/>

คุยกับ 'ครูมอลลี่' ตอนที่ 6 : เมื่ออยากเขียนให้ดี ก็ต้องรู้จักที่จะอ่านให้มาก, ชวนวิจารณ์เรื่องสั้น 'ฟันของทวด' []

วิว



คุยกับ 'ครูมอลลี่' ตอนที่ 6 : เมื่ออยากเขียนให้ดี... 
ก็ต้องรู้จักที่จะอ่านให้มาก,
ชวนวิจารณ์เรื่องสั้น 'ฟันของทวด'
 


สวัสดีค่ะน้องๆ เด็กดีไรท์เตอร์ ยังคงพบกับพี่หวานได้ที่คอลัมน์คลินิกนักเขียนเช่นเคยนะคะ ใครที่กำลังรอบทความแฝงสาระดีๆ จากครูมอลลี่อยู่ก็คลิกเข้ามาอ่านได้เลย เพราะว่าในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายที่ครูมอลลี่จะมาร่วมพูดคุยกับเราเเล้วค่ะ 

ก่อนอื่นพี่หวานต้องให้น้องๆ ที่เพิ่งเข้ามาอ่านบทความนี้คลิกไปอ่านบทความสัปดาห์ที่เเล้วก่อนนะคะ คุยกับครูมอลลี่ตอนที่ 5 สำหรับใครที่ติดตามอ่านมาตลอดก็จะเห็นว่าครูมอลลี่มีการบ้านทิ้งเอาไว้ให้ที่ท้ายบทความนั่นคือให้น้องๆ ไปลองอ่านเรื่องสั้น 'ฟันของทวด' เพื่อที่สัปดาห์นี้จะได้มาร่วมพูดคุยเเละลองวิจารณ์ไปพร้อมๆ กับครูมอลลี่
 
  • เรื่องฟันของทวดเป็นเรื่องสั้นที่ แปลจากเรื่อง Great-grandfather with Teeth ของ Catherine Lim นักเขียนชาวสิงคโปร์ ผู้แปลคือ ศุณิษา เทพธารากุลการ สำนวนแปลเป็นภาษาไทยเรื่องนี้ได้รับรางวัลเรื่องสั้นแปลดีเด่นรางวัลพระยาอนุมานราชธนเมื่อ ปี 2556

พี่หวานคิดว่าวิธีการนำเสนอในรูปแบบนี้จะช่วยทำให้เราได้เห็นจุดเด่นและด้อยของผลงานได้อย่างชัดเจน ถ้าใครพร้อมแล้วก็เลื่อนลงมาได้เลยค่ะ
 


คุยกับ 'ครูมอลลี่'



สวัสดีค่ะครูมอลลี่ จากสัปดาห์ที่แล้วหนูได้ลองไปอ่านเรื่องฟันของทวดแล้วนะคะ รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเลย เเต่ถ้าครูมอลลี่ไม่แนะนำก็คงคาดไม่ถึงว่ามีเรื่องสั้นแบบนี้อยู่ด้วย เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มคุยกันถึงหัวข้อของวันนี้เลยนะคะ
ครูมอลลี่ : วันนี้ครูมอลลี่จะไม่พูดถึงว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้แปลดีอย่างไร แต่จะใช้เรื่องแปลนี้เป็นสื่อชี้ชวนให้เห็นตัวอย่างของการนำความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของสังคมมาสอดร้อยอยู่ในเรื่องสั้นอย่างกลมกลืนและอย่างมีศิลปะ นับเป็นตัวอย่างของเรื่องสั้นเชิงสังคมวัฒนธรรมที่ให้ทั้งข้อคิดเรื่องความเปลี่ยนแปลง และการอยู่ร่วมกันในสมัยใหม่ท่ามกลางความแตกต่างและความหลากหลายค่ะ

 
แบบนี้ก็สามารถอ่านเรื่องสั้น 'ฟันของทวด' เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงานในการประกวดหัวข้อ "วัฒนธรรม" ของโครงการประกวดวรรณกรรมรางวัลพระยาอนุมานราชธน ปี 2560 นี้ได้ด้วยสิคะ
ครูมอลลี่ : ใช่แล้วค่ะ นับว่าเป็นตัวอย่างของเรื่องสั้นเชิงสังคมวัฒนธรรมที่ให้ทั้งข้อคิดเรื่องความเปลี่ยนแปลง และการอยู่ร่วมกันในสมัยใหม่ท่ามกลางความแตกต่างและความหลากหลาย และน่าจะเป็นตัวอย่างชั้นดีให้น้อง ๆ ทั้งหลายนำไปเป็นแนวทางสำหรับสร้างสรรค์งานเขียนเรื่องสั้นที่ว่าด้วยเรื่อง “วัฒนธรรม” อันเป็นโจทย์สำคัญที่น้อง ๆ จะต้องขบคิดใคร่ครวญ และนำเสนอออกเป็นด้วยภาษาวรรณศิลป์ แล้วส่งมาประกวดเรื่องสั้นดีเด่นรางวัลพระยาอนุมานราชธนในปีนี้

 
คุยกับคุณครูมอลลี่ทีไรเหมือนหนูจะตื่นเต้นและรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับเรื่องที่ครูจะนำมาสอนทุกครั้งเลยค่ะ ^^
ครูมอลลี่ : 

แต่ช้าก่อน อย่าเพิ่ง “เกร็ง” เกินไป เดี๋ยวจะเขียนไม่ออก จำไว้ว่าเขียนแบบที่เป็น “เรา” ไม่ต้องเขียนเพื่อให้เป็น “คนอื่น”
 
ครูมอลลี่คิดว่าน้อง ๆ ก็คงจะอ่านเรื่องสั้นเรื่องฟันของทวดจบกันไปแล้วทุกคน สิ่งที่ทุกคนได้รับอาจแตกต่างกันไปบ้างตามประสบการณ์ชีวิตและประสบการณ์การอ่านของแต่ละคน แต่สิ่งที่ครูเชื่อว่าทุกคนได้รับก็คือความประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากสุดท้าย ฉากที่กวานกลับไปขอโทษบรรพบุรุษ ที่จงใจใช้วิญญาณที่ลาลับจากโลกนี้ไปมาเป็นเครื่องแสดงความเก่งกล้าของตนเอง เพื่ออวดเพื่อนๆ ชาวต่างประเทศ ครูมอลลลี่ชอบฉากสุดท้ายนี้มาก อ่านแล้วน้ำตาพาลจะไหลด้วยความเต็มตื้นอยู่ในหัวใจ

 
งั้นเรามาเริ่มพูดคุยกันไปทีละส่วนของเรื่องสั้นเลยดีมั้ยคะ
ครูมอลลี่ : เรื่องสั้น 'ฟันของทวด' นี้ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบธรรมดามากค่ะ กล่าวคือ ให้ตัวละครเอกคือกวานเป็นผู้เล่าเรื่อง เปิดเรื่องด้วยกวานผู้ซึ่งครอบครัวได้ส่งไปเรียนต่อที่ประเทศทางตะวันตกกลับมาบ้านในช่วงปิดเทอม และต้องกลับไปพิสูจน์การมีอยู่ของวิญญาณตามความเชื่อแบบตะวันออก เพื่อเอาไปเล่าเป็นเรื่องขบขันกับเพื่อนๆ ร่วมชั้นชาวตะวันตก และกวานก็ได้พบกับวิญญาณของทวดซึ่งมาปรากฏกายในภาพของชายชราที่ไร้ฟัน แตกต่างกับภาพถ่ายที่กวานเคยรับรู้ว่าจากภาพถ่ายว่าทวดมีฟันสวยเต็มปาก และเรียงตัวอย่างมีระเบียบ ทำให้กวานเกิดข้อสงสัยจึงไปถามแม่ของเขา

จากนั้นเรื่องก็เปลี่ยนมุมมองการเล่า จากกวานไปเป็นแม่ของกวาน แม่ของกวานเล่าเรื่องในอดีตเมื่อครั้งที่ทวดยังมีชีวิตอยู่ให้กวานฟังว่า ทวดเป็นคนมีสุขภาพแข็งแรง กว่าคนรุ่นเดียวกัน เพราะดูแลรักษาสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกเช้า โดยเฉพาะฟัน ทวดจะดูแลเป็นอย่างดี ฟันของทวดจึงแข็งแรง เรียงตัวอย่างมีระเบียบ และทวดภูมิใจในความสมบูรณ์แข็งแรงของฟันจนออกนอกหน้า แต่ฟันที่ไม่ผุกร่อนไปตามวัยกลับกลายเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาทำร้ายทวด เพราะจากการที่คนในครอบครัวต้องมีอันเป็นไปก่อนวัยอันควร ทำให้ลูกหลานของทวดไปหาหมอดูทำนาย

หมอดูทำนายว่าที่เป็นเช่นนี้มาจากฟันที่แข็งแรงคงทนของทวดได้กลืนกินชีวิตลูกหลาน ทุกคนเชื่อหมอดูและพากันหวาดกลัวว่าฟันของทวดจะนำความตายมาสู่ลูกหลานอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่ของกวาน ซึ่งในขณะนั้นกำลังตั้งครรภ์กวานพอดี ต้องคอยหลบหลีกสายตาของทวด มิให้เป็นเหยื่อการจ้องมองกลืนกินชีวิตลูกในท้อง ในงานฉลองวันเกิดครบรอบปีที่ 80 ของทวด ทุกคนจำใจต้องเฉลิมฉลองตามธรรมเนียม แต่ก็อดหวาดกลัวไม่ได้ว่า อายุที่ยืนยาวของทวดจะส่งผลถึงการหดสั้นลงของชีวิตลูกหลาน ไม่รู้ว่าใครจะเป็นรายต่อไป

 
เป็นเรื่องสั้นที่มีหลากหลายความเชื่อปนกันจริงๆ ค่ะ ส่วนตัวหนูชอบการใช้ภาษาบรรยายเหตุการณ์การเปลี่ยนมุมมองผู้เล่าเรื่องจากกวานมาเป็นแม่ ทำให้เราเห็นความคิดตัวละครได้หลายมุมมากเลยค่ะ
ครูมอลลี่ : เเน่นอนค่ะว่าการเปลี่ยนตัวละครเล่าเรื่องย่อมมีผลต่อคนอ่าน จุด Climax ของเรื่องอยู่ในฉากนี้ ฉากที่ทวดกำลังกินหมี่อายุยืนที่ลูกหลานเตรียมไว้ให้ ขณะที่ทวดกำลังสูดเส้นหมี่เข้าปากมิให้ขาดเส้น ทุกคนในที่นั้นพบว่าในปากของทวดไม่มีฟันสักซี่ เพราะทวดได้ใช้ปะแจในห้องเก็บเครื่องมืองัดฟันออกจนหมดปาก เพื่อให้ลูกหลานสบายใจว่า แต่นี้ต่อไปจะไม่มีใครตายเพราะฟันที่แข็งแรงของทวดอีกแล้ว

จากนั้นเรื่องเปลี่ยนมุมมองการเล่ามาสู่กวานอีกครั้ง ให้กวานกลับไปที่บ้านบนถนนเพ็กจูเพื่อขอขมา วิญญาณของทวด แต่ทวดไม่ปรากฏกายให้เห็นอีกแล้ว กวานจึงไปที่วัดแห่งแสงสว่างซึ่งเป็นที่เก็บกระดูกของทวด เพื่อกล่าวคำขอโทษและขอบคุณทวดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเดินทางกลับไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา จุดเด่นของเรื่องอยู่ที่แนวความคิดที่นำเสนอในเรื่องที่ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมในประเทศที่ชั้นนำอย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ บ้านเมืองพัฒนาสู่ความเป็นทุนนิยมเต็มที่ คนรุ่นใหม่เดินทางไปศึกษาต่อในประเทศตะวันตกจึงได้รับความคิดความเชื่อแบบตะวันตก แต่ขณะที่ในสังคมสิงคโปร์เองก็ยังมีความความเชื่อแบบตะวันออก เชื่อในบรรพบุรุษ เชื่อในไสยศาสตร์และภูตผีวิญญาณ
 
นอกจากนี้ เรื่องสั้นยังสื่อให้เห็นสังคมสิงคโปร์ที่ประกอบด้วยคนหลายวัย ทั้งวัยชรา วัยกลางคน วัยหนุ่มสาว และวัยเด็ก คนเหล่านี้ต้องมีชีวิตอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลาย การที่สังคมจะธำรงรักษาความสมดุลเอาไว้ได้ ไม่ได้อยู่ที่การจัดการกับสิ่งแปลกปลอมให้ออกไปจากวิถีชีวิตปกติ แต่อยู่การมองอย่างเห็นคุณค่าและอย่างมีเหตุผล อย่างเช่น ทวดมีฟันที่แข็งแรงไม่ใช่สิ่งที่ได้มาโดยบังเอิญ แต่มาจากการดูแลรักษาเป็นอย่างดี และทวดก็มีสิทธิ์ที่จะอวดผลงานของทวด การที่ทวดจำต้องถอนฟันอันเป็นสมบัติที่ทวดภูมิใจหมดทั้งปาก เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ถึงความรัก ความห่วงใยที่บรรพบุรุษมีต่อคนรุ่นหลัง การใช้ความเชื่อที่ไม่มีข้อพิสูจน์ใด ๆ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เรื่องสั้นเรื่องนี้ต้องการนำเสนอ เช่น การเชื่อคำทำนายของหมอดู และนำมาใช้เป็นวิธีการแก้ปัญหานับเป็นอวิชชาอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะไม่มีเหตุผลแล้ว ยังทำลายสายสัมพันธ์ทางสังคมที่สืบทอดมายาวนานในสังคมสิงคโปร์อีกด้วย
 
 
สิ่งสำคัญอีกอย่างนอกจากความขัดเเย้งทางความคิดความเชื่อแบบตะวันออกกับตะวันตกแล้ว การจะพิสูจน์ความเชื่อของคนก็เป็นเรื่องที่ยากมากเลยนะคะครูมอลลี่
ครูมอลลี่ : การวิพากษ์ความคิดแบบตะวันตกที่มองความคิดแบบตะวันออกเป็นเพียงเรื่องท้าพิสูจน์ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้เขียนเรื่องนี้เสนอไว้ในเรื่อง เราอาจเห็นวิญญาณของทวดมาปรากฏกายให้เห็น แต่วิญญาณนั้นทำหน้าที่ทางวรรณกรรมในฐานะสัญลักษณ์เพื่อสื่อความหมายของการมีอยู่ของบรรพบุรุษ ผู้ยอมเสียสละเพื่อลูกหลาน ดังนั้นผู้ที่ได้รับการศึกษาจากตะวันตกไม่ควรมองความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษเป็นของเล่นที่ท้าทายโดยปราศจากความเคารพ

ฉากสุดท้ายของเรื่อง จึงสร้างภาพที่ให้เกิดความรู้สึกปิติยินดี เพราะความหลากหลายได้หลอมรวมกัน ทำให้สังคมสู่จุดสมดุลอีกครั้ง ครูมอลลี่ขอยกมาให้เห็น ดังนี้

“ผมจุดธูปสองดอกเพื่อปักลงหน้าโกศของทวด ภายในใจรู้สึกอยากจะพูดคุยกับทวดเหลือเกิน ในช่วงเวลาอันกระชั้นชิดและแสนสั้นนี้ หากได้เจอผีจริงๆ เป็นตัวเป็นตนและจับต้องได้ก็คงจะดีกว่าโกศที่เงียบเฉยและเย็นเยียบกับเถ้ากระดูกเย็นเยือกภายในโกศ ผมยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าโกศของทวดซึ่งวางอยู่ท่ามกลางโกศอีกนับร้อยใบที่วางเรียงรายเป็นระเบียบ ไม่อาจสรรหาคำพูดที่เหมาะเจาะได้ เหลนจากอีกโลกหนึ่งซึ่งแยกจากโลกของทวดด้วยห้วงมหรรณพอันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งมีเสียงวายุคำรามก้อง แต่ช่วงเวลาแสนสั้นท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิดในบ้านหลังเก่าเลขที่ 37 บนถนนเพ็กจู เราทั้งสองได้ก้าวข้ามห้วงนั้นมาพบกันแล้ว”
 
เรื่องสั้นเพียงไม่กี่หน้า แต่ทำให้เราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม มองเห็นความเชื่อ วิธีคิดที่แตกต่างหลากหลายของประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งผู้แปลยังถ่ายทอดเรื่องสั้นเรื่องนี้ได้อย่างงดงามยิ่งค่ะ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสั้นชั้นดีอีกเรื่องหนึ่งที่อยู่ใจครูมอลลี่ 


หลังจากที่ได้คุยกับครูเกี่ยวกับการนำเสนอเรื่องสั้นเรื่องฟันของทวด หนูก็รู้สึกได้ว่าพลังแห่งตัวอักษรสามารถถ่ายทอดอะไรได้มากมายจริงๆ ค่ะ ก่อนที่จะจบบทความสุดท้ายในช่วง คุยกับครูมอลลี่ ครูมีอะไรอยากฝากให้น้องๆ ที่กำลังอ่านบทความอยู่รึเปล่าคะ
ครูมอลลี่ : ครูก็หวังเเค่ว่าเมื่ออ่านบทความจบเเล้ว น้องๆ พร้อมหรือยังคะ ที่จะกดคีย์บอร์ดเพื่อสร้างสรรค์เรื่องสั้นเพื่อประดับวงการวรรณกรรมไทย ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มทันที ไม่ต้องรั้งรอค่ะ
 

แม้ว่าการพูดคุยกับครูมอลลี่มาตลอด 6 สัปดาห์ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เเต่มีค่ามากเลยนะคะ เพราะนอกจากเราจะได้คำแนะนำจากครูผู้มีประสบการณ์มาร่วมพูดคุยไปทีละจุด ให้คำแนะนำทีละเล็กละน้อยเพื่อให้คนที่ได้อ่านสร้างสรรค์งานตัวเองได้อย่างน่าสนใจและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น พี่หวานก็ขอเป็นตัวเเทนน้องๆ เเละนักอ่านเว็บไต์เด็กดีทุกคนขอบคุณครูมอลลี่ที่สละเวลามาพูดคุยกัน ส่วนใครที่ติดตามมาตั้งเเต่ต้นก็อย่าลืมร่วมส่งผลงานในโครงการ ประกวดวรรณกรรม "รางวัลพระยาอนุมานราชธน" รางวัลสำหรับผู้มีใจรักในงานวรรณกรรมที่ทุกคนห้ามพลาด ซึ่งน้องๆ สามารถรอติดตามรายละเอียดในเร็วๆ นี้ได้ที่ https://www.dek-d.com/sulitcontest/index.php หรือที่ บทความ นี้เลยค่ะ 

การร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยศิลปากรกับเว็บไซต์เด็กดีดอทคอมของเราถือเป็นก้าวเริ่มต้นครั้งใหม่ของวงการวรรณกรรมที่จะนำมาผสมผสานกับความเป็นสื่อออนไลน์เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นแล้วถ้าใครที่สนใจอยากทดสอบความสามารถในด้านการเขียนเรื่องสั้นของตัวเองก็ห้ามพลาดเลยนะคะ นอกจากจะเป็นโครงการที่มีความสำคัญ ขอกระซิบดังๆ ว่า รางวัลก็ไม่ธรรมดาเลยละค่ะ ถึงการพูดคุยกับครูมอลลี่จะจบลงไปแล้ว เเต่ยังสามารถพบกับพี่หวานคนเดิม เพิ่มเติมคือจะมาพบน้องๆ ให้บ่อยขึ้น ยังไงก็ต้องฝากติดตามกันต่อไปเรื่อยๆ เลยนะคะ เเล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ ^___^

 

พี่หวาน

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=whan

พี่หวาน - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นักเขียน #เรื่องสั้น #วิจารณ์เรื่องสั้น #ฟันของทวด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป