/>

Dek-D ชวนน้องๆ เขียนเรื่องสั้น "พ่อขอโทษ" []

วิว

            วันพ่อปีนี้ พี่น้องขอชวนชาว Dek-D มาแสดงความเป็นนักเขียนในวันพ่อ ด้วยการเขียนเรื่องสั้นเกี่ยวกับพ่อ ในหัวข้อ "พ่อขอโทษ"
 

            อ๊ะๆ อย่าเพิ่งทำหน้างง คืออย่างนี้ ปกติแล้วเวลามีวันพ่อหรือวันแม่ทีไร ก็จะชอบให้ลูกๆ อย่างเราเขียนข้อความขอบคุณพ่อแม่ ขอโทษพ่อแม่ที่เราทำไม่ดีกับท่าน แต่พี่เชื่อว่าไม่ได้มีแค่ลูกที่ทำผิดกับพ่อแม่อยู่ฝ่ายเดียวหรอก บางครั้งพ่อแม่เองก็ทำผิดกับลูกเหมือนกัน

            และเพราะสังคมไทยเราจะชอบปลูกฝังว่าพ่อแม่คือเทวดานางฟ้าที่ไม่เคยโกรธ ไม่เคยทำผิด ดังนั้นพอเราเจอกรณีที่พ่อแม่ทำผิดต่อเรา เราจะรู้สึกแย่มาก แต่จะโกรธท่านก็ไม่ได้ เพราะกลัวจะโดนหาว่าเป็นลูกอกตัญญูอีก

            พี่ก็เลยอยากให้ทุกคนเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ไม่ใช่อยากให้ทุกคนมาโกรธพ่อแม่ของเรานะ แต่อยากให้ทุกคนยอมรับพ่อแม่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ทำผิดได้ ทำพลาดได้ และเราเองก็ต้องพร้อมจะให้อภัยท่าน เหมือนอย่างที่ท่านให้อภัยเราเวลาเราทำผิดเหมือนกัน

            กิจกรรมนี้ก็เลยให้ทุกคนเข้าทรงเป็นนักเขียนมือฉกาจ เขียนเรื่องสั้นเพื่อสอนให้ลูก (อย่างเราๆ นี่แหละ) รู้จักการให้อภัย และยอมรับความผิดพลาดของพ่อ

            กติกามีอยู่ว่า...
  1. เรื่องสั้นต้องมีความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4
  2. ไม่เน้นความสละสลวยทางภาษา แต่เน้นเนื้อหาว่าทำให้ลูกตระหนักได้มากแค่ไหน ทำให้น้ำตาไหลได้ยิ่งดี
  3. ให้เขียนในมุมมองของ "ลูก" เป็นหลัก
  4. เนื้อหาจะต้องอยู่ในหัวข้อ "พ่อขอโทษ" คือพ่อทำผิด และลูกให้อภัยแต่จะใส่รายละเอียดยังไงก็ได้ เช่น
            ตัวเอกอยู่กับพ่อกัน 2 คน บ้านยากจนมาก ในขณะที่ตัวเอกกำลังจะเข้ามหา'ลัย ดันไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม แล้วอยู่ดีๆ พ่อก็มาโดนตำรวจจับข้อหาขับรถส่งยาอีก ตัวเอกเสียใจมากและต่อว่าพ่อต่างๆ นานา แต่สุดท้ายมารู้จากญาติว่าพ่อไปขอยืมเงินเขาเพื่อมาจ่ายค่าเทอมให้ตัวเอก แต่เขาไม่มี พ่อจึงตัดสินใจทำอาชีพทุจริต ตัวเอกรู้ว่าพ่อผิด แต่ก็เสียใจที่เคยว่าพ่อ เพราะจริงๆ แล้วพ่อทำให้ตัวเอง จึงไปหาพ่อที่สถานีตำรวจ แล้วบอกกับพ่อว่าจะตั้งใจเรียนจนจบเพื่อพ่อ ฯลฯ
แต่เหตุที่พ่อทำผิด ต้องไม่รุนแรงจนเกินกว่าที่จะให้อภัยได้นะ อย่าแต่งว่าพ่อตั้งใจฆ่าแม่ ลูกให้อภัย อันนี้ไม่ใช่ละ
  1. แต่งเสร็จแล้วโพสท์เรื่องของเราไว้ในกล่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างเลย

            พี่จะเลือกคนที่เขียนเรื่องได้ "ประทับใจที่สุด" และตรงกับ "จุดประสงค์ของเรื่อง" มากที่สุด รับรางวัลเป็นหนังสือจากชุด Jewels of the Dead รวมนักเขียนของสำนักพิมพ์ Sofa Publishing ทั้งหมด 5 รางวัล

            หมดเขตส่งผลงานวันที่ 3 ธ.ค.
            ประกาศผลวันที่ 5 ธ.ค.

            ใครที่ตอนนี้มีเรื่องค้างคาใจกับพ่อ มีเรื่องที่พ่อทำผิดกับเราแล้วเรายังโกรธมาจนถึงบัดนี้ อาจจะลองใช้โอกาสนี้เขียนเรื่องสั้นบอกความรู้สึกของเรา และให้อภัยพ่อเราสักทีก็ดีเหมือนกันนะ

                   ประกาศผล 5 คนที่ได้รับรางวัล!!! 

             หลังจากที่ผ่านการอ่านเรื่องสั้นของน้องๆ อย่างเข้มข้น แต่ละเรื่องซึ้งจนน้ำตาไหล อยากจะกลับไปกอดพ่อเอาซะเดี๋ยวนี้เลย วันนี้พวกพี่ก็มาตามสัญญา จะผักกาด เอ๊ย ประกาศผลแล้วนะ ผู้ที่ได้รับรางวัลได้แก่ ...

             ความคิดเห็นที่ 40    @gamdee 

             ความคิดเห็นที่ 73    @boboblack 

       
             ความคิดเห็นที่ 99    @dekrare 
 
 
             ความคิดเห็นที่ 132  @paris-samak 
 
             ความคิดเห็นที่ 197  @cacoethes 


             น้องๆ ที่มีรายชื่ออยู่ทางด้านบนทางทีมงานจะติดต่อเพื่อจัดส่งของรางวัลให้นะคะ ส่วนน้องๆ คนที่ที่พลาดไปไม่ต้องเสียใจไปนะ เพราะว่ากิจกรรมของเรามีให้ร่วมสนุกอีกเพียบเลย ยังไงติดตามกันให้ดีนะคะ 

             
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nong

พี่น้อง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#กิจกรรม #วันพ่อแห่งชาติ #ประกวดเรื่องสั้น

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #19
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    “หนูเกลียดพ่อ! นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันตะโกนก่อนวิ่งออกไปข้างนอก ไม่ว่าใครจะดึงไว้ ฉันสะบัดจนหลุด

    ฉันไม่เคยพูดกับพ่อแบบนี้หรอก...ฉันไม่เคยพูดจริงๆ  แต่ฉันทนไม่ไหวแล้ว...ใครๆ ก็บอกว่าฉันไม่เข้าใจพ่อ แต่เคยมีใครคิดบ้างไหม ว่าพ่อก็ไม่เข้าใจฉันเหมือนกัน ปัญหาฟังดูเล็กน้อยแต่สำหรับฉัน ฉันทนมานานเกินไปแล้ว

    ปกติฉันไม่ค่อยได้คุยกับพ่อนัก พ่อไม่ค่อยมีเวลาให้ฉันกับพี่นัก หลายครั้งที่ในช่วงเวลาสำคัญในชีวิต มีแค่แม่กับพี่ฉันเท่านั้นที่อยู่ตรงนั้น พ่อไม่เคยเลยที่จะอยู่ ถามว่าน้อยใจไหม...ก็นิดหน่อยนะ แต่อยู่แบบนี้ไปนานๆ ก็เริ่มกลายเป็นความชินชา ฉันไม่มีปัญหาหรอกจนกระทั่งวันนี้...วันที่แม่ฉันถูกส่งเข้าโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน ฉันและพี่ถูกตามมาจากโรงเรียน หลังจากนั่งรอมานาน หมอก็ออกมาพร้อมบอกว่าแม่เป็นมะเร็ง...วินาทีนั้นฉันล้มทั้งยืน หมอไม่พูดอะไรต่อ เขาเดินจากไป ทิ้งให้ฉันกับพี่ต้องนั่งสงบสติอยู่สองคน...อีกสักพักหนึ่งพ่อถึงได้โผล่หน้ามา คำถามแรกคือแม่เป็นอะไร?

    เหมือนบางอย่างในหัวฉันขาดสะบั้น ฉันลุกขึ้นตะโกนใส่หน้าพ่อว่าทำไมถึงไม่รู้? แถมพาลไปถึงทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าใครจะพยายามห้ามยังไงฉันก็ไม่หยุด พ่อเองก็ตวาดกลับ ถึงจุดหนึ่งฉันจะเดินหนี แต่พ่อหยุดฉันไว้ด้วยการคว้าแขนฉันแล้วบีบมัน มันเจ็บมากจนฉันน้ำตาคลอ พ่อดูนิ่งไปแวบหนึ่งก่อนจะยอมปล่อย ฉันถึงได้บอกว่าเกลียดพ่อและเดินออกมา

    ถ้าพ่อมีเวลาให้เรามากกว่านี้ก็ดีสิ...พ่อเคยสนใจฉันบ้างไหม มีแต่งานๆ ถ้าพ่อพาแม่ไปหาหมอได้ แม่คงไม่เป็นมะเร็งหรอก...เวลาที่ฉันต้องการพ่อ...พ่ออยู่ไหน?

    “ระวัง!!!”    

    เพราะฉันเดินเหม่อจึงไม่ทันระวังรถ ฉันรู้ตัวเมื่อสายไป แต่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่รถจะชน บางคนก็กระโจนคว้าตัวฉันออกไป มือคู่หนึ่งกอดฉันแน่น...เมื่อเงยหน้าฉันจึงเห็นว่าเป็นพ่อ แขนพ่อมีแผลยาวเป็นทาง แต่ท่านดูจะสนใจอยู่ที่ฉัน ฉันมองตาพ่อแล้วไม่เห็นความโกรธแม้แต่น้อย...มีแต่ความห่วงใย ปากเอาแต่พร่ำถามว่าฉันเป็นอะไรไหม

    “...ทำไม” น้ำตาฉันเริ่มไหล “ทำไมพ่อถึงไม่เคยอยู่...”

    พ่อบรรจงเช็ดน้ำตาฉันออกเบาๆ รอยยิ้มอบอุ่นคลี่บนใบหน้า ท่านประคองฉันไปนั่งในที่ปลอดภัยก่อนจะเริ่มพูด

    “เพราะพ่อทำงานมากเกินไป” พ่อกุมมือฉันไว้แน่น “พ่ออยากให้ลูกของพ่อมีอนาคตที่ดี...พ่อขอโทษที่ไม่ค่อยได้ดูแลลูกอย่างที่ควรจะทำ...แม่เป็นคนดูแลลูกตั้งแต่ยังเล็ก พ่อไม่รู้ว่าควรดูแลหนูยังไง...พ่อกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาด พ่อกลัวว่าพ่อจะทำให้หนูเจ็บ” พ่อลูบแขนฉันตรงที่ท่านบีบฉัน “ไม่เจ็บใช่ไหม?” ฉันส่ายหน้า “พ่อขอโทษจริงๆ....อย่าเกลียดพ่อเลยนะ”

    ฉันพยักหน้าทั้งน้ำตา ร้องไห้จ้าแล้วกอดพ่อเหมือนเด็กเล็กๆ แต่พ่อดูจะไม่ขัด อ้าแขนกอดปลอบฉันแต่โดยดี

    "ขอบคุณมากนะลูก" พ่อกระซิบ ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด "ไปหาแม่กันเถอะ"

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #24
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

                    “สมใจพ่อหรือยังล่ะ!!” ฉันตะโกนใส่หน้าชายที่นั่งกุมขมับอยู่ข้างตัวพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม มือไม้สั่นไปหมดอย่างควบคุมไม่ได้ คนคนนี้คือพ่อของฉันจริงๆ อย่างนั้นหรือ...

                    “พะ...พ่อ...” พ่อเหมือนพยายามจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง แต่สุดท้ายก็หยุดไว้แค่นั้นก่อนจะเลื่อนมือไปขยี้ผมสั้นเตียนของตัวเองอย่างคนเครียดจัด ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ฝังตรงข้าม ยกมือปาดน้ำตาที่เปรอะไปทั่วใบหน้าก่อนจะหันไปมองประตูห้องฉุกเฉินที่อยู่ไปไม่ห่างเท่าไหร่ ตอนนี้แม่ของฉันอยู่ในนั้น กำลังนอนไม่ได้สติให้หมอรักษา เพียงเพราะเหตุการณ์บ้าๆ นั่น

                    “พ่อขอโทษ...” เสียงของคนที่นั่งตรงข้ามเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ฉันเหลือบตาไปมองเขาก่อนจะหันกลับมาอย่างไม่สนใจ ฉันไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าคนตรงหน้าคือพ่อของฉัน ตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาผู้ชายคนนี้คือคนที่ฉันเทิดทูนบูชาที่สุด พ่อคือฮีโร่ ท่านทำงานหนัก สร้างเนื้อสร้างตัวจากคนงานธรรมดากลายเป็นผู้จัดการในที่สุด ชีวิตของฉันสุขสบายมาจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะท่าน มีกินมีใช้ไม่เคยขาด ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยมากมายแต่ก็ไม่เคยลำบาก ฉันกล้าบอกได้เลยว่าฉันโชคดีที่สุดในโลกที่ได้เกิดมาในครอบครัวนี้ ฉันคิดแบบนั้นจนกระทั่งเมื่อสามวันก่อน...มีผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับบอกว่าเป็นภรรยาอีกคนของพ่อ

                    ทั้งฉันและแม่ต่างก็ช็อคไปทั้งคู่ พวกเราไม่ปักใจเชื่อจนกระทั่งได้ยินคำยืนยันจากปากของพ่อเองเมื่อท่านกลับมาถึงบ้าน พ่อปฏิเสธไม่ได้เมื่อผู้หญิงคนนั้นก็นั่งอยู่ด้วย เธอและพ่อเจอกันเมื่อปีก่อนตอนที่พ่อไปดูงานที่หัวหิน ท่านแอบมีเมียเก็บไว้อีกคน หลอกฉันกับแม่มาตลอดว่าทำไปงาน พ่อทำแบบนี้ได้ยังไงกัน!

                    มันผิดหวังนะเมื่อคนที่เรารักสุดหัวใจ ไว้ใจเขาที่สุดกลับทำให้เราและคนที่เรารักอีกคนต้องเจ็บช้ำเสียใจ ฉันรู้สึกโกรธพ่อมากเลยหลบหน้าท่านตลอด ส่วนแม่เองก็เก็บตัวเงียบอยู่คนเดียวเลยทำให้พวกเราไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาสามวันมานี้แม่ถูกผู้หญิงคนนั้นตามรังควาน จนถึงวันนี้ที่แม่ทนไม่ไว้แล้วทะเลาะพ่ออย่างหนัก แม่วิ่งหนีออกจากบ้าน... แต่แค่แวบเดียวเท่านั้น ป้าข้างบ้านก็เข้ามาบอกว่าแม่ถูกรถชน...

                    เมื่อคิดมาถึงตรงนี้น้ำตาของฉันก็ไหลออกมาอีกครั้ง ทั้งห่วงแม่ทั้งเสียใจกับการกระทำของคนตรงหน้า ถ้าแม่เป็นอะไรขึ้นมาแล้วฉันจะทำยังไงล่ะ...

                    “พ่อไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นนะวา” เป็นอีกครั้งที่ฉันเมินเฉยกับน้ำเสียงที่แหบแห้งนั่น “คืนนั้นพ่อเมา พ่อพลาดเอง พ่อพยายามบอกเลิกเขาแล้ว แต่เขาไม่ยอม เขาบอกจะมาหาแม่ของเรา พะ...พ่อไม่มีทางเลือก...ฮึก” ในที่สุดฉันก็ยอมหันไปมอง แล้วก็ได้เห็นว่าทั้งสองหน่วยตาของพ่อแดงจัด ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาไม่ต่างไปจากฉันเท่าไหร่นัก

                    “ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นยังโผล่มาได้อีกล่ะค่ะ” ฉันเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พ่อสะอื้นฮัก ยกมือสั่นๆ นั่นกุมหน้าตัวเองอีกครั้ง

                    “พ่อทนไม่ไว้ พ่อไม่อยากโกหกแม่กับลูกอีกแล้ว ฮึก...ก็เลยพยายามบอกเลิกเขาอย่างจริงจัง ตะ...แต่พ่อไม่คิดเลยว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พ่อไม่คิดว่าแม่ของเราจะ...” ไหล่ของพ่อสั่นไหว ใจฉันอ่อนยวบเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของคนเป็นพ่อ ฉันไม่เคยเห็นท่านอ่อนแอขนาดนี้มาก่อนเลย เรื่องนี้มันคงหนักเกินกว่าจะรับไว้จริงๆ สุดท้ายแล้วฉันก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาพ่อ วางมือไว้บนหัวไหล่อันสั่นเทาก่อนจะย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้นแล้วสวมกอดท่านไว้หลวมๆ

                    “ไม่เป็นพ่อ...ไม่เป็นไรนะ...เชื่อหนูสิว่าแม่ไม่เป็นไรหรอก” ฉันปลอบพ่อเสียงสั่น และสะอื้นหนักกกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าท่านร้องไห้จนตัวโยก

                    “พ่อขอโทษนะลูก... พ่อขอโทษ ให้อภัยพ่อนะ”

                    ก็อย่างที่บอก... พ่อเป็นพ่อที่ดีที่สุด ท่านทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกขาด และทำทุกอย่างได้เพื่อฉัน แล้วทำไมเรื่องแค่นี้...ฉันจะทำให้พ่อไม่ได้ล่ะ 

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #22
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เสียงโครมคราม เสียงด่าทอ และเสียงร้องไห้ของเด็กดังลั่นบ้านหลังเล็ก เพื่อนบ้านต่างชินชากับกับเสียงเหล่านี้เสียแล้ว เมื่อไหร่ที่ได้ยินเสียงเหล่านี้ ให้ทำเหมือนไม่ได้ยินเสียเพราะต่างก็ไม่อยากยุ่งกับเรื่องของ ครอบครัวอาจมีบางครั้งที่เพื่อนบ้านบางคนทนไม่ไหวเข้าไปห้ามปราม แต่ก็ได้รับลูกหลงกลับมาทุกครั้งไป

    เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่พ่อของผมดื่มเหล้าจนเมาหนัก พอพ่อเมาพ่อก็จะหาเรื่องชกต่อยกับคนอื่นไปทั่ว ถ้าเมาข้างนอก ก็จะมีเรื่องกับอริเก่าที่เจอหน้า แต่ถ้าเมาในบ้าน พ่อก็จะทุบตีด่าทอแม่และผมเสมอ แต่ผมกับแม่ก็ต้องทน เพราะเวลาปกติที่พ่อไม่เมา พ่อจะรักผมและแม่มาก แม่จึงมักพาผมหนีไปอาศัยบ้านญาติในละแวกใกล้ๆ เวลาพ่อเมา แต่ถ้าวันไหนหนีไม่ทัน ผมกับแม่ก็จะกลายเป็นที่ระบาย รองรับอารมณ์รุนแรงของพ่อ

    ถ้ามีใครถามว่าผมเกลียดพ่อไหมที่ทำตัวแบบนี้ ผมก็มักจะตอบว่า “ไม่ครับ เพราะพ่อของผมไม่ใช่คนอย่างนี้ แต่เพราะน้ำเมาที่พ่อดื่มเข้าไป มันเปลี่ยนพ่อผมครับ” หลายๆ คนที่ได้ฟังคำตอบของผมต่างก็เวทนาผม อาจจะมีบางคนที่รู้สึกว่าผมโง่ที่ทนเป็นที่รองมือรองเท้าของพ่ออยู่ได้

    ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงต้องทนอยู่กับพ่ออยู่แบบนี้ ในเมื่อลุงกับป้าพร้อมที่จะเลี้ยงดูผมเสมอ ก็คงเพราะความรักล่ะมั้งครับ ผมกับแม่ถึงทนมาได้ รักที่ผมกับแม่มีให้พ่อ และรักที่พ่อมีให้ผมกับแม่ แค่นี้ก็เป็นยาสมานแผลของผมที่จะทำให้ผมอดทนต่อไปได้ แต่ในวันนี้มันไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว

    วันนี้พ่อกลับมาบ้านพร้อมกับอาการเมาหัวราน้ำเช่นเคย แต่ความรุนแรงที่พ่อแสดงออกมันมากจนเกินที่ผมและแม่จะทนรับได้ พ่อทั้งสบถถ้อยคำหยาบคายและตบตีแม่และหาว่าแม่มีชู้เพราะพ่อได้ยินมาจากวงเหล้า ลามมาทำร้ายร่างกายผมจนเนื้อแทบปริแตกและหาว่าผมไม่ใช่ลูกของพ่อ หัวใจผมเหมือนกับจะแตกสลายเมื่อได้ยินคำกล่าวหาว่าผมไม่ใช่ลูกพ่อ ผมกับแม่ร้องไห้อ้อนวอนให้พ่อหยุด แต่ก็ดูเหมือนไร้ผล เพื่อนบ้านที่คงสังเกตว่าความรุนแรงภายในบ้านหลังนี้ดูยาวนานผิดปกติจึงไปตามลุงกับป้ามาดู และสุดท้ายผมกับแม่ก็รอดจากเงื้อมมือของพ่อ แต่สภาพร่างกายและจิตใจของเราสองคนบอบช้ำมาก มาวันนี้ ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าผมควรจะยังตอบว่า ไม่เกลียดพ่อ ได้อีกไหม แล้วในคืนนี้ก็ไม่มีใครสามารถข่มตานอนได้เลยสักคน ยกเว้นก็แต่พ่อที่เมาจนหลับไปในที่สุด

    เช้าวันต่อมาที่พ่อได้สติ ซึ่งสติของพ่อก็กลับมาพร้อมกับข่าวร้ายที่ว่าเมื่อคืนพ่อไปเล่นไพ่จนหมดเนื้อหมดตัว แม่โกรธพ่อมากจนเข้าไปทุบตีและด่าทอ แต่พ่อก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร และนั่นก็ทำให้พ่อได้เห็นสภาพของผมและแม่ว่าย่ำแย่แค่ไหน ดูเหมือนพ่อจะเริ่มระลึกได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เช้าวันนั้น ผมได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชายของพ่อเป็นครั้งแรกในชีวิต ตั้งแต่ผมเกิดมา ผมไม่เคยเห็นพ่อร้องไห้เลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้พ่อร้องไห้หนักมาก จนผมและแม่ต้องร้องตาม

    พ่อเข้ามากอดผมและแม่ทั้งน้ำตาพร้อมกับพูดว่าพ่อจะเลิกเหล้าเด็ดขาด และจะไม่ไปเล่นการพนันอีกแล้ว จะตั้งใจทำงานหาเงินให้ลูกกับเมีย เราสามคนพ่อแม่ลูกกอดกันร้องไห้ร่วมหลายนาทีแล้วจึงแยกย้ายกันไปทำกิจวัตร หลายๆ วันต่อมาผมก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของพ่อ พ่อไม่ดื่มเหล้าและเล่นการพนันตามที่สัญญาแล้ว แต่ผมกับแม่ก็ยังไม่ไว้วางใจ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี พ่อก็ได้พิสูจน์ว่าพ่อทำได้ พ่อกลายเป็นพ่อที่ดีที่สุดในโลกสำหรับผมและสามีที่ดีที่สุดในโลกสำหรับแม่

    อยู่มาวันหนึ่ง วันที่เราสามคนพ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา จู่ๆ พ่อก็พูดถึงเรื่องราวในคืนนั้นที่ซึ่งยังเป็นบาดแผลในใจของผมกับแม่ น้ำตาแม่ไหลลงมาเงียบๆ แต่ผมกลับร้องไม่ออก ภาพความโหดร้ายของพ่อในตอนนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่ถึงแม้จะผ่านไปนานแล้ว พ่อที่เห็นปฏิกิริยาตอบสนองของผมกับแม่ก็ถึงกับน้ำตาไหล นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมได้เห็นน้ำตาของพ่อ แล้วจู่ๆ พ่อก็ลงไปคุกเข่าลงกับพื้นแล้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า “พ่อขอโทษ” ราวกับคำพูดเพียงสามคำนี้เป็นกุญแจดอกสำคัญที่เข้ามาไขห้องลับที่เก็บล็อคบาดแผลในใจของผมและแม่ ปลดเปลื้องทุกความโกรธเคืองและความเศร้าใจไปจนหมด 

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #40
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    พ่อขอโทษ

    ระยะเวลาตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา ‘ตะวัน’ เด็กวัยรุ่นที่มีความใฝ่ฝันอย่างคนอื่นๆ มักจะรู้สึกว่า ชีวิตเขาถูกขีดกรอบไว้ ทุกๆอย่างที่ตะวันอยากจะทำ ผู้เป็นพ่อมักจะไม่เห็นด้วย เพราะตั้งแต่แม่ของเขาตาย ในเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด แม่ของเขาที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงชนิดหนึ่ง เกิดสิ้นใจตอนที่กำลังผ่าตัด  เขาจึงอยู่กับพ่อสองคน และหลังจากนั้นพ่อของตะวันเริ่มเข้มงวดกับตะวันมากขึ้น

    จนมามีเหตุการณ์หนึ่ง..

    “แกต้องเป็นครูเหมือนพ่อ”  เสียงพ่อของตะวันพูดขึ้นอย่างจริงจังกับลูกชายเพียงคนเดียวของเขา

    “แต่ผมไม่อยากเป็นครู นั่นไม่ใช่ความฝันของผม..”

    ตะวันพูดไม่เต็มเสียงนักแต่แฝงไปด้วยความมาดมั่น เพราะเขาคิดว่า ทุกๆอย่างที่พ่อบังคับให้ทำ ตะวันทำตามทุกอย่าง แต่ต้องไม่ใช่เรื่องนี้ ..อนาคตของเขา

    “แค่ความฝัน มันกินไม่ได้หรอกจะบอกให้ ฉันอุตส่าห์อนุญาตให้แกเรียนสาย ศิลป์-ภาษา อย่างที่แกอยากเรียนแล้ว ฉะนั้น อาชีพครูดีที่สุดเชื่อฉัน” ผู้เป็นพ่อพูด  ความหวังของตะวันชั่งริบหรี่นัก

    “..ไม่ ผมจะไม่เป็นครู” ตะวันเอ่ยแค่คำสั้นๆ พ่อได้ยินดังนั้นจึงหันขวับมาก่อนจะเอ็ดเสียงดัง

    “ฉันอุตส่าห์เลือกชีวิตที่ดีให้แก ทำไม่แกถึงไม่เห็นความสำคัญ!!” พ่อตะวันเริ่มมีน้ำโหขึ้นเมื่อได้ยินว่าตะวันกำลังขัดใจ

    “…พ่อแน่ใจเหรอ ว่าพ่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ผม” ตะวันเอ่ยเสียงสั่นเบาหวิว แต่ได้ใจความ เขารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่คอ ขอบตาเริ่มมีน้ำปริ่มๆ แต่ตะวันต้องกลั้นไว้ และพูดต่อ “พ่อไม่เคยถามผม ว่าผมชอบสิ่งที่พ่อให้มาหรือปล่าว พ่อไม่เข้าใจผม..”

    เพี๊ยะ!!

    หน้าของตะวันหันไปตามแรงที่มือของพ่อตะวันกระทบกับใบหน้าของเขา  พ่อตบเขา..พ่อตบเขา

    “ทุกๆสิ่งทุกอย่างที่ฉันเลือกให้แก มันมักจะมีผลดีมากที่สุด แกไม่จำเป็นต้องเลือก เพราะชีวิตแกมันเป็นของฉัน!!!” พ่อตะวันเอ็ดตะโรดังลั่นบ้าน  คำพูดทุกถ้อยคำที่พ่อเขาพูดมา ทำให้ความเสียใจของตะวันพุ่งทวีคูณขึ้นมาอีก เขาจึงตัดสินใจพูดขึ้นว่า

    “ผมเกลียดพ่อ!”  ตะวันตะโกนดังลั่นและรีบวิ่งออกจากบ้านไปทันที  พ่อตะวันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้และมองมือทั้งสองข้างอย่างตกใจและเสียใจไปตามๆกัน

    เขาตบลูกเขาไปแล้ว...

    เวลาผ่านไปหลายนาที เวลาเริ่มใกล้พลบค่ำ พ่อตะวันยังรอลูกชายอยู่รอให้เขากลับมาแต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของร่างนั้น “เอาจดหมายมาส่งครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากหน้าบ้าน พ่อตะวันเดินออกไปดูแต่ก็พบเจอแต่บุรุษไปรษณีย์ที่นำจดหมายสอดไปที่ตู้ใส่จดหมาย  พ่อตะวันเอื้อมมือไปรับมาและเปิดดูทันที  และก็พบข้อความที่ว่า

    ถึง นาย ตะวัน XXXXX

    ‘ขอแสดงความยินดี คุณได้รับคัดเลือกไปเป็นตัวแทนนักการทูตฝึกหัด ที่สหรัฐอเมริกา ’

    พ่อตะวันได้แค่นิ่ง ตกใจกับสิ่งที่ทำลงไป เขาทำอะไรลงไป..

    จนมีเสียงโทรศัพท์หนึ่งดังขึ้น ไม่ทันที่พ่อตะวันจะพูดอะไร ก็มีปลายสายเสียงผู้ชายคนหนึ่่่งดังขึ้นก่อน

    {คุณเป็นพ่อของเด็กผู้ชายที่ชื่อตะวันใช่มัยครับ?}

    "ครับ.."พ่อตะวันฉงนไม่น้อย

    {ตอนนี้เด็กผู้ชายที่ชื่อตะวันถูกรถชนที่หน้าปากซอยนี่ครับ ผมโทรไปที่โรงพยาบาลแล้ว พะ..}

    ไม่ทันปลายสายจะพูดจบพ่อตะวันจึงกดทิ้งและรีบไปที่โรงพยาบาลทันที

    เมื่อเขาไปพ่อตะวันต้องตกใจเมื่อตะวันนั่นมีสภาพที่น่าอนาถและที่แย่ไปกว่านั้นคือ

    ตะวันเสียชีวิตแล้ว..

    พ่อมองแววตาสั่นระริกไปร่างลูกชายที่นอนแน่นิ่ง ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาอีก ผู้เป็นพ่อเอื้อมไปกุมมือลูกชายน้ำตาไหลออกมาอาบแก้มราวกับเขื่อนแตก จนมีแรงสะกิดจากด้านหลัง พ่อตะวันจึงหันไป

    "นี่เป็นจดหมายที่ลูกของคุณให้ไว้ก่อนจะเสียชีวิตค่ะ" นางพยาบาลยื่นจดหมายให้ก่อนจะเดินออกไปจากห้องตามมารยาท  พ่อตะวันคลี่กระดาษเปิดออกมา  ปรากฎว่าเป็นข้อความลายมือของลูกชาย

    'ถึงพ่อ ..ถึงวันนี้พ่อจะไม่ยอมรับในสิ่งที่ผมเป็น แต่ยังไงผมก็รักพ่อนะ'

    จากนั้นน้ำตาด้วยความสำนึกผิดของพ่อตะวันก็ไหลมาอย่างเขื่อนแตก  และพร่ำบอกอยู่คำเดียวไปมาๆ อย่างเสียใจ

    "พ่อขอโทษ ตะวัน พ่อขอโทษ..."

    จบแล้วอ่ะค่ะ เนื้อเรื่องก็งงนิดหน่อยอ่ะนะ TOT

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #31
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    สิ่งหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประเดประดังเข้ามา บุคคลที่รักที่สุดที่เทิดทูนที่สุดอย่าง พ่อกลับทำความผิดอย่างยิ่งใหญ่ที่ยากจะอภัย คำพูดก่อนฉันตัดสินใจในวันนี้ แกไม่ใช่ลูกฉันห้าพยางค์สั้นๆที่นึกถึงกี่ครั้งก็เจ็บทุกที หลังจาก-เพียงไม่กี่วันพ่อได้พาเมียน้อยเข้าบ้าน ความรู้สึกที่ว่าพ่อไม่ได้รักแม่เลยใช่ไหมเข้าสู่สมองฉันทันที เพิ่งเผาศพแม่ไปไม่นานแท้ๆกับกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ แม่เลี้ยงของฉันอายุห่างจากฉันไม่มากนักเธอดูสาวและสวยมาก ในที่สุกวันแตกหักของฉันกับพ่อก็มาถึงในเมื่อพ่อสนใจแม่เลี้ยงมากกว่าฉัน ประคบประหงมกันอย่างดีแต่ด่าทอฉันทุกอย่างแม้บางอย่างไม่ใช่ความผิดของฉันก็ตาม ความอดทนของฉันเริ่มถึงจุดเดือดต่ำ ความน้อยใจ เจ็บใจกับความลำเอียงของพ่อจึงทำให้ฉันตัดสินใจ ออกจากบ้านเพื่อเริ่มต้นชีวิตตัวเองใหม่ การออกมาอยู่โลกกว้างของฉันนั้นมันช่างแสนลำบากเสียเหลือเกินสำหรับฉัน ความรู้สึกคิดถึงพ่อเกิดขึ้นทุกครั้งที่ฉันอยู่คนเดียว แต่ด้วยความน้อยใจที่พ่อไม่รักฉันมันอยู่เต็มไปหมด คำพูดสุดท้ายที่ฉันคุยกับพ่อยังจำได้ดี 'แกไม่ใช่ลูกฉัน ฉันไม่เคยมีลูกออกไปไหนก็ไปเลยไปเกะกะสายตาสิ้นดี ให้อาศัยด้วยก็เป็นบุญแล้วยังจะผยองคิดไม่ดีกับเมียกู แกออกไปเลย ออกไป้! 'น้ำตาฉันไหลพรากเป็นสายความเจ็บปวดในหัวใจแล่นไปทั่วร่าง  

    วีกลับไปอยู่กับพ่อนะ พ่อขอโทษหลังจากไม่เจอกันถึงสามเดือนเต็ม พ่อก็ตามหาฉันจนเจอพ่อมาขอโทษฉันและให้ฉันลับไปอยู่ด้วย ความทรงจำตอนที่พ่อไล่ฉันออกจากบ้าน ฉันยังจำมันได้ดี แต่การที่เขากลับมารับฉันในวันนี้มันกลับทำให้ฉันรู้สึกชื้นใจอย่างประหลาด พ่อผิดไปแล้ว พ่อเลิกกับเธอแล้ว วีกลับไปอยู่กับพ่อนะ พ่อรักวีนะสามพยางค์หลังทำให้ฉันใจอ่อนได้ในทันที มันไม่มีสิ่งอื่นใดสำหรับฉันแล้วที่จะสำคัญในความรักของพ่อ พ่อคือครูในเมื่อฉันยังเด็ก คือคนที่ปลอบโยนฉันในวันที่ฉันกลัว ถึงแม้สิ่งที่พ่อเคยทำลงไปจะส่งผลกระทบต่อฉันโดยตรง แต่ฉันก็ยังรักพ่อ ยังต้องการผู้ชายคนนี้ คนที่ทำให้ฉันได้เกิดมา ยังไงแล้วเลือดมันข้นกว่าน้ำเสมอ

    หนูก็รักพ่อค่ะ

    ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 40
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      หาวนอน
      Guest IP
      #21
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ฉันไม่เคยมีใครไปส่งที่ รร เลย” ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นมา และเริ่มรู้จักสังคมภายใน ร.ร.แล้ว ฉันก็ไม่เคยยอมให้พ่อไปส่งที่ ร.ร.อีกเลย.. เพราะอะไรน่ะหรือ? ก็เพราะว่าพ่อของฉันเป็นแค่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างกระจอกๆยังไงล่ะ วันๆฉันได้เงินไปร.ร.น้อยที่สุดในกลุ่มเพื่อน ชุดนักเรียนก็ดูมอซอกว่าเพื่อน เรียนพิเศษก็ไม่ได้เรียนที่ดังๆ มีแต่คนหน้าตาดีไปเรียนเหมือนอย่างคนอื่นเขา เสื้อผ้าก็มีแต่ตัวเดิมๆราคาถูก ฉันรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่ต้องกรอกอาชีพของผู้ปกครองลงในเอกสารต่างๆ คิดๆไปก็ต้องนึกน้อยใจแม่ที่เลือกคู่ครองแบบนี้แล้วตัวเองก็ชิ่งขึ้นสวรรค์ไปซะก่อนด้วยโรคหัวใจ ปล่อยให้คนดีของแม่ต้องอยู่กับพ่อที่ไม่มีอะไรดีๆให้เลย อาหารหรูๆก็แทบจะนับครั้งที่เคยไปกิน เสื้อผ้าแบรนด์เนมก็มีแค่สองตัว แต่ละตัวกว่าจะได้มาต้องทะเลาะไม่พูดไม่จากับพ่ออยู่เป็นเดือน พ่อเขาจะรู้บ้างไหม ว่าคนเป็นลูกมันลำบากแค่ไหน ... ตกเย็นวันหนึ่ง พ่อนั่งไอในครัวเสียงดังจนได้ยินมาถึงห้องนอน หนวกหูชะมัด! ฉันจึงเดินเข้าไปดูเห็นพ่อนั่งกินข้าวแล้วยิ้มเจื่อนๆให้ฉัน หน้าผากพ่อมีเม็ดเหงื่อแตกผุดๆเต็มไปหมดคล้ายคนเก็บอาการอะไรบางอย่าง บนโต๊ะมีกระดาษทิชชู่ใช้แล้ววางอยู่เป็นกอง แต่ฉันก็ไม่สนใจอะไรมากหรอก คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่แล้วแหละ ฉันรู้สึกปวดหัวจึงขอตัวไปนอนก่อน รุ่งเช้า ฉันไข้ขึ้นหนัก พ่ออาสาจะพาไปหาหมอ ตอนนี้ร่างกายฉันแทบไม่มีแรงแล้วแหละ แต่อย่างไรก็ตาม ฉันจะไม่ยอมให้พ่อใส่ชุดวินพาฉันไปโรงพยาบาลหรอกนะ ฉันกลัวว่าจะเจอคนรู้จักแล้วจะกลายเป็นขี้ปากคนอื่นเขา ในที่สุดพ่อก็พาฉันมาหาหมอด้วยชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์สีซีดๆ เมื่อใกล้จะถึงคิวตรวจของฉัน พ่อนึกขึ้นได้ว่าลืมเอาเอกสารมาสองสามอย่างเพราะความรีบ พ่อจึงกลับไปเอาและบอกให้ฉันนั่งรอที่หน้าห้องตรวจ แต่รอแล้วรอเล่า พ่อก็ไม่กลับมาเสียที เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกใจหาย พ่อไม่เคยทิ้งฉันไว้คนเดียวนานๆอย่างนี้เลย... ครึ่งชม.ผ่านไป มีคุณตำรวจท่านหนึ่งได้เดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับเพื่อนที่วินของพ่อ พร้อมยื่นซองเอกสารให้ฉัน ภายในซองเป็นสูติบัตรของฉันเอง หากแต่ว่าชื่อบิดากลับไม่ใช่ชื่อพ่อของฉัน แต่กลับเป็นชื่อของคนอื่นที่ฉันไม่รู้จัก เอกสารอีกใบคือใบยินยอมให้รับเลี้ยงบุตร ซึ่งเป็นพันธะสัญญาระหว่างพ่อฉัน คนขับวินมอเตอร์ไซค์จนๆ กับคู่รักวัยรุ่นใจแตก ว่าพ่อจะดูแลฉันให้ดีที่สุด จะส่งเสียเลี้ยงดูให้การศึกษาอย่างดี ยังไม่ทันได้เรียบเรียงเรื่องราวอะไรมากนัก เพื่อนของพ่อก็เฉลยมาทันทีว่า.. “จริงๆแกน่ะ ไม่ใช่ลูกแท้ๆของมันหรอก แต่พ่อแกน่ะดันทุรัง อยากจะเลี้ยงให้ดีกว่าคู่รักขี้เมาพวกนั้น เลยเอาแกมาเลี้ยง เลี้ยงดีกว่าตัวมันเองอีก เป็นมะเร็งจะตายอยู่แล้วยังไม่มาหาหมอซะบ้างเลย แกเป็นแค่ไข้หวัดบ้านๆมันกลับพามาถึงโรง’บาล พอกลับไปเอาของก็ดันโดนสิบล้อชนเข้าให้ ก็ถือซะว่าพ่อแกไปสบายแล้วละกันนะลูกนะ” สิ้นเสียงนั้น โลกของฉันเหมือนหยุดหมุน นี่พ่อจากฉันไปจริงๆหรือนี่? คุณตำรวจยื่นกระเป๋าสตางค์ของพ่อให้แก่ฉัน กระเป๋าใบนี้ขาดหลุดลุ่ยแทบไม่มีชิ้นดี รูปถ่ายใบหนึ่งหล่นลงมา..มันเป็นรูปของฉันตอนเด็กๆ ตอนที่เข้าอนุบาลครั้งแรก เด็กผู้หญิงที่ยิ้มแป้นแล้น ทาแป้งขาววอก ฟันหลอๆยืนกอดขาผู้ชายคนหนึ่ง ชายที่รักฉันมากกว่าใคร...ข้างหลังรูปถ่ายนั้น มีข้อความสั้นเขียนไว้ว่า “พ่อขอโทษนะลูก ที่หาโรงเรียนดีๆแพงๆให้ลูกเรียนไม่ได้ แต่อย่างไรก็ต้องตั้งใจเรียนนะคนเก่งของพ่อ”
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #22
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เสียงโครมคราม เสียงด่าทอ และเสียงร้องไห้ของเด็กดังลั่นบ้านหลังเล็ก เพื่อนบ้านต่างชินชากับกับเสียงเหล่านี้เสียแล้ว เมื่อไหร่ที่ได้ยินเสียงเหล่านี้ ให้ทำเหมือนไม่ได้ยินเสียเพราะต่างก็ไม่อยากยุ่งกับเรื่องของ ครอบครัวอาจมีบางครั้งที่เพื่อนบ้านบางคนทนไม่ไหวเข้าไปห้ามปราม แต่ก็ได้รับลูกหลงกลับมาทุกครั้งไป

      เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่พ่อของผมดื่มเหล้าจนเมาหนัก พอพ่อเมาพ่อก็จะหาเรื่องชกต่อยกับคนอื่นไปทั่ว ถ้าเมาข้างนอก ก็จะมีเรื่องกับอริเก่าที่เจอหน้า แต่ถ้าเมาในบ้าน พ่อก็จะทุบตีด่าทอแม่และผมเสมอ แต่ผมกับแม่ก็ต้องทน เพราะเวลาปกติที่พ่อไม่เมา พ่อจะรักผมและแม่มาก แม่จึงมักพาผมหนีไปอาศัยบ้านญาติในละแวกใกล้ๆ เวลาพ่อเมา แต่ถ้าวันไหนหนีไม่ทัน ผมกับแม่ก็จะกลายเป็นที่ระบาย รองรับอารมณ์รุนแรงของพ่อ

      ถ้ามีใครถามว่าผมเกลียดพ่อไหมที่ทำตัวแบบนี้ ผมก็มักจะตอบว่า “ไม่ครับ เพราะพ่อของผมไม่ใช่คนอย่างนี้ แต่เพราะน้ำเมาที่พ่อดื่มเข้าไป มันเปลี่ยนพ่อผมครับ” หลายๆ คนที่ได้ฟังคำตอบของผมต่างก็เวทนาผม อาจจะมีบางคนที่รู้สึกว่าผมโง่ที่ทนเป็นที่รองมือรองเท้าของพ่ออยู่ได้

      ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงต้องทนอยู่กับพ่ออยู่แบบนี้ ในเมื่อลุงกับป้าพร้อมที่จะเลี้ยงดูผมเสมอ ก็คงเพราะความรักล่ะมั้งครับ ผมกับแม่ถึงทนมาได้ รักที่ผมกับแม่มีให้พ่อ และรักที่พ่อมีให้ผมกับแม่ แค่นี้ก็เป็นยาสมานแผลของผมที่จะทำให้ผมอดทนต่อไปได้ แต่ในวันนี้มันไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว

      วันนี้พ่อกลับมาบ้านพร้อมกับอาการเมาหัวราน้ำเช่นเคย แต่ความรุนแรงที่พ่อแสดงออกมันมากจนเกินที่ผมและแม่จะทนรับได้ พ่อทั้งสบถถ้อยคำหยาบคายและตบตีแม่และหาว่าแม่มีชู้เพราะพ่อได้ยินมาจากวงเหล้า ลามมาทำร้ายร่างกายผมจนเนื้อแทบปริแตกและหาว่าผมไม่ใช่ลูกของพ่อ หัวใจผมเหมือนกับจะแตกสลายเมื่อได้ยินคำกล่าวหาว่าผมไม่ใช่ลูกพ่อ ผมกับแม่ร้องไห้อ้อนวอนให้พ่อหยุด แต่ก็ดูเหมือนไร้ผล เพื่อนบ้านที่คงสังเกตว่าความรุนแรงภายในบ้านหลังนี้ดูยาวนานผิดปกติจึงไปตามลุงกับป้ามาดู และสุดท้ายผมกับแม่ก็รอดจากเงื้อมมือของพ่อ แต่สภาพร่างกายและจิตใจของเราสองคนบอบช้ำมาก มาวันนี้ ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าผมควรจะยังตอบว่า ไม่เกลียดพ่อ ได้อีกไหม แล้วในคืนนี้ก็ไม่มีใครสามารถข่มตานอนได้เลยสักคน ยกเว้นก็แต่พ่อที่เมาจนหลับไปในที่สุด

      เช้าวันต่อมาที่พ่อได้สติ ซึ่งสติของพ่อก็กลับมาพร้อมกับข่าวร้ายที่ว่าเมื่อคืนพ่อไปเล่นไพ่จนหมดเนื้อหมดตัว แม่โกรธพ่อมากจนเข้าไปทุบตีและด่าทอ แต่พ่อก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร และนั่นก็ทำให้พ่อได้เห็นสภาพของผมและแม่ว่าย่ำแย่แค่ไหน ดูเหมือนพ่อจะเริ่มระลึกได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เช้าวันนั้น ผมได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชายของพ่อเป็นครั้งแรกในชีวิต ตั้งแต่ผมเกิดมา ผมไม่เคยเห็นพ่อร้องไห้เลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้พ่อร้องไห้หนักมาก จนผมและแม่ต้องร้องตาม

      พ่อเข้ามากอดผมและแม่ทั้งน้ำตาพร้อมกับพูดว่าพ่อจะเลิกเหล้าเด็ดขาด และจะไม่ไปเล่นการพนันอีกแล้ว จะตั้งใจทำงานหาเงินให้ลูกกับเมีย เราสามคนพ่อแม่ลูกกอดกันร้องไห้ร่วมหลายนาทีแล้วจึงแยกย้ายกันไปทำกิจวัตร หลายๆ วันต่อมาผมก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของพ่อ พ่อไม่ดื่มเหล้าและเล่นการพนันตามที่สัญญาแล้ว แต่ผมกับแม่ก็ยังไม่ไว้วางใจ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี พ่อก็ได้พิสูจน์ว่าพ่อทำได้ พ่อกลายเป็นพ่อที่ดีที่สุดในโลกสำหรับผมและสามีที่ดีที่สุดในโลกสำหรับแม่

      อยู่มาวันหนึ่ง วันที่เราสามคนพ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา จู่ๆ พ่อก็พูดถึงเรื่องราวในคืนนั้นที่ซึ่งยังเป็นบาดแผลในใจของผมกับแม่ น้ำตาแม่ไหลลงมาเงียบๆ แต่ผมกลับร้องไม่ออก ภาพความโหดร้ายของพ่อในตอนนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่ถึงแม้จะผ่านไปนานแล้ว พ่อที่เห็นปฏิกิริยาตอบสนองของผมกับแม่ก็ถึงกับน้ำตาไหล นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมได้เห็นน้ำตาของพ่อ แล้วจู่ๆ พ่อก็ลงไปคุกเข่าลงกับพื้นแล้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า “พ่อขอโทษ” ราวกับคำพูดเพียงสามคำนี้เป็นกุญแจดอกสำคัญที่เข้ามาไขห้องลับที่เก็บล็อคบาดแผลในใจของผมและแม่ ปลดเปลื้องทุกความโกรธเคืองและความเศร้าใจไปจนหมด 

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #23
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      “พ่อของฉันไม่เหมือนใคร”

                     ฉันมักจะถามตัวเองอยู่เสมอว่าทำไมท่านถึงไม่เป็นเหมือนพ่อคนอื่น ในขณะที่ฉันต้องการความช่วยเหลือ ท่านจะไม่ปรากฎตัวต่อหน้า แต่จะเป็นแม่ที่เข้ามารับหน้าที่แทนเสมอ ท่านไม่เคยพูด ไม่แสดงสีหน้าท่าทางอะไรเลยราวกับว่าทุกคนในบ้านสามารถอ่านความคิดของท่านได้ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่สักหน่อย ช่วงเวลาที่มีความสุขท่านไม่ยิ้ม ช่วงเวลาท่านมีเรื่องกังวล ท่านไม่พูดไม่แบ่งปันปัญหาให้คนในครอบครัวได้รับรู้ ท่านจะแสดงสีหน้าและเปร่งเสียงออกมาเฉพาะเวลาที่โกรธเท่านั้น และต้องเป็นตอนที่โกรธมากๆด้วย ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่านั้นเกิดจากการที่ไม่ได้พูดมาเป็นเวลานานหรือเปล่า? หากจะไม่ให้พูดเลย แค่5นาทีฉันก็ทำไม่ได้แล้ว

                     “พ่อ จะไปแล้วเหรอ?” ภาพของชายวัยกลางคนที่แต่งตัวสบายๆ มือข้างหนึ่งหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้า เตรียมจะบินกลับไปทำงานในจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้...

      “.........” สิ่งที่ได้กลับมาก็เป็นเพียงความเงียบเช่นทุกครั้ง แต่เพราะมันเคยชินแล้ว ดังนั้นฉันจึงไม่คาดหวังว่าจะได้ยินเสียงท่าน แต่อาศัยดูท่าทางว่าพยักหน้าหรือไม่พยักหน้าเท่านั้น  การเดินทางไปทำงานในที่ไกลๆ กลับมาสองอาทิตย์ครั้งเดียว ยิ่งทำให้ระยะห่างระหว่างเรามากขึ้น แต่มันก็เป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ว่าทำไมท่านถึงเป็นแบบนั้น เพราะการเป็นผู้นำของครอบครัวไม่ใช่เรื่องที่ง่าย การที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายชีวิตทำให้พวกเขาต้องเข้มแข็งและเยือกเย็น ไม่อ่อนไหวกับปัญหาหรือแสดงท่าทางที่จะทำให้พวกเขาดูอ่อนแอ ยิ่งนับวันนานเข้าสิ่งเหล่านี้ก็จะเริ่มเกาะกินสิ่งที่เรียกว่าตัวตนของพวกเขาไปทีละนิดจนแทรกซึมกลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตใจ สั่งให้พวกเขาห้ามยิ้มเมื่อเห็นลูกมีความสุขหรือร้องไห้เมื่อเห็นลูกมีความทุกข์ แต่พวกท่านมักจะโกรธเมื่อเห็นใครมาทำร้ายลูกตัวเอง บางทีสิ่งที่เกาะกินจิตใจพ่อฉันอยู่ตอนนี้ก็ทำให้ฉันเป็นคนที่สุขุมและมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น เพราะอย่างน้อยเวลาเจอคนประเภทนี้ฉันก็มีวิธีจัดการไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกเกร็งถ้าจะต้องพูดอยู่คนเดียว

                     “อยู่บ้านแกมาสามวัน ไม่ได้ยินเสียงพ่อแกเลยสักครั้ง พวกแกสื่อสารกันยังไงว่ะ?” เพื่อนสนิทที่ชอบมานอนค้างที่บ้านเอ่ยถามฉันแบบนี้ทุกครั้งที่เจอพ่อ ฉันก็จนปัญญาจะตอบว่านั้นเป็นเรื่องปกติที่ทั้งบ้านชินกันแล้ว แต่คนอื่นไม่ชินเท่านั้นเอง “ เรื่องแบบนี้มันอาศัยเทคนิค แกอย่ารู้เลย” ฉันตอบแบบนั้นแล้วไม่สนใจมันอีก

                     ในชีวิตหนึ่งฉันไม่กล้าจะคาดหวังอะไรกับพ่อมาก เพราะท่านก็ให้มาเยอะยกเว้นการแสดงออกและคำพูดเท่านั้นเอง ดังนั้นการดำเนินชีวิตแบบนี้ ฟ้าคงลิขิตมาให้ฉันแล้ว แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้..วันนี้เป็นวันเกิดของฉันแต่การดำเนินชีวิตยังคงเฉกเช่นทุกวัน ไม่มีอะไรน่าสนใจนัก ออกจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ ฉันที่ตกอยู่ในสภาวะอยากนอนเริ่มปล่อยวางความคิดตัวเอง แต่เจ้าเสียงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ที่กระเป๋าก็ไม่มีทีท่าว่าจะให้ฉันได้นอน ฉันรีบกดรับสายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ดูก่อนว่าใครโทรมา ทว่าปลายสายที่ดังลอดออกมาทำให้ฉันต้องหันไปจ้องหน้าจอโทรศัพท์อย่างตกตะลึง... ‘พ่อ?’ อย่างที่บอกว่าท่านไปทำงานไกล แถมไม่ค่อยโทรกลับมาบ้าน ดังนั้นการที่พ่อโทรมาเป็นอะไรที่น่าประหลาดใจมาก ฉันเอาแต่นิ่งอึ่งไม่รู้จะเริ่มพูดอะไรนอกจากถามว่า ‘พ่อกินข้าวยัง’... แรกๆท่านตะกุกตะกักเหมือนไม่อยากจะพูดเท่าไหร่นัก หรือไม่ก็พูดเสียงเบามาก หลังจากนั้นฉันก็ไบ้รับประทาน ต่อบทสนทนาไม่ถูก เสียงปลายสายที่เงียบหายไป ก็พูดประโยคหนึ่งขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส

       “สุข สันต์ วัน เกิด”  “............” ไม่รู้เพราะอะไร แค่ประโยคสั้นๆที่คุ้นเคยมาตลอดหลายสิบปี วันนี้กลับทำให้ฉันพูดอะไรไม่ออก! ประหลาดใจก็ไม่เชิงแต่ความรู้สึกบางอย่างข้างในมันเต้นรัว และแล้วน้ำตาฉันก็ใหล..

                     “อื้อ ขอบคุณนะพ่อ” ช่างเป็นปีเกิดที่ฉันมีความสุขที่สุดและเป็นคำอวยพรที่ไพเราะที่สุดเช่นกัน..

                     พ่อฉันไม่เหมือนใคร..ท่านไม่พูด ท่านไม่ยิ้ม ท่านไม่แสดงออก ฉันรู้ว่าท่านเองก็ไม่สามารถแก้นิสัยแย่ๆตรงนี้ได้ แต่ฉันก็รู้อีกนั้นแหละว่าทุกสิ่งที่ท่านทำให้ล้วนเป็นความจริงใจที่ท่านกำลังจะบอกว่า “ท่านขอโทษที่ไม่สามารถเป็นพ่อที่ลูกต้องการได้” แต่ใครจะรู้ ‘พ่อคนนี้’ นี่แหละที่ลูกสาวอย่างฉันต้องการที่สุด!

      _______

      ไม่เคยเขียนเรื่องที่สั้นขนาดนี้มาก่อน และดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องสั้นแต่เป็นบทความเสียมากกว่า แหะแหะ การบรรยายเลยไม่ค่อยกระชับเท่าที่ควร (นู๋แต่งแต่ดราม่ายาว ฮือ ฮือ)เสียใจ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #24
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

                      “สมใจพ่อหรือยังล่ะ!!” ฉันตะโกนใส่หน้าชายที่นั่งกุมขมับอยู่ข้างตัวพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม มือไม้สั่นไปหมดอย่างควบคุมไม่ได้ คนคนนี้คือพ่อของฉันจริงๆ อย่างนั้นหรือ...

                      “พะ...พ่อ...” พ่อเหมือนพยายามจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง แต่สุดท้ายก็หยุดไว้แค่นั้นก่อนจะเลื่อนมือไปขยี้ผมสั้นเตียนของตัวเองอย่างคนเครียดจัด ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ฝังตรงข้าม ยกมือปาดน้ำตาที่เปรอะไปทั่วใบหน้าก่อนจะหันไปมองประตูห้องฉุกเฉินที่อยู่ไปไม่ห่างเท่าไหร่ ตอนนี้แม่ของฉันอยู่ในนั้น กำลังนอนไม่ได้สติให้หมอรักษา เพียงเพราะเหตุการณ์บ้าๆ นั่น

                      “พ่อขอโทษ...” เสียงของคนที่นั่งตรงข้ามเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ฉันเหลือบตาไปมองเขาก่อนจะหันกลับมาอย่างไม่สนใจ ฉันไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าคนตรงหน้าคือพ่อของฉัน ตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาผู้ชายคนนี้คือคนที่ฉันเทิดทูนบูชาที่สุด พ่อคือฮีโร่ ท่านทำงานหนัก สร้างเนื้อสร้างตัวจากคนงานธรรมดากลายเป็นผู้จัดการในที่สุด ชีวิตของฉันสุขสบายมาจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะท่าน มีกินมีใช้ไม่เคยขาด ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยมากมายแต่ก็ไม่เคยลำบาก ฉันกล้าบอกได้เลยว่าฉันโชคดีที่สุดในโลกที่ได้เกิดมาในครอบครัวนี้ ฉันคิดแบบนั้นจนกระทั่งเมื่อสามวันก่อน...มีผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับบอกว่าเป็นภรรยาอีกคนของพ่อ

                      ทั้งฉันและแม่ต่างก็ช็อคไปทั้งคู่ พวกเราไม่ปักใจเชื่อจนกระทั่งได้ยินคำยืนยันจากปากของพ่อเองเมื่อท่านกลับมาถึงบ้าน พ่อปฏิเสธไม่ได้เมื่อผู้หญิงคนนั้นก็นั่งอยู่ด้วย เธอและพ่อเจอกันเมื่อปีก่อนตอนที่พ่อไปดูงานที่หัวหิน ท่านแอบมีเมียเก็บไว้อีกคน หลอกฉันกับแม่มาตลอดว่าทำไปงาน พ่อทำแบบนี้ได้ยังไงกัน!

                      มันผิดหวังนะเมื่อคนที่เรารักสุดหัวใจ ไว้ใจเขาที่สุดกลับทำให้เราและคนที่เรารักอีกคนต้องเจ็บช้ำเสียใจ ฉันรู้สึกโกรธพ่อมากเลยหลบหน้าท่านตลอด ส่วนแม่เองก็เก็บตัวเงียบอยู่คนเดียวเลยทำให้พวกเราไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาสามวันมานี้แม่ถูกผู้หญิงคนนั้นตามรังควาน จนถึงวันนี้ที่แม่ทนไม่ไว้แล้วทะเลาะพ่ออย่างหนัก แม่วิ่งหนีออกจากบ้าน... แต่แค่แวบเดียวเท่านั้น ป้าข้างบ้านก็เข้ามาบอกว่าแม่ถูกรถชน...

                      เมื่อคิดมาถึงตรงนี้น้ำตาของฉันก็ไหลออกมาอีกครั้ง ทั้งห่วงแม่ทั้งเสียใจกับการกระทำของคนตรงหน้า ถ้าแม่เป็นอะไรขึ้นมาแล้วฉันจะทำยังไงล่ะ...

                      “พ่อไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นนะวา” เป็นอีกครั้งที่ฉันเมินเฉยกับน้ำเสียงที่แหบแห้งนั่น “คืนนั้นพ่อเมา พ่อพลาดเอง พ่อพยายามบอกเลิกเขาแล้ว แต่เขาไม่ยอม เขาบอกจะมาหาแม่ของเรา พะ...พ่อไม่มีทางเลือก...ฮึก” ในที่สุดฉันก็ยอมหันไปมอง แล้วก็ได้เห็นว่าทั้งสองหน่วยตาของพ่อแดงจัด ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาไม่ต่างไปจากฉันเท่าไหร่นัก

                      “ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นยังโผล่มาได้อีกล่ะค่ะ” ฉันเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พ่อสะอื้นฮัก ยกมือสั่นๆ นั่นกุมหน้าตัวเองอีกครั้ง

                      “พ่อทนไม่ไว้ พ่อไม่อยากโกหกแม่กับลูกอีกแล้ว ฮึก...ก็เลยพยายามบอกเลิกเขาอย่างจริงจัง ตะ...แต่พ่อไม่คิดเลยว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พ่อไม่คิดว่าแม่ของเราจะ...” ไหล่ของพ่อสั่นไหว ใจฉันอ่อนยวบเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของคนเป็นพ่อ ฉันไม่เคยเห็นท่านอ่อนแอขนาดนี้มาก่อนเลย เรื่องนี้มันคงหนักเกินกว่าจะรับไว้จริงๆ สุดท้ายแล้วฉันก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาพ่อ วางมือไว้บนหัวไหล่อันสั่นเทาก่อนจะย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้นแล้วสวมกอดท่านไว้หลวมๆ

                      “ไม่เป็นพ่อ...ไม่เป็นไรนะ...เชื่อหนูสิว่าแม่ไม่เป็นไรหรอก” ฉันปลอบพ่อเสียงสั่น และสะอื้นหนักกกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าท่านร้องไห้จนตัวโยก

                      “พ่อขอโทษนะลูก... พ่อขอโทษ ให้อภัยพ่อนะ”

                      ก็อย่างที่บอก... พ่อเป็นพ่อที่ดีที่สุด ท่านทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกขาด และทำทุกอย่างได้เพื่อฉัน แล้วทำไมเรื่องแค่นี้...ฉันจะทำให้พ่อไม่ได้ล่ะ 

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #25
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พิมพ์ในเวิร์ดได้หน้านึงพอดีค่ะะะ

      ดึกสงัดคืนนี้ก็เป็นเหมือนทุกคืนที่ผมต้องใช้ชีวิตอยู่บนทางเดินเท้าริมถนน ผู้คนเดินผ่านสัญจรไปมา รถติดยาวเป็นหางว่าว 

      ทุกอย่างเหมือนเดิม และ...ผมก็พบชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่คนเดิม..มาที่นี่ทุกวัน..

      ชายคนนั้นคือพ่อผมเอง

      พ่อพยายามอ้อนวอนผม..ปากของท่านคอยแต่จะพูดคำว่าพ่อผิดไปแล้ว พ่อขอโทษ..พ่อของผมนั่งทรุดลงกับถนน เรี่ยวแรงของท่านแทบไม่มี ท่านทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองนั้นบาปหนาเหลือเกินที่ทำให้จิตใจบุพการีแตกสลาย

      ..หลายชั่วโมงผ่านไป พ่อยังคงนั่งร่ำไห้ น้ำตาแทบเป็นสายเลือดขอให้ผมอภัย ขอให้ผมกลับไปอยู่กับท่าน..พ่อครับ..ผมทรมาน..ผมสงสารพ่อเหลือเกิน หลายเดือนแล้วที่พ่อมาหาผมแบบนี้

      พ่อทำจนเป็นกิจวัตร..แต่ผมกลับไปไม่ได้จริงๆ

      พ่อคงคิดว่าเรื่องที่ท่านทำผิดพลาดกับผมไปนั้น ผมจะโกรธและไม่ให้อภัยท่าน..แต่เปล่าเลย

      ผมยังคงรักท่านเทิดทูนท่านเหนือหัว

      พ่ออยู่กับผมจนใกล้สว่างพยายามโน้มน้าวให้ผมใจอ่อน..แต่ก็เหมือนเดิม..ท่านเดินคอตก กลับบ้านไปด้วยหัวใจที่แตกสลายพอๆกับผม..ท่านกลับไปโดยไม่มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้กลับไปด้วย

      ..ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผมและพ่อ..ทุกคนต่างทรมานไม่แพ้กัน..ใช่ว่าผมไม่อยากจะกลับไปหาพ่อ..แต่ผมกลับไปไม่ได้ครับ..

      ย้อนกลับไปหลายเดือนก่อน มีครอบครัวที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จักครอบครัวของผมเอง

      ครอบครัวนี้มีลูกชายเพียงคนเดียว เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ซึ่งนั่นคือผม ผมโตมาพร้อมกับครอบครัวที่มีแต่คำว่าให้ ยิ่งผมเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน เวลาผมอยากได้อะไร เพียงแค่เอ่ยปากขอ พ่อแม่ก็พร้อมจะให้ผมทุกอย่างผมจึงติดนิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็ก

      และแล้ววันหนึ่ง..ผมเอ่ยปากขอรถเก๋งคันใหม่จากพ่อ..เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดอายุครบ18ปีและเป็นของขวัญที่ผมสอบติดมหาลัยแต่คำขอครั้งนี้ของผมพ่อไม่ยอมให้ครับ..ผมพยายามอ้อนวอน..ความรู้สึกตอนนั้นคือผมคิดว่าตัวเองโตพอที่จะขับรถไปไหนมาไหน ประกอบกับคิดว่าเพื่อนคงยอมรับ สาวคงให้ความสนใจ ผมขอพ่ออยู่นานหลายเดือน..พักหลังพ่อเริ่มมีการขึ้นเสียงหรืออารมณ์ไม่ดีใส่ผม

      ครับ..ผมโกรธและหนีออกจากบ้าน…..

      พ่อคอยตามหาผมทุกที่อยู่นานเป็นเดือน ทั้งบ้านเพื่อน ที่โรงเรียน สถานทีที่พ่อคิดว่าผมน่าจะไป..จนเจอผม..ในสถานที่ที่ไม่ควรจะเจอ…..

      วันนั้นผมมานั่งคิดว่าตัวเองเอาแต่ใจแค่ไหน พ่อเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องเลี้ยงลูกที่คอยแต่จะอยากได้โน่นนี่เหมือนผม แล้วผมก็คิดได้

      ครับ..ต่อมาผมก็เจอพ่อ..เดินตามหาลูกชายอยู่ริมถนนอีกฟาก..ผมวิ่งไปหาท่านโดยที่ไม่ทันดูรถเสียก่อน

      ประกอบกับรถหกล้อที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ชนเข้าอย่างจังกับร่างของผม ผมเจ็บปวดแต่คนที่เจ็บกว่าคือพ่อของผม คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด คนที่หามผมส่งโรงพยาบาล..คนที่วิ่งตามเตียงเข็นเข้าห้องไอซียูแล้วเอาแต่ตะโกนว่าพ่อขอโทษพ่อขอโทษ

      ..ผมต่างหากที่ผิด..ผิดที่ทำให้พ่อเสียใจ..ผิดที่ทำให้พ่อต้องมาร้องไห้หาผมในสถานที่เดิมๆทุกคืน

      สถานที่ที่ผมตายผมอยากกลับไปแต่ถูกพันธนาการบางอย่างรั้งไว้ผมทรมานที่ต้องเห็นพ่อมานั่งคุยกับสายลมหรือควันหมอกแล้วร้องไห้ทุกคืนและผมหวังเพียงแต่พ่อจะรู้ว่า..อย่าขอโทษผมอีกเลย

      ผมไม่อยากให้พ่อทรมานเพราะลูกชายคนนี้เป็นต้นเหตุผมรักพ่อนะครับ..แต่ได้โปรด

      ………..อย่ามาหาผมอีกเลย………………….

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของ

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของ
      IP
      #26
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พิมพ์ในเวิร์ดได้หน้านึงพอดีค่ะะะะเสียใจ

      ดึกสงัดคืนนี้ก็เป็นเหมือนทุกคืนที่ผมต้องใช้ชีวิตอยู่บนทางเดินเท้าริมถนน ผู้คนเดินผ่านสัญจรไปมา รถติดยาวเป็นหางว่าว 

      ทุกอย่างเหมือนเดิม และ...ผมก็พบชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่คนเดิม..มาที่นี่ทุกวัน..

      ชายคนนั้นคือพ่อผมเอง

      พ่อพยายามอ้อนวอนผม..ปากของท่านคอยแต่จะพูดคำว่าพ่อผิดไปแล้ว พ่อขอโทษ..พ่อของผมนั่งทรุดลงกับถนน เรี่ยวแรงของท่านแทบไม่มี ท่านทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองนั้นบาปหนาเหลือเกินที่ทำให้จิตใจบุพการีแตกสลาย

      ..หลายชั่วโมงผ่านไป พ่อยังคงนั่งร่ำไห้ น้ำตาแทบเป็นสายเลือดขอให้ผมอภัย ขอให้ผมกลับไปอยู่กับท่าน..พ่อครับ..ผมทรมาน..ผมสงสารพ่อเหลือเกิน หลายเดือนแล้วที่พ่อมาหาผมแบบนี้

      พ่อทำจนเป็นกิจวัตร..แต่ผมกลับไปไม่ได้จริงๆ

      พ่อคงคิดว่าเรื่องที่ท่านทำผิดพลาดกับผมไปนั้น ผมจะโกรธและไม่ให้อภัยท่าน..แต่เปล่าเลย

      ผมยังคงรักท่านเทิดทูนท่านเหนือหัว

      พ่ออยู่กับผมจนใกล้สว่างพยายามโน้มน้าวให้ผมใจอ่อน..แต่ก็เหมือนเดิม..ท่านเดินคอตก กลับบ้านไปด้วยหัวใจที่แตกสลายพอๆกับผม..ท่านกลับไปโดยไม่มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้กลับไปด้วย

      ..ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผมและพ่อ..ทุกคนต่างทรมานไม่แพ้กัน..ใช่ว่าผมไม่อยากจะกลับไปหาพ่อ..แต่ผมกลับไปไม่ได้ครับ..

      ย้อนกลับไปหลายเดือนก่อน มีครอบครัวที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จักครอบครัวของผมเอง

      ครอบครัวนี้มีลูกชายเพียงคนเดียว เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ซึ่งนั่นคือผม ผมโตมาพร้อมกับครอบครัวที่มีแต่คำว่าให้ ยิ่งผมเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน เวลาผมอยากได้อะไร เพียงแค่เอ่ยปากขอ พ่อแม่ก็พร้อมจะให้ผมทุกอย่างผมจึงติดนิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็ก

      และแล้ววันหนึ่ง..ผมเอ่ยปากขอรถเก๋งคันใหม่จากพ่อ..เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดอายุครบ18ปีและเป็นของขวัญที่ผมสอบติดมหาลัยแต่คำขอครั้งนี้ของผมพ่อไม่ยอมให้ครับ..ผมพยายามอ้อนวอน..ความรู้สึกตอนนั้นคือผมคิดว่าตัวเองโตพอที่จะขับรถไปไหนมาไหน ประกอบกับคิดว่าเพื่อนคงยอมรับ สาวคงให้ความสนใจ ผมขอพ่ออยู่นานหลายเดือน..พักหลังพ่อเริ่มมีการขึ้นเสียงหรืออารมณ์ไม่ดีใส่ผม

      ครับ..ผมโกรธและหนีออกจากบ้าน…..

      พ่อคอยตามหาผมทุกที่อยู่นานเป็นเดือน ทั้งบ้านเพื่อน ที่โรงเรียน สถานทีที่พ่อคิดว่าผมน่าจะไป..จนเจอผม..ในสถานที่ที่ไม่ควรจะเจอ…..

      วันนั้นผมมานั่งคิดว่าตัวเองเอาแต่ใจแค่ไหน พ่อเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องเลี้ยงลูกที่คอยแต่จะอยากได้โน่นนี่เหมือนผม แล้วผมก็คิดได้

      ครับ..ต่อมาผมก็เจอพ่อ..เดินตามหาลูกชายอยู่ริมถนนอีกฟาก..ผมวิ่งไปหาท่านโดยที่ไม่ทันดูรถเสียก่อน

      ประกอบกับรถหกล้อที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ชนเข้าอย่างจังกับร่างของผม ผมเจ็บปวดแต่คนที่เจ็บกว่าคือพ่อของผม คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด คนที่หามผมส่งโรงพยาบาล..คนที่วิ่งตามเตียงเข็นเข้าห้องไอซียูแล้วเอาแต่ตะโกนว่าพ่อขอโทษพ่อขอโทษ

      ..ผมต่างหากที่ผิด..ผิดที่ทำให้พ่อเสียใจ..ผิดที่ทำให้พ่อต้องมาร้องไห้หาผมในสถานที่เดิมๆทุกคืน

      สถานที่ที่ผมตายผมอยากกลับไปแต่ถูกพันธนาการบางอย่างรั้งไว้ผมทรมานที่ต้องเห็นพ่อมานั่งคุยกับสายลมหรือควันหมอกแล้วร้องไห้ทุกคืนและผมหวังเพียงแต่พ่อจะรู้ว่า..อย่าขอโทษผมอีกเลย

      ผมไม่อยากให้พ่อทรมานเพราะลูกชายคนนี้เป็นต้นเหตุผมรักพ่อนะครับ..แต่ได้โปรด

      ………..อย่ามาหาผมอีกเลย………………….

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      cashsa
      Guest IP
      #27
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      "พ่อขอโทษลูก พ่อผิดไปแล้ว ลูกให้อภัยพ่อได้ไหม" "มันสายไปแล้วค่ะพ่อ !!! " ฉันพูดด้วยความโมโหสุดขีด ความจริงฉันไม่เคยเป็นอย่างนี้ แต่มันเป็นเพราะหลายวันก่อนหน้านี้ มีเพื่อนพ่อเป็นผู้หญิง หน้าตาดีทีเดียว มาหาพ่อที่บ้าน "กริ๊ง!! มีใครอยู่ไหมค่ะ" เธอพูด "รอสักครู่ค่ะ" "สวัสดีค่ะ มาหาใครหรอค่ะ"แม่ฉันถาม "มาหาคุณอาชาค่ะ"เธอตอบ "งั้นเชิญเข้ามาก่อนนะค่ะ เดี๋ยวไปเรียกมาให้ค่ะ" เธอเดินเข้ามาในบ้านของฉัน "ที่รัก มีคนมาหาค่ะ" แม่ของฉันเรียกพ่อ "ไปแล้วจ้า" พ่อฉันตอบ พ่อเดินลงมาได้เห็นผู้หญิงคนนั้น พ่อฉันจึงเรียกให้ผู้หญิงขึ้นไปข้างบนบ้าน "ที่รัก ห้ามเข้าไปในห้องนะ มีเรื่องส่วนตัวต้องคุยก่อน" พ่อฉันสั่ง ฉันลืมบอกไปว่าพ่อของฉันเป็นอัยการของรัฐ และผู้หญิงที่มานั้นคือ ลูกความของพ่อฉันเอง "คุณอาชาค่ะ คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหมค่ะ ก่อนที่จะขึ้นศาล" "เรื่องอะไรครับ"พ่อฉันถาม "ช่วยรับเงินนี้หน่อยนะค่ะ ช่วยฉันหน่อยนะค่ะ" เธอขอร้อง "จะดีหรอครับ" "นะค่ะ นะค่ะ please" เธออ้อนวอนขอร้อง "ก ก ก็ได้ครับ ผมจะช่วยคุณให้พ้นโทษครับ" พ่อของฉันตอบตกลง หลายวันต่อมา วันขึ้นศาลพ่อของฉันได้ให้เธอพ้นโทษ แต่บังเอิญฉันลืมบอกไปว่าในห้องฉันมีกล้องวงจรปิดแบบไฮเท็คมากๆ บันทึกเสียงได้ด้วย ดังนั้น เจ้าหน้าที่ที่ดูแลกล้องได้ดูผ่านอินเตอร์เน็ต จึงนำข้อมูลที่ได้เหล่านั้นมาแฉ ทำให้พ่อของฉันและเธอต้องถูกเข้าคุก และชื่อเสียงของวงตระกูลเราได้พังทลายลงย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี พอฉันและแม่ได้รู้ข่าวจึงรีบตรงไปที่โรงพัก แม่ฉันได้ถามตำรวจเกี่ยวกับการประกันตัวแต่ตำรวจตอบว่า "ขอโทษนะครับ พอดีศาลไม่ให้ประกันตัวครับ และศาลได้ตัดสินว่า สามีของคุณต้องจำคุก5ปีครับ ขอโทษด้วยนะครับ" แม่ของฉันร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ฉันก็ได้แค่ปลอบใจแม่ของฉัน และฉันได้พุ่งตรงไปหาพ่อของฉัน "พ่อค่ะ ทำไมทำอย่างนี้ค่ะ ทำให้แม่ร้องไห้และยังทำลายชื่อวงตระกูลของเราอีก พ่อทำอย่างงี้ทำไม พ่อทำทำไม!!" ฉันโกรธจัดเป็นฟืนเป็นไฟ พ่อฉันก็ตอบว่า "พ่อขอโทษลูก พ่อผิดไปแล้ว ลูกให้อภัยพ่อได้ไหม" "มันสายไปแล้วค่ะพ่อ !!! "ฉันตอบโดยไม่คิด ทำให้พ่อร้องไห้ออกมา และฉันก็พุ่งตรงไปหาแม่และรีบพาแม่ของฉันกลับบ้าน ฉันเล่าเรื่องที่ฉันไปว่าพ่อให้กับแม่ แม่ฉันบอกว่า"ลูกอย่าทำแบบนั้น รู้ไหม พ่อเขาจะเสียใจแค่ไหนที่ลูกทำกับพ่อเมื่อกี้" ฉันตอบไปว่า "หนูขอโทษค่ะ หนูทำลงไปโดยไม่คิด แต่พ่อเค้าทำอย่างนั้นทำให้หนูกับแม่เสียใจมากนะค่ะ " แม่ฉันตอบว่า "ถูกที่แม่กับลูกเสียใจ แต่ลูกก็ควรให้อภัยพ่อเขาเหมือนที่ผ่านๆมา ไม่ดีกว่าหรอ" ฉันจึงออกไปจากห้องนอน และไปนั่งคิดด้วยตัวเอง "ทำไมเราให้อภัยพ่อไม่ได้ ทั้งที่พ่อให้อภัยเราบ่อยมาก แล้วทำไมเราถึงไม่ให้อภัยพ่อ..........งั้น. . . . เราไปขอโทษพ่อ และให้อภัยพ่อละกัน :D" เช้าวันต่อมา ที่โรงพัก ฉันพุ่งตรงไปหาพ่อ "พ่อค่ะ หนูไปตัดสินใจได้แล้วค่ะ หนูคิดว่า หนูควรให้อภัยพ่อ เพราะว่า หนูก็เคยทำผิดบ่อยมากถึงมากที่สุด แต่พ่อก็ยังให้อภัยหนูได้ แล้วทำไมล่ะค่ะ ถึงหนูจะให้อภัยพ่อไม่ได้ จริงม่ะ :D" ฉันบอกกับพ่อ "ล ล ลูก พ่อขอบใจลูกนะที่ลูกให้อภัยพ่อ พ่อขอบคุณ ม ม มากนะลูก TUT" พ่อฉันซาบซึ้งจนร้องไห้ออกมา "พ่อค๊าาา ไม่ต้องร้องไห้ก็ได้นะค่ะ ยังไงหนูก็รักพ่ออยู่ดี :3 อิอิ " และแล้วฉันก็ได้บทเรียนหลายอย่างเลยว่า ถึงลูกจะทำผิดยังไง พ่อก็ให้อภัยเสมอ แล้วทำไมลูกจะให้อภัยพ่อไม่ได้ค่ะ จริงมั้ยค่ะ ?? :D ♥ ♥
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #28
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      วันพ่อ..มันเป็นวันที่พวกเราเด็กๆมักจะถูกปลูกฝังมาให้บอกรักพ่อและขอโทษกับสิ่งที่เราทำให้ท่านเสียใจ แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่เลยสักนิดเดียว ผู้ชายที่เรียกตัวเองว่าพ่อ ไม่เคยสนใจฉัน ไม่เคยดูแลเอาใจใส่และไม่เคยเห็นหัวฉัน เขาคงไม่คิดว่าฉันเป็นลูกด้วยล่ะมั้ง ตั้งแต่ที่คุณแม่เสียเพราะอุบัติเหตุคุณพ่อก็เริ่มทำตัวเสเพล หาเรื่องชาวบ้านชาวช่องไปเรื่อย ติดหนีจากการพนันและเอาแต่ดื่มเหล้า ฉันก็ไม่รู้นะว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นแบบนี้อาจจะเป็นเพราะคุณ-ล่ะมั้ง เพราะงั้นทุกครั้งที่เขาเห็นหน้าฉัน เขาก็จะเข้ามาตีฉัน หรือไม่ก็เข้ามากอดฉัน บางวันก็ถึงขั้นคุกเข่าร้องไห้ตรงหน้าฉัน และมันมาจากเหตุผลเดียวกันก็คือ...เพราะฉันหน้าเหมือนคุณแม่ ฐานะบ้านของพวกเราอยู่ในขั้นปานกลางและอยู่กันอยางสุขสบาย แต่หลังจากที่คุณแม่เสีย คุณพ่อก็เริ่มติดหนี้และโยนปัญหามาให้ฉันในทางอ้อม ฉันก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมฉันถึงทนกับสภาพแบบนี้ได้ มันคงจะชินล่ะมั้งนะ หรือไม่ฉันก็ไม่อยากที่จะทิ้งผู้ชายที่แม่รักและผู้ชายที่เป็นพ่อของฉันไป

      วันนึงในยามค่ำคืนขณะที่ฉันกำลังนั่งทำการบ้านอยู่นั้น เสียงครึกโครมราวกับมีใครทำหม้อตกก็ได้ดังขึ้นทำให้ฉันรับรู้ว่าพ่อได้กลับมาแล้วพร้อมกับสภาพมึนเมา ฉันเดินไปเตรียมน้ำใส่กะละมังและผ้าเช็ดตัวเพื่อที่จะเอามาเช็ดให้พ่อแต่ก็ต้องชะงักแล้วแอบดูผ่านช่องประตูเพราะได้ยินเสียงของผู้หญิงดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงของพ่อ ผู้หญิงคนนั้นใส่เดรสเกาะอกสีแดงและส้นสูงสีแดงที่ดูยังไงก็คงทำงานที่ผับแน่ๆ ทั้งสองคนเดินเข้าไปในห้องนอนของคุณพ่อ ผู้หญิงคนนั้นเริ่มลูบไล้ร่างกายของคุณพ่อ ฉันรู้ดีว่าพวกเขากำลังจะทำอะไรแต่ที่แย่กว่านั้นคือคุณพ่อก็เคลิ้มไปกับยัยนั่นด้วย ฉันไม่เคยว่าที่คุณพ่อติดเหล้า ติดการพนันและทำตัวเสเพลหาหนี้มาให้ฉันชดใช้ แต่ที่เขาเอาผู้หญิงคนนี้เข้ามาในบ้านพร้อมกับทำเรื่องทุเรศๆแบบนี้ฉันรับไม่ได้และไม่มีวันยอมเด็ดขาด ฉันเปิดประตูเข้าไปหาสองคนนั้น ยัยผู้หญิงคนนั้นก็ทำท่าทางตกใจแต่ฉนไม่รอช้าลากตัวยัยนั่นออกไปจากบ้านพร้อมกับโยนกระเป๋าและรองเท้ายัยนั่นให้ด้วย

      “อย่ากลับมาที่บ้านนี้อีกไม่ว่าจะด้วยเงินหรือเหตุผลอื่น” ฉันตะโกนใส่ยัยนั่นก่อนจะปิดประตูบ้านแล้วเดินไปหยิบกะละมังใส่น้ำมาเทใส่คุณพ่อ ท่านโกรธมาก เราสองคนทะเลาะกันหนักมาก

      “หนูไม่เคยโกรธพ่อเลยนะที่ทำตัวเสเพล ติดหนี้ ติดการพนัน ติดเหล้า แต่พ่อจะเอาผู้หยิงคนอื่นมาแทนที่แม่ไม่ได้ พ่อก็รู้ว่าแม่รักพ่อขนาดไหน ถ้าเขารู้ว่าพ่อเป็นแบบนี้แล้วเขาจะไปสู่สุขติได้หรอคะ หนูให้อภัยพ่อได้เสมอนะ แต่กับเรื่องนี้หนูไม่ยอม”

      “พ่อแค่ทนไม่ได้ที่แม่ของลูกจากไปแล้ว พ่อไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี พ่ออยากจะลืมแต่ก็ลืมไม่ได้สักที พ่อรู้ว่าลูกเหนื่อยและอดทนกับเรื่องนี้มาโดยตลอด พ่อขอโทษ พ่อขอโทษ ฮึก ฮื่อ” ฉันเข้ากอดพ่อเมื่อเห็นท่าทางที่อ่อนแอของท่าน ฉันไม่เคยโกรธท่านเลยสักครั้ง อาจจะมีบ้างที่ฉํนหมดความอดทนและอยากจะหนีไปให้พ้นๆ แต่ว่าพอสงบสติอารมณ์ได้ฉํนก็มาคิดว่าถ้าฉันไปใครจะดูแลท่าน ตอนนี้ท่านไม่มีใครแล้ว ท่านเหลือเพียงแค่ฉํนคนเดียวเท่านั้น ถ้าเกินฉันหยุดท่านและคอยดูแลท่านเรื่องมันก็คงไม่เป็นแบบนี้ ท่านเองก็คงไม่ติดหนี เหล้าและการพนัน ถ้าฉันเป็นลูกที่ดีกว่านี้ ถ้าเขาเป็นพ่อที่ดีกว่านี้ ถ้าเราสองคนดูแลกันและกันมันก็คงไม่เป็นแบบนี้ แต่ฉํนก็ไม่เคยโทษท่านเพราะท่านเป็นพ่อคนเดียวที่ฉันรักมากที่สุด “เราจะเริ่มต้นกันใหม่นะ หนูรักพ่อนะคะ...เราจะมาเริ่มต้นชีวิตด้วยกันใหม่นะคะ เราจะช่วยกันใช้หนี้ให้หมดแล้วใช้ชีวิตที่สุขสบายของเรานะคะ หนูรักพ่อนะ”

      ป.ล. อาจจะไม่ดีเท่าไหร่นะคะเสียใจ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #29
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผู้ที่เป็นตัวแทนคุณพ่อดีเด่นของระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 คือคุณพ่อของเด็กชายพิพัฒน์นะค่ะ ขอให้นักเรียนเรียนเชิญคุณพ่อมาร่วมงานด้วยค่ะ เสียงของคุณครูยังดังกึกก้องอยู่ในหัวของพิพัฒน์ที่กำลังนั่งรอทานข้าวเย็นบนโต๊ะอาหารพร้อมกับพ่อ  การเป็นตัวแทนนั้นถ้าเป็นคนอื่นอาจจะดีใจแต่มิใช่สำหรับเขา   เขาคิดว่าพ่อของเขาไม่สมควรที่จะได้รับการเป็นพ่อดีเด่น คนที่วันๆเอาแต่ทำงาน  นั่งงุดๆอยู่กับกองเอกสารหนาปึก อย่างนั้นน่ะเหรอจะมีเวลาให้สำหรับเขา

             แม่ครับ  ย่าครับ  อย่าว่าพัฒน์ว่าอกตัญญูเลยนะครับ

      น้ำอุ่นๆสีใสเริ่มเอ่อล้นขอบตาของพิพัฒน์ ทุกครั้งที่เขานึกถึงแม่ของเขาที่ตายไปตั้งแต่เขาคลอดออกมา  โดยที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นหน้า หรือดื่มน้ำนมอุ่นๆจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่สักครั้ง และย่าที่เปรียบเสมือนแม่คนที่ 2 ของเขาที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนคืนมาโดยที่ไม่ได้แม้แต่จะบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นอ่อนแออยู่เสมอ  แต่ความคิดทุกอย่างเป็นอันต้องหยุดชะงักลงเมื่อพ่อของเขาเดินหน้าเคร่งเครียดออกมาจากห้องทำงาน  พิพัฒน์ปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ ยิ้มเจื่อนๆให้กับผู้เป็นพ่อที่นั่งลงฝั่งตรงกันข้ามกับเขา   “พ่อครับวันพรุ่งนี้...”

      “เออพัฒน์วันที่ 5-7 พ่อว่าจะไปส่งของให้ลูกค้าซะหน่อย พัฒน์อยู่คนเดียวได้ใช่มั้ยลูก”

      ยังไม่ทันที่พิพัฒน์จะทันได้พูดจบ พ่อของเขาก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนทำเอาเขาถึงกับไม่กล้าที่จะพูดเรื่องตัวแทนพ่อในวันพรุ่งนี้

      “พ่อครับ....” พิพัฒน์พยายามฝืนกลั้นน้ำตาไว้พูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา “ระหว่างผมกับงานพ่อจะเลือกอะไรครับ”

      คิ้วที่ขมวดเป็นปมของผู้เป็นพ่อทำให้พิพัฒน์รู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่ตนถามแต่ก็ยังอยากรู้จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว  พ่อของเขาลุกขึ้นยืนกอดอกมองเนื่องจากเข้าใจความคิดของลูกชาย   “อย่ามาคิดเรื่องปัญญาอ่อนนะพัฒน์!!! ที่พ่อทำไปทั้งหมดก็เพื่อพัฒน์นะลูก  แม่ก็ไม่อยู่แล้วเราเหลือกันแค่สองคนส่วนพ่อจะไปวันไหนก็ไม่รู้ พ่อไม่อยากให้พัฒน์ลำบากเหมือนพ่อ”

      “แต่พ่อครับพัฒน์ไม่ได้ต้องการเงิน พัฒน์ต้องการแค่....” พิพัฒน์ชะงักเล็กน้อยมองใบหน้าของพ่อ “ความรัก...ความรักเท่านั้น  พัฒน์รู้ครับว่าสังคมในปัจจุบันเงินนั้นเป็นปัจจัยหลักแต่ในเมื่อมีเงินแล้วไม่มีความรัก  พัฒน์ก็คงมีความสุขไม่ได้หรอกครับ  พัฒน์ไม่อยากให้คนอื่นสงสารที่แม่จากไปตั้งแต่เกิด มองพัฒน์ว่าเป็นเด็กขาดความอบอุ่น และต้องคอยป้องกันพัฒน์กลัวว่าพัฒน์จะเป็นเด็กมีปัญหา ทั้งที่จริงๆแล้วพัฒน์ก็มี  พ่อ ที่เป็นทั้งพ่อและแม่ของพัฒน์เท่านี้พัฒน์ก็เป็นเหมือนเด็กคนอื่น ขอแค่พ่อรักพัฒน์เท่านั้นก็เพียงพอแล้วครับ” พูดจบพิพัฒน์ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเดินเข้าห้องไปทิ้งให้ผู้เป็นพ่อนั่งครุ่นคิดอยู่เพียงผู้เดียวในค่ำคืนนี้....รุ่งเช้าพิพัฒน์ตื่นเร็วกว่าปกติ  แต่กลับพบว่าพ่อไม่อยู่ในบ้านแล้ว พิพัฒน์รู้สึกน้อยใจแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะรู้ว่าทำเพื่อตน เดี๋ยวค่อยคุยกับคุณครูให้คุณพ่อของเพื่อนคนอื่นมาแทนเท่านั้นก็จบ....

          อีกไม่กี่นาทีพิธีก็จะเริ่มขึ้นเขาเหม่อมองออกไปที่หน้าประตูด้วยความหวังเล็กๆว่าพ่อจะมาแต่ก็ต้องผิดหวังไม่น้อย  แต่พอเหลือบมองไปบนเวทีก็ต้องแปลกใจเมื่อพ่อของเขากำลังนั่งอยู่ร่วมกับคุณพ่อของสายชั้นอื่นๆส่งยิ้มมาทางเขา ก่อนที่จะไปขอไมค์จากพิธีกร ทำเอาพิพัฒน์เดาไม่ถูกว่าพ่อจะพูดว่าอะไร  “ พัฒน์...พ่อขอโทษนะลูกที่พ่อทำแต่งานไม่สนใจพัฒน์เลย  พ่อขอโทษที่ทิ้งให้พัฒน์ต้องเผชิญกับปัญหาอยู่คนเดียว  พ่อรู้ตัวว่าพ่ออาจจะไม่ได้เป็นพ่อที่ดีที่สุดแต่พ่อก็รักพัฒน์ที่สุดนะลูก....”

      เมื่อพูดจบเสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มลั่นโรงเรียน พิพัฒน์อึ้งไปเล็กน้อยก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปกอดพ่อไว้อย่างแนบแน่นเหมือนกลัวว่าจะหายไปไหน  พิพัฒน์มองหน้าของผู้เป็นพ่อซึ่งกำลังยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น พร้อมกับพูดว่า “ สำหรับผมน่ะพ่อเป็นพ่อที่ดีที่สุดในโลกเลยนะครับ  พ่อไม่ต้องทำงานเพื่อพัฒน์ พัฒน์สัญญาว่าพัฒน์จะเรียนให้เก่งหาเงินมาเลี้ยงพ่อตอนแก่   พัฒน์รักพ่อคนนี้ที่สุดและจะรักตลอดไป"

      THE  END

       

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #30
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

               “พ่อครับ...เมื่อไหร่พ่อจะมาหาครับ?” เสียงของพ่อเงียบไปสักพัก ผมก็รู้อยู่แก่ใจว่าพ่อจะตอบอย่างไร

                      พ่องานยุ่งมาก ทางบ้านนี้เขาก็.... พ่อหาเหตุผลมาอธิบายจนได้ ผมไม่โกรธพ่อหรอกที่พ่อหาข้ออ้างแบบนั้น เพราะอย่างไร บ้านนั้น ก็สำคัญที่สุด บ้านเล็กบ้านน้อยอย่างผมไม่สำคัญหรอก ลูกเมียน้อยมันไม่สำคัญหรอก

                      “ไม่เป็นอะไรครับ แค่ไม่เจอกันมานานแล้วเลยคิดถึง...เดี๋ยวคุยกับแม่ต่อนะผมจะไปทำการบ้านต่อ”ผมยื่นโทรศัพท์ให้แม่ที่นั่งอยู่ข้างๆ แม่ผมรับโทรศัพท์พร้อมกับหยิบคำพูดประชดประชันใส่พ่อทันที

                      ผมเดินหนีออกมาจากตรงนั้นแล้วเข้าไปในห้องนอนแล้วนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ ผมนั่งมองหน้าจออยู่นานคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาเพื่อจะได้ไม่ต้องสนใจเสียงของแม่ที่กำลังคุยกำพ่ออยู่อย่างรุนแรง

                      “ทางบ้านโน้นนี่ดีจังนะ...”ผมรำพึงออกมาแล้วย้อนมองตัวเองที่รู้สึกต้อยต่ำ

                      ผมเป็นลูกคนที่สี่ของพ่อจากภรรยาคนที่สาม ผมถูกกีดกันจากบ้านใหญ่เสมอ แม้แต่ปู่กับย่ายังไม่อยากเจอหน้าผมเลยหรือแม้แต่พ่อที่พยายามบ่ายเบี่ยงในการเจอผม

      พี่ของผมทั้งสามคนต่างไม่ได้เรื่อง ดูผมสิ เรียนเก่ง มีคนชื่นชม เรียบร้อย ไม่เคยทำผิดกฎระเบียบ แตกต่างจากพี่ของผมราวฟ้ากับเหว ผมสงสัยจริงๆ ทั้งๆที่พวกพี่ได้รับความรักจากพ่อ ได้ใกล้ชิดกับพ่อแต่ทำไมถึงทำให้พ่อผิดหวัง ทำให้พ่อต้องกลุ้มใจ ผลาญเงินของพ่อไปใช้ในเรื่องไร้สาระ ทั้งๆที่ผมแทบจะไม่ขอเงินพ่อเลย

      พ่อผมก็ฉลาด เป็นคนดี แต่ทำไมถึงมีลูกสามคนนั่นเป็นแกะดำ ทำไมแกะดำพวกนั้นถึงยังลอยหน้าลอยตาใช้ชื่อว่าเป็นลูกของพ่อไปข่มใครต่อใครอย่างหน้าตาเฉย ทำไมแกะดำไร้ประโยชน์พวกนั้นถึงถูกยอมรับจากคนรอบข้าง หรือว่าผมกันแน่ที่เป็นแกะดำ ผมไม่อยากยอมรับหรอกแต่ผมก็ต้องจำใจยอมรับความจริง

      บ้านเล็กจะสู้บ้านใหญ่...มันคงเป็นไปไม่ได้.

      ผมไม่โทษพ่อหรือโทษใครทั้งนั้น ผมยกโทษให้พ่อทุกอย่างที่พ่อทำกับผม พ่อดีกับผมเสมอมา ดูแลผม แต่ผมโกรธพ่อนะ ที่ให้ความสำคัญกับผมน้อยเกินไป และมีเวลากับผมน้อยเกินไป

      ผมยกโทษให้พ่อครับ และสักวันหนึ่ง ผมจะก้าวเข้าสู่จุดที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นลูกของพ่ออย่างเต็มตัว จุดที่พ่อกล้าบอกคนอื่นว่าผมเป็นลูกของพ่อ และทำให้ทุกคนยอมรับในตัวผม

      และเมื่อถึงเวลานั้นผมจะอยู่กับพ่อ แม่ ตลอดไป จะดูแลให้ดีที่สุดยิ่งกว่าที่เคยทำมา

      “พ่ออยากคุยด้วย...”แม่ของผมยื่นโทรศัพท์ให้ ไม่รู้ว่าแม่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็คงเคลียร์กันได้แล้ว

      พ่อขอโทษนะที่พ่อไม่มีเวลาให้...พ่อขอโทษที่ไม่เข้าใจลูกว่ารู้สึกยังไง ลูกเก่งมากและพ่อก็รักลูกมากเท่าๆกับพี่ๆ พ่ออาจไม่ใช่พ่อที่ดีที่สุดของลูก แต่ลูกอย่าโกรธพ่อ พ่อพยายามที่สุดแล้ว พ่อจะไปหาพรุ่งนี้นะพ่อรักลูกมาก พ่อขอโทษ’ 

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #31
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สิ่งหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประเดประดังเข้ามา บุคคลที่รักที่สุดที่เทิดทูนที่สุดอย่าง พ่อกลับทำความผิดอย่างยิ่งใหญ่ที่ยากจะอภัย คำพูดก่อนฉันตัดสินใจในวันนี้ แกไม่ใช่ลูกฉันห้าพยางค์สั้นๆที่นึกถึงกี่ครั้งก็เจ็บทุกที หลังจาก-เพียงไม่กี่วันพ่อได้พาเมียน้อยเข้าบ้าน ความรู้สึกที่ว่าพ่อไม่ได้รักแม่เลยใช่ไหมเข้าสู่สมองฉันทันที เพิ่งเผาศพแม่ไปไม่นานแท้ๆกับกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ แม่เลี้ยงของฉันอายุห่างจากฉันไม่มากนักเธอดูสาวและสวยมาก ในที่สุกวันแตกหักของฉันกับพ่อก็มาถึงในเมื่อพ่อสนใจแม่เลี้ยงมากกว่าฉัน ประคบประหงมกันอย่างดีแต่ด่าทอฉันทุกอย่างแม้บางอย่างไม่ใช่ความผิดของฉันก็ตาม ความอดทนของฉันเริ่มถึงจุดเดือดต่ำ ความน้อยใจ เจ็บใจกับความลำเอียงของพ่อจึงทำให้ฉันตัดสินใจ ออกจากบ้านเพื่อเริ่มต้นชีวิตตัวเองใหม่ การออกมาอยู่โลกกว้างของฉันนั้นมันช่างแสนลำบากเสียเหลือเกินสำหรับฉัน ความรู้สึกคิดถึงพ่อเกิดขึ้นทุกครั้งที่ฉันอยู่คนเดียว แต่ด้วยความน้อยใจที่พ่อไม่รักฉันมันอยู่เต็มไปหมด คำพูดสุดท้ายที่ฉันคุยกับพ่อยังจำได้ดี 'แกไม่ใช่ลูกฉัน ฉันไม่เคยมีลูกออกไปไหนก็ไปเลยไปเกะกะสายตาสิ้นดี ให้อาศัยด้วยก็เป็นบุญแล้วยังจะผยองคิดไม่ดีกับเมียกู แกออกไปเลย ออกไป้! 'น้ำตาฉันไหลพรากเป็นสายความเจ็บปวดในหัวใจแล่นไปทั่วร่าง  

      วีกลับไปอยู่กับพ่อนะ พ่อขอโทษหลังจากไม่เจอกันถึงสามเดือนเต็ม พ่อก็ตามหาฉันจนเจอพ่อมาขอโทษฉันและให้ฉันลับไปอยู่ด้วย ความทรงจำตอนที่พ่อไล่ฉันออกจากบ้าน ฉันยังจำมันได้ดี แต่การที่เขากลับมารับฉันในวันนี้มันกลับทำให้ฉันรู้สึกชื้นใจอย่างประหลาด พ่อผิดไปแล้ว พ่อเลิกกับเธอแล้ว วีกลับไปอยู่กับพ่อนะ พ่อรักวีนะสามพยางค์หลังทำให้ฉันใจอ่อนได้ในทันที มันไม่มีสิ่งอื่นใดสำหรับฉันแล้วที่จะสำคัญในความรักของพ่อ พ่อคือครูในเมื่อฉันยังเด็ก คือคนที่ปลอบโยนฉันในวันที่ฉันกลัว ถึงแม้สิ่งที่พ่อเคยทำลงไปจะส่งผลกระทบต่อฉันโดยตรง แต่ฉันก็ยังรักพ่อ ยังต้องการผู้ชายคนนี้ คนที่ทำให้ฉันได้เกิดมา ยังไงแล้วเลือดมันข้นกว่าน้ำเสมอ

      หนูก็รักพ่อค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #32
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      วันเวลาผ่านมานานนับยี่สิบกว่าปี ตั้งแต่เล็กฉันมีครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ มีแม่ มีน้อง และตัวฉัน เคยคิดว่านี่ดีที่สุดแล้วในชีวิตกับการที่เรามีพร้อม เมื่อมองคนอื่นๆที่ขาดกว่าเรา แต่เวลามันก็ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป เราโตเป็นผู้ใหญ่ พ่อแม่แก่ขึ้น วิธีคิด ความรู้สึกนึกคิดต่างๆก็เปลี่ยนแปลงไป มันเป็นเรื่องธรรมดาของโลกนี้

      ฉันเคยคิดเสมอว่า พ่อและแม่คงต้องรักกันจนแก่เฒ่า แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่เลย เมื่อวันหนึ่งฉันและน้องต้องเห็นน้ำตาของผู้เป็นแม่ เห็นว่าพ่อทะเลาะกับแม่เสียงดัง เห็นว่าพ่อเปลี่ยนไปไม่รักแม่เหมือนเดิมแล้ว เจ็บและสงสารแม่ที่ต้องฟูมฟาย น้ำตาของแม่ไหลอาบแก้ม ไม่ต่างจากฉันที่ต้องแอบร้องไห้และต้องเช็ดน้ำตาอยู่ในมุมๆหนึ่ง มันไม่ยุติธรรมเลยนะว่ามั้ย? ที่พ่อไปแอบมีคนอื่น ทั้งที่แม่ก็รักพ่อมากมายขนาดนั้น มันเพราะเวลาที่อยู่ด้วยกันนานไปรึเปล่า จนมันกลายเป็นความเบื่อหน่าย มันจืดจาง มันหมดแล้วความรัก เหลือไว้แต่ความสงสาร ฉันยอมรับว่าโกรธพ่อมากถึงมากที่สุด และยังเกลียดผู้หญิงคนนั้นที่มาทำให้พ่อเปลี่ยนไป มาแย่งความรักของพ่อที่มีต่อแม่ไป  เกลียดและโกรธที่สุด!!

      แต่แล้วฉันก็ได้เข้าใจ และทำใจยอมรับกับเรื่องราว ว่ามันเป็นสัจธรรมของโลกนี้ในเมื่อโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน หัวใจ ความรัก กาลเวลา มันก็ย่อมเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา และเมื่อได้เปิดอกคุยกันกับพ่อ ฉันก็ยิ่งเข้าใจ และเชื่อใจว่าถึงพ่อจะไม่รักแม่แล้วแต่พ่อก็ยังทำหน้าที่ของความเป็นพ่อ และยังทำให้ฉันได้รู้สึกมั่นใจว่าพ่อจะไม่ทิ้งไป พ่อจะยังเป็นพ่อของฉันเสมอและตลอดไป

      “ต่อให้พ่อจะไม่รักแม่ของลูกแล้ว แต่แม่ก็ยังเป็นแม่ของลูกๆ และพ่อก็จะยังทำหน้าที่ของพ่อให้ดีที่สุดนะ พ่อจะไม่มีวันทิ้งลูกๆของพ่อไปไหนเด็ดขาด พ่อขอโทษนะลูก”

      …….หนู...ยกโทษให้พ่อค่ะ.....เสียใจ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      namwan
      Guest IP
      #33
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ฉันไม่เคยมีชีวิตเป็นของตัวเอง ฉันถูกบังคับให้ทำตามที่พ่อต้องการมาตลอดชีวิต พ่อคอยตามรับส่งฉันไปโรงเรียนทุกวันตั้งแต่อนุบาลจนถึงมอปลาย ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์มือถือโดยไม่จำเป็น หรือออกไปเที่ยวกับเพื่อนตามลำพัง ไม่สามารถไปไหนเองได้หากพ่อไม่ได้ไปรับส่ง พ่อจัดตารางในชีวิตประจำวันให้ฉันตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน ชีวิตฉันเป็นไปตามแบบแผนที่พ่อเห็นสมควร ไม่เคยมีเวลาพักผ่อน ต้องเรียนพิเศษ เรียนดนตรี ฉันเบื่อหน่ายชีวิตที่ไม่เคยมีอิสระ ทุกคนบอกแต่ว่าเราเป็นพ่อลูกที่น่ารักที่สุด พ่อทุ่มความหวังทั้งหมดมาที่ฉันเพราะฉันเป็นลูกคนเดียว ต้องเดินตามทางที่พ่อปูไว้เพื่อดูแลกิจการแทนพ่อในอนาคต ไม่ว่าจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุดของจังหวัดหรือกระทั่งคบเพื่อนพ่อก็กะเกณฑ์ ฉันเป็นตุ๊กตาที่พ่อจับแต่งตัวสวยแล้วพาไปอวดทุกคน คือลูกสาวที่เพียบพร้อมของพ่อ และพ่อก็ชอบที่ได้ยินทุกคนชื่นชมฉันต่อหน้าท่าน แต่พ่อไม่เคยเข้าใจความต้องการของฉันเลย ฉันอยากหลุดพ้นไปจากกรอบของพ่อจึงพยายามสอบจนได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ แต่พ่อดับความหวังของฉันว่าไกลเกินไปและให้สอบเข้ามหา’ลัยชั้นนำใกล้บ้านแทน ฉันรู้ว่าความอดทนของฉันมันล้นเอ่อและคงใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ฉันไม่เคยมีความสุขในการเรียนเพราะคณะที่สอบได้พ่อเป็นคนเลือกให้ ด้วยความคิดโง่ๆ ฉันประชดด้วยการเรียนแย่ลง ติดF และจบด้วยเกรดต่ำที่เกือบไม่ได้จบ พ่อผิดหวัง ต่อว่า ฉันก็ได้แต่เงียบ ฉันรู้ การเงียบคือการเถียงที่น่าโมโหที่สุด ฉันดิ้นรนสอบสัมภาษณ์งานในบริษัทชั้นนำของเมืองหลวงและได้งาน แต่พ่อไม่ให้ฉันออกไปทำงานและลากฉันกลับบ้านเกิด ฉันต้องทนอยู่ในบ้านทุกวันไม่เคยก้าวออกไปไหนและช่วยธุรกิจของพ่อจนเหมือนกบในกะลาที่ไม่ได้ออกไปเผชิญโลกกว้าง เราทั้งคู่แทบไม่พูดกัน ผ่านไปปีกว่าฉันก็อดทนจนสุดจะทน พ่อเอาแต่ต่อว่าฉันทุกวันที่ฉันทำตัวห่างเหิน เราทะเลาะกันบ่อยและแรงจนบ้านร้อน ฉันต้องการมีชีวิตของตัวเอง ทรมานกับการโดนกักขัง พ่อทำร้ายจิตใจฉันด้วยคำว่า “แกต้องอยู่กับพ่อไปจนกว่าพ่อจะตาย ถ้าอยากออกไปนักก็ทำให้-ไวๆ สิ” ฉันร้องไห้โฮ เอาแต่คิดว่าไม่น่ากลับบ้านเลยหลังเรียนจบ บ้านคือนรกของฉัน ฉันเกลียดพ่อ เกลียดบ้าน เกลียดตัวเองที่ไร้ค่า ฉันเหมือนคนเกาะพ่อกินไปวันๆ ทั้งที่มีปริญญาแต่ไม่ได้ใช้ ฉันไม่เหลือความภูมิใจในตัวเองกลายเป็นตุ๊กตาไร้ชีวิต วันๆ ได้แต่ร้องไห้และไม่พูดกับใคร .… ในที่สุดวันหนึ่งฉันก็หมดความอดทนจริงๆ จากทะเลาะเล็กน้อยก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ ฉันตะโกนใส่พ่อว่า “พ่อจะเลี้ยงฉันได้ตลอดชีวิตหรือไง ฉันอยากออกไปข้างนอก อยากมีชีวิตของตัวเอง พ่อไม่ให้ฉันช่วยเหลือตัวเองหากไม่มีพ่อฉันจะอยู่ยังไง ฉันจะมีชีวิตรอดได้เหรอ” ฉันเอาแต่ตะโกนและร้องไห้ พูดซ้ำไปซ้ำมาด้วยความเจ็บช้ำ แต่พ่อเพียงหันหลังและเดินเข้าห้องไป และวันต่อมาฉันก็ต้องช็อกเมื่อพ่อบอกว่าจะให้คบหากับผู้ชายที่พ่อเลือกให้เพื่อที่ฉันจะได้ออกไปอยู่ที่อื่นอย่างที่ต้องการและยังอยู่ในสายตาพ่อ มันถึงจุดแตกหักและเกินกว่าที่ฉันจะรับได้ พ่อทำเหมือนฉันเป็นตุ๊กตาแก้วในกำมือพ่อ ท่านบีบฉันไว้แน่นมาหลายปีจนตุ๊กตาตัวนี้แตกสลายเป็นเศษละเอียดคามือพ่อไปแล้ว ฉันตัดสินใจยุติความเจ็บปวดด้วยการหนีออกจากบ้านไปอยู่กับเพื่อน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันไม่ยอมทำตามที่พ่อต้องการ ฉันหางานทำ เปลี่ยนเบอร์ไม่ให้พ่อติดต่อและตามหาได้ ลิ้มรสความลำบากของชีวิตเป็นครั้งแรกโดยไม่มีพ่อคอยช่วยประคองแต่ไม่เคยนึกเสียใจที่หนีมา ฉันทำงาน เก็บเงินไปเที่ยวต่างประเทศ ได้เจอคนที่รักมากจนตั้งใจจะแต่งงานกัน เพราะเหตุนี้ฉันจึงคิดถึงพ่อขึ้นมา เกือบห้าปีที่ฉันไม่เคยติดต่อหาพ่อเลย และนั่นทำให้รู้ว่าฉันคิดถึงพ่อมากแค่ไหน ฉันตัดสินใจกลับบ้านพร้อมคู่หมั้น ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปคือพ่อ พ่อแก่ลงไปมาก วินาทีที่เรามองหน้ากัน ฉันอึ้งและร้องไห้ออกมาไม่รู้ตัวเพราะฉันได้เห็นน้ำตาของพ่อ ความรู้สึกตอนนั้นทำร้ายหัวใจฉันอย่างสาหัส ฉันทำพ่อร้องไห้ โต๊ะทำงานของพ่อเต็มไปด้วยกรอบรูปเล็กใหญ่มากมาย ทุกบานใส่รูปฉันไว้นั่นทำให้รู้ว่าพ่อคิดถึงฉันมาก ฉันไหว้พ่อ ยังไม่ได้ทักทายสักคำพ่อก็พูดขึ้นมาว่า “พ่อขอโทษ” ด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด พ่อกอดฉันไว้แน่นและบอกว่าที่ผ่านมาพ่อเสียใจที่บีบบังคับฉันให้อยู่กับพ่อมากเกินไป แต่เพราะเรามีกันแค่สองคนพ่อลูกและท่านรักฉันมาก จึงไม่อยากให้ฉันเดินทางผิดหรือไปไหนไกลตาให้ฉันต้องเจอเรื่องร้ายๆ อีกทั้งท่านก็สัญญากับแม่ที่เสียไปของฉันไว้ว่าจะดูแลฉันอย่างดี พ่อไม่อยากผิดสัญญา ฉันอึ้งและรู้ได้ทันทีว่าตลอดเวลาที่พ่อกำตุ๊กตาแก้วที่แตกละเอียดตัวนี้ไว้ ไม่ใช่แค่ฉันเจ็บแต่พ่อก็เจ็บเหมือนกัน ฉันเองก็ขอโทษพ่อที่หนีไป ในวันนี้ฉันได้รู้แล้วว่าที่พ่อทำร้ายจิตใจฉันเป็นเพราะความรักและห่วงใยที่พ่อมีมากกว่าคนอื่นสองเท่าเพื่อชดเชยที่ฉันไม่มีแม่ และฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องโกรธท่านอีก…
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      SteppenWolf
      Guest IP
      #34
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      พ่อขอโทษ... ฉันยังจำวันที่ขึ้นโรงพักครั้งแรกในชีวิตของฉันได้ดี การเหยียบที่ที่มีแต่คนทำความผิดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากฉัน แต่เกิดขึ้นจาก ‘พ่อ’ ที่ตอนนี้เอาแต่ก้มหน้า พึมพำขอโทษฉันกับแม่ที่ส่งเงินให้กับตำรวจ ข้อหาของพ่อไม่หนักมากทำให้สามารถประกันภายในโรงพักได แต่สิ่งที่พ่อทำไม่ต่างอะไรจากการฆ่าแม่และฉันทั้งเป็น วันที่พ่อกลับบ้านดึก แม่ด่าพ่อ และฉันนั่งฟัง วันนั้นกลิ่นเหล้าบนตัวพ่อแรงจนฉันตกใจ ใบหน้าแดงก่ำของพ่อยังคงตราอยู่ในสมองของฉัน เมื่อพบว่าเงินเดือนอันน้อยนิดทั้งหมดหายลงไปในขวดเหล้าและผลพนันบอล แม่ก็ร้องไห้และทุบตีพ่อพ่อก็เอาแต่พึมพำคำขอโทษในระหว่างนั้น ผลคือเปิดเทอมวันแรกฉันเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่มีชุดนักเรียนชั้นมัธยมปลายใส่เหมือนคนอื่น ไม่มีแม้กระเป๋าและสมุดใช้ พ่อขอโทษ... ในวันนั้นที่พ่อขับรถทั้งๆ ที่ดื่มเหล้า พ่อขับไปเฉี่ยวคุณป้าคนหนึ่งเข้า ดีที่เธอไม่เป็นอะไรมาก แต่รถกระบะของเราที่พ่อขับกลับเลยไปชนเสาไฟฟ้า ตัวรถและเสาเสียหาย วันนั้นเราต้องจ่ายเงินตั้งไม่รู้เท่าไหร่จากการกระทำที่ไร้สติของพ่อ และเช่นเคยที่พ่อพึมพำด้วยลมหายใจกลิ่นแอลกอฮอล์ไปมาว่า ‘พ่อขอโทษ’ หนึ่งอาทิตย์ก่อนเข้าหน้าฝน พ่อเดินกลับมาบ้าน เสียงของแม่ที่ร้องถามถึงรถที่พ่อขับออกไปดังลั่นมาหลังบ้านที่ฉันรดน้ำต้นไม้อยู่ พ่อพูดจาไม่รู้เรื่อง ดูสติไม่อยู่กับเนื้อตัว เอาแต่พูดคำขอโทษซ้ำๆ หลังจากวันนั้นแม่พบว่ารถที่เคยพาครอบครัวเราไปไหนมาไหนและสร้างตัวมาจนถึงทุกวันนี้ถูกใช้เป็นของในการพนัน ...และพ่อก็เพิ่งเสียมันไป พ่อขอโทษ... แม่ตัดสินใจพาฉันออกจากบ้าน ทั้งๆ ที่ฉันไม่ยอม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของแม่กลับทำให้ฉันรู้สึกผิดแม้ว่าฉันจะไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตาม ฉันย้ายโรงเรียน ออกจากจังหวัดเดิมกลับไปบ้านเกิดของแม่ เปลี่ยนชื่อ ที่อยู่ และแม้แต่กระทั่งนามสกุล แม่คงเกลียดพ่อมาก ...เมื่อคิดเช่นนี้ในหัวของฉันก็ได้ยินแต่เสียงพ่อและกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยฉุนไปมา พ่อขอโทษ... พ่อขอโทษ... ฉันตัดสินใจหนีกลับไปหาพ่ออีกครั้งหลังจากนั้นสองเดือน ทุกอย่างดูโทรมลงจากที่ฉันเห็นหลายเท่าตัว บ้านที่เคยอบอุ่นกลับเหลือเพียงร่องรอยของหญ้าสีเขียวและเศษฝุ่นที่กลบทุกอย่างจนทั่ว เมื่อฉันเข้าไปในห้องนอนของพ่อ... ห้องที่ตอนเด็กๆ ฉันเข้ามาทำความสะอาด ห้องที่ฉันเคยเข้ามาหยิบของให้พ่อ ห้องที่ฉันเคยเข้ามานอนตอนฟ้าร้อง... ห้องของคนที่ประคับประคองทุกย่างก้าวของฉัน ห้องที่ ณ ตอนนี้เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ปรากฏร่างของพ่อที่แทบไม่เหลือเค้าเดิมอยู่ ฉันร้องไห้ ร่างกายของพ่อผอมและดูบอบบางเหลือเกิน ข้างที่นอนมีขวดสีน้ำตาลเข้มวางกองคละกับขวดแก้วใส บางขวดเต็มไปด้วยมดตัวเล็กที่ต่างก็พากันไต่ขึ้นบนตัวของพ่อฉันอย่างน่าเวทนา แค่เหล้า... น้ำใสๆ ที่ทำให้พ่อกลายเป็นแบบนี้ น้ำใสๆ ที่ทำให้พ่อเอ่ยปากขอโทษตลอดมา และน้ำใสๆ ที่ทำให้ชีวิตฉันกับแม่พังทลาย ...ในเวลานี้มันกลับมาทำร้ายชีวิตของพ่อแล้ว ‘พ่อขอโทษ...’ เสียงแผ่วเบาของพ่อกระซิบข้างหูฉัน ฉันเกลียดตัวเองที่อ่อนแอจนไม่สามารถอุ้มพ่อออกไปข้างนอกได้ สิ่งที่ฉันทำได้มีเพียงร้องไห้และตะโกนเรียกอย่างบ้าคลั่งในความดำมืดอันไม่รู้จุดสิ้นสุดนี้เท่านั้น ...ฉันได้แต่หวังถึงวันที่พ่อหยุดเอ่ยปากขอโทษ เเละหันมาขอบคุณฉันเเทน
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #35
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      “พ่อ เมื่อไหร่พ่อจะเลิกเล่นพนันบอล  คอยดูหนูจะแจ้งตำรวจมาจับพ่อ” เสียงเล็กแหลมของเอมิกากำลังเอ่ยขึ้นสายตามองไปยังพ่อวัยสี่สิบกว่าๆของตนที่กำลังเช็คผลบอลออนไลน์อยู่ท่ามกลางกองหนังสือพิมพ์ตลาดลูกหนังที่กองอยู่หลายฉบับ  แต่ผู้เป็นพ่อของเธอก็ไม่ได้สนใจเสียงที่เธอพูดแม้แต่น้อย   ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวเล็กๆที่อบอุ่นไม่ลำบากอะไรมากมายแต่เมื่อเศรษฐกิจไทยเริ่มตกต่ำ  ทำให้บริษัทที่พ่อของเธอทำงานอยู่ต้องตัดเงินโบนัสและเงินเสริมออก  แหล่งเงินที่สำคัญก็มาจาก เงินเดือน ซึ่งอาจจะมีไม่เพียงพอต่อความต้องการทำให้พ่อต้องหาเงินเพิ่มขึ้นนั้นคือ การเล่นพนันบอลนั่นเอง  เธอและแม่เตือนพ่อหลายครั้งแล้วแต่พ่อก็ไม่คิดที่จะฟังจนเอมิกาอดคิดไม่ได้ว่าสักวันหนึ่งครอบครัวของเธอจะหมดตัวเพราะพ่อ......

       “พ่อ เอมอยากได้โทรศัพท์เครื่องใหม่ พ่อซื้อให้เอมนะค่ะ”

      “เครื่องเก่ายังใช้ได้นี่นา ใช้ๆไปก่อนเถอะ พ่อยังไม่มีเงิน” ผู้เป็นพ่อกล่าวแค่สายตาก็ยังไม่ละจากหนังสือพิมพ์  เอมิกาเดินกระแทกส้นเดินเข้าห้องไปอย่างหงุดหงิดที่ถูกขัดใจ

      ที่พ่อไม่มีเงินเพราะพ่อเอาแต่เล่นการพนันต่างหากล่ะ เธอคิดก่อนจะล้มตัวลงนอนบนตียง ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ประมาณหนึ่งทุ่มกว่าๆ เอมิกาจึงเดินออกไปนอกห้องแต่เห็นพ่อกับแม่กำลังนั่งเคร่งเครียดกันอยู่จึงแอบฟังอยู่ห่างๆ

      “พ่อแม่ว่าให้ยัยเอมเรียนห้องธรรมดาดีมั้ย จะได้ลดค่าใช้จ่าย  กิ๊ฟเต็ดน่ะไม่ต้องเรียนหรอก” แม่พูดเสียงแผ่วแต่พ่อกลับพูดเสียงแข็งใส่ “ให้ลูกเรียนไปเถอะ ถ้าเอมมันเขาอยากเรียนเดี๋ยวพ่อจะหาเงินมาให้เอง” คำพูดของพ่อทำเอาเอมิกาถึงกับอึ้ง ตัวสั่นเทิ้ม รู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้า  “ด้วยการเล่นการพนันน่ะเหรอพ่อ” แม่ขมวดคิ้วมองหน้าพ่อที่ทำสีหน้าไม่ถูก

      “ที่จริงพ่อวางแผนว่าจะขับวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างแต่พ่อกลัวว่ายัยเอมมันจะอายเพื่อน”

      ยิ่งพ่อพูดออกมาเท่าไหร่ เอมิกายิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นเท่านั้นที่คอยแต่จะดูถูกดูแคลนและผิดหวังในตัวพ่อ  แม้มันจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีแต่สิ่งที่พ่อทำทุกอย่างนั้นก็เพื่อเธอทั้งหมด  เอมิกาก้าวออกมาจากที่ซ่อนมองหน้าพ่อก่อนที่จะล้มตัวลงกราบแทบเท้าก่อนปล่อยโฮออกมา “พ่อค่ะ  ฮือ.. เอมขอโทษที่มองว่าพ่อไม่ดี ทั้งที่จริงแล้วพ่อทำทุกอย่างเพื่อเอมมาตลอด เอมขอโทษ”

      พ่อของเอมมิกาพยุงเธอขึ้นมาโอบกอดเบาๆอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความรักความห่วงใยของพ่อทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ

      “พ่อก็ต้องขอโทษเอมที่ทำให้เอมผิดหวัง ต่อจากนี้พ่อสัญญาว่าพ่อจะทำอะไรต่างๆด้วยความสุจริต พ่ออยากจะส่งเอมให้เอมเรียนสูงๆจะได้มีความรู้ไว้แข่งขันกับคนอื่นเขาได้แต่ในเมื่อเรามีกำลังเพียงเท่านี้ เอมก็ต้องช่วยพ่อประหยัดนะลูก ที่จริงพ่ออยากจะซื้อทุกอย่างที่เอมต้องการแต่......”

      เอมิกาปาดน้ำตาออกเบาๆเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นมาว่า “ เอมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นเอมต้องการแค่พ่อคนนี้คนเดียว เอมรักพ่อที่สุดในโลกนะค่ะ” เอมิกาฉีกยิ้มละไมให้กับพ่อ “พ่อก็รักเอมที่สุดเหมือนกันนะลูก”

      คู่พ่อลูกกอดกันด้วยความรักและความเข้าใจตราบจนวันเวลาผ่านล่วงเลยไป ขณะนี้เอมิการู้ตัวแล้วว่า

      จะไม่มีสิ่งใดที่จะแทนความรักของพ่อได้อีกเลย’ 

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #36
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ครอบครัวของฉันเป็นครอบครัวที่เพียบพร้อม พ่อและแม่ต่างเป็นข้าราชการทั้งคู่ แม้เงินเดือนจะไม่มากแต่ก็ไม่ได้ขัดสน ในภาพรวมและในสายตาของคนอื่นแล้ว ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวที่ดีพร้อมซึ่งใครๆต่างก็อิจฉา บอกว่าครอบครัวเราดีเนอะรักกันดี ทั้งๆที่ไม่เคยเข้ามาดูข้างในจริงๆว่าครอบครัวของฉันนั้นระหองระแหงกันมากแค่ไหน

      แม่อยู่กับพ่อจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะฉันและน้อง อยู่เพื่อให้ลูกๆมีครอบครัวที่ดีพร้อม จะไม่ได้อายคนอื่นเขา เวลาที่มีคนถามว่าพ่อเธอทำไมไม่มาล่ะ แม่ทะเลาะกับพ่อให้ฉันเห็นจนชิน แม้จะไม่รู้ความมากนักเพราะยังเด็ก แต่ฉันก็จำได้ว่าท่านทะเลาะกันเรื่อง ‘ผู้หญิง’ แต่ด้วยความเด็กฉันก็ไม่รู้อะไรมาก แต่รับรู้ปัญหามาตลอดเพราะแม่มักให้ฉันเป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้รับฟังแม่เสมอ แม่บอกว่าความสนิทความเชื่อใจที่แม่มีให้ลุกนั้นเกินร้อย ลูกคือทุกอย่าง พอพูดแบบนั้นฉันก็รู้สึกสงสารแม่ที่ฉันทำตัวไม่ดีด้วย แม้ภายนอกของแม่จะดูนิ่งๆแต่ภายในนั้นฉันไม่ทราบหรอกว่าท่านทนเสียใจมานานแค่ไหน

      เรื่องของพ่อ...พ่อมีผู้หญิงอีกคน รู้จักกันตั้งแต่ฉันเกิดได้ใหม่ๆ คนคนนั้นเรียนอยู่ ส่วนพ่อฉันก็ทำงานอยู่ในเขตพื้นที่นั้น ทั้งคู่คบกันหลบๆซ่อนๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง แม่ฉันบังเอิญเห็นบันทึกของพ่อกับคนคนนั้นที่เขียนถึงกันเข้า แม่เก็บไว้แล้วเอาไปถามว่ามันคืออะไร พ่อไม่ตอบแต่นำมันไปทำลายให้ไวที่สุด พ่อระแคะระคายสืบหาจนรู้หน้าผู้หญิงคนนั้น แม่บอกให้เธอคนนั้นเลิกกับพ่อซะ เธอก็ยอมแต่โดยดี...แต่มันไม่ใช่ เธอตามไปรังควานพ่อฉัน ทวงถามสัญญาว่าไหนจะทิ้งแม่แล้วไปอยู่กับเธอ แต่พ่อก็จำต้องเลิกรากับเธอเพราะถ้าเรื่องการเล่นชู้นี้ถึงหูผู้บังคับบัญชา พ่อคงไม่มีอนาคตอีก

      ฉันยังเด็ก เลยไม่เข้าใจอะไรมาก เรื่องผ่านมาได้นานถึง4ปี จู่ๆแม่ก็รื้อฟื้นเรื่องนั้นขึ้นมา และจับผิดพ่อว่าไปมีผู้หญิงใหม่ แม่ถามว่า อยากเลิกกันไหม ฉันเหนื่อยที่ต้องตามเธอมาแบบนี้ ถึงเธอบอกว่าจะเลิก แต่เธอไม่เคยทำให้ฉันเห็น

      ฉันที่นั่งอยู่เบาะหลังของรถยนต์น้ำตาคลอ ไม่อยากนึกว่าพ่อจะกลับมาเป็นแบบนั้นอีกครั้ง ฉันใหญ่แล้วโตแล้วพอที่จะเข้าใจ ได้แต่ร้องไห้เงียบๆ กลัวว่าจะเสียพ่อไป

      คืนหนึ่ง...แม่ทะเลาะกับพ่อด้วยปัญหาเดิมๆ คราวนี้รุนแรง แม่ร้องไห้ แม่พูด แต่พ่อกลับเงียบ...พ่อไม่เคยปฏิเสธในสิ่งที่พ่อทำแต่ก็ไม่เคยยอมรับ แม่พาพ่อเข้ามาในห้องนอนของฉันแล้วพูดว่าไม่เห็นแก่ลูกบ้างเหรอ ไม่รักลูกเหรอ จากนั้นก็ถามฉันว่าอยู่ได้มั้ยถ้าไม่มีพ่อ จะเลิกแม่หรือพ่อ พ่อของลูกทำแบบเดิมๆอีกแล้ว ถามพ่อว่าต้องการจะแก้ตัวไหม นี่ต่อหน้าลูกแล้ว อยากให้ลูกเชื่อใจเธอบ้าง ตัวฉันในตอนนี้หมดความเชื่อใจในตัวเธอแล้ว ฉันเงียบ ร้องไห้ ร้องต่อหน้าท่าน กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หมดความเชื่อใจ หวาดกลัวอนาคตข้างหน้า หวาดกลัวในสิ่งที่ยังไม่พบเจอ แม่บอกให้พ่อขอโทษฉัน...พ่อขอโทษ แต่ขอโทษตามที่แม่สั่งให้พูด ฉันได้แต่ร้องไห้ ไม่รู้ว่าพ่อแม่ออกไปพูดต่อกันตอนไหน ฉันทำได้แต่ร้องไห้อยู่บนเตียง

      พ่อบอกว่าคนกินเหล้าไม่ดี คนเล่นชู้ไม่ดี คนจำพวกนั้นไม่น่าคบ พ่อสอนคนอื่นได้ แต่ทำไมสอนตัวเองไม่ได้ ในตอนนั้นฉันคิดเช่นนั้น

      แม้จะผ่านเหตุการณ์นั้นไปหลายวัน ฉันพูดกับพ่อเหมือนเดิมแต่ไม่มีความไว้วางใจ...แม่บอกฉันอีกครั้ง...ถ้าอยากให้พ่ออยู่กับลูก ลูกก็ต้องทำดีกับพ่อ พ่อจะได้ไม่กล้าไปทำอะไรแบบนั้น ฉันไม่อยากจะทำตาม ความรู้สึกที่มีต่อพ่อมันแตกต่างออกไป พ่อหักหลังพวกเราอย่างเลือดเย็น แต่ฉันเห็นแกแม่ เพราะแม่บอกว่า...ที่ครอบครัวเรายังมีกันอยู่ได้ก็เพราะมีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ ฉันพูดไม่ออก อยากจะร้องไห้อีกครั้ง ความจุกมันดันขึ้นมาที่คอหอย พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

      ผ่านไปนานหลายปี...พ่อมีข่าวแบบนั้นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มาก แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันจนรุนแรง แม่มักหาอะไรมาจับผิดพ่อเพราะไร้ความไว้วางใจในตัวพ่อ ฉันคิดว่าพ่อกำลังปฏิบัติตัวใหม่ สร้างความไว้วางใจให้เราอีกครั้ง และอีกไม่นานครอบครัวเราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง ฉันเชื่อเช่นนั้น

      “ขอโทษพ่อเลิกแล้ว เลิกทุกอย่าง”พ่อขอโทษที่หักหลังทรยศพวกเรา ฉันขอโทษที่เคยเกลียดพ่อมากที่หักหลังฉัน แม่ขอโทษ...ขอโทษที่แม่เคยแต่งงานกับพ่อเพราะคิดว่าพ่อจะทำให้แม่รักพ่อได้...พ่อขอโทษอย่างสุดหัวใจ และเราก็พร้อมที่จะให้อภัยพ่อได้เสมอ เราเลือกที่จะมองข้ามความผิดพลาดของกันและกัน ฉันหวังว่าพ่อจะไม่กลับไปเป็นแบบนั้นอีกครั้ง...เพราะสักวันถ้าพ่อทำแบบนั้น คำว่าครอบครัวที่สมบูรณ์แบบฉันก็จะไม่ได้สัมผัสมันอีกเลย...ในตอนนี้ฉันรับรู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้เงียบแล้วเอาแต่ร้องไห้ ฉันรักพ่อมาก และไม่อยากให้พ่อไปจากฉันเลยสักนิด ไม่อยากให้พ่อแม้แต่คิดที่จะหนี ฉันจะรั้งพ่อไว้ด้วยเยื่อใยที่เรียกว่าการให้อภัย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #37
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ลงในนี้เลยหรอคะ? ( '')

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของ

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของ
      IP
      #38
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คุณคิดว่าพ่อที่สมบูรณ์แบบนั้นเป็นแบบไหน???

      พ่อที่กลับมาบ้านตรงเวลา กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน พาไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกันในวันหยุด หรือคอยปลอบประโลมเวลาที่เศร้าใจ คอยเป็นที่ปรึกษาให้เราในทุกๆด้าน แต่สำหรับพ่อของ “เมริน” นั้น ทุกอย่างกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เรื่องราวทั้งหมดเริ่มตั้งแต่ที่คุณแม่ของเมรินเสียชีวิต และบริษัทที่พ่อทำอยู่นั้นล้มละลาย ทำให้พ่อตกงาน และไม่มีงานทำเพื่อมาส่งเสียเมรินให้ได้เรียนหนังสือ เธอต้องพักการเรียนอย่างกะทันหันเมื่อตอนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตอนปลายเทอม ทั้งๆที่เธอมีผลการเรียนที่ดีเยี่ยม และได้เป็นตัวแทนในการประกวดต่างๆมากมาย เพราะเงินเก็บที่มีอยู่ทั้งหมด ถูกถลุงไปกับค่าเหล้าและค่าบุหรี่ที่พ่อซื้อมาดื่มมาสูบทุกวันจนเริ่มหนักข้อ เมื่อพ่อกลับมาจากการเที่ยวตระเวนหาสมัครงาน และไม่มีใครรับพ่อไว้พิจารณา พ่อก็จะดุด่าเมรินว่าเป็นลูกที่ไม่ดี เป็นตัวซวย เป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อมีชีวิตเป็นแบบนี้ ทำให้เมรินเสียใจมาก เมรินแอบร้องไห้ในห้องนอนทุกวันในกลางดึก เฝ้าแต่คิดถึงแม่ และอยากให้ครอบครัวสุขสันต์นั้นกลับคืนมา แต่เมรินก็ไม่เคยที่จะเกลียดพ่อเลยแม้แต่นิดเดียว เธอรักและเคารพพ่อเสมอ ไม่ว่าพ่อจะเป็นแบบไหน พ่อก็ยังคือพ่อที่ดีสำหรับเมริน จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อพ่อของเธอเมากลับมาบ้านและพังประตูปึงปังเสียงดัง เมรินจึงเดินออกไปดู และพบว่าพ่อนั้นเมามาก เธอจึงประคองพ่อเข้ามาในบ้าน และเมื่อพ่อเห็นเมรินกำลังทำงานฝีมือขายเพื่อหารายได้เสริม พ่อก็ดุด่าเธอหาว่าเธอนั้นดูถูกว่าบ้านเรายากจนจนต้องไปรับงานบ้าๆนี่มาทำ

      “พ่อคะ ตอนนี้บ้านเราข้าวสารหมดแล้วนะคะ ถ้าไม่มีเงินหนูก็กำลังช่วยหาอยู่นี่ไงคะ” เมรินอธิบายเหตุผล

      "ไม่ต้องมายุ่งเลยนะ เด็กอย่างแกจะไปรู้อะไร ไม่ต้องมาทำเป็นตัวสำคัญของบ้านเลยนะ ไม่มีแกฉันก็อยู่ได้ ฉันอายเขามากเลยเนี่ยที่แกต้องมานั่งทำงานบ้าๆเนี่ย หาว่าฉันเป็นพ่อที่ไม่เอาไหนที่ต้องให้ลูกมานั่งทำงานงกๆเนี่ย เลิกซะ ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่!!!

      “ใช่สิคะคุณพ่อ หนูทำอะไรมันก็ผิดไปหมด เพราะคนสำคัญของคุณพ่อ เค้าตายไปหมดแล้วใช่ไหมคะ!!! หนูมันก็แค่ลูกของคุณพ่อ พ่อเป็นคนที่หนูรักมากที่สุด ครอบครัวเรามีความสุขมาก แต่ตั้งแต่แม่เสีย พ่อก็เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปจนหนูเสียใจ หนู!!!!ฮือ……

      ทุกอย่างเงียบสงบและหยุดชะงักลง เมรินพูดทั้งน้ำตาและปล่อยโฮออกมา เหมือนภาพทุกอย่างแล่นอยู่ในหัวของพ่อเมริน ภาพของเด็กน้อยในวัยเด็กที่เขาพาไปสวนสนุกด้วยกัน เด็กน้อยที่เขาต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อปลอบประโลมและชงนมให้เพื่อให้หยุดร้องไห้โยเย ภาพความน่ารักของเด็กน้อยผุดขึ้นมาจนน้ำตาลูกผู้ชายของพ่อไหลอาบแก้ม พ่อกำมือแน่น คุกเข่าลง และสวมกอดเมรินทั้งน้ำตา

      “พ่อขอโทษเมริน พ่อขอโทษ พ่อไม่ดีเอง พ่อทำไปเพราะขาดสติ พ่อรักลูกนะ…. เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะลูก”

      “หนูก็รักพ่อค่ะ หนูรักพ่อที่สุดเลย”

      "พ่อขอโทษ....."

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #39
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      “พ่อ” เป็นคนที่ผมคิดว่าผมจะเกลียดได้มากที่สุดแล้ว ไม่มีใครที่ทำให้ผมเกลียดได้ขนาดนี้อีกแล้ว พ่อที่ไม่เคยมีความเป็นพ่ออยู่ในตัว ไม่เคยเลี้ยงลูกของตัวเอง ไม่เคยสนใจใยดีแม่ คนที่ครั้งหนึ่งเคยรักกันมากจนขนาดมีผมซึ่งเป็น “ลูก” และจน “แม่” คนที่เขาเคยรักที่สุดจากไป แต่พ่อก็ยังไม่หยุดพ่อยังคงตอบสนองต่อความต้องการของเขาต่อไป ความต้องการที่ไม่รู้จักพอ ความต้องการที่เห็นแก่ตัวความต้องการที่จะมีความสุขโดยไม่เคยหันมองคนที่ลำบาก ไม่เคยจะเป็นห่วงว่าผมจะเป็นทำอะไร ผมจะเป็นใคร ผมจะทำผิดอะไร เขาไม่เคยสนใจใยดีผมซักนิดเดียว ได้แต่หาความสุขใส่ตัว จนวันหนึ่งพ่อก็เริ่มเปลี่ยนไป พ่อที่เคยออกนอกบ้านทุกคืนเริ่มกลับบ้าน และก็กลับไวขึ้น พ่อที่ไม่เคยจะสนใจใยดีผมก็เริ่มมาพูดคุยเริ่มซื้อของมาให้ เริ่มทำอาหารเช้าให้ทาน เริ่มใส่ใจกับผมมากขึ้น แต่ผมก็ยังไม่ได้สนใจพ่อและไม่พูดกับเขาแม้แต่คำเดียวได้แต่มอง มองอย่างนิ่งเงียบ พ่อที่เคยเป็นคนไม่ดีพ่อที่ผมเกลียดตอนนี้เขาเริ่มหันกลับมาสนใจผมมากขึ้นและทุกวันที่เขาเริ่มทำอะไรๆให้ผม แต่ผมไม่ยอมตอบได้แต่เงียบ เงียบ พ่อจะพูดออกมาทุกครั้งว่า “พ่อขอโทษๆ”และร้องไห้ออกมาไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไม ทำไมพ่อร้องไห้หละ ? เขาคิดจะทำดีให้เราสนใจเรอ ? แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจได้แต่นิ่งเงียบอย่างทุกที นิ่งเงียบและมองอย่างเดียว จนผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนที่พ่อเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง พ่อให้ผมมาสนใจ จู่ๆเขาก็มานั่งด้านหน้าผม ค่อยๆพูดอะไรบางอย่างออกมา “นี่ลูก พ่อหนะทำทุกอย่างที่คนเป็นพ่อเขาทำกันแล้วนะ ” น้ำตาเขาเริ่มไหลออกมา “พ่อหนะไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ ถึงแกจะไม่อยู่กับพ่อแล้ว พ่อรู้ทุกอย่าง รู้ว่าแกต้องการพ่อยังไง ต้องการพ่อที่สนใจ พ่อที่คุยกับลูกได้อย่างสนิทสนม พ่อที่รับฟังลูกทุกเรื่อง พ่อที่มีเวลาให้แก พ่อที่สนใจแกไม่ว่าแกจะทำอะไรต้องการอะไร ” พ่อยังคงพูดพร่ำไปเรื่อยเคล้ากับเสียงร้องไห้ที่หนักขึ้นๆเรื่อยๆจนฟังคำพูดที่พ่อพูดไม่รู้เรื่อง และพ่อก็เงียบแล้วเขาก็พูดคำบางคำออกมา คำที่ผมรอคอยมาตลอด คำที่ผมต้องการจากเขามากที่สุดตั้งแต่วันที่ผมจากเขามา ทำสั้นๆที่จะทำให้ผมแน่ใจว่าเขาจะเป็นคนที่ดีขึ้น “พ่อขอโทษ” เขาพูดพร้อมกับกอดรูปของผมไว้จนแน่นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนักเขายังคงร้องต่อไปอย่างนั้นและก็พูดซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นว่า “พ่อขอโทษๆๆ” ผมได้แต่ยืนยิ้มแล้วค่อยเดินอ้อมไปด้านหลังแล้วกอดพ่ออย่างแผ่วเบาแล้วจากเขาไปตลอดกาล

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #40
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พ่อขอโทษ

      ระยะเวลาตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา ‘ตะวัน’ เด็กวัยรุ่นที่มีความใฝ่ฝันอย่างคนอื่นๆ มักจะรู้สึกว่า ชีวิตเขาถูกขีดกรอบไว้ ทุกๆอย่างที่ตะวันอยากจะทำ ผู้เป็นพ่อมักจะไม่เห็นด้วย เพราะตั้งแต่แม่ของเขาตาย ในเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด แม่ของเขาที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงชนิดหนึ่ง เกิดสิ้นใจตอนที่กำลังผ่าตัด  เขาจึงอยู่กับพ่อสองคน และหลังจากนั้นพ่อของตะวันเริ่มเข้มงวดกับตะวันมากขึ้น

      จนมามีเหตุการณ์หนึ่ง..

      “แกต้องเป็นครูเหมือนพ่อ”  เสียงพ่อของตะวันพูดขึ้นอย่างจริงจังกับลูกชายเพียงคนเดียวของเขา

      “แต่ผมไม่อยากเป็นครู นั่นไม่ใช่ความฝันของผม..”

      ตะวันพูดไม่เต็มเสียงนักแต่แฝงไปด้วยความมาดมั่น เพราะเขาคิดว่า ทุกๆอย่างที่พ่อบังคับให้ทำ ตะวันทำตามทุกอย่าง แต่ต้องไม่ใช่เรื่องนี้ ..อนาคตของเขา

      “แค่ความฝัน มันกินไม่ได้หรอกจะบอกให้ ฉันอุตส่าห์อนุญาตให้แกเรียนสาย ศิลป์-ภาษา อย่างที่แกอยากเรียนแล้ว ฉะนั้น อาชีพครูดีที่สุดเชื่อฉัน” ผู้เป็นพ่อพูด  ความหวังของตะวันชั่งริบหรี่นัก

      “..ไม่ ผมจะไม่เป็นครู” ตะวันเอ่ยแค่คำสั้นๆ พ่อได้ยินดังนั้นจึงหันขวับมาก่อนจะเอ็ดเสียงดัง

      “ฉันอุตส่าห์เลือกชีวิตที่ดีให้แก ทำไม่แกถึงไม่เห็นความสำคัญ!!” พ่อตะวันเริ่มมีน้ำโหขึ้นเมื่อได้ยินว่าตะวันกำลังขัดใจ

      “…พ่อแน่ใจเหรอ ว่าพ่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ผม” ตะวันเอ่ยเสียงสั่นเบาหวิว แต่ได้ใจความ เขารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่คอ ขอบตาเริ่มมีน้ำปริ่มๆ แต่ตะวันต้องกลั้นไว้ และพูดต่อ “พ่อไม่เคยถามผม ว่าผมชอบสิ่งที่พ่อให้มาหรือปล่าว พ่อไม่เข้าใจผม..”

      เพี๊ยะ!!

      หน้าของตะวันหันไปตามแรงที่มือของพ่อตะวันกระทบกับใบหน้าของเขา  พ่อตบเขา..พ่อตบเขา

      “ทุกๆสิ่งทุกอย่างที่ฉันเลือกให้แก มันมักจะมีผลดีมากที่สุด แกไม่จำเป็นต้องเลือก เพราะชีวิตแกมันเป็นของฉัน!!!” พ่อตะวันเอ็ดตะโรดังลั่นบ้าน  คำพูดทุกถ้อยคำที่พ่อเขาพูดมา ทำให้ความเสียใจของตะวันพุ่งทวีคูณขึ้นมาอีก เขาจึงตัดสินใจพูดขึ้นว่า

      “ผมเกลียดพ่อ!”  ตะวันตะโกนดังลั่นและรีบวิ่งออกจากบ้านไปทันที  พ่อตะวันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้และมองมือทั้งสองข้างอย่างตกใจและเสียใจไปตามๆกัน

      เขาตบลูกเขาไปแล้ว...

      เวลาผ่านไปหลายนาที เวลาเริ่มใกล้พลบค่ำ พ่อตะวันยังรอลูกชายอยู่รอให้เขากลับมาแต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของร่างนั้น “เอาจดหมายมาส่งครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากหน้าบ้าน พ่อตะวันเดินออกไปดูแต่ก็พบเจอแต่บุรุษไปรษณีย์ที่นำจดหมายสอดไปที่ตู้ใส่จดหมาย  พ่อตะวันเอื้อมมือไปรับมาและเปิดดูทันที  และก็พบข้อความที่ว่า

      ถึง นาย ตะวัน XXXXX

      ‘ขอแสดงความยินดี คุณได้รับคัดเลือกไปเป็นตัวแทนนักการทูตฝึกหัด ที่สหรัฐอเมริกา ’

      พ่อตะวันได้แค่นิ่ง ตกใจกับสิ่งที่ทำลงไป เขาทำอะไรลงไป..

      จนมีเสียงโทรศัพท์หนึ่งดังขึ้น ไม่ทันที่พ่อตะวันจะพูดอะไร ก็มีปลายสายเสียงผู้ชายคนหนึ่่่งดังขึ้นก่อน

      {คุณเป็นพ่อของเด็กผู้ชายที่ชื่อตะวันใช่มัยครับ?}

      "ครับ.."พ่อตะวันฉงนไม่น้อย

      {ตอนนี้เด็กผู้ชายที่ชื่อตะวันถูกรถชนที่หน้าปากซอยนี่ครับ ผมโทรไปที่โรงพยาบาลแล้ว พะ..}

      ไม่ทันปลายสายจะพูดจบพ่อตะวันจึงกดทิ้งและรีบไปที่โรงพยาบาลทันที

      เมื่อเขาไปพ่อตะวันต้องตกใจเมื่อตะวันนั่นมีสภาพที่น่าอนาถและที่แย่ไปกว่านั้นคือ

      ตะวันเสียชีวิตแล้ว..

      พ่อมองแววตาสั่นระริกไปร่างลูกชายที่นอนแน่นิ่ง ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาอีก ผู้เป็นพ่อเอื้อมไปกุมมือลูกชายน้ำตาไหลออกมาอาบแก้มราวกับเขื่อนแตก จนมีแรงสะกิดจากด้านหลัง พ่อตะวันจึงหันไป

      "นี่เป็นจดหมายที่ลูกของคุณให้ไว้ก่อนจะเสียชีวิตค่ะ" นางพยาบาลยื่นจดหมายให้ก่อนจะเดินออกไปจากห้องตามมารยาท  พ่อตะวันคลี่กระดาษเปิดออกมา  ปรากฎว่าเป็นข้อความลายมือของลูกชาย

      'ถึงพ่อ ..ถึงวันนี้พ่อจะไม่ยอมรับในสิ่งที่ผมเป็น แต่ยังไงผมก็รักพ่อนะ'

      จากนั้นน้ำตาด้วยความสำนึกผิดของพ่อตะวันก็ไหลมาอย่างเขื่อนแตก  และพร่ำบอกอยู่คำเดียวไปมาๆ อย่างเสียใจ

      "พ่อขอโทษ ตะวัน พ่อขอโทษ..."

      จบแล้วอ่ะค่ะ เนื้อเรื่องก็งงนิดหน่อยอ่ะนะ TOT

      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 41 - 60
  • ความคิดเห็นที่ 241 - 257

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?