​สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด : หรือเจ้าชายจะเป็นต้นแบบของโลลิค่อน []

ตอนเจอกันสโนไวท์เพิ่งสิบขวบเท่านั้น!
2,763 1

สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด : หรือเจ้าชายจะเป็นต้นแบบของโลลิค่อน 
 
แอดมินได้ชวนคุยเรื่องเทพนิยายมาหลายต่อเรื่อง แล้วก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ลืมพูดถึงเรื่องสโนไวท์ไป... ทั้งที่จริงๆ แล้ว สโนไวท์ เป็นเทพนิยายที่แอดมินชอบมากๆ เรื่องหนึ่ง และเชื่อว่ามันน่าจะเป็นเทพนิยายในดวงใจของใครหลายๆ คนเช่นกัน 
 
สโนไวท์ที่เรารู้จัก แน่นอนว่ามาจากภาพยนตร์ของดิสนี่ย์ เจ้าหญิงผมสั้นสีดำสนิท ผิวขาว ปากแดง สวมชุดสีน้ำเงินสลับแดงและเหลือง ยืนร้องเพลงอยู่หน้าบ่อน้ำ คร่ำครวญว่า สักวันเจ้าชายของฉันจะมา (Someday my prince will come) แล้วพอเจ้าชายได้ยินเสียงเพลงนี้ ก็โผล่มาบอกรักซะอย่างนั้น (เชื่อว่าใครดูการ์ตูนต้องจำฉากนี้ได้) พล็อตที่นำเสนอก็ง่ายๆ แม่เลี้ยงใจร้าย อิจฉาที่ลูกเลี้ยงสาวโตมาแล้วสวยกว่า ยิ่งได้กระจกวิเศษเป่าหูว่า อีกไม่นาน สโนไวท์จะมีความงามเหนือนาง และนางจะไม่ใช่หนึ่งในปฐพีอีกต่อไป ก็เลยหาทางกำจัดลูกเลี้ยงสาวสวย ด้วยวิธีให้นายพรานจับไปฆ่าในป่า และเอาหัวใจกลับมาให้ดู นายพรานเกิดสงสาร ก็เลยเอาหัวใจหมูมาแทน (อันนี้แอดมินชอบมาก) และสโนไวท์ก็พเนจรไปจนได้พบกับคนแคระทั้งเจ็ด แต่ราชินีไม่ยอมปล่อย และตามมาในร่างของแม่มด เพื่อทำลายคนที่งามกว่าให้ได้ ด้วยวิธีใช้แอปเปิ้ลอาบยาพิษ เมื่อกัดเข้าไป สโนไวท์ก็สลบไป แต่พอเจ้าชายมาจุมพิต ก็ฟื้นขึ้นและทั้งคู่ก็ครองรักกันตลอดไป 
 
​สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด : หรือเจ้าชายจะเป็นต้นแบบของโลลิค่อน
สโนไวท์สลบไปเพราะกินแอปเปิ้ลอาบยาพิษ
 
​สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด : หรือเจ้าชายจะเป็นต้นแบบของโลลิค่อน
แม่ของสโนไวท์ อยากมีลูกสาวผิวขาวเหมือนหิมะ 
 
สโนไวท์ได้แรงบันดาลใจจากบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ 
สโนไวท์น่าจะเป็นเทพนิยายที่มีการดัดแปลงน้อยที่สุดแล้ว เวอร์ชั่นต้นฉบับที่ดิสนี่ย์หยิบมาสร้างภาพยนตร์ เป็นของพี่น้องกริมม์ ผู้ที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี เชื่อกันว่าเรื่องของสโนไวท์ มาจากคนจริงๆ ในอดีต หญิงสาวแสนสวยที่มีชื่อว่า Margaretha von Waldeck เธอคนนี้เป็นบุตรสาวจากภรรยาคนที่สองของท่านเคานท์ฟิลิปที่ 4 แห่ง Waldeck ความงามของ Margaretha ส่งให้เธอได้ถวายตัวให้กับพระเจ้าฟิลิปที่สองแห่งสเปน ทว่าน่าเสียดาย Margaretha ล้มป่วยและเสียชีวิตในวัยเพียงแค่ 21 ปี ในจดหมายสั่งเสียก่อนตาย เธอเขียนชี้แจงไว้ว่า ถูกวางยาพิษโดยแม่เลี้ยง! นอกจากประวัติของ Margaretha แล้ว ก็ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับกระจกวิเศษ นั่นคือเรื่องราวของ Maria Sophia Margaretha Catherina von Erthal เจ้าหญิงชาวเยอรมันผู้ถือกำเนิดในปี ค.ศ. 1725 หลังจากพระมารดาของมาเรีย โซเฟีย เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1741 เจ้าชายฟิลิปป์ พระบิดา อภิเษกสมรสใหม่กับ Claudia Elisabeth von Reichenstein แม่เลี้ยงคนงามที่สนใจความสวยความงามมากเป็นพิเศษ และรักลูกของตัวเองมากกว่าลูกเลี้ยง ต่อมา เจ้าชายได้มอบกระจก อันเป็นผลผลิตของ Lohr Mirror Manufacture (Kurmainzische Spiegelmanufaktur)ให้กับแม่เลี้ยงสาวผู้นี้ โดยกระจกมีความพิเศษคือ สามารถโต้ตอบได้ แต่จะเป็นการพูดซ้ำๆ ที่ถูกบันทึกเอาไว้ ตัวกระจกถูกเรียกว่า “กระจกพูดได้” และเป็นของขวัญที่ได้รับความนิยมกันมากในหมู่ชนชั้นสูงในยุคนั้น 200 ปีต่อมา เชื่อกันว่า พี่น้องกริมม์ ได้มีโอกาสพบเห็นกระจกบานนี้ ในปราสาทของเจ้าชายหรือที่เรียกกันว่าปราสาท von Erthal ซึ่ง ณ ตอนนั้นถูกนำมาปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ในชื่อ Spessart Museum ประวัติเล็กๆ น้อยๆ ของกระจก และเรื่องเล่าที่น่าสนใจของแม่เลี้ยงสาวผู้หลงใหลความสวยความงาม น่าจะทำให้พี่น้องกริมม์เกิดแรงบันดาลใจ และเป็นที่มาของเรื่องสโนไวท์ในเวลาต่อมา ประกอบกับช่วงเวลาในอดีตนั้น ได้มีคดีของชายผู้แจกแอปเปิ้ลอาบยาพิษให้กับเด็กๆ จนเสียชีวิต นักประวัติศาสตร์จึงสันนิษฐานว่า... พี่น้องกริมม์น่าจะนำประวัติหลายๆ ส่วนมาผสมผสานกันจนกลายเป็นเรื่องเล่าแสนสนุกอย่างสโนไวท์
 
นอกจากเรื่องสโนไวท์ของพี่น้องกริมม์แล้ว ยังมีสโนไวท์ที่เนื้อหาคล้ายๆ กันอีกสองเวอร์ชั่นคือ สโนว์ดร็อปและสโนไวท์กับโรสเรด ซึ่งทั้งสามเวอร์ชั่นนี้ มีความคล้ายคลึงกันในบางส่วน แต่ไม่เหมือนกันทั้งหมด และทั้งสามเวอร์ชั่นต่างก็โด่งดังในแบบของตัวเอง เป็นที่รู้จักทั้งในเยอรมันและอิตาลี ก่อนที่จะถูกนำมาเล่าใหม่โดยพี่น้องกริมม์ ตำนานเดิมนั้น บ้างก็ว่าสโนไวท์มีพี่น้องสามคน และเธอเป็นคนเล็กสุด บางตำนานก็ว่ากระจกวิเศษคือหมาตัวเล็กๆ หรือบ้างก็ว่า สโนไวท์ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นบุตรของอีกา บ้างก็ว่า คนที่ช่วยสโนไวท์ไม่ใช่คนแคระ แต่เป็นโจรป่า บ้างก็ว่าสโนไวท์ช่วยทำความสะอาดบ้าง บ้างก็ว่าไม่ช่วย
 
​สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด : หรือเจ้าชายจะเป็นต้นแบบของโลลิค่อน
สโนไวท์นอนในโลงแก้ว
 
สโนไวท์มีต้นฉบับที่ไม่ได้รุนแรงเท่าเทพนิยายเรื่องอื่นๆ ของพี่น้องกริมม์ 
เมื่อพี่น้องกริมม์เรียบเรียงเรื่องสโนไวท์ ก็ได้มีการปรับรายละเอียดในหลายๆ อย่าง จนกลมกล่อมสมใจ แน่นอนว่าพวกเขาลดความรุนแรงของเนื้อหาลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนทุกอย่างหรอก อย่างไรก็ตาม สโนไวท์ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นเทพนิยายที่ “เบาที่สุด” ของพี่น้องกริมม์ เพราะเนื้อหาไม่ได้รุนแรง ไม่มีการข่มขืน ไม่มีการฆาตกรรม ไม่มีการทำร้ายจนเกินจริง เนื้อหาต้นฉบับเริ่มจากหญิงสาวผู้งดงามบอบบางแม่ของสโนไวท์ นั่งอยู่ริมหน้าต่าง และเห็นหิมะขาวโพลนงดงาม ตัดกับไม้บีโอนีสีดำขลับ และ ณ ตอนนั้น ปลายนิ้วของนางก็ถูกเข็มแทงจนเลือดสีแดงสดหยดลงสู่หิมะ นางจึงอธิษฐานว่า อยากจะมีบุตรสาวสักคนที่งดงามเหมือนความงามตรงหน้า นั่นคือผิวขาวเหมือนหิมะ ผมดำเหมือนไม้บีโอนี และปากแดงสดเหมือนเลือดที่รินไหล หลังจากนั้นไม่นาน นางตั้งครรภ์ และเสียชีวิต สามีของนางผู้มั่งคั่งได้แต่งงานใหม่ ภรรยาใหม่หน้าตาสะสวยเข้ามาครอบครองบ้าน โดยมีกระจกบานหนึ่งติดมาด้วย กระจกนี้จะคอยบอกว่า ความงดงามของนางเป็นที่หนึ่งบนโลก ขณะนั้นสโนไวท์ยังอายุน้อย จึงไม่งามเท่าแม่เลี้ยง นางจึงไม่ได้สนใจ เวลาผ่านไป พ่อก็เสียชีวิต แม่เลี้ยงเข้าครอบครองบ้าน พร้อมกับที่ความงามของสโนไวท์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกระจกพูดถึงชื่อนางขึ้นมา แม่เลี้ยงเกิดความหวาดกลัว จึงหาทางขับไล่ลูกเลี้ยงสาวสวยออกจากบ้าน และนั่นทำให้สโนไวท์ได้พบคนแคระ และเปลี่ยนวิถีชีวิต แม้ว่าในภาพยนตร์ดิสนี่ย์ จะทำให้เรารู้สึกว่าคนแคระเต็มใจดูแลสโนไวท์ แต่พี่น้องกริมม์ เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า สโนไวท์จำต้องทำงานบ้านแลกกับที่อยู่อาศัย คนแคระจะพูดเสมอว่า บ้านต้องสะอาดและเรียบร้อย รวมถึงมีอาหารการกินตั้งโต๊ะ แต่หลบซ่อนได้ไม่นาน แม่เลี้ยงก็ตามมาพบ และปลอมตัวมาหลอกล่อสโนไวท์ถึงสามครั้งสามครา ครั้งแรกและครั้งที่สอง อาวุธที่แม่เลี้ยงเลือกมาใช้คือ คอร์เซ็ตแสนสวยและหวีอาบยาพิษ เมื่อสโนไวท์สวมคอร์เซ็ต แม่เลี้ยงได้ดึงเต็มแรงจนเธอเป็นลม พอคนแคระกลับมาก็ช่วยคลายให้ และสโนไวท์ก็ฟื้นขึ้นมา ส่วนหวีนั้น เมื่อหวีแล้วสโนไวท์ก็ล้มลงไป เมื่อคนแคระกลับมาก็ดึงเอาหวีออก ทำให้สโนไวท์รอดชีวิต การหลอกล่อสองหนแรก ทำให้เราได้รู้ว่า สโนไวท์นั้นเป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงามมาก ก็คงเหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไป ที่ความงามภายนอกเป็นเรื่องสำคัญ ขอให้ได้สวย ขอให้ดูดี นางก็ยอมที่จะทำ ทั้งๆ มันอาจทำให้นางต้องตายก็ตาม ส่วนเจ้าชายนั้น เมื่อมาเจอสโนไวท์ตอนที่รับประทานแอปเปิ้ลพิษเข้าไป แล้วนอนหลับ ก็ตกหลุมรักทันที พูดง่ายๆ ก็คือ หลงรักในความงาม ไม่ได้สนใจคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ทำงานบ้านได้ดี มีจิตใจงดงาม ดังนั้นเทพนิยายเรื่องนี้ก็เลยทำให้เราได้เห็นว่า ถ้าคุณเป็นหญิงสาวสวย แต่งกายดี เจ้าชายก็จะมาช่วยเหลือคุณ เรื่องคุณสมบัติอื่นๆ ไม่ได้สำคัญอะไรเลย... 
 
​สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด : หรือเจ้าชายจะเป็นต้นแบบของโลลิค่อน
สโนไวท์และคนแคระ ตอนเจอกันครั้งแรก เธออายุแค่สิบขวบ
 
​สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด : หรือเจ้าชายจะเป็นต้นแบบของโลลิค่อน
ภาพของสโนไวท์ในโลงแก้ว
 
สโนไวท์ทำให้เรารู้ว่า เจ้าชายเป็นพวกรักเด็ก 
นอกจากสโนไวท์จะแสดงถึงความหลงใหลในเสื้อผ้าและความสวยความงามแบบไม่ลืมหูลืมตาแล้ว จะว่าไป เธอช่างเป็นผู้หญิงที่ไม่ฉลาดและไม่เฉลียว โดนทำร้ายครั้งแรก น่าจะจดจำไว้ได้แล้ว ยังปล่อยให้โดนรอบสอง และยังมีรอบสามต่อมาอีก ทำไมเธอไม่เอะใจ เพราะแม้แม่เลี้ยงจะเปลี่ยนรูปร่างหน้าตา แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ นางมาในคราบของหญิงชราแปลกหน้า แต่สโนไวท์ก็ยังโดนหลอกซ้ำๆ และทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขาดซึ่งความระมัดระวังตัว พฤติกรรมของเธอนั้นช่างเหมือนเด็กที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้  
 
ส่วนเจ้าชายนั้นน่ากลัวมากที่สุด เพราะเมื่อสโนไวท์หนีมาอยู่กับคนแคระ เธออายุได้เพียงแค่สิบขวบ ดังนั้นเมื่อนางอยู่ในโลงแก้ว วัยของเธอไม่น่าจะเกิน 11 ขวบ เท่ากับว่า เจ้าชายเป็นพวกรักเด็กและอยากแต่งงานกับเด็ก เมื่อเห็นหน้าเด็กในโลงศพ ก็ตกหลุมรัก และขอนางจากคนแคระ (จะมีใครทำแบบนี้บ้าง...?) นอกจากนี้ เจ้าชายยังมีความหลอนไม่ธรรมดา เพราะเมื่อแต่งงานกับสโนไวท์แล้ว เขาก็จับเอาแม่เลี้ยงมาลงโทษ ด้วยการให้สวมรองเท้าเหล็ก ที่เผาไฟร้อนๆ แล้วให้นางเต้นรำไปจนกว่าจะขาดใจตาย แต่ก็นั่นแหละ เมื่อสโนไวท์กลายเป็นเวอร์ชั่นดิสนี่ย์ มันก็ดูฟรุ้งฟริ้ง และกลายเป็นเทพนิยายที่เด็กหญิงทั่วโลกหลงรักทันที
 
บางทีพออ่านนัยยะที่แฝงอยู่แล้ว ก็น่าขนลุกไม่น้อยนะว่าไหม  
    
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 
http://onceuponatime.wikia.com/wiki/Snow_White_(Fairytale)
https://www.huffingtonpost.com/2013/11/12/the-real-story-behind-eve_n_4239730.html
https://www.tor.com/2015/04/16/the-disney-readwatch-snow-white-and-the-seven-dwarfs/ 
https://www.tor.com/2015/04/09/disney-readwatch-part-one-a-grimm-snow-white/ 
https://www.dek-d.com/writer/39676/ 
https://en.wikipedia.org/wiki/Snow_White
 
​สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด : หรือเจ้าชายจะเป็นต้นแบบของโลลิค่อน  
#นิยาย #นักเขียน #สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด #พี่น้องกริมม์ #เทพนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

1 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป