ฉันขโมยอาหารคนอื่นกินแล้วรอดมาได้ : โกดิล็อกกับหมีสามตัว []

ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี แต่น้อยคนนักที่จะมีมัน
3,392 0
 
ฉันขโมยอาหารคนอื่นกินแล้วรอดมาได้ :
โกดิล็อกกับหมีสามตัว 

 
ไม่แน่ใจว่าตอนยังเด็กๆ เคยมีพ่อแม่ของใครเล่าเรื่องโกดิล็อกกับหมีสามตัวให้ฟังกันบ้างไหมคะ แม่ของแอดมินเคยเล่าให้ฟังค่ะ ก็เลยยังจำเนื้อเรื่องได้อยู่บ้าง เรื่องของเด็กผู้หญิงผมทองที่แอบเข้าไปในบ้านของหมีสามตัว กินอาหารของหมี นอนบนเตียงของหมี และหมีก็ดูแลเธออย่างดีด้วยใจอารี แต่ใครจะรู้ว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับ โกดิล็อกไม่ได้สบายแบบนั้นนะ เธอถูกหมีสามตัวจับไปเผาต่างหาก และที่สำคัญ เราเรียกเธอว่าเธอไม่ได้ เพราะเธอไม่ใช่เด็ก แต่เป็นหญิงชรา!!! 
 
ฉันขโมยอาหารคนอื่นกินแล้วรอดมาได้ : โกดิล็อกกับหมีสามตัว
ใครมากินอาหารในชามของฉัน... วลีเด็ดที่อยู่ตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก
 
โกดิล็อก เวอร์ชั่นแรก ไม่ใช่เด็กหญิง และหมีไม่ได้ใจดี
ใช่แล้วค่ะ โกดิล็อกกับหมีสามตัวในเวอร์ชั่นแรก เขียนขึ้นโดย เอเลเนอร์ มัวร์ ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1831 ตัวนักเขียนเองเป็นหลานสาวของท่านบารอน และเป็นชนชั้นสูง เกิดในปี ค.ศ. 1799 ไม่เคยแต่งงาน แต่เป็นคนที่หลงใหลการวาดภาพสีน้ำ มัวร์เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1886 เธอหลงใหลในเทพนิยายอย่างมาก และชื่นชอบหมีเป็นพิเศษ นอกจากนี้ เธอยังผูกพันกับหลานชายที่มีชื่อว่า ฮอเรซ โบรค จนตัดสินใจว่าจะทำของขวัญวันเกิดชิ้นพิเศษให้กับเขาในวันเกิดครบรอบ 4 ขวบ ซึ่งก็คือ นิทานสีน้ำเรื่องโกดิล็อกกับหมีสามตัวนี่เอง   
 
มัวร์ใช้เวลาร่างภาพและเขียนเนื้อหาราวๆ สองสามอาทิตย์ โดยสถานที่ที่เธอใช้ทำงานก็คือบริเวณมหาวิทหารเซ็นต์พอล ในหนังสือของเธอนั้น สัตว์ทุกตัวสามารถพูดได้ หมีสามตัวในเวอร์ชั่นของมัวร์มีขนาดตัวเท่ากัน และเมื่อสามารถสื่อสารได้ เจ้าหมีทั้งสามก็เลยซื้อบ้านในที่ตกแต่งอย่างดีได้ และอยู่ร่วมกับมนุษย์เรื่อยมา จนกระทั่งวันหนึ่ง ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อหมีสามตัวมีปัญหากับเพื่อนบ้านซึ่งเป็นหญิงชรา และพยายามขับไล่ไม่ให้นางมาอยู่ใกล้ๆ แต่หญิงชราคนนี้ไม่ได้ใจงามและไม่ได้หวาดกลัวหมี เมื่อถูกไล่ นางก็เดินเข้ามาในบ้านของหมี และดื่มนมจากแก้วของพวกมัน เล่นเก้าอี้ของพวกมัน (แถมทำหักไปตัวนึง) นอนบนเตียงของพวกมัน (และทำพังไปเตียงหนึ่ง) ผลคือหมีทั้งสามโกรธมาก และวางแผนแก้แค้น ขั้นแรกคือ โยนหญิงชราเข้าไปในเตาไฟ เสร็จแล้วก็เอาไปถ่วงน้ำ และสุดท้าย จับตัวนางโยนขึ้นไปบนยอดของมหาวิหารเซ็นต์พอล และทิ้งร่างของนางไว้ที่นั่น 
 
ผลงานของมัวร์ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง และกลายเป็นของมีค่า จนกระทั่งต่อมา กวีที่มีชื่อว่า โรเบิร์ต เซาเธย์ ได้ตัดสินใจนำผลงานนี้มาเขียนใหม่ โดยมีการปรับพล็อตให้เปลี่ยนไป นั่นคือหมีสามตัวไม่ได้อยู่ในบ้านหรูหรา แต่อาศัยอยู่ในป่า ระหว่างรอให้ซุปในหม้อเย็น เจ้าหมีทั้งสามก็ไปเดินเล่นรอ และตอนนั้นเอง หญิงชราก็เข้ามาในบ้าน และแย่งเอาอาหารไปกิน รวมถึงนั่งเก้าอี้หัก และทำเตียงหัก โดยเซาเธย์ยังคงรักษาลักษณะเด่นที่มัวร์สร้างไว้ในผลงานต้นฉบับได้นั่นคือ วลีที่เจ้าหมีตะโกนว่า “ใครมากินอาหารในชามของฉัน, ใครมานั่งเก้าอี้ของฉัน, ใครมานอนบนเตียงของฉัน”  
 
ฉันขโมยอาหารคนอื่นกินแล้วรอดมาได้ : โกดิล็อกกับหมีสามตัว
โกดิล็อกแอบเข้าไปกินอาหารในบ้านของคนอื่น และรอดตัวไปได้...?
 
ฉันขโมยอาหารคนอื่นกินแล้วรอดมาได้ : โกดิล็อกกับหมีสามตัว
โกดิล็อกขโมยอาหารของหมีไปกินโดยไม่ขอก่อน
 
โกดิล็อกตีแผ่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม 
เราจะเห็นได้ว่า จุดเด่นของโกดิล็อกและหมีสามตัว ทั้งในผลงานต้นฉบับของมัวร์ และในผลงานเขียนใหม่ของเซาเธย์ ต่างก็มีประเด็นสำคัญคือ เรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในอังกฤษและฝรั่งเศส เรื่องเล่าของมัวร์ พูดถึงเรื่องผู้อาศัยเดิม (หมีสามตัว) และผู้อาศัยใหม่ (หญิงชรา) จะเห็นได้ว่าผู้อาศัยใหม่นั้นเรียกร้องและไม่เคารพผู้อยู่มาก่อน ซึ่งในที่นี้ เชื่อกันว่ามัวร์หมายถึงพวกพ่อค้าหรือชนชั้นกลางที่ร่ำรวยด้วยการค้าขาย และมีเงินทอง ส่วนหมีสามตัวนั้น เป็นตัวแทนของพวกหัวอนุรักษ์ที่อยู่มาก่อน ส่วนสำหรับเซาเธย์นั้น หญิงชราเป็นตัวแทนของคนตกงาน ที่แอบเข้าไปในบ้านของคนอื่น และขอโมยอาหารกิน รวมถึงแอบนั่งเก้าอี้และนอนบนเตียงของคนที่มีฐานะดีกว่า 
 
แต่ว่าโกดิล็อกกับหมีสามตัวนั้น ไม่ได้มีแค่สองเวอร์ชั่น แต่ว่ายังมีเวอร์ชั่นที่สาม ซึ่งถูกดัดแปลงโดยโจเซฟ คันดาลล์ ผู้ซึ่งได้อ่านงานของเซาเธย์ และมองว่ายังไม่สมบูรณ์ คันดาลล์นี่เอง เป็นคนเปลี่ยนจากหญิงชราเป็นเด็กหญิง และตั้งชื่อเธอว่า ซิลเวอร์แฮร์ ทว่าหลังจากตีพิมพ์ผลงานนี้ได้ไม่นาน คันดาลล์ก็ล้มละลาย และเลิกงานเขียนไป อย่างไรก็ตาม ผลงานเรื่องนี้ของเขาได้รับความนิยมอย่างสูง และพ่อแม่ก็เล่าให้ลูกฟังก่อนนอน ต่อมา พล็อตได้มีการเปลี่ยนแปลงไป จากหมีสามตัว ก็กลายเป็น พ่อหมี แม่หมี และลูกหมี (ทั้งๆ ในเวอร์ชั่นต้นฉบับของมัวร์, เซาเธย์ หรือแม้แต่เวอร์ชั่นของคันดาลล์เอง หมีสามตัวเป็นผู้ชาย) และจากซิลเวอร์แฮร์ ก็เปลี่ยนเป็นโกดิล็อก อันหมายถึงหนูน้อยผมทองนั่นเอง เนื้อเรื่องได้กลายเป็นว่าเด็กหญิงผมทองคนหนึ่งเดินหลงป่า และเกิดเหนื่อยกับหิวขึ้นมา ก็เลยเข้าไปในบ้านของหมี และปรนเปรอตัวเองจนอิ่มหนำ จากนั้นก็นอนหลับบนเตียงของหมีอีกต่างหาก 
 
พล็อตหลังสุดนี้ ได้รับความนิยมอย่างสูง มีการนำไปเขียนล้อเลียนมากมาย แต่ส่วนใหญ่เนื้อเรื่องก็จะไม่แตกต่างจากเวอร์ชั่นหลังสุด นั่นคือ โกดิล็อกไร้ความเกรงใจและบุกเข้าไปในบ้านของหมี และพวกหมีก็ให้การต้อนรับเธออย่างดี ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยอย่างหนักว่า... ในความเป็นจริงแล้ว จะมีใครที่ใจดีขนาดนี้ ถ้าหากว่ามีใครแสดงความไม่เกรงใจมากมายกับเราถึงขนาดนี้ เราควรจะอารีมีเมตตาตอบเขา หรือว่าควรจะไล่เขาออกจากบ้านกันแน่... และการกระทำของโกดิล็อกนั้น คู่ควรกับการเป็นนิทานก่อนนอนที่เราอ่านให้เด็กฟังไหม จะเป็นการปลูกฝังให้เด็กไม่เกรงใจคนอื่น และทำอะไรตามชอบใจเพราะเห็นว่าตัวเองเป็นเด็กบ้างหรือเปล่า เมื่อเข้าไปในบ้านของคนอื่น เราควรวางตัวอย่างไร แย่งอาหารของเจ้าของบ้านไปโดยเขาไม่ได้อนุญาต นั่งเก้าอี้ของเขา นอนบนเตียงของเขา... และคำถามสำคัญ เราควรอ่านนิทานเรื่องอื่นที่สอนเรื่องความรับผิดชอบและความเอาใจใส่ใจคนอื่นให้กับลูกๆ หลานๆ แทนหรือไม่...??? 
 
ใครจะคิดอย่างไรก็ไม่รู้ แต่แอดมินชอบเวอร์ชั่นต้นฉบับนะ โกดิล็อกน่าจะโดนเผามากกว่า... ถ้ามีลูกเดี๋ยวจะอ่านเวอร์ชั่นแรกให้ฟังก็แล้วกัน 
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 
http://www.dltk-teach.com/rhymes/goldilocks_story.htm
http://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/short-stories/goldilocks-and-the-three-bears
https://www.tor.com/2017/05/11/she-doesnt-always-get-away-goldilocks-and-the-three-bears/ 
https://en.wikipedia.org/wiki/Goldilocks_and_the_Three_Bears 
https://www.thenational.ae/arts-culture/goldilocks-and-the-three-bears-brings-a-message-of-friendship-1.678978
 
ฉันขโมยอาหารคนอื่นกินแล้วรอดมาได้ : โกดิล็อกกับหมีสามตัว
#นิยาย #นักเขียน #โกดิล็อกกับหมีสามตัว #เทพนิยาย #นิทาน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป