/>

เชื้อดื้อยา หายยาก แรงถึงตาย รู้จักป้องกันก่อนสาย []

วิว
เชื้อดื้อยา หายยาก แรงถึงตาย รู้จักป้องกันก่อนสาย
 
อดีต
          โรคฝีดาษเคยระบาดในประเทศจีนและญี่ปุ่นและคร่าชีวิตประชากรในประเทศถึง 1 ใน 3 ตอนนี้ องค์การอนามัยโลกประกาศว่า โรคฝีดาษได้หมดไปจากโลกนี้แล้ว
 
ปัจจุบัน
          โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประเทศไทย มีผู้ป่วยใหม่ กว่าแสนคนต่อปี ตอนนี้นายแพทย์ฮอนโจะ ทะสุกุ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลปี 2018 จากการค้นคว้าวิธีรักษามะเร็งด้วยการใช้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย กล่าวว่า ไม่เกิน 10 ปี มะเร็งจะสามารถรักษาได้
 
อนาคตอันใกล้
          เชื้อดื้อยาถูกคาดการณ์ว่า จะเป็นต้นเหตุหลักการเสียชีวิตของมนุษย์แซงหน้ามะเร็ง และภายในปี พ.ศ. 2593 ประชากรโลกกว่า 10 ล้านคนอาจเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยา และในตอนนี้ประเทศไทยมีคนเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาประมาณ 15 นาทีต่อคน
 
          จากประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่ยกมาข้างต้นชี้ให้เห็นว่า ความตายคือสิ่งที่มนุษย์พยายามเอาชนะมากที่สุดต่อให้เป็นโรคร้ายแค่ไหน มนุษย์จะพยายามค้นคว้าหา ”วิธี” รักษาจนสำเร็จ ซึ่งที่ผ่านมา “ยา” คือ “วิธี” ที่มนุษย์ใช้ในการเอาชนะความตายจากโรคภัยไข้เจ็บ
 
          เราจึงไว้ใจ “ยา” เสมอมา แต่สำหรับวิกฤติเชื้อดื้อยานั้น มันกำลังทำให้เราต้องตั้งคำถามกันใหม่ เพราะ “ยา” ได้กลับกลายเป็นต้นตอของสาเหตุของปัญหาเสียเอง
 
           ด้วยเหตุนี้เชื้อดื้อยาจึงกลายเป็นวาระสำคัญของทุกประเทศ และองค์กรอนามัยโลกได้กำหนดให้มีสัปดาห์ตระหนักรู้เรื่องเชื้อดื้อยาในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งประเทศไทยในวันที่ 12-18 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 ก็จะมี “สัปดาห์รู้รักษ์ ตระหนักใช้ยาต้านแบคทีเรีย” เช่นกัน เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนรับรู้และป้องกันอันตรายจากเชื้อดื้อยา
 
           สาเหตุหลัก ๆ ของเชื้อดื้อยามาจากการใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาอย่างไม่ถูกวิธี การใช้ยาปฏิชีวนะในอุตสาหกรรมอาหาร และการปนเปื้อนในสภาพแวดล้อม เสริมกับพฤติกรรมความเคยชิน รวมถึงการขาดความรู้ ทำให้สถานการณ์ของเชื้อดื้อยามีความรุนแรง และควบคุมได้ยาก
 
เชื้อดื้อยา หายยาก แรงถึงตาย รู้จักป้องกันก่อนสาย
 
          “หากเทียบกับการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ อาการของโรคพวกนี้จะชัดกว่าหาสาเหตุได้ง่ายกว่า แต่สำหรับเชื้อดื้อยานั้น มันจะชัดเจนตอนที่เราอยู่ในภาวะวิกฤติของการรักษา คนที่เป็นเชื้อดื้อยามักเสียชีวิตจากการเป็นปอดบวม เพราะร่างกายมันไม่สามารถรับยาได้อีกแล้ว จากการผ่านยามาเยอะ
 
          และแนวโน้มของเชื้อดื้อยาก็มีความรุนแรงสูงมากขึ้น เพราะต่อให้เราคิดยาใหม่สำเร็จบางครั้งก็ไม่สามารถต่อกรกับเชื้อแบคทีเรียได้ เพราะแบคทีเรียมีความแข็งแรงและมีความสามารถในการปรับตัวให้มีชีวิตสูงมาก มันสามารถปรับตัวได้เร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า”
 
          พญ.วารุณี พรรณพานิช จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีได้เล่าถึงแนวโน้มของวิกฤติเชื้อดื้อยาที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของWHO ที่ได้ยกเรื่องเชื้อดื้อยาขึ้นมาเป็นวาระสำคัญ
 
          เชื้อดื้อยาเป็นภัยร้ายที่โอบล้อมเราเข้ามาเรื่อย ๆ ไม่เกี่ยง เพศ วัย หรือฐานะอย่างไรก็ตามในบางช่วงวัยก็ต้องให้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
 
          “วัยที่มีความเสี่ยงมากที่สุด คือ ช่วง Extreme Ageซึ่งก็คือวัยเด็กเล็กมาก กับคนสูงอายุเพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะมีภูมิคุ้มกันร่างกายไม่มากพอ ทำให้ติดเชื้อง่าย ในส่วนของวัยทำงานทั่วไป อาจเกิดจากการซื้อยากินเอง แล้วกินอย่างไม่ถูกต้องทำให้มีเชื้อสะสมอยู่ในร่างกายแต่ยังไม่ลุกลาม” พญ.วารุณีกล่าว
 
           ซึ่งในกรณีของเด็กเล็กที่เป็นเชื้อดื้อยา พญ.วารุณีได้เล่าถึงตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงว่า เด็กบางคนแค่พ่อแม่ขายไก่ทอดที่อาจมีการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยง ก็สามารถทำให้เชื้อดื้อยาแพร่ผ่านการสัมผัสจากพ่อแม่สู่ลูกได้
 
           “ความน่ากลัวที่สุดของเชื้อดื้อยาคือ มันซ่อนอยู่แต่เราไม่มีทางรู้ตัว ซึ่งการจะรู้ได้นั้นต้องไปรับการตรวจที่ห้องปฏิบัติการทางจุลวิทยา หรือที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ซึ่งตามคลินิกหรือบางโรงพยาบาลอาจจะไม่สามารถตรวจได้เพราะขาดเครื่องมือ” พญ.วารุณีกล่าวทิ้งท้าย
 
ดังนั้นทางที่ดีที่สุด เราจึงควรดูแลตนเอง หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดเชื้อดื้อยา  ด้วยแนวทางดังนี้
  1. อย่าใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น
  2. หากจำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะต้องกินตามคำสั่งแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด
  3. ไม่กินยาปฏิชีวนะกับโรคที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส เช่น อุจจาระร่วง แผลสดจากอุบัติเหตุ และหวัดเจ็บคอ (หวัดเจ็บคอ 80%มักมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส พักผ่อนเพียงก็หายเองได้)
  4. หมั่นล้างมือให้ถูกวิธี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากการสัมผัส
     
และถ้าเราสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาเพิ่มเติมเป็นระยะเวลาหนึ่ง เชื้อดื้อยาที่เคยสะสมอยู่ในร่างกายของเราจะค่อย ๆ สลายหายไปได้
 
แม้วันนี้เราอาจจะยังไม่สามารถสรุปผลแพ้ชนะ และจำนวนการสูญเสียที่แน่ชัดของมนุษย์จากเชื้อดื้อยาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราอาจเรียนรู้ได้ทันทีก็คือ มนุษย์คือต้นเหตุของวิกฤติในครั้งนี้ และทางแก้ก็คือความร่วมมือร่วมใจของเราทุกคนที่จะลดปัจจัยในการเกิดเชื้อดื้อยา เพื่อทำให้มูลค่าของบทเรียนไม่สูงเกินกว่าจะจ่ายไหว
 
หากสนใจข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อดื้อยาเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่
ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.)
 
เชื้อดื้อยา หายยาก แรงถึงตาย รู้จักป้องกันก่อนสาย
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=prnew

ข่าวประชาสัมพันธ์ - ผู้เขียน

ข่าวประชาสัมพันธ์ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Thai Health

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป