distancing แต่เราก็ยังต้องการสังคม

 

ภาพจาก unsplash.com
 
            แม้ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ทุกคนหวาดกลัวกับเชื้อไวรัส และรู้สึกเหงาจากการต้องห่างเพื่อนๆ และทำกิจกรรมต่างๆ แต่ก็ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของตัวเองให้ดีนะคะ หากทุกคนร่วมมือร่วมใจกันดูแลทั้งตนเองและสังคม เราก็จะผ่านมันไปได้อย่างรวดเร็ว และทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นปกติอย่างแน่นอน ดังนั้นช่วงนี้ใครที่รู้สึกว่าเครียดหรือสุขภาพไม่ดีจากการอยู่ในบ้านมากเกินไป ก็อย่าลืมหาวิธีผ่อนคลาย ทั้งการออกมาสูดอากาศ หรือติดต่อพูดคุยกับเพื่อนๆ ที่รักกันไว้บ่อยๆ พี่กวางเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

            ช่วงนี้ใครรู้สึกยังไงกับการอยู่ติดบ้านเป็นเวลานานๆ บ้าง ชอบหรือไม่ชอบตรงไหน มาคอมเมนต์คุยกันได้นะคะ

 
ที่มา
         
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kwang

พี่กวาง - ผู้เขียน

พลเมืองบางบัวทอง ผู้ตามทันทุกเทรนด์ฮิต เพราะไถทวิตเตอร์ระหว่างรถติดแยกแคราย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Teen Trends #Top Hit Story #covid19 #social distancing #ซึมเศร้า #กักตัว

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?