/>

วิ่งสู่ชีวิตใหม่กับพี่ซุป-ซูเปอร์จิ๋ว []

วิว
วิ่งสู่ชีวิตใหม่กับพี่ซุป-ซูเปอร์จิ๋ว

           เมื่อใกล้ปลายปีที่อากาศไม่ร้อนจนเกินไปจะเป็นช่วงเวลาที่นักวิ่งขาประจำรอคอย ด้วยว่าสภาพอากาศจะพางานวิ่งมากมายมาให้เราเลือกลงสมัคร เพื่อร่วมสนุกพิสูจน์ฝีเท้า หนึ่งในนั้นมี “Thai Health Day Run 2018” อันเป็นที่คุ้นเคยของคนรักสุขภาพรวมอยู่ด้วย แต่นอกจากนักวิ่งขาประจำแล้วเราก็ยังอยากเชิญชวนคนที่ยังไม่เคยวิ่งให้มารู้จักเสน่ห์ของกีฬาที่ทำให้หลายคนถอนตัวไม่ขึ้นนี้ด้วยกัน
 
          สำหรับคนที่ไม่ค่อยออกกำลัง การวิ่งอาจจะเป็นอะไรที่ดูยาก เพราะต้องอาศัยวินัยในการฝึกซ้อมเป็นประจำดังนั้นวิธีหนึ่งที่จะชวนให้ใครลุกออกมาวิ่งคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการนำเรื่องของคนที่ได้ชีวิตใหม่จากการวิ่งมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นแบบอย่างและกำลังใจ วันนี้เราจึงได้นัดคุณวิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ หรือที่ใครๆ รู้จักในชื่อที่ฟังสนิทสนมกว่า นั่นคือ พี่ซุป-ซูเปอร์จิ๋ว ให้มาเล่าสู่กันฟังถึงแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นมาวิ่งออกกำลัง เรานัดกับพี่ซุปที่สวนลุมพินีในเช้าวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันที่พี่ซุปบอกว่าเป็นวันที่สวนลุมฯคนเยอะที่สุดในรอบสัปดาห์
 
วิ่งสู่ชีวิตใหม่กับพี่ซุป-ซูเปอร์จิ๋ว
 
“พี่ไม่เคยคิดว่าพี่จะวิ่งได้เลย”
 
          เขาบอกกับเราเป็นประโยคแรกว่า  “พี่ไม่เคยคิดว่าพี่จะวิ่งได้เลย” ก่อนจะขยายความต่อด้วยว่า “ก่อนหน้านี้ความสุขของพี่คือการกิน” พร้อมโชว์รูปในช่วงที่กำลังมีความสุขนั้นให้เราดูเป็นหลักฐาน
 
          พี่ซุปเล่าต่อว่า “ตอนนั้นคิดแค่นั้นจริงๆ เพราะชีวิตทำแต่งาน วันๆนี่ไม่มีเหงื่อเลย ออกจากบ้านขึ้นรถไปทำงานแล้วก็ขึ้นรถกลับบ้านอยู่ในแอร์ตลอด จนวันหนึ่งพี่ป่วย อาการตอนนั้นมันทรมานขนาดคิดว่า ตายไปเลยยังจะดีกว่า ก็เลยเข้าใจเอาตอนนั้นว่า ชีวิตไม่ใช่แค่เกิด แก่ เจ็บ แล้วก็จะตายได้ เพราะตรงระหว่างเจ็บกับตายนี่มันทรมานเหลือเกิน”
 
วิ่งสู่ชีวิตใหม่กับพี่ซุป-ซูเปอร์จิ๋ว
 
          จากความรู้สึกที่อยากจะบรรเทาความทรมานก่อนภาวะที่ใครก็หลีกเลี่ยงไม่ได้บวกกับจังหวะชีวิตที่ได้มีโอกาสทำรายการ “The Firm องค์กรซ่อนอ้วน” ทางสถานีโทรทัศน์ ThaiPBS พี่ซุปก็เลยเริ่มหันมาสนใจการออกกำลังกายโดยการวิ่ง แต่ด้วยความที่มาเริ่มเอาตอนอายุ 40 ปี เทียบกับคนอื่นในสวนลุมฯแล้ว เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นเด็กหลังห้องที่เรียนไม่ทันเพื่อน
 
เอาแค่สอบไม่ตกก็พอแล้ว
 
          “พี่เคยผ่าตัดหัวเข่า และข้อเท้าก็เคยหักด้วย ก็เลยคิดว่าตัวเองไม่น่าจะวิ่งไหว เคยคุยเรื่องนี้กับพี่นง (ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ ดาราและช่างภาพผู้หลงใหลในการวิ่ง) เขาเลยบอกกับพี่ว่า “วิ่งไม่ไหว ก็เดินสิ”
 
วิ่งสู่ชีวิตใหม่กับพี่ซุป-ซูเปอร์จิ๋ว
 
          ถ้าคุณฟังคำแนะนำนี้แล้วจะรู้สึกว่า มันเหมือนเป็นการออกกำลังกายของคนเชื่องช้าก็ไม่แปลก เพราะพี่ซุปก็รู้สึกอย่างนั้นเช่นกันในตอนแรก แต่เชื่อหรือไม่ว่าการวิ่งสลับเดินนี่แหล่ะที่พาพี่ซุปและกลุ่ม เพื่อนของเขาไปมาราธอนกันมาแล้ว
 
          การเดินสลับวิ่งที่คุณทนงศักดิ์แนะนำพี่ซุปคือ ลองเดินสลับวิ่งในระยะที่แบ่งเป็นระบบและค่อยๆเพิ่มสัดส่วนระหว่างการเดินและการวิ่งให้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นระยะแรกอาจจะเป็นเดิน 300 เมตร วิ่ง 400 เมตร ต่อมาค่อยขยับเป็น เดิน 200 วิ่ง 500 เมตร เป็นต้น
 
          “กลุ่มของเราไม่เน้นทำเวลา ไม่เน้นอยู่หน้า พวกเราซ้อมกันแค่ไม่ให้โดน cut off ก็พอใจแล้ว เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งพี่วิ่งรั้งท้าย จนได้ทักทายคนอายุ 80 ที่วิ่งรั้งท้ายด้วยกัน คิดดูสิ น่าอายไหมแต่พี่ก็สนุกกับมันนะ ทุกวันนี้เหมือนเสพติดการวิ่งไปเลย”
(cut off เวลาที่กำหนดในการแข่งขัน ซึ่งแต่ละระยะจะกำหนดเวลาที่แตกต่างกันไป หากนักวิ่งทำเวลาเกินเวลาที่กำหนดไว้นี้จะถือว่าไม่ได้วิ่งจบการแข่งขันอย่างเป็นทางการ)

วิ่งสู่ชีวิตใหม่กับพี่ซุป-ซูเปอร์จิ๋ว
 
เส้นชัยเราสร้างเอง
 
          การวิ่งไม่ให้โดน cut off เป็นหลักการคล้ายๆเด็กนักเรียนตั้งเป้าให้ตัวเองสอบไม่ตก ซึ่งตามหลักการแล้วอาจไม่ใช่คำแนะนำที่ทำให้ฮึกเหิม แต่พี่ซุปเล่าว่ามันเป็นคำแนะนำที่ทำให้หลายๆคนเริ่มลงมือทำ

          “พอเรายืดหยุ่นกับตัวเอง ไม่ได้กะเกณฑ์ว่าจะต้องทำเวลาให้ดีเท่าคนอื่น หรือต้องวิ่งให้ไกลเหมือนๆคนอื่น เราก็จะมีความสุขกับเส้นชัยของเราเอง แล้วทีนี้ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งได้เร็วกว่าเมื่อวานนิดๆหน่อยๆ การวิ่งสลับเดินไปได้ทีละเซต วิ่งต่อเนื่องได้หนึ่งกิโลเมตร หรือแม้แต่การได้พารองเท้าคู่ใหม่ออกมาวิ่ง ก็สามารถเป็นเส้นชัยให้เราได้แล้ว”

แรงบันดาลใจ ให้ใจบันดาลแรง
 
          จากคนที่เคยหอบเวลาเดินขึ้นสะพานลอย วันนี้พี่ซุปสามารถวิ่งฮาร์ฟมาราธอนระยะทาง 21 กิโลเมตรได้แบบสบายๆ พี่ซุปเล่าว่าที่เขาซ้อมวิ่งจนร่างกายแข็งแรงมากขึ้นขนาดนี้ก็เพราะไม่อยากเป็นภาระใคร “อีกไม่นานประเทศเราก็จะเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ พี่เชื่อว่าโรงพยาบาลจะรับภาระได้ลำบากขึ้นงบประมาณที่รัฐบาลจะต้องเอามาสนับสนุนอาจทำได้ไม่ทั่วถึง พี่เชื่อว่าการทำร่างกายให้แข็งแรงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง”
 
          ก่อนจากกันพี่ซุปยังบอกเราด้วยว่าการวิ่งมาราธอนเป็นกีฬาที่พิเศษมาก เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬามืออาชีพหรือลุกขึ้นมาวิ่งครั้งแรกคุณก็ลงวิ่งในสนามเดียวกัน การวิ่งมาราธอนไม่ได้มีเหรียญรางวัลให้แค่คนที่วิ่งเร็วที่สุด แต่มีเหรียญให้กับทุกคนที่วิ่งได้จนจบ ฉะนั้นมันไม่มีอะไรที่ต้องแข่งนอกจากการแข่งกับตัวเอง

          สุดท้ายนี้หากใครก็ตามคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่จะออกมาเริ่มเดิน เริ่มวิ่ง และหาจังหวะชีวิตที่ลงตัวสำหรับตัวเอง เพราะชีวิตใหม่ที่แข็งแรงไม่มีใครพาเราไปได้นอกจากตัวเอง ก็อยากชวนให้มาเจอกันที่งาน “THAI HEALTH DAY RUN 2018” วันอาทิตย์ที่ 11พฤศจิกายน 2561ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaijogging.org/event/84634047400914XD7Y1T
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=prnew

ข่าวประชาสัมพันธ์ - ผู้เขียน

ข่าวประชาสัมพันธ์ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Thai Health #ThaiHealthDayRun

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป