/>

เขียนบทละคร ไม่ง่ายอย่างที่คิด!! []

วิว
 

           “การเขียนบทละครโทรทัศน์” ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ทางด้านงานเขียนอีกรูปแบบหนึ่ง ที่มองภายนอกเหมือนจะเขียนกันง่ายๆ แต่ขอบอกว่าไม่ง่ายเลย เพราะต้องใช้ทั้งอารมณ์ ความรู้สึก และจินตนาการมาผนวกเป็นสิ่งเดียวกันแล้วเขียนออกมา

            โดยในวันนี้พี่ปัดก็ได้รับเกียรติจาก “กุลธิดา” ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์เรื่อง “ชาติมังกร” มาบอกเล่าประการณ์งานเขียนด้านนี้ให้กับน้องๆ ชาว Dek-D.com ได้ฟังกัน งั้นอย่ารอช้าไปเริ่มต้นกันเลยดีกว่า....

{pic-desc}

พี่ปัด : ช่วยแนะนำตัวเองให้น้องๆ ชาวเด็กดีดอทคอมได้รู้จักหน่อยคะ

พี่กุลธิดา : ชื่อจริง ดร. กุลธิดา ดันนากิ้น ค่ะ นามปากกาเขียนนิยายมี 2 นามปากกา คือ “กุลธิดา” (จากชื่อจริง) นิยายที่เขียนโดยใช้นามปากกานี้ มีเรื่อง ดาวเหนือ, รอยรัก, รอยอาลัย, คุ้มสีทอง ส่วนนามปากกา “โสรยา” (จากชื่อกลางของลูกสาว) มีเรื่อง บันทึกคุณหญิงไอรีน, ณ สุดปลายรัก

              เขียนหนังสือสารคดีด้วยค่ะ เป็นประวัติประธานาธิบดีบารัก โอบามา ชื่อหนังสือ เส้นทางสู่ชัยชนะ เหตุเพราะเป็นสารคดีที่เน้นความน่าเชื่อถือของข้อมูล เล่มนั้นก็เลยใช้ชี่อจริงค่ะ คือ ดร. กุลธิดา ดันนากิ้น นอกจากนี้ยังมีหนังสือแปลอีกเล่มชื่อ When You are Engulfed in Flame (เมื่อคุณตกอยู่ในกองเพลิง) ที่ใช้ชื่อจริงเช่นเดียวกันค่ะ

              ส่วนบทละครโทรทัศน์หลายเรื่องเขียนร่วมกับคนอื่น เอาเรื่องที่เขียนคนเดียวแล้วก็ภูมิใจที่สุดก็แล้วกันนะคะ เรื่อง “ชาติมังกร" ใช้ชื่อคนเขียนคือชื่อจริง กุลธิดา ค่ะ เรื่องนี้ภูมิใจเพราะได้รางวัล แล้วก็ต้องใช้เวลาหาข้อมูลนานด้วยค่ะ เกี่ยวกับคนจีนที่อพยพมาเมืองไทยสมัยรัชกาลที่ 5

               งานประจำตอนนี้เป็นผู้อำนวยการศูนย์คอมพิวเตอร์และห้องสมุดดิจิตอลของศูนย์กลางการศึกษาทางไกลของมหาวิทยาลัยหลัก 7 มหาวิทยาลัยของรัฐที่อาศัยอยู่ (รัฐ South Carolina ประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ) ก่อนหน้าจะโอนมารับตำแหน่งนี้ก็เป็นอาจารย์สอน public speaking, debate, speech, oral communication ในมหาวิทยาลัยของรัฐของที่นี่ค่ะ

{pic-desc}

พี่ปัด : เริ่มต้นการเขียนบทละครโทรทัศน์ได้อย่างไรคะ

พี่กุลธิดา : เริ่มต้นเขียนบทละครโทรทัศน์เพราะรู้จักกับพี่ซึ่งเป็นผู้อำนวยการบริษัทผลิตละครโทรทัศน์ค่ะ ตอนนั้นเพิ่งจบปริญญาโทด้านการเขียนบท การละคร และภาพยนตร์ เรียกว่ายังร้อนวิชา อายุยังน้อยด้วยคือเพิ่งจะ 20 ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์เขียนบทมาก่อนเลย มีก็แต่ประสบการณ์เขียนบทละครเวที พอเรื่องแรกที่เขียนได้ออกอากาศ คราวนี้เลยเขียนไม่หยุดทั้งๆ ที่ตัวเองอยู่อเมริกา ส่งบททีลำบาก สมัยนั้นอินเตอร์เน็ตยังไม่มีเลยค่ะ ส่งบทหมายถึงขนกระดาษที่ใช้เขียนเป็นตั้งๆ มาเมืองไทย

พี่ปัด : คุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นผู้เขียนบทละครต้องมีอะไรบ้างคะ

พี่กุลธิดา : คุณสมบัติของผู้เขียนบทละครที่ดี ส่วนตัวคิดว่าต้องมีวินัยค่ะ เพราะเป็นงานที่ใช้เวลามาก ตอนหนึ่งยาวมาก สมัยนี้ตอนหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก็ประมาณ 80 หน้ากระดาษ A4 ขึ้นแหละค่ะ ยาวมากเลย

พี่ปัด : ความยาก-ง่ายของการเขียนบทละครโทรทัศน์อยู่ที่ตรงไหนคะ

พี่กุลธิดา : ส่วนตัวคิดว่าถ้ามีพล็อตดีๆ เขียนบทละครโทรทัศน์จะไม่ยากเลยค่ะ ฝึกให้มองเห็นเป็นภาพกับได้ยินเสียง แล้วเขียนตามที่เห็นในมโนภาพกับเสียงสนทนาของตัวละครที่ได้ยิน ยากก็ตรงสมัยนี้เป็นเพราะการแข่งขันสูง มีหลายๆ อย่างให้ต้องคำนึงถึง สำคัญที่ผู้สร้างอยากได้ คือ คนที่เขียนทิ้งท้ายช่วงเบรกโฆษณาแต่ละช่วงตอนได้แบบให้อยากติดตามดูต่อ คือ ไม่เปลี่ยนช่องไปไหน

 

{pic-desc}

 

พี่ปัด : ทราบมาว่านอกจากเขียนบทละครแล้ว ยังเขียนนิยายอีกด้วย ไม่ทราบว่าทั้ง 2 สิ่ง มีสิ่งที่เหมือนและต่างกันตรงไหนบ้างคะ

พี่กุลธิดา : ส่วนตัวชอบเขียนนิยายมากกว่าค่ะ คือเวลาเขียนนิยายเราเป็นตัวของตัวเองได้เสมอ อยากเขียนอะไรก็เขียนลงไป ใช้จินตนาการได้กว้างไกล ในขณะที่บทละครทุกวันนี้ต้องคำนึงถึงตลาดมาก จนเรียกว่ารูปแบบของละครกลายเป็นสูตรสำเร็จไปแล้ว อย่างเช่นช่วงไหนนิยมตัวละครหญิงตบตีกัน ก็ต้องหาที่แทรกฉากตบตีกันเข้าไป ทำนองนั้น

พี่ปัด : ช่วยให้กำลังคนที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนบทละครโทรทัศน์หน่อยคะ

พี่กุลธิดา : อยากเขียนบทละครโทรทัศน์ก็เริ่มฝึกเลยค่ะ สมัยนี้เห็นมีประกวดเขียนบทเพื่อเป็นแนวทางเข้าไปสู่การเขียนเป็นงานอาชีพ ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เป็นแบบรู้จักกันก็เข้าไปทำงานให้กัน ถ้าสนใจอยากเขียนบทนะคะ ก็อยากแนะนำว่ามีจัดประกวดที่ไหนก็เขียนส่งไปเลยค่ะ เรื่องแบบนี้ต้องอาศัยการฝึกด้วย การส่งงานประกวดเป็นการช่วยฝึกอย่างดีวิธีหนึ่งค่ะ

 

{pic-desc}

 

การเป็นนักเขียนบทละครโทรทัศน์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถที่น้องๆ ชาว Dek-D.com จะทำได้

ดังนั้นถ้าใครมีความฝันที่อยากจะเป็นล่ะก็ พี่ปัดก็ขอให้ทุกคนลงมือทำตามฝันเลยจ้ะ

ขอให้ทุกคนโชคดีจ้ะ

 

เด็กดีดอทคอม :: พบกับนักเขียนแจ่มใสสุดฮอตใน...; tags: Hideko_Sunshine , มิลค์พลัส , jamsai , นักเขียน , นิยาย , หนังสือ , วัยรุ่น , สำนักพิมพ์ , ศูนย์หนังสือจุฬา , สยาม

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pud

พี่ปัด - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#วัยรุ่น #นักเขียน #นิยาย #หนังสือ #บทละครโทรทัศน์ #ละคร #ทีวี #กุลธิดา #ชาติมังกร

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    งานเขียนทบทละครโทรทัศน์เป็นงานที่น่าสนใจอีกแขนงหนึ่งของงานเขียนทีเดียวคะ..

    ก็ฝันว่า สักวัน จะมีความสามารถพอจะเขียนบทละครดีๆและได้ทำเป็นละครจริงๆในอนาคตคะ..
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #7
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    เรียนด้าน วิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ เจอวิชาเขียนบทละครโทรทัศน์ กับวิชา ผลิตละคร เข้าไป ก็เกือบเอ๋อ เลยค่ะ 1 ตอน ของนิยาย ต้องแบ่งให้ได้ 24-30 ฉาก ละคร 1 เรื่อง มีประมาณ 30 ตอน ก็ คูณ เข้าไปสิค่ะ ช่วงนั้นจะคุยกับใครไม่รู้เรื่องเลย เอ๋อไปหมด แต่พอได้ลองทำละคร จริงๆแล้วสนุกค่ะ เหนื่อยแต่ก็สนุก
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    นักเขียนคนหนึ่ง
    Guest IP
    #9
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    เคยตีพิมพ์พวกนิยายมาก่อนน่ะ และเนื้อหาในนิยายไม่มีตบตีกันเลยสักฉากออกแนวทะเลาะวิวาทแบบใช้สมองแก้เผ็ดกันโดยไม่ใช้กำลัง (เหมือนพวกหนังฝรั่ง) และตอนนี้โตขึ้นแล้วเริ่มชอบการเขียนบทละครมากกว่านิยาย แต่พอได้อ่านเจอบทสัมภาษณ์ที่ว่าต้องคำนึงถึงตลาด จำเป็นต้องใส่บทผู้หญิงตบตีกันเข้าไป ก็เลยจบเลยดีกว่าค่ะ ในเมื่อเมืองไทยยังมีกลุ่มเป้าหมาย(?)เป็นแบบนี้อยู่? ตลาดยังต้องการความรุนแรงกันอยู่? ก็โอเค ไม่คิดจะเริ่มส่งไปประกวดที่ไหนหรอก เพราะไม่อยากทำร้ายเด็กที่เกิดมาแล้วต้องดูละครฝีมือเรากับการต้องฝืนทนใส่ฉากตบตีเข้าไป มันทุกข์ทรมานใจเราเกินไปค่ะทำไม่ลงจริงๆ กลับไปเขียนนิยายส่งสนพ.ต่อไปดีกว่า หวังอยากให้เด็กไทยหันมาเชื่อนิยาย(ของเรา)ว่าใช้สมองมันเท่กว่าใช้กำลังเป็นล้านเท่า หวังจริงๆ และอยากปลูกฝังเด็กไทยให้มีสมองเท่ๆ ไม่เสี่ยว ไม่ทำร้ายคน และเอาชนะกันด้วยการให้อภัยกัน! ชาตินี้คงไม่มีโอกาสหรือที่ว่างให้เราจริงๆล่ะ

    ปล.วันนี้ไปทำบุญวัดไร่ขิงมาเจอเด็กอาชีวะ 6 คนมาติดทองทำบุญกัน แต่งตัวมอมแมมมากๆ ถ้ามองภายนอกคงนึกว่าไปยกพวกตีกันแต่ความจริงแล้วพวกเค้าพากันมาทำบุญ....คืออยากบอกว่าชีวิตจริงก็มีด้านที่น่านำเสนอให้เป็นละครในเชิงบวกเหมือนกัน ทำไมละครไทยต้องสรรเสริญเรื่องเลวๆของมนุษย์ออกหน้าจอโทรทัศน์กันบ่อยๆ ไม่เอือมกันบ้างรึไง พวกแม่ค้าในตลาดหลายคนยังบ่นว่าเรื่องนี้ตบกันเยอะกูไม่อยากดู เค้ายังพูดแบบนี้เลย แม่ค้ายังไม่อยากดูแล้วคุณเสนอให้ใครเค้าดูหรอคะ?
    ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?