9 เทคนิคลับ เขียนให้จบภายใน 100 วัน []

ใครมีปัญหาเขียนไม่จบ มาดูเทคนิคดีๆ จากเรากันเลย
5,750 6

9 เทคนิคลับ เขียนให้จบภายใน 100 วัน 
 
ก่อนจะเข้าบทความของเรา ขอถามก่อนเลยดีกว่าว่า นิยายหนึ่งเรื่องใช้เวลาเขียนกันนานเท่าไหร่ สำหรับแอดมินนี่ ใช้เวลาได้ตั้งแต่ 4 เดือนไปจนถึง 1 ปีค่ะ แล้วแต่ความขยันและขี้เกียจในช่วงเวลานั้นๆ เชื่อว่านักเขียนส่วนใหญ่ก็น่าจะมีอัตราการเขียนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณนี้นะคะ (ขอเหมาเอาเองเลย) ดังนั้น พอได้เห็นบทความแนะนำเทคนิคที่เขียนนิยายจบให้ได้ภายใน 100 วัน แอดมินก็เลยอยากเอามาแชร์กัน นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านบทความแล้ว ก็เป็นประโยชน์ต่อตัวแอดมินเองด้วยค่ะ ว่าจะลองเอาไปใช้บ้าง เผื่อจะเขียนได้เร็วกว่านี้ 
 
มาดูกันว่า 9 เทคนิคเขียนจบใน 100 วันเขาทำยังไงกัน 
 
 9 เทคนิคลับ เขียนให้จบภายใน 100 วัน
แอดมินเคยเขียนจบภายในสามเดือน แต่ก็นานมาแล้วค่ะ
 
เทคนิคที่ 1 วางแผนก่อนเริ่มเขียน
“อยากเป็นนักเขียนที่ดีควรวางแผนก่อนเขียน” ฟังแล้วก็แอบเจ็บอยู่นิดๆ เหมือนกัน เพราะเอาจริงๆ ทุกครั้งก็วางแผนนะคะ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเป็นไปตามแผนเลย (ร้องไห้) เทคนิคในการวางแผนก่อนเขียนนี้สำคัญมาก ถ้าอยากเขียนให้จบภายในเวลาที่เหมาะสม ก็ควรจะกำหนดเวลาไปเลยว่าจะใช้เวลาเขียนนานเท่าไหร่ และในแต่ละวันควรเขียนได้วันละกี่หน้า ถ้าหากว่าทำได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเราในระยะยาวเลยล่ะค่ะ และก่อนเริ่มเขียนก็ควรกำหนดจำนวนหน้า พล็อตเรื่อง แนวเรื่อง ธีมเรื่อง ตลอดจนตัวละครเอาไว้ล่วงหน้า ทุกอย่างควรต้องพร้อมก่อนจะเริ่มเขียน เวลาเขียนจะได้ไปได้รวดเร็ว นักเขียนหลายๆ คนบอกว่า การเขียนไม่ออก เป็นเรื่องปกติ และมีทางแก้ที่ง่ายที่สุดก็คือ วางพล็อตไว้ก่อนว่า ตอนนี้จะเขียนอะไร อาจจะช่วยไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็พอจะเป็นแนวทางให้กับเราได้ว่า... ตอนนี้เกี่ยวกับอะไร และทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น 
 
เทคนิคที่ 2 ทำข้อตกลงกับตัวเอง 
แอดมินก็เคยลองใช้เทคนิคทำนองนี้นะคะ นั่นคือ ต้องเขียนให้จบ ถ้าเขียนนิยายไม่จบ จะไม่ตัดผม บางทีการทำข้อตกลงเล็กๆ น้อยๆ กับตัวเอง ก็เป็นเหมือนแรงบันดาลใจที่ดีได้เหมือนกันนะคะ มีนักเขียนคนหนึ่งได้ทำข้อตกลงสนุกๆ ไว้ว่า ถ้าเขียนไม่จบจะไม่กินช็อกโกแลตของโปรด แล้วผลก็คือ เธอรีบเขียนให้จบอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อจะได้กินช็อกโกแลตให้ได้ อย่างไรก็ตาม การทำข้อตกลงแบบนี้ คุณต้องมุ่งมั่นด้วยนะ ไม่ใช่ว่าทำๆ หยุดๆ หรือแอบโกง ถ้าทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์ เพราะคงเขียนไม่จบแน่ๆ 
 
เทคนิคที่ 3 เขียนเร็วๆ หยาบๆ ไปก่อน 
ฟังแล้วอาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่ แต่การเขียนดราฟท์แรกนั้น เฮมมิ่งเวย์ก็เคยบอกว่า มักจะห่วย ดังนั้น เราแนะนำว่าถ้าอยากเขียนให้จบภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ก็ควรรีบๆ เขียนไปก่อน แล้วเดี๋ยวพอเขียนจบ เราค่อยมาใช้เวลากับการรีไรท์ให้เต็มที่ เอาจริงๆ สำหรับข้อนี้ แอดมินคิดว่า บางคนก็น่าจะชอบ แต่บางคนก็น่าจะแอนตี้ เพราะคงอยากเขียนให้ดีที่สุดในทุกๆ คำ เพราะฉะนั้น อาจจะต้องลองดูว่ามันเหมาะกับเราจริงหรือเปล่า แต่ก็มีนักเขียนหลายคนชอบเทคนิคนี้ เพราะอยากให้มีต้นฉบับในมือไว้ก่อน แล้วค่อยมาปรับแก้ไขเอาทีหลังก็ได้ มีคำกล่าวที่ว่า “มีงานเลวๆ ออกมาก็ยังดีกว่ามีแต่หน้ากระดาษเปล่าๆ” แต่ขณะเดียวกันก็มีคำกล่าวที่ว่า “ฉันเป็นคนสมบูรณ์แบบและต้องการเขียนงานให้ดีที่สุดในทุกตัวอักษร” คุณเป็นนักเขียนสายไหนก็เลือกเส้นทางของตัวเองดูนะ 
 
เทคนิคที่ 4 สร้างวินัยการเขียน เขียนให้เป็นกิจวัตร 
ข้อนี้ก็สำคัญมากถึงมากที่สุดค่ะ มีคนมากมายที่มีฝีมือทางการเขียนแต่ไม่ได้เป็นนักเขียนเสียที ก็เพราะว่าไม่ได้เขียนนั่นเอง หากอยากเป็นนักเขียนให้ได้ ก่อนอื่นเลยคุณต้องมีต้นฉบับ และการจะมีต้นฉบับได้ คุณก็ต้องเขียนให้ได้สม่ำเสมอ อยากให้เริ่มต้นด้วยการแข่งขันกับตัวเองง่ายๆ นั่นคือ บอกตัวเองว่าต้องเขียนให้ได้ทุกวัน ภายในเวลา 100 วัน ตั้งเป้าไปเลยว่าจะเขียนวันละ 2 หน้าขั้นต่ำ (100 วันก็จะได้ 200 หน้า) แม้คุณอาจจะคิดว่ามันไม่มีแรงบันดาลใจจะเขียนออกมาได้อย่างไร แต่เราก็อยากให้คุณพยายามต่อไป ความเป็นนักเขียนนั้นก็อยู่ที่ความอดทนและวินัยนี่แหละ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดแล้ว 
 
เทคนิคที่ 5 หาเพื่อนเป็นนักเขียน
หลายคนอาจคิดว่ามันไม่เห็นเกี่ยวกัน แต่เราอยากบอกว่าการมีเพื่อนเป็นนักเขียน จะเป็นการเพิ่มแรงบันดาลใจให้กับเราได้ เวลาอ่านนิยายของคนอื่น เห็นพล็อตของคนอื่น เห็นพวกเขาลงนิยาย มันจะทำให้เราเกิดความฮึกเหิม และพร้อมที่จะเขียน เบื้องต้นนี้ แนะนำให้ลองชวนเพื่อนมาเขียนนิยายด้วยกันภายใน 100 วัน และต้องช่วยเหลือกัน ทำไปพร้อมๆ กัน ผลัดกันอ่าน ผลัดกันให้คำแนะนำ วิจารณ์งานเขียนของอีกฝ่าย และช่วยกันปรับงานสม่ำเสมอ ไม่ใช่ว่า ชวนกันขี้เกียจ อย่างนั้นก็ไม่ใช่ 
 
เทคนิคที่ 6 จัดการแรงบันดาลใจของตัวเอง
นักเขียนหลายคนกลัวการเขียนไม่ออกมากที่สุด และกลัวว่าจะไม่มีไอเดีย ไม่มีแรงบันดาลใจ แต่การเขียนจะเขียนนิยายให้จบภายใน 100 วัน เรากล้าพูดได้เลยว่า... คุณไม่มีเวลามานั่งรอแรงบันดาลใจเขียนแน่ๆ เพราะงั้นก็ต้องจัดการแรงบันดาลใจให้ได้ ด้วยวิธีไหนน่ะหรือ ง่ายๆ เลยก็คือ บังคับตัวเองยังไงล่ะ นั่งลงก็ต้องเขียน จะเขียนแย่หรือดี ก็ต้องเขียนออกมา ทำยังไงก็ได้ให้เขียนออกมาให้ได้ สร้างกำหนดการที่ชัดเจนไปเลยว่า ต้องเขียนให้ได้ภายในเวลาแค่นี้ๆ และต้องเขียนให้ได้ในแบบนี้ๆ 
 
เทคนิคที่ 7 เชื่อในกระบวนการ อย่าเชื่อในความรู้สึกมากเกินไป 
ถ้าอยากเขียนให้จบ อย่ามัวไปหลงติดอยู่กับความรู้สึกหรืออารมณ์ แต่ควรที่จะต้องตั้งใจตะลุยเขียนไปข้างหน้า วางแผนไว้ 100 วัน ก็ต้องเขียนไปเรื่อยๆ มุ่งหน้าไปเรื่อยๆ ไม่หยุด ไม่พัก ไม่มัวหลงระเริงว่า เขียนตอนนี้ดีจัง สนุกจังเลย เขียนได้ไงเนี่ย แต่เมื่อเขียนฉากดีๆ จบแล้ว ก็ให้รีบไปต่อ เขียนให้ต่อเนื่อง และเขียนให้จบให้ได้ เป้าหมายของคุณตอนนี้คือคำว่า “จบบริบูรณ์” อยากจะเขียนให้จบภายใน 100 วัน ต้องมุ่งมั่น เป้าหมายชัดเจน และต้องทำให้ได้ ไม่ใช่มัวแต่ใช้ความรู้สึกมากเกินไป 
 
เทคนิคที่ 8 ตอบตัวเองให้ได้ว่าเขียนเพื่อใคร
แน่นอนเป้าหมายของนักเขียนทุกคนคือ ได้ตีพิมพ์ ขายนิยายได้ปริมาณมากๆ แต่อย่าลืมความสุขในการเขียนไปเป็นอันขาด คุณควรต้องระลึกไว้เสมอว่า... ที่เขียนนิยายไปนี่เขียนเพื่อใคร เขียนให้ใครอ่าน ควรวาดภาพคนอ่านให้ชัดเจนว่า เป็นคนแบบไหนอย่างไร ไม่ใช่เขียนไปส่งๆ เขียนไปมั่วๆ การสร้างกลุ่มเป้าหมายของคนอ่านก็สำคัญเช่นกัน 
 
เทคนิคที่ 9 เลิกพูด แต่ต้องเขียน
ฟังแล้วชัดเจนพอไหม มีนักเขียนมากมายพูดเก่งแต่ว่าเขียนไม่เก่ง จริงๆ แล้ว การเป็นนักเขียน สิ่งที่ต้องทำก็คือต้องเขียนค่ะ ถ้าหากว่าไม่เขียนก็ไม่มีวันจะมีหนังสือเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้น ถ้าอยากเขียนจบ อยากให้มีผลงาน ก็ต้องเขียนเท่านั้น เขียนไปค่ะ ไม่ต้องบ่นแล้ว บอกตัวเองไปเลยว่าจะต้องเขียนให้จบภายใน 100 วันให้ได้ ต้องทำให้ได้ 
    
ทีมงานนักเขียนเด็กดี 
  
    9 เทคนิคลับ เขียนให้จบภายใน 100 วัน
#นิยาย #นักเขียน #เขียนให้จบ #เคล็ดลับการเขียน #เขียนนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

6 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?