/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ชวนอ่าน “วัยแสบสาแหรกขาด” ผลงานสะท้อนสังคมเรื่องเยี่ยม []

วิว
 

“วัยแสบสาแหรกขาด”

จากละครสร้างสรรค์ทางช่อง 3 สู่นวนิยายตีแผ่ปัญหาวัยรุ่น!
 
นวนิยายเรื่อง “วัยแสบสาแหรก” เป็นนวนิยายที่ดัดแปลงมาจากบทโทรทัศน์ โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล เรื่องราวของ ทรายทิพย์ นักศึกษาระดับปริญญาโทสาขาจิตวิทยาต้องการเข้าไปหาข้อมูลเด็กในวัยเรียนที่พ่อแม่หย่าร้างเพื่อทำปริญญานิพนธ์ ประจวบเหมาะกับ ชวนากร รองผู้อำนวยการ (และลูกชายเจ้าของ) โรงเรียนเปี่ยมคุณ ต้องการนักจิตวิทยาเด็กมาร่วม “โครงการผูกสาแหรก” เพื่อแก้ไขปัญหาให้เด็กที่มีครอบครัวแตกแยกและก่อปัญหาในโรงเรียน ไม่ให้ถูกไล่ออก ทั้งสองจึงได้ร่วมมือกันโดยการแนะนำของเพื่อนทรายทิพย์ซึ่งเป็นครูแนะแนวในโรงเรียน โดยต้องบำบัดเด็กตัวปัญหา 5 คน คือ ถวายชัย (หวาย) นักเรียนมัธยมปลายผู้มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์และชอบใช้ความรุนแรง มงกุฎแก้ว (มินนี่) เน็ตไอดอลสาวผู้ติดโซเชียลเน็ตเวิร์กและมีอาการหลงตัวเอง เมษา (ตังเม) เด็กหญิงที่เครียดจากปัญหาทางบ้านจนเริ่มกรีดข้อมือทำร้ายตนเอง ดังใจ (โชกุน)เด็กชายที่โกหกจนเป็นนิสัย และ ญาทิป (ปิ๊กปิ๊ก) เด็กหญิงที่ชอบลักขโมยโดยไม่ได้อยากได้ของจริงๆ 
 
ถึงแม้ณัฐิยาจะมีผลการเขียนบทโทรทัศน์มาแล้วมากมาย อาทิ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน "ธราธร", อย่าลืมฉัน เพลิงบุญ, หนึ่งในทรวง ฯลฯ แต่ “วัยแสบสาแหรกขาด” คือ ความท้าทายขั้นสูงสุดตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพนักเขียนบทละครโทรทัศน์ ท้าทาย เพราะเป็นการเขียนแนว “จิตวิทยาวัยรุ่น” บวกเข้ากับการแก้ปัญหาของตัวนำเรื่องในแนว “สร้างคำถามและสืบหาคำตอบ”  ในแบบที่เธอเองไม่เคยเขียนมาก่อน
 
“ความท้าทายที่ตามมาด้วยการทำงานอันแสนหนักหน่วงแต่แทรกไว้ด้วยความสนุกสนาน บทละครเรื่องนี้เราเขียนกัน 5 คน และมีผู้ช่วยประจำทีมอีก 1 คน เราต้องเริ่มตั้งแต่หาข้อมูลจากการสัมภาษณ์นักจิตวิทยาทั้งในประเทศไทยและเพื่อนที่เป็นนักจิตวิทยาอยู่ต่างประเทศ หลังจากได้ข้อมูลแล้วเราจึงเริ่มลงมือเขียนบท เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็ต้องส่งไปให้นักจิตวิทยาตรวจสอบอีกรอบ” ณัฐิยากล่าว

ปกหนังสือ "วัยแสบสาแหรกขาด"
 
วัยแสบสาแหรกขาด นับเป็นเรื่องที่สองที่สถาพรบุ๊คส์นำบทภาพยนตร์หรือบทโทรทัศน์มาดัดแปลงเป็นนวนิยายซึ่งก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จไปแล้วกับนวนิยายเรื่อง “รุ่นพี่” ส่วนที่มาของการร่วมมือกับสถาพรบุ๊คส์ในครั้งนี้ณัฐิยาบอกว่า
 
“นัทเริ่มต้นบทโทรทัศน์ขึ้นมาก่อน พอบทใกล้ๆ จะเสร็จทางคุณเอิน ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล ผู้จัดแห่งค่ายมาสเตอร์วัน ก็ได้มีการมาพูดคุยกับสถาพรบุ๊คส์ว่าจะรวมเล่มหรือไม่ สถาพรบุ๊คส์ก็สนใจ ก็เลยนำบทโทรทัศน์ที่เราเขียนแล้วมาดัดแปลงในรูปแบบของนวนิยายไปด้วย ก็เลยกลายเป็นโพรเจ็กต์นี้ขึ้นมาค่ะ”

ในเรื่องนี้มีการนำเสนอปัญหาเกี่ยวกับเด็กและวัยรุ่นซึ่งเป็น 5 พฤติกรรมที่เราเจอได้ในสังคม จะมีพฤติกรรมใดบ้างมาฟังจากผู้เขียนกันเลย
 

 
“ปัญหาแรกเป็นปัญหาของ เด็กที่ชอบพูดโกหก เขาไม่ได้รู้ตัวว่าเขาพูดโกหก มันเป็นพฤติกรรมที่เขาสะสมมานาน เขาจะรู้สึกว่ามันเป็นไปโดยธรรมชาติ และไม่ได้รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่จะสร้างปัญหาต่อๆ มา บางคนสร้างเรื่องแล้วพูดเหมือนว่ามันเป็นเรื่องจริง มันดูเป็นธรรมชาติมากๆ คนเหล่านี้ เราต้องไปย้อนดูในวัยเด็กว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตอนเด็กๆ อาจจะโกหกตาใสไปเรื่อยๆ พูดเรื่องหนึ่งไปเป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยไม่ได้รู้สึกว่ามันคือความผิดปกติ ปัญหามันคือเมื่อคุณบ่มเพาะพฤติกรรมแบบนี้ไปเรื่อยๆ ความน่าเชื่อถือของคุณจะลดลง เมื่อคุณโตขึ้น การทำงาน การใช้ชีวิตครอบครัว ก็จะเป็นโดมิโนไปเรื่อยๆ”
 

 
“ประเด็นที่สองคือ ขโมย เราจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่จริงๆ คนในสังคมมีคนที่เป็นแบบนี้โดยไม่รู้ตัว คนบางคนมีทุกอย่างพร้อมแต่ชอบขโมย เหมือนมันเป็นการเติมเต็มอะไรบางอย่างให้กับชีวิตของเขา ซึ่งเราก็ต้องมาดูว่า รากปัญหามันเกิดมาจากตรงไหน แล้วถ้าเราไม่ได้แก้ปัญหาของลูกหลานเรา หรือคนใกล้ตัวเรา มันจะติดตัวไปเรื่อยๆ ซึ่งวันหนึ่งมันอาจจะพลาดเมื่อตอนที่เขาอายุมากขึ้น โดนจับขึ้นมาก็จะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมา”
 

 
“เรื่องที่สามคือ เด็กทำร้ายร่างกายตัวเอง ซึ่งคนที่เป็นอาการแบบนี้จริงๆ จะไม่โชว์ออฟ เขาจะทำในจุดที่ไม่ได้ต้องการให้ใครเห็น ซึ่งพ่อแม่ถ้าสงสัยต้องลองสังเกตลูกตัวเอง สิ่งเหล่านี้มันบ่งบอกถึงความเจ็บปวดบางอย่างข้างในของเขา ที่เขาไม่รู้จะระบายออกอย่างไรก็เลยต้องระบายใส่กับตัวเอง เป็นเคสที่ละเอียดอ่อนมาก และมีเยอะมากในสังคม”
 

 
“ประเด็นที่สี่เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก คือ การโดนคุกคามทางสื่อออนไลน์ กรณีนี้อาจจะใหม่สำหรับสังคมไทย แต่ว่าสังคมอย่างอเมริกา หรือ แคนาดา จะมีเด็กที่โดนคุกคามทางสื่อออนไลน์และไปจนที่สุดถึงขั้นฆ่าตัวตาย และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เราเป็นผู้ใหญ่ เราจะรู้สึกว่า แค่คอมเมนต์แค่นี้ไม่ต้องไปอ่านมันสิ ไม่อ่านก็ไม่เจ็บปวด แต่เด็กไม่ได้ เขาต้องรู้ เขาอยู่ในวัยที่อยากรู้ อยากเห็น แต่เมื่อเขารู้แล้ว เขารับมือกับมันไม่ได้ เพราะฉะนั้นพ่อแม่จะทำได้ดีที่สุดคือการเข้าใจในปัญหาและอยู่กับเขา”
 

 
“เรื่องสุดท้ายคือความรุนแรง เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาที่เราเห็นชัด เห็นเยอะ และก็มีเยอะแยะมากในละคร แต่เรื่องนี้เราจะมาดูว่า ต้นตอของปัญหาที่แท้จริงว่าทำไมเด็กจึงชอบความรุนแรงแก้ปัญหา ทำไมเขาทำออกมาโดยที่มันไม่รู้ตัว เมื่อเด็กอยู่ในภาวะนั้นแล้ว เขารู้สึกเจ็บปวดกับมันมากแค่ไหน จนกระทั่งเมื่อเราพบสาเหตุแล้ว เราก็จะบอกว่าจะมีวิธีการเยียวยาอย่างไร หรือเราจะปรับพฤติกรรมให้เด็กๆ อย่างไร ให้เขาเข้าใจและควบคุมความรุนแรงทางอารมณ์ของเขาให้ได้ เพราะฉะนั้นละครและหนังสือเรื่องนี้จะแตกต่างจากละครวัยรุ่นเรื่องอื่นๆ ตรงที่จะมีวิธีแก้ปัญหาให้ด้วย แต่มันไม่ใช่คำตอบสุดท้ายนะคะ มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น”
 
ผู้เขียนบอกว่า เนื้อหาในละครและนวนิยายนั้นไม่ต่างกันเลย ซึ่งเมื่อดูละครจบแล้วแต่ต้องการข้อมูลหรือวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ ก็สามารถเปิดหนังสือดูได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ผู้ชมและผู้อ่านเสพทั้งสองสื่อ โดยละครจะออกอากาศทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ หลังรายการสีสันบันเทิง ทางช่อง 3 สามารถสั่งหนังสือออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ของ สำนักพิมพ์สถาพร หรือในงานสัปดาห์หนังสือ ครั้งที่ 44 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 29 มีนาคม - 10 เมษายน 2559 ที่บูท ‎P34 ‪โซน C1
 
หนังสือและปฏิทินสวยๆ เราแจกให้เลยค่ะ 
 

พิเศษ เกมร่วมสนุกสำหรับชาวเด็กดี 


เพียงตอบคำถามง่ายๆ โดยเลือกจากพฤติกรรมจาก 5 แบบในเรื่อง แล้วตอบมาว่า... "พฤติกรรมไหนที่เราไม่อยากเจอ พร้อมเหตุผล”
 
ผู้โชคดี 3 คน รับไปเลย นวนิยายวัยแสบสาแหรกขาด พร้อมปฏิทินตั้งโต๊ะ
เริ่มเล่นได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2559
และทางทีมงานจะประกาศผลผู้โชคดีใน วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2559 ค่ะ
 
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลค่ะ 

1. titania
2. kurogi
3. Aom Aom Boravee


ขอให้ทั้งสามคนส่งชื่อที่อยู่มาที่ writer@dek-d.com 
ภายในวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2559 ค่ะ 

 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Writer #สถาพรบุ๊คส์ #วัยแสบสาแหรกขาด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #9
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    การเหยียดเพศ-เหยียดผิวค่ะ

    ทุกวันนี้อาจมีการเปิดใจยอมรับเรื่องพวกนี้มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะยอมรับได้ มันยังเป็นปัญหาที่ใหญ่มากและแก้ไขได้ยาก

    เพียงเพราะคนเหล่านี้เลือกเกิดไม่ได้ก็ไม่ได้ หรือเลือกที่จะเป็นในแบบที่พวกเขาอยากเป็น ก็ไม่ได้แปลว่าความเป็นมนุษย์ของเขาจะน้อยกว่าคนอื่นๆ ในสังคมที่คนอื่นๆ มองว่าเป็นปกติ

    แค่ปัญหานี้ปัญหาเดียวสามารถทำให้คนที่โดนเหยีดมีปัญหาทั้ง 5 อย่างได้เลย เพียงเพราะพวกเขาต้องการเรียกร้องความสนใจและการยอมรับจากคนอื่นๆ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    Numon
    Guest IP
    #62
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    เราเลือก การทำร้ายตัวเอง ในปัจจุบันสาเหตุการทำร้ายตัวเองนั้นมีมากในสังคมไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ การทำร้ายตัวเองในความคิดเราคือ บุคคลที่สภาพจิตใจออ่นแอกว่าคนทั่วไป บางคนมีสาเหตุการทำร้ายตัวเองที่แตกต่างกัน อาจจะเกิดมาจาก สภาวะความกดดันความเครียดที่สะสมมาโดยไม่มีวิธีแก้ไขที่ถูกต้อง หรือ ไม่มีที่ระบาย บางทีผู้คนเหล่านี้ต้องการเรียกร้องความสนใจจากบุคคลรอบข้างเช่นการประชดทำร้ายตัวเองและนำไปสู่สาเหตุการฆ่าตัวตายได้ เพราะฉะนั้น เราควรที่จะใส่ใจบุคคลรอบข้างให้มาก ที่จริงเราก็มีเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน แต่คิดว่าจะทำไปทำไม มันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเดี๋ยวมันก็ผ่านไปสู้ๆค่ะ ขอบคุณค่ะ
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    เรื่องทำร้ายตัวเอง เพราะผมเจอบ่อยมากทั้งกับตัวเองและคนอื่นๆ เช่นผมไม่ชอบให้ใครมาลงอารมณ์มาที่ผม ไม่ได้ผ่านการทำร้ายร่างกาย แต่ทำร้ายโดยจิตใจ มันรู้สึกเก็บกดครับ อีกอย่างเหมือนพ่อแม่ไม่เคยเข้าใจเราเลย เอาแต่ความรู้สึกตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ใส่ใจเลยว่าเราจะรู้สึกยังไง ที่เลือกตอบอันนี้เพราะว่าเคยคิดจะทำเหมือนกันครับ (ฮา) ตอนนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำ :( เพราะดูแล้วทุกอย่างคงยังไม่จบลงง่ายๆ
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    ความทรงจำสีจาง
    Guest IP
    #6
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    เป็นละครน้ำดี และหนังสือที่ดีมาก...แต่ เราคงไม่กล้าอ่าน....เหมือนกำลัง เปิดปากแผลตัวเองเลย...แค่ดูละครตอนเดียว ยังรู้สึกเจ็บปวดมาก ทั้งๆที่คิดว่าไม่เป็นไรแล้วแท้ๆ...ดูไป ก็เหมือนกำลังดูเรื่องของตัวเอง ทำให้คิดมาก ซ้ำไป ซ้ำมา คิดว่า ทำไมตอนนั้นถึงไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเราแบบนี้นะ? ทำไมถึงไม่มีผู้ใหญ่สักคน คิดจะทำความเข้าใจเรานะ? ทั้งๆที่ตอนเด็ก เราหวังพึ่งมากที่สุดคือคนในครอบครัว...แต่พวกเขาก็มักทำร้ายเราโดยไม่รู้ตัวเสมอ แต่ว่า...เรื่องราวมันก็ผ่านมานานมากแล้ว ผ่านช่วงนั้นมาได้ ทุกวันนี้ดีกว่าแต่ก่อนเยอะเลย แต่แผลใจถึงต่อให้รักษายังไงมันก็ยังเป็นแผลที่สะกิดที่ก็ยังรู้สึกเจ็บตลอดไป
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ขอตอบการกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์ เพราะว่ามันตามล้างตามเช็ดได้ไม่หมด กู้คืนชื่อเสียงไม่ได้ แล้วมีคนเห็นจำนวนมาก แต่ไม่มีใครสนใจผู้เสียหาย แล้วคนก่อเรื่องก็ตามจับยากอีกต่างหาก 

    เสียใจ  

    ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 40
  • ความคิดเห็นที่ 41 - 60
  • ความคิดเห็นที่ 61 - 71
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #61
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จากพฤติกรรมทั้ง 5  ไม่อยากเจอพฤติกรรมชอบโกหกมากที่สุดค่ะ เพราะการโกหกมันเป็นเหมือนการหักหาญความเชื่อใจของกันและกัน หลังจากที่ความเชื่อใจหมดลง มันจะหลงเหลือเพียงความระแวงซึ่งกันและกัน ซึ่งมันเป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์ของคนสองคน ยิ่งความสัมพันธ์แน่นแฟ้นเท่าไหร่ ยิ่งสร้างความเปราะบางมากเท่านั้น ไม่อยากเจอทั้งการโกหกเล็กๆ จนไปถึงเรื่องใหญ่ๆ เช่นเวลามีความเห็นไม่ตรงกัน พอเราถามว่าโอเคไหม แล้วเขาโกหกว่าไม่เป็นไร แต่ก็ไม่พอใจเราอยู่ลับหลัง ส่วนหนึ่งเขาอาจจะคิดว่า พูดให้มันจบไป แต่ในทางกลับกัน ตัวเลือกที่ง่ายที่สุดอาจจะบั่นทอนความสัมพันธ์ของกันและกันมากที่สุด เพราะเขาตัดปัญหาง่ายๆ โดยไม่คุยกัน เขาจะไม่พอใจอยู่ฝ่ายเดียว และสุดท้ายเมื่อถึงขีดสุด เขาจะทนเราไม่ได้ซะอย่างนั้น จึงไม่อยากเจอพฤติกรรมแบบนี้มากที่สุด

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Numon
      Guest IP
      #62
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เราเลือก การทำร้ายตัวเอง ในปัจจุบันสาเหตุการทำร้ายตัวเองนั้นมีมากในสังคมไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ การทำร้ายตัวเองในความคิดเราคือ บุคคลที่สภาพจิตใจออ่นแอกว่าคนทั่วไป บางคนมีสาเหตุการทำร้ายตัวเองที่แตกต่างกัน อาจจะเกิดมาจาก สภาวะความกดดันความเครียดที่สะสมมาโดยไม่มีวิธีแก้ไขที่ถูกต้อง หรือ ไม่มีที่ระบาย บางทีผู้คนเหล่านี้ต้องการเรียกร้องความสนใจจากบุคคลรอบข้างเช่นการประชดทำร้ายตัวเองและนำไปสู่สาเหตุการฆ่าตัวตายได้ เพราะฉะนั้น เราควรที่จะใส่ใจบุคคลรอบข้างให้มาก ที่จริงเราก็มีเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน แต่คิดว่าจะทำไปทำไม มันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเดี๋ยวมันก็ผ่านไปสู้ๆค่ะ ขอบคุณค่ะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #63
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      พฤติกรรมโดนคุกคามทางสื่อออนไลน์ค่ะ เพราะรู้สึกว่าพฤติกรรมนี่ผู้คนทีโดนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ตัวค่ะ และเป็นปัญหาที่เจอได้ง่ายในสังคมเเละไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดเท่าไรนัก ทั้งๆที่สามารถก็ปัญหาขนาดใหญ่กว่านั่นตามมาได้ และอาจจะเป็นหัวข้อใหญ่ของข้อต่างค่ะ เพราะเมื่อคุกคามแล้วอาจเกิดการทำร้ายร่างกายตัวเอง การโกหก และ การใช้ความรุนแรง เป็นปัญหาแรกที่ควรได้รับการแข้ไขอย่างเร็ว
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      123maprang
      Guest IP
      #64
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      พฤติกรรมที่ไม่อยากเจอคือการทะเลาะเบาะแว้งค่ะ ผู้ใหญ่ชอบทะเลาะกันต่อหน้าเด็กๆ ทำให้เด็กๆนำไปเป็นแบบอย่างแล้วพอเด็กๆทะเลาะกันผู้ใหญ่ก็จะเข้ามาดุเด็กว่าเด็กทำไมต้องทะเลาะกัน เรื่องเเค่นี้ทำไมไม่คุยกันดีๆ แล้วผู้ใหญ่เองล่ะค่ะเคยหันหน้าคุยกันให้เด็กเห็นหรือเปล่าผู้ใหญ่จะมีความคิดที่ว่าสิ่งที่เราคิดนั้นถูกต้องเสมอต่างคนต่างคิดแบบนี้จึงไม่เปิดโอกาสพูดคุยกันดี มีแต่เริ่มเสียงดังใส่กันว่าเราถูกเธอผิด ทะเลาะกันไปมาจนอีกฝ่ายยอมแพ้ ดังนั้นเมื่อเด็กเห็นว่าการทะเลาะกันจะนำมาซึ่งบทสรุปว่าต้องมีฝ่ายที่แพ้และชนะเกิดขึ้น จึงนำเอาแบบอย่างนี้มาทำ โดยไม่รู้ว่าแค่พูดคุยกันดีๆก้อสามารถปรับความเข้าใจได้และสามารถรู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไงด้วยค่ะ #เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด #ผูกสาแหรก #วัยแสบสาแหรกขาด
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #65
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่อยากเจอ คนที่ชอบโกหก เพราะน่ารำคาญ ไม่ดี อาจทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้ หรืออาจถูกใส่ร้ายให้คนอื่นเห็นว่าเขาเป็นคนไม่ดี เหมือนเขาไม่จริงใจกับคนอื่น แล้วทำให้เราเหมือนคนโง่ที่เชื่อคนอื่นง่ายเกินไป เสียใจ 

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #66
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่อยากเจอการนินทา หรือว่ากันในโซเชียลเหมือนมินนี่ค่ะ

      โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนคิดมาก เลยไม่ค่อยโอเคที่มีคนมาว่าในโซเชียล บอกแม่ก็ไม่ได้เดี๋ยวแม่จะเครียด บอกใครไปเดี๋ยวก็โดนว่าว่าหน้าบางอีก แค่นี้ทนไม่ได้ เลยเก็ยไว้กับตัวเองคนเดียว สบายใจกว่า แต่บางครั้งเราเอาไปคิดมากจนปวดหัวเลยค่ะ 

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Pook
      Guest IP
      #67
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ขอเลือกพฤติกรรมการโกหกของน้องโชกุนค่ะ เพราะการโกหกสามารถนำมาได้ซึ่งปัญหาทุกอย่าง ยิ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่การโกหกกลายเป็นเรื่องปกติ คนโกหกไม่รู้สึกว่าตัวเองโกหก เมื่อนั้นเราก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครได้อีก
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #68
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      โดยส่วนตัว คิดว่าทุกพฤติกรรมน่ากลัวหมด แต่ถ้าให้เลือกจริงๆ ขอเลือกการทำร้ายตนเองค่ะ หนูคิดว่าการทำร้ายตนเองเป็นสิ่งที่เจ็บปวด ไม่สมควรทำ เราอาจจะทำร้ายตนเองลงไปเพื่อระบายความเจ็บปวดในจิตใจ แต่สุดท้ายคนที่เจ็บก็ยังเป็นเราอยู่ดี เพราะได้แผลทางกายมา และพอทำร้ายตนเองไปนานๆเข้า ก็อาจจะถึงขั้นฆ่าตัวตาย เราอาจจะคิดว่าเราไม่อยู่บนโลกนี้จะดีกว่าหรือไม่มีใครสนใจเราหรอก แต่จริงๆแล้วคนที่เขาเสียใจกับการกระทำแบบนี้มากที่สุดก็คือ พ่อแม่
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #69
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      พฤติกรรมการทำร้ายตัวเองของตังเม คือพฤติกรรมที่ไม่อยากเจอค่ะ เพราะไม่ว่าจะทุกข์ จะเศร้า เสียใจแค่ไหน ก็ไม่มีใครที่จะสนใจ ใส่ใจในสิ่งที่เค้าทำ ในสิ่งที่พูด มีปัญหาเค้าจะเก็บเอาไว้เพียงผู้เดียว เมื่อมีปัญหามาสะสมภายในจิตใจเรื่อยๆ โดยปัญหาก่อนๆก็ไม่มีทางแก้จะทำให้เค้าจิตใจอ่อนแอลง ทำให้เกิดการทำร้ายตัวเอง ความเจ็บทรมานของจิตใจคอยทุเลาลงเมื่อมีความเจ็บทางร่างกาย และจะทำไปเรื่อยๆเพราะเป็นหนทางที่เค้าคิดว่าดีที่สุด ทางที่จะแก้ได้ก็มีเพียงพ่อแม่ครอบครัวเท่านั้นที่จะช่วยได้ ต้องช่วยรับฟัง ให้ความรักความอบอุ่น ไม่ใช่หนีปัญหาอย่างที่เป็นอยู่ เข้าไปอยู่ในโลกของเค้าไม่ใช่ไปสร้างปัญหาให้เค้าอีก ทำให้เค้าเห็นว่าไม่ได้อยูในโลกคนเดียว ยังมีเราที่คอยรับฟังเค้าอยู่ สังคมเราจะได้มีคนที่ดีมีความสุขและมีประสิทธิภาพมาสร้างความเจริญให้ประเทศเพิ่มขึ้นค่ะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #70
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขโมยค่ะ เจอคนขโมยข้าวของต่างๆในห้องดึหน่อยไม่ได้เอาตังไป เราก็เอ่อ ็ขโมยเหมือนกัล

      ถึงจะมีอยู่แล้วเพราะเพื่อนคนที่โดนขโมยแกล้งเรา แต่ในห้องมันจับมือใครดมไม่ได้ไม่มีกล้งติด เราก็เลยมีเพื่อนที่ร่วมมาด้วยกัน คนนีงชื่อน.ดูต้นทาง อีกคนดูปลายทางชื่อไ- เราก็เป็นคนเปิดกระเป๋าlootตังเพื่อน มีคนหนึ่งที่ๆบ้านรวยมากชื่อขึ้นต้นด้วยแ- มักเอาขงเล่นแพงๆมาโรงเรียนเช่นพวกสกุชชี่ ชึงเราจนมากเพราะพ่อไม่ให้ค่าขนมแล้วต้องหาเอาเองอิฉฉาแต่เราชอบเค้า เราเลยไม่ขโมยเค้า แต่มีเพื่อนคนหนึ่งห.ที่ชอบเข้ามากันๆเเบบเหมือนเพื่อนเป็นของมันเราก็โมโหเพราะคนอื่นๆ ยกเว้นแก็งขโมยไม่ชอบเรา เราเป็นเด็กที่จูนิเบียว นิดๆ แล้วเรา ของแทบทุกอย่างในตัวนี่เงินที่ขโมยมาทั้งนั้น ยกเว้นโทรสับโง่ๆ ที่โทรออกได้อย่างเดียวทั้งๆที่เป็นสมาทโฟน แล้วเราเป็นคนที่เลวตามคนที่ยกเป็นผัวแห่งปีและไอดอล

      ป.6

      เราคนเดิมเพิ่มเติมคือเจ็บจนใจแตกสลายกลายเป็นไอ เพือนคนนั้นเกลียดเราแล้ว เค้าไปคบกับพวกที่เกลียดเรา เราก็พบว่าอี1ในแก็งเราแม่งกรีดตัวเองจะฆ่าตัวตายเพราะไม่มีใครเชื่อมัน

      ค่ะ -ช่วยแหกตามองกูดิว่ามีใครเชื่อกูมั้ย -แค่โดนแม่-เท -ก็ยังได้ค่าขนมอยู่ดีป่ะ

      แล้วหลังจากวันนั้นเราได้ใส่ยาถ่ายที่น.เอามาให้ลงน้ำดื่มที่ห.ฟากชื้อ เราก็หยอดลงของเราเหมือนกันหยดนึงจะได้ไม่รู้ว่าเป็นเราแล้วมันนอนโรงบาล เรากับน.ก็ไปฉลองกัน ทุกคนรู้ว่ากลุ่มเราฉลองแต่ไม่พูดอะไรเพราะกลุ่มเราโดนอีห.แบนหลายทีแล้วจะเกลียดเข้าใส้ก็คงไม่แปลก 

      จบแล้วค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #71
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่อยากเจอความรุนแรงค่ะ เพราะตอนเด็กๆเวลาที่ทำผิดพ่อจะชอบต่อยหน้าหรือไม่ก็เตะ แล้วก็โดนเพื่อนรังแกกับทำร้ายจิตใจเหมือนกัน ก็เลยกลายเป็นเด็กหัวรุนแรงไปเลย(แถมติดเพื่อนด้วย) จน ป.5 เลยแยกตัวออกจากสังคม เป็นเด็กเงียบๆ ไม่ค่อยสูงสิงกับใคร ตอนนี้พยายามจะไม่ต่อยใครอยู่ค่ะ เลยเปลี่ยนเป็นชกกำแพงแทน ตอนนี้พ่อก็ไม่ต่อยไม่เตะแล้วค่ะ แต่เปลี่ยนเป็นทำร้ายจิตใจ ส่วนแม่ช่วงแรกก็ไม่ค่อยสนใจทำแต่งานค่ะ(พ่อกับแม่ทำงานทั้งคู่) แต่ตอนนี้แม่เริ่มสนใจแล้วค่ะ ทำให้ลดอาการที่เงียบๆลง เริ่มพูดมากกว่าเดิม แต่ก็ยังชอบอยู่คนเดียวอยู่ดี


      ปล.สาเหตุที่ติดเพื่อนเพราะเราเป็นเด็กพิเศษ(พัฒนาการช้า)แล้วไม่มีเพื่อน เลยพยายามจะมีเพื่อน ยอมทุกอย่าง

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?