วิจารณ์หนังสือ : นิยายที่หายไป นิยายที่เล่าถึงความเชื่อเรื่องฝาแฝดและชะตากรรมที่คนเราเลือกเอง []

วิว

นิยายที่หายไป :
นิยายที่เล่าถึงความเชื่อเรื่องฝาแฝดและชะตากรรมที่คนเราเลือกเอง 

 
สวัสดีค่ะชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดีทุกคน แอดมินค่อนข้างมั่นใจว่า ทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน นั่นคือได้มีโอกาสอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง และเกิดความประทับใจ แล้วเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีบางอย่างมาเตือนใจ ทำให้เรานึกถึงนิยายเรื่องนั้นอีกครั้ง แอดมินเองกำลังอยู่ในสถานการณ์นี้ค่ะ และนิยายเรื่องที่แอดมินพูดถึงอยู่มีชื่อว่า “นิยายที่หายไป” หรือ “นิยายเรื่องที่สิบสาม” (ชื่อภาษาอังกฤษคือ The Thirteenth Tale) จากความทรงจำนั้น นิยายเรื่องนี้ เป็นของแพรวสำนักพิมพ์ แปลออกมานานพอสมควรแล้ว สิ่งที่สะดุดตาแอดมินและทำให้ต้องอุดหนุนก็คือ หน้าปก ที่เป็นรูปหนังสือ 13 เล่ม แล้วมีเล่มนึงหายไปจากช่อง ก็เลยกลายเป็นพื้นที่ว่างสำหรับใส่หนังสือเล่มหนึ่งได้พอดี จริงๆ มันก็เป็นภาพที่เรียบง่าย แต่ว่าส่งผลต่อความรู้สึก ทำให้แอดมินสัมผัสถึงความลึกลับบางอย่าง และอยากจะรู้ต่อว่าเรื่องราวมันเป็นมาเป็นไปอย่างไร 
 
จริงๆ ก็อย่างที่บอกว่าแอดมินอ่านนิยายเรื่องนี้นานมากแล้ว (คิดว่านับสิบปีอยู่นะคะ) ตอนอ่านก็ชอบ แต่ว่าพอได้อ่านเล่มอื่นๆ ความจำก็หายไป แล้ววันดีคืนดี ก็ไปเจอเพจนิยายต่างประเทศเพจหนึ่ง ทำภาพแชร์เกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ แล้วทันใดนั้น ความทรงจำเก่าๆ มันก็กลับมา ก็เลยหวนกลับมาหยิบอ่านอีกหน และก็พบว่า แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่เราก็ยังคงประทับใจได้เช่นเดิม เหมือนได้เจอเพื่อนเก่าอย่างไรก็อย่างนั้น 
 
และด้วยความประทับใจนี้ ก็เลยทำให้แอดมินตัดสินใจ นำเรื่องของนิยายเรื่องนี้มาเขียนถึงสักนิด เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจตัวเอง และเพื่อมอบความน่าสนใจให้กับนักอ่านคนอื่นๆ ต่อด้วย ใครสนใจก็ลองไปหาอ่านกันดูได้นะคะ แต่ก่อนอื่นไปอ่านสรุปสั้นๆ ที่แอดมินทำมาเผื่อก่อนดีกว่า 
 
วิจารณ์หนังสือ : นิยายที่หายไป นิยายที่เล่าถึงความเชื่อเรื่องฝาแฝดและชะตากรรมที่คนเราเลือกเอง
นิยายที่หายไปคือนิยายเรื่องที่ 13 และมันซ่อนปมบางอย่างเอาไว้
 
เรื่องย่อของนิยายที่หายไป 
'นิยายที่หายไป' เริ่มต้นขึ้นที่ตัวละครธรรมดาๆ อย่าง 'มาร์กาเร็ต ลีอา' ลูกสาวเจ้าของร้านหนังสือเก่า.. ผู้มีชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ในร้านหนังสือที่แทบจะหาลูกค้าไม่ได้ แต่แล้ววันหนึ่ง ชะตาพลิกผัน เธอได้รับจดหมายประหลาดจาก 'วีดา วินเทอร์' นักเขียนนวนิยายที่โด่งดังที่สุดแห่งยุค ผู้มีนิยายได้รับการตีพิมพ์ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านเล่ม นำไปทำภาพยนตร์ และละครมากมาย เธอคือเศรษฐินีมีชื่อเสียงที่สุด และตอนนี้ เธออยากให้มาร์กาเร็ตมาเขียนประวัติชีวิตของเธอ... ประวัติที่ลึกลับดำมืดมาเนิ่นนาน และเธอไม่เคยปริปากบอกเรื่องนี้กับใคร...
 
แต่เรื่องน่าแปลกที่สุดคือ มาร์กาเร็ต ผู้เป็นนักอ่านตัวยง กลับไม่เคยอ่านหนังสือของ วินเทอร์ เลยแม้แต่เล่มเดียว... ทั้งนี้เพราะเธอไม่ใช่แฟนหนังสือใหม่ แต่ชอบอ่านหนังสือเก่าๆ พวกประวัติศาสตร์ต่างๆ บทกวี วรรณคดีมากกว่า และแล้ว มาร์กาเร็ต ก็เริ่มเสาะหาหนังสือของ วินเทอร์ เพื่อตัดสินใจว่าเธอควรจะทำงานให้หญิงสาวผู้นี้หรือไม่... ซึ่งความบังเอิญก็คือทั้งๆ ที่ วินเทอร์ มีหนังสือเกือบ 100 เล่ม แต่ มาร์กาเร็ต กลับเลือกได้ The Thirteenth Tale พอดิบพอดี...
 
หลังจากอ่านจบ มาร์กาเร็ต ต้องพบความประหลาดใจซ้ำสอง... เมื่อพบว่า ใน The Thirteenth Tales กลับมีนิทานเพียงแค่ 12 เรื่อง ทั้งๆ ชื่อเรื่องระบุว่ามี 13... เนื้อหาที่สะดุดใจ ด้วยการนำโครงเรื่องนิทานที่น่าใฝ่ฝันถึงอย่างสโนว์ไวท์ ซินเดอเรลล่า เจ้าหญิงนิทรา ฯลฯ มาดัดแปลงให้กลายเป็นเนื้อเรื่องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด พลิกผันด้วยโชคชะตา และเสียดสีสังคมได้อย่างปวดร้าว หากลึกล้ำด้วยประสบการณ์ชีวิตที่ลึกซึ้ง รวมถึงการเรียงร้อยอย่างน่ามหัศจรรย์ให้กลายเป็นเนื้อหาที่ดึงดูด... โศกเศร้า และลึกล้ำอย่างยากจะหาใครทำได้ ทำให้มาร์กาเร็ตตกลงใจรับงานเขียนชีวประวัติของหญิงสาวผู้น่าสนใจคนนี้ในที่สุด
 
และนั่นเอง เมื่อมาร์กาเร็ตพาตัวมาผูกพันกับวินเทอร์... เพื่อฟังเรื่องเล่าของนักเขียนชื่อดังคนนี้ ความหมายในเนื้อหาที่ล้วนลึกลับซับซ้อน ผูกพันด้วยเรื่องราวที่แสนสุข คละเคล้าด้วยความเจ็บปวดปนแปลกประหลาด... หากน่าสนใจอย่างยากจะหลีกเลี่ยง ทำให้เธอต้องหวนกลับมาดูตัวเธอเอง... ก็แล้วตัวเธอล่ะ มีเรื่องเล่าอะไรในใจที่หายไปหรือไม่... และใช่ 'สิ่งนั้น' หรือเปล่าที่ทำให้เธอกลายเป็น 'ผู้ถูกเลือก' จากวินเทอร์
 
วิจารณ์หนังสือ : นิยายที่หายไป นิยายที่เล่าถึงความเชื่อเรื่องฝาแฝดและชะตากรรมที่คนเราเลือกเอง
ปกที่ดูมีเรื่องราวในตัว
 
ความเชื่อมโยงระหว่างมาร์กาเร็ต ลีอา และวีดา วินเทอร์
เมื่อมาร์กาเร็ต ลีอา เลือกที่จะรับเขียนชีวประวัติให้กับวีดา วินเทอร์ มันเหมือนเธอได้เปิดประตูก้าวสู่อดีต และได้เผชิญกับเส้นทางสายใหม่ที่ไม่เคยคิดจะว่าจะได้เจอ วีดา วินเทอร์เริ่มเล่าเรื่องของเธออย่างมีเสน่ห์สมเป็นนักเขียน เพราะการเขียนชีวประวัติ ย่อมต้องพูดถึงเรื่องต้นกำเนิด เธอเป็นใครมาจากไหน นั่นแหละสิ่งที่ทุกคนสงสัยและอยากรู้มาตลอด การทำตัวเป็นนักเขียนลึกลับ บวกกับผลงานที่เต็มไปด้วยความดาร์ค เลือด และความตาย ทำให้นิยายของเธอขายดิบขายดี คนอ่านก็อยากรู้อยากเข้าถึงตัวเธอ อยากรู้ว่าเรื่องราวของนักเขียนที่เล่าเรื่องได้ตรึงใจคนนี้จะเป็นอย่างไร จะดราม่าเหมือนนิยายที่เขียนหรือไม่ 
 
แน่นอนว่าในตอนแรก วีดา วินเทอร์ ยังไม่ยอมเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด แต่ว่าค่อยๆ เผยออกมาทีละนิด ที่สำคัญ วิธีการเล่าของเธอมีเสน่ห์สมเป็นนักเขียน เธอไม่ยอมเฉลยทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา แต่เล่าทิ้งไว้ ให้มาร์กาเร็ต ลีอาได้กลับไปขบคิดเองว่า... เรื่องราวมันควรจะเป็นอย่างไร และสิ่งที่เล่านั้น เป็นความจริงจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่เรื่องแต่งขึ้นกันแน่ และด้วยวิธีการเล่าของวีดา วินเทอร์นี่แหละ ที่ทำให้นิยายเรื่องนี้มีเสน่ห์มาก เพราะมันเป็นการเล่าแบบสลับฉากไปมา ไม่ได้เล่าแบบ 1-10 แต่มันมีการตัดฉาก มีการนำตอนจบมาขึ้นก่อน แล้วค่อยๆ สาวไปยังตอนต้น เพื่อให้เราได้คิดวิเคราะห์ว่า เมื่อผลเป็นอย่างนี้ เหตุมันควรจะเป็นอย่างไร มีเหตุการณ์หลายฉาก ที่วีดา วินเทอร์เล่าทิ้งเอาไว้ แล้วไม่ยอมบอกผล ทำให้มาร์กาเร็ต ลีอาต้องวิเคราะห์เอาเอง และท้ายที่สุด เหมือนเจ้าตัวก็หลงเข้าไปอยู่ในวังวนนี้ ติดบ่วงเข้าไปจนหยุดไม่ได้ และต้องไปตามหาความจริงด้วยตัวเอง พูดง่ายๆ ก็เหมือนว่า เอาตัวเข้าไปพัวพันด้วยนั่นแหละ และเมื่อคนเขียนอัตชีวประวัติ เอาตัวเข้าไปพัวพัน เรื่องมันก็เลยเฉลยออกมาว่า สาเหตุที่วีดา วินเทอร์เลือกมาร์กาเร็ต ลีอานั้น ก็เพราะเธอมีเหตุผลซ่อนอยู่ ไม่ใช่เลือกมาแบบไม่ตั้งใจ แต่ระหว่างเธอกับเด็กสาวคนนี้ มีบางอย่างเชื่อมกันอยู่ 
 
วิจารณ์หนังสือ : นิยายที่หายไป นิยายที่เล่าถึงความเชื่อเรื่องฝาแฝดและชะตากรรมที่คนเราเลือกเอง
ปกนี้เป็นฝาแฝด
 
เสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้อยู่ที่วิธีการเล่าเรื่อง
อย่างที่แอดมินได้บอกไปแล้วว่า เสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้ อยู่ที่วิธีการเล่าเรื่อง ทั้งวิธีการเล่าของนักเขียนอย่างไดแอน เซ็ตเตอร์ฟีลด์เอง และวิธีการเล่าของวีดา วินเทอร์ ตลอดจนวิธีการเล่าของมาร์กาเร็ต ลีอา (ในเรื่องนี้ แทนตัวเองว่า “ฉัน” เป็นสรรพนามบุรุษที่ 1 ผู้อ่านอย่างเราจึงมองเห็นเหตุการณ์ และตีความสิ่งต่างๆ ผ่านการบอกเล่าของมาร์กาเร็ต ลีอา) เรียกว่ามีผู้เล่าเรื่อง 3 คนด้วยกัน แต่คนที่เด่นที่สุด ก็คือผู้เล่าที่ใหญ่ที่สุดอย่างไดแอน เซ็ตเตอร์ฟีลด์ และเธอไม่ทำให้คนอ่านอย่างเราผิดหวังเลย เพราะด้วยรายละเอียดที่มากมาย ทั้งยังเต็มไปด้วยปมต่างๆ ซับซ้อนซ่อนเงื่อน เธอค่อยๆ ปล่อยออกมาให้เราคนอ่านได้รับรู้ทีละนิดๆ และค่อยๆ ยั่วให้เราสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเป็นเพราะด้วยลักษณะของตัวละครอย่างวีดา วินเทอร์ ที่เต็มไปด้วยความลึกลับซับซ้อน และมีเรื่องราวหลายๆ อย่างซ่อนอยู่ ก็เลยทำให้เรายิ่งอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอให้มากขึ้น ยิ่งพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ ได้ฟังเรื่องเล่าของเธอมากขึ้น ก็เหมือนค่อยๆ สร้างความอยากรู้อยากเห็นให้เรามากขึ้น จนท้ายที่สุด เราก็เกิดความทนไม่ไหว อยากพลิกหน้าสุดท้ายเร็วๆ อยากรู้ว่าเรื่องมันจะจบอย่างไร เป็นเทคนิคการเล่าที่น่าสนใจมากจริงๆ ค่ะ 
 
วิจารณ์หนังสือ : นิยายที่หายไป นิยายที่เล่าถึงความเชื่อเรื่องฝาแฝดและชะตากรรมที่คนเราเลือกเอง
หน้าปกของไทย
 
ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เรื่องลึกลับและน่าดึงดูด
อย่างแรกที่ต้องพูดถึงก็คือ ตัวของวีดา วินเทอร์เอง ที่เป็นคนจากอดีต และยังเป็นคนที่หัวดื้อหัวรั้น มีเสน่ห์ในแบบของนักเขียนรุ่นเก่า จากการเล่าผ่านปากของมาร์กาเร็ต ลีอา วินเทอร์เป็นคนที่ค่อนข้างแปลก มีความคิดไม่เหมือนใคร มีโลกส่วนตัว และมีความลึกลับ เหมือนมีหมอกบางๆ ล้อมอยู่รอบตัวเธอ ทำให้คนเข้าไม่ถึง ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนอย่างไรกันแน่ ส่วนตัวมาร์กาเร็ตเอง ก็มีอายุน้อยกว่ามาก มันเหมือนคนสองวัยมาเจอกัน แล้วต่างก็มีความขัดแย้งอยู่จางๆ แต่ขณะเดียวกันก็มีความเหมือนกันอยู่ด้วย และนั่นทำให้คนอ่านอย่างเราอดที่จะคิดตามคนทั้งคู่ไม่ได้ อยากรู้ว่าเรื่องทั้งหมดมันจะลงเอยอย่างไร สุดท้ายแล้ว ทั้งคู่จะเข้าใจกันได้อย่างไรล่ะ... 
 
ไอเดียการเล่นกับความเชื่อเรื่องฝาแฝด
ไม่รู้ว่าจะสปอยล์ไหม แต่คิดว่าไม่นะคะ แต่เรื่องเล่าของวีดา วินเทอร์นั้น เกี่ยวกับ ฝาแฝดหญิงค่ะ แอดมินชอบที่นักเขียนเลือกหยิบเอาประเด็นฝาแฝดมาเล่า เพราะพอพูดถึงฝาแฝด มันจะมีเสน่ห์อีกแบบหนึ่งที่ทำให้คนอ่านอย่างเราต้องตั้งคำถามในใจ ฝาแฝดเป็นเสน่ห์ เป็นความลึกลับ และเป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่แล้ว มีความเชื่อเกี่ยวกับฝาแฝดมากมาย เช่น มีจิตเชื่อมโยงกัน คิดอะไรคล้ายๆ กัน ทั้งที่อยู่ห่างกัน มีความผูกพันที่มากกว่าธรรมดา เพราะต้องอาศัยท้องแม่มาพร้อมกัน ความเชื่อพวกนี้แหละที่นักเขียนหยิบเอามาเล่น และทำให้คนอ่านอย่างเราสนุกกับมันไปด้วย ภาพที่นักเขียนวาด ก็คือฝาแฝดที่มีความขัดแย้งกันบ้าง แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องเชื่อมโยงกันอยู่นั่นเอง แต่ในเมื่อมันเป็นนิยายลึกลับ ก็ต้องมีเรื่องความลึกลับเกี่ยวกับฝาแฝดสอดแทรกอยู่ด้วย และเมื่อได้รู้ความจริงในตอนท้าย มันไม่ได้เกินความคาดหมายสักเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้เราหดหู่อยู่ไม่น้อยกับชะตากรรมของฝาแฝดในเรื่องนี้... แต่ก็นั่นแหละ ในฐานะคนอ่านคนหนึ่ง แอดมินตอบได้เลยว่า นักเขียนจบเรื่องได้อย่างสมบูรณ์และสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว อ่านแล้วเราไม่เหลือข้อสงสัยใดๆ ไม่มีคำถามใดๆ มีแต่การยอมรับและความเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นไปได้ และสมจริงอย่างที่สุด 
 
สรุปคือ ถ้าใครอยากได้นิยายแนวลึกลับซับซ้อน ฝึกให้เราได้ใช้ความคิด ได้ใช้สมอง ได้วิเคราะห์การกระทำของตัวละคร และได้รู้จักมนุษย์มากขึ้น รวมถึงยอมรับชะตากรรมได้มากขึ้น ก็แนะนำเรื่องนี้ค่ะ คิดว่าอ่านแล้วน่าจะชอบ
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 
https://www.independent.co.uk/arts-entertainment/books/reviews/the-thirteenth-tale-by-diane-setterfield-418372.html 
http://thebookmarque.blogspot.com/2006/10/thirteenth-tale-by-diane-setterfield.html 
http://www.freebooknotes.com/summaries-analysis/the-thirteenth-tale/ 
https://www.thoughtco.com/the-thirteenth-tale-by-diane-setterfield-book-review-362337
https://diaryofaneccentric.wordpress.com/2012/09/26/september-book-club-discussion-the-thirteenth-tale-by-diane-setterfield/  
https://www.dek-d.com/writer/9551/ 
 
วิจารณ์หนังสือ : นิยายที่หายไป นิยายที่เล่าถึงความเชื่อเรื่องฝาแฝดและชะตากรรมที่คนเราเลือกเอง
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #นิยายที่หายไป #ไดแอน เซ็ตเตอร์ฟีลด์ #วีดา วินเทอร์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?