แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล! []

'เนื้อหาแบบนี้จำเป็นต้องถูกแบนด้วยหรอ' บทความที่จะว่ากันด้วยเรื่องของการแบน
5,126 1


แบนได้แบนดี
หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!


สวัสดีชาวเด็กดีทุกคนค่ะ เชื่อว่าเหตุผลที่น้องๆ หลายคนกดเข้ามาอ่านบทความนี้กันคงจะเป็นเพราะคำว่า ‘แบน’  ตัวโตๆ จากหัวข้อของบทความนี้กันแน่ๆ โดยคำว่าแบนกับงานเขียนถือว่าเป็นอะไรที่เกิดมาคู่กันอยู่แล้วเนอะ และสำหรับหมวดนิยายเด็กดีของเราก็มีการแบนนิยายที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ทั้งนี้เพื่อรักษาสังคมนิยายออนไลน์ของเราให้ขาวสะอาด มีแต่สื่อสร้างสรรค์ ไม่ได้เต็มไปด้วยเนื้อหาที่มีอบายมุข ที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบในด้านลบต่อคนอ่าน แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ได้มีการแบนแบบไม่มีเหตุผลเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งในวันนี้บทความของเราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ ‘การแบนอย่างไม่มีเหตุผล’ กันจ้ะ


 

แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!



อย่างที่พี่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า งานเขียนกับการแบนนั้นเป็นของคู่กัน ซึ่งการแบนนั้นได้เกิดขึ้นมาก่อนที่พวกเราจะเกิดมาหลายปีแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นงานเขียนบางเรื่องเป็นงานเขียนที่นักอ่าน (ที่เคยอ่าน) หลายคนต่างลงความเห็นว่าไม่คู่ควรกับการแบนเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมจู่ๆ ถึงได้ถูกแบนกันนะ? ซึ่งการแบนนี้ก็ไม่ได้เป็นการแบนแค่ประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของงานเขียนชิ้นนั้นเท่านั้น แต่เคยถึงขนาดถูกแบนข้ามประเทศเลยก็มี แต่เอาจริงๆ แล้วงานเขียนทุกชิ้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อท้าทายนักเขียนรวมถึงนักอ่าน อีกทั้งงานเขียนยังนำพาให้นักอ่านอย่างเราเดินทางไปสู่โลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยจินตนาการ ซึ่งบางเรื่องอาจจะมีเนื้อหาเหนือจินตนาการไปบ้าง หรือบางเรื่องอาจจะอ้างอิงมาจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงในสังคม ซึ่งนักอ่านบางคนที่ได้อ่านอาจจะรู้สึกกระทบกระเทือนต่ออารมณ์ หรืออาจจะเลวร้ายถึงขั้นทำร้ายจิตใจ เพราะฉะนั้นเหตุผลเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้เกิดการ ‘แบน’ ขึ้นมา แต่การแบนบางครั้งอาจจะเกิดจากความคิดมากไปเองของนักอ่านบางคน ซึ่งต่อจากนี้ไปเราจะมาดูกันว่าบรรดางานเขียนทั้ง 10 เรื่อง ที่ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผลนั้นจะมีเรื่องอะไรบ้าง มาติดตามอ่านไปพร้อมๆ กันได้เลย!




 

1. TARZAN 

เหตุผลที่ถูกแบน : เพราะตัวละครของเจนกับทาร์ซานใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน!

 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
ภาพจาก : literaryfictions.com

 
Tarzan of the Apes หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อ ทาร์ซาน ผลงานการเขียนของ เอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรส ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร All Story เมื่อปี 1912 ก่อนจะถูกทำออกมาในรูปแบบเล่มในปี 1914 โดยเอ็ดการ์ได้ใช้เวลาในการสร้างสรรค์เนื้อหาจำนวนทั้งสิ้นกว่า 24 ตอน ภายในระยะเวลากว่า 30 ปี โดยเนื้อหานั้นได้รับความนิยมมากจนทำให้เกิดเป็นภาพยนตร์ในปี 1918 ขึ้นมา และยังไม่รวมถึงการหยิบเอาบทประพันธ์มาดัดแปลงอีกเรื่อยๆ อีก แต่อย่างไรก็ตาม ต้องนับว่า ‘ทาร์ซาน’ ได้กลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ให้กับงานเขียนแนวผจญภัยในป่าเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ผู้เขียนอย่างเอ็ดการ์ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเองก็ตาม


 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
เจนกับทาร์ซานในรูปแบบภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นในปี 1918 (ภาพจาก http://prettycleverfilms.com)

 
โดยเนื้อหาเรื่อง ทาร์ซาน นั้นได้ว่าด้วย เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในป่า แถมเขายังถูกเลี้ยงดูมาโดยลิง ซึ่งชื่อ ‘ทาร์ซาน’ ของเขาได้ถูกตั้งขึ้นมาโดยลิงตัวนั้น โดยมีความหมายว่า ‘ผิวขาว’ ทาร์ซานได้ใช้ชีวิตอยู่ในป่าเรื่อยมาจนกระทั่งเขาโตขึ้นเป็นหนุ่มใหญ่ ความสามารถพิเศษของเขาก็คือการโหนตัวจากต้นไม้ต้นหนึ่ง ไปยังอีกต้นหนึ่งได้ โดยท่าทางเหล่านี้เขาได้รับการเรียนรู้มาจากลิงตัวที่เลี้ยงดูเขามานั่นเอง
 
น้องๆ อ่านมาจนถึงตอนนี้ อาจจะยังหาเหตุผลที่ทาร์ซานเรื่องนี้ถูกแบนยังไม่ได้ มาจ้ะ มาค้นหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน โดยคำตอบมันได้เริ่มต้นขึ้น ทันทีที่ตัวละครของ ‘เจน’ ได้ปรากฏตัวขึ้นมา แถมความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างเจนกับทาร์ซานก็ได้นำมาซึ่งปัญหา เพราะมีคนตั้งข้อสงสัยกันว่า มันสมควรแล้วหรอกับการนำเสนอเนื้อหาในลักษณะ ‘อยู่ก่อนแต่ง’ ออกมา แล้วให้นักอ่านที่เป็นเด็กๆ อ่าน ซึ่งเรื่องราวมันได้บานปลายมาเรื่อยๆ จนในที่สุดเมื่อการถกเถียงได้นำมาซึ่งปัญหาใหญ่ หนังสือทาร์ซานชุดนี้เลยถูกแบนในประเทศสหรัฐอเมริกาทุกเล่ม! แต่ท้ายที่สุดแล้วเป็นที่โชคดีของนักอ่านอย่างเราที่มีโอกาสได้กลับมาอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้อีกครั้ง ไหนใครเคยอ่านเรื่องทาร์ซานบ้าง รายงานตัวกันหน่อยซิ




 

2. Little Red Riding Hood

เหตุผลที่ถูกแบน : เพราะประโยคที่ว่า “Alcohol is yummy”

 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
ภาพจาก : educationalresources.com.sg

 
ในขณะที่เด็กๆ ส่วนใหญ่อ่านหนูน้อยหมวกแดงด้วยความสนุกสนาน พร้อมกับได้ข้อคิดในเรื่องของการห้ามพูดคุยกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีฟันใหญ่เหมือนหมาป่า (ฮา) แต่โรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้มีการนำเรื่องหนูน้อยหมวกแดงในเวอร์ชั่นที่เป็นผลงานการวาดของ ทริน่า ชาร์ต ไฮแมน มาประกอบการเรียนการสอน แต่แล้วเรื่องกลับพลิก เพราะคุณครูกลุ่มหนึ่งได้ค้นพบกับข้อความอันไม่เหมาะสมที่ว่า “Alcohol is yummy” อยู่บนภาพวาดภาพหนึ่งในนั้น แถมพวกเขายังพบกับภาพของหนูน้อยหมวกแดงที่หิ้วตะกร้าที่มีไวน์อยู่ในนั้นอีก มันยิ่งทำให้บรรดาอาจารย์ไม่พอใจ เพราะสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็นและไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการสอนเลยแม้แต่นิดเดียว!




 

3. Hansel and Gretel 

เหตุผลที่ถูกแบน : เพราะเนื้อหาได้ทำให้คำว่า ‘แม่มด’ กลายเป็นคำในแง่ลบ

 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
ภาพจาก simonandschuster.com

 
ฮันเซลกับเกรเทล เป็นเทพนิยายซึ่งเป็นผลงานของสองพี่น้องตระกูลกริมม์ นักเขียนชาวเยอรมันผู้เป็นที่รู้จักผ่านผลงานการเขียนแนวเทพนิยาย อีกทั้งนิทานพื้นบ้าน ซึ่งชื่อเสียงของทั้งสองคนได้ทำให้พวกเขากลายเป็นนักเล่านิทานที่โด่งดังเป็นที่รู้จักของนักอ่านทุกยุค ทุกสมัยเลยจริงๆ
 
โดยเรื่องฮันเซลกับเกรเทลนั้น เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งให้อยู่ในป่าตามลำพัง ก่อนที่จะได้ไปเจอเข้ากับบ้านหลังหนึ่งซึ่งทำมาจากขนม เด็กทั้งสองที่หิวโหยกันมานานได้เกิดหลงกล เลยพากันหยิบขนมแสนอร่อยมากิน ซึ่งภายหลังเด็กทั้งสองคนได้รู้ว่า บ้านหลังนั้นแท้จริงแล้วเป็นภาพลวงตาที่แม่มดร้ายคนหนึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกให้เด็กทั้งสองกินอาหารจนอ้วน เพื่อที่นางจะได้จัดการจับเด็กทั้งสองคนมากิน และเพราะสาเหตุนี้นี่เองที่ทำให้เทพนิยายเรื่องนี้ถูกแบน เพราะมันทำให้คนอ่านเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “แม่มด” เพราะมันได้ทำให้แม่มดกลายเป็นสิ่งที่ดูเลวร้ายในสายตาของคนอ่านไปเลย




 

4. James and the Giant Peach

เหตุผลที่ถูกแบน : เพราะมีการใช้คำว่า ass 

 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
ภาพจาก penguinrandomhouse.com

 
จากผลงานสุดมหัศจรรย์ของ โรอาลด์ ดาห์ล นักเขียนชาวเวลส์ ที่มีผลงานอันเป็นเอกลักษณ์เกี่ยวกับเนื้อหาที่แอบแฝงไปด้วยนัยยะ ศีลธรรม และวิธีการเขียนที่หักมุม โดยผลงานเรื่อง James and the Giant Peach หรือที่เด็กๆ รู้จักกันดีในชื่อ เจมส์กับลูกพีชยักษ์มหัศจรรย์ นั้น มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกร้องให้ผู้ใหญ่หันมาให้ความสนใจกับเด็ก อีกทั้งยังแสดงออกอย่างชัดเจนในเรื่องสิทธิของเด็ก โดยเรื่องราวได้ว่าด้วยเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่จู่ๆ ได้มีเรื่องราวมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับชีวิตของเขา กับบ้านที่มีขนาดเท่ากับผลของลูกพีชยักษ์ที่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาล...
 
โดยหนังสือเล่มนี้ได้ถูกแบนด้วยเหตุผลที่ว่า ในเนื้อหานั้นผู้เขียนมีการใส่คำว่า ass ที่แปลว่า 'ตูด' ลงไป แถมยังมีการค้นพบอีกด้วยว่าความหมายแฝงของ โรอาลด์ ผู้เขียนนั้น แท้จริงแล้วเขาต้องการจะสื่อถึงสิ่งอบายมุขทั้งหลาย อย่างพวกยาสูบและเหล้า แถมฉากที่ตัวละครอย่างแมงมุมได้ทำการเลียปากของมัน ก็ทำให้คนอ่านพากันตีความกันถึงเรื่องเพศแบบยิ่งใหญ่เบอร์แรงมาก เลยทำให้ในที่สุดหนังสือเล่มนี้ก็ได้ถูกแบนในปี 1999 (นักอ่านก็ช่างจินตนาการกันซะจริงๆ เลยนะเนี่ย)




 

5. What's Happening To My Body?

เหตุผลที่ถูกแบน : เนื้อหาได้สื่อถึงเรื่องเพศมากจนเกินไป

 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
ภาพจาก : amazon.com

 
เห็นคำว่า Book for Boys แล้วพี่ไม่แปลกใจเลยจ้ะ ว่าทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงถูกแบน โดย What's Happening To My Body? ถูกทำมาใน 2 รูปแบบ คือของผู้หญิงเล่มหนึ่ง และของผู้ชายเล่มหนึ่ง  ซึ่งถือว่าเป็นหนังสือที่ชวนให้แบนเอามากๆ ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะมีความตั้งใจที่จะให้ประโยชน์กับน้องๆ วัยรุ่นก็ตามแต่ แต่ในสายตาของผู้ใหญ่หลายคนล้วนรับไม่ได้กับผลที่ตามมาจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ เลยทำให้หนังสือถูกแบนจากโรงเรียนจำนวนกว่า 21 แห่งในรัฐเท็กซัส แถมได้มีผู้ปกครองของน้องวัย 8 ขวบคนหนึ่ง ได้นำหนังสือเล่มนี้มาพูดในที่โรงเรียนเกี่ยวกับความไม่เหมาะสม จนทำให้เรื่องแดงถึงขนาดที่ American Library Association ได้ทำการแบนอย่างถาวร โดยมีสาเหตุมาจากความไม่พอใจของผู้ใหญ่นั่นเอง




 

6. Of Mice and Men

เหตุผลที่ถูกแบน : เพราะมันอาจจะทำให้คนอ่านมีทัศนคติในแง่ลบในหลายด้าน

 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
ภาพจาก oregonlive.com

 
Of Mice and Men หนังสือโดย จอห์น สไตน์เบ็ค เล่มนี้ ถือ เป็นหนังสือที่ถูกแบนเป็นอันดับต้นๆ จากบรรดาหนังสือทั้งหมด ด้วยเหตุผลในด้านการใช้คำหยาบคาย, เชื้อชาติ อีกทั้งยังมีเรื่องของเพศ แต่ต้องบอกเลยว่าถึงแม้จะถูกแบนแต่ความดีงามของหนังสือเล่มนี้กลับทำให้ผู้เขียนอย่างจอห์นคว้ารางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมไปนอนกอดมาแล้วในปี 1962 เพราะเอาจริงๆ ถ้าตัดเรื่องการใช้ภาษาโน่นนี่ไปแล้ว ถือว่าผลงานเรื่องนี้เป็นผลงานที่ควรค่าแก่การหามาอ่าน เพราะถึงแม้ว่าเนื้อหาจะไม่ได้มีอะไรมาก แต่ล้วนมีพลัง และสามารถสะท้อนสังคมได้ดีมากจริงๆ 
 
โดยเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของความมีอคติ เพราะนี่เป็นเหตุผลเกือบ 90% ที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ถูกแบน อีกทั้งยังมีเรื่องของการใช้ภาษา เพราะ Of Mice and Men ถูกเขียนขึ้นมาตั้งแต่ปี 1930 ทำให้ภาษาที่เราเห็นในหนังสือกับภาษาที่คนพูดกันในปัจจุบันนั้นสวนทางกัน แถมยังทำให้นักอ่านหลายคนยอมรับไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาในบางส่วน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าน้องๆ คนไหนมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็ลองหามาอ่านกันดูนะจ๊ะ แล้วลองมาวิเคราะห์ดูซิว่า ความรู้สึกที่เข้ามาในหัวของน้องๆ นั้นจะตรงกับสิ่งที่คนบางกลุ่มรู้สึกกันไหม?




 

7. Captain Underpants

เหตุผลที่ถูกแบน : เพราะมีการเปรียบเปรยว่ากฏระเบียบของสังคมนั้นเหมือนคนแก่

 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
ภาพจาก : amazon.com

 
Captain Underpants นี้เป็นหนังสือที่ทำออกมาในรูปแบบชุด โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กๆ โดยเนื้อหาภายในเล่มนั้นได้ว่ากันด้วยเรื่องของเด็กประถมคนหนึ่งที่บังเอิญมีอีกร่างเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ที่มีชื่อว่า กัปตันกางเกงใน (หืม) ฟังดูอาจจะแปลกๆ ปนตลกๆ ไปหน่อย แถมหนังสือเล่มนี้ยังได้ถูกแบนในที่สุด โดยเหตุผลก็ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เป็นเพราะว่า เนื้อหาตอนหนึ่งภายในเล่มได้มีการพูดถึงกฏระเบียบ ข้อปฏิบัติของคนในสังคมว่ามีลักษณะเชยเหมือนคนแก่ นักอ่านกลุ่มหนึ่งเลยพากันไม่พอใจ เพราะหนังสือเล่มนี้ได้ระบุกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างชัดเจนมากว่าเป็นเด็ก แล้วถ้าเด็กถูกพร่ำสอนให้ไม่เคารพกฏระเบียบของบ้านเมืองแบบนี้ สังคมจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยทาง American Library Association ก็ได้รับฟังข้อวิจารณ์นั้น จนในที่สุดเพื่อเป็นการตัดปัญหา หนังสือเล่มนี้ก็ได้ถูกแบน แต่ถ้าใครอยากรู้เนื้อหา (แบบปรับแต่งแล้ว) ก็สามารถไปหาดูภาพยนตร์เรื่อง Captain Underpants กันได้ เดี๋ยวพี่จะแปะตัวอย่างเป็นน้ำจิ้มให้ด้านล่างนี้นะจ๊ะ


 

Clip

Captain Underpants




 

8. Adventures of Huckleberry Finn 

เหตุผลที่ถูกแบน : เพราะเนื้อหาบางส่วนถูกแสดงออกมาในลักษณะของการเหยียดเชื้อชาติ

 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
ภาพจาก : penguinrandomhouse.com

 
Adventures of Huckleberry Finn เป็นผลงานการเขียนของ มาร์ก ทเวน นักเขียน นักบรรยาย อีกทั้งยังเป็นคนขับเรือไอน้ำ นักขุดทอง และนักหนังสือพิมพ์อีกด้วย (คือเป็นทุกอย่างให้เธอแล้วจริงๆ) โดยผลงานเล่มนี้ได้ถูกปล่อยออกมาหลังจากผ่านพ้นสงครามกลางเมืองได้ 20 ปี แถมยังมีเนื้อหาค่อนข้างที่จะท้าทายการเมืองเอามากๆ ทั้งเรื่องสิทธิ, การเหยียดสีผิว อีกทั้งยังเป็นการปลุกระดมคนในทางอ้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากในสมัยนั้น 
 
โดยสิ่งนี้เองที่ถือเป็นอะไรที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมายของคนอ่านเอามากๆ เพราะพวกเขาไม่คิดเลยว่าคนอย่าง มาร์ก ทเวน เนี่ยนะจะกล้าเขียนถึงอะไรที่เสี่ยงได้ขนาดนี้ เสี่ยงขนาดไหนน้องๆ ลองนึกภาพกันเอาเองก็แล้วกัน เพราะถึงขั้นติดอันดับหนังสือที่ต้องเฝ้าระวังจาก American Library Association แทบจะทุกปี แต่ก็มีนักอ่านบางคนกลับมองว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดี ที่ให้ข้อคิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แอบจะละเอียดอ่อนเกินไปถ้าจะให้เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอ่าน แต่ก็มีคนอีกกลุ่มที่ให้ความคิดเห็นว่าเนื้อหาแบบนี้นี่แหละที่เหมาะจะอ่าน เพราะมันคือประวัติศาสตร์ ซึ่งคนรุ่นใหม่อย่างเราแทบจะหาเรื่องราวในลักษณะเดียวกันนี้อ่านกันไม่ได้แล้ว


 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
มาร์ก ทเวน (ภาพจาก : vox.com)

 
เนื้อหาคร่าวๆ ของหนังสือเล่มนี้นั้นว่าด้วยเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับพ่อที่ติดสุรา แถมพ่อยังจะชอบทำร้ายร่างกายเขาอยู่เป็นประจำ เลยทำให้ฮักเกิลเบอร์รี่ ฟินน์ หรือเด็กชายคนนั้นคิดจะหนีออกจากบ้านเพราะทนเป็นเหยื่อของความรุนแรงนี้ไม่ไหว จนอยู่มาวันหนึ่งเขาก็ได้ตัดสินใจหนีออกจากบ้านมาได้สำเร็จ แถมยังได้ไปเจอกับชายชาวนิโกรคนหนึ่งที่หนีนายจ้างออกมาเช่นเดียวกัน ทั้งสองคนเลยตัดสินใจที่จะหนีไปด้วยกัน ก่อนที่การผจญภัยจะได้เริ่มต้นขึ้น...




 

9. Bridge To Terabithia

เหตุผลที่ถูกแบน : เพราะเนื้อหานั้นทำให้คนมีความหวังมากจนเกินไป

 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
ภาพจาก : harpercollins.com

 
เชื่อว่าน้องๆ หลายคนรู้จัก Bridge To Terabithia หรือสะพานมหัศจรรย์เรื่องนี้จากการดูภาพยนตร์กันแน่ๆ แต่ต้องบอกเลยว่าในรูปแบบของนวนิยาย เขาได้ตีพิมพ์ออกมาตั้งแต่ปี 1977 นู้นแล้วนะจ๊ะ โดยเนื้อหาได้ว่าด้วยเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ได้บังเอิญไปทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ แต่แล้วก็ได้มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อเขาต้องสูญเสียเพื่อนคนนั้นไปตลอดกาล ขนาดดูหนังว่าซึ้งแล้วนะ สงสัยหนังสือคงจะดาร์กเอามากๆ จนถึงขนาดถูกแบนติดๆ กันในหลายปี แถมยังถูกสั่งให้เอาออกจากห้องสมุดในโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละปีที่หนังสือเล่มนี้ถูกแบนนั้นจะมีสาเหตุมาจากอะไรกันบ้าง?

 
ปี 1986 : Bridge To Terabithia ถูกแบนอันเนื่องมาจากสาเหตุที่ว่า ในเนื้อหานั้นมีการใช้คำว่า Oh Lord และ Lord เป็นคำสบถ
 
ปี 1990 : ถูกแบนเพราะว่า การใช้ภาษาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเรื่องนั้นทำให้คนอ่านมีทัศนคติในแง่ลบต่อชีวิต
 
ปี 1992 : ถูกแบนเพราะมีการใช้ภาษาที่หยาบคาย ไม่เหมาะสม แถมยังมีการอ้างอิงถึงบทสวดซึ่งเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนมากในมุมมองของคนบางกลุ่ม
 
ปี 1993 : ไม่เชิงถูกแบนไปซะทีเดียว แต่ออกจะเป็นกฏระเบียบ ข้อบังคับเสียมากกว่า ซึ่งถ้าใครก็ตามที่มีการนำหนังสือเล่มนี้ไปประกอบการเรียน การสอน ครูผู้สอนจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบเนื้อหาและตัดฉากที่มีคำหยาบออกไปให้หมดก่อน อีกทั้งยังต้องขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ปกครองของเด็ก ก่อนที่จะทำการเรียนการสอนอีกด้วย
 
ปี 1995 : ถูกแบนเพราะหนังสือมีการใช้คำสาบาน
 
ปี 1996 : ถูกตัดออกจากหนังสือประกอบการเรียนการสอน เพราะเนื้อหามีคำหยาบคายและดูหมิ่นคนเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งอาจจะทำให้เด็กเกิดความสับสนได้ 
 
ปี 2002 : ถูกแบนเพราะเนื้อหามีผลกระทบต่อความปลอดภัยของเด็ก อีกทั้งยังทำให้เด็กมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อรัฐบาลได้
 
ไม่รู้ว่าปัจจุบันนี้เรายังจะหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านกันได้อยู่ไหม หรือถ้าใครยังใจไม่กล้าพอ พี่ก็ขอแนะนำให้ทุกคนไปหาภาพยนตร์มาชมกันได้ เพราะทำออกมาได้ดี และร้องไห้หนักมากไม่แพ้กัน ขอมากระตุ้นความอยากดู และอยากอ่านด้วยตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องนี้กันเลย...


 

Clip

Bridge To Terabithia



 



10. Where the Sidewalk Ends

เหตุผลที่ถูกแบน : เพราะเนื้อหานั้นสนับสนุนให้มีการ ‘กินคน’

 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
ภาพจาก : wheresidewalksend.com

 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
ตัวอย่างเนื้อหาที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสม (ภาพจาก : tes.com)


 
Where the Sidewalk Ends ผลงานการเขียนของ เชล ซิลเวอร์สไตน์ เล่มนี้ เมื่อมองเผินๆ เราคงคิดว่ามันเป็นเพียงแค่หนังสือสำหรับเด็กเล่มหนึ่ง แต่ทว่าเนื้อหาภายในกลับเป็นอะไรที่ ‘มากกว่า’ คำว่าหน้าปก เพราะเชล ผู้เขียนต้องการให้เรากินมนุษย์คนอื่นเป็นอาหาร แถมยังสอนให้เราทำลายจานแทนที่จะล้างมัน นอกจากนั้นภายใต้บทกวีที่อัดแน่นอยู่ในหนังสือเล่มนี้ยังมีอะไรที่เซอร์ไพรส์เราซ่อนอยู่อีกมากมาย
 
จนทำให้ Where the Sidewalk Ends กลายเป็นหนังสือที่ถูกแบนมากที่สุดเล่มหนึ่งจากบรรดาหนังสือสำหรับเด็กทั้งหมด เพราะคนเป็นผู้ปกครองล้วนต่างไม่พอใจ เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่นั้นเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับสิ่งที่พวกเขาต้องการจะสอนลูก อีกทั้งยังมีเรื่องของยาเสพติดมาปะปนในเนื้อหาด้วยอีก เลยทำให้ถูกแบนไปตามระเบียบจ้า



 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!


จะเห็นได้ว่าจากบรรดาเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลของหนังสือทั้ง 10 เล่มเหล่านี้ บางเหตุผลก็ดูเหมือนจะฟังขึ้น และพี่ก็เห็นด้วย แต่บางเหตุผลก็แอบทำให้สงสัยนิดนึงว่าทำไมถึงต้องแบนด้วย แต่ก็เข้าใจนะเพราะมันอาจจะเป็นอะไรที่เราคาดไม่ถึง อารมณ์ประมาณว่ากันไว้ดีกว่าแก้ แต่พี่คิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนอ่านอย่างเราก็คือ การนำทักษะของการตีความออกมาใช้ให้มากๆ อย่าสักแต่ว่าจะอ่านอย่างเดียว หรือในมุมมองของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ควรจะอ่านให้ลูกฟังพร้อมกับอธิบายไปด้วยว่าสถานการณ์เหล่านี้มันเหมาะสมไหม ถูกต้องไหม ลูกจะได้คิดไปพร้อมๆ กับเรา คือมันเป็นอะไรที่ง่ายต่อการทำ แต่บางทีอย่างที่พี่บอกไปว่าเราอาจจะคาดไม่ถึง ก็เลยต้องกันไว้ก่อนนั่นเอง



 

ทำไมต้องแบน?

 
ไหนๆ ก็พูดกันถึงเรื่องแบนแล้ว พี่ก็ขอมาอธิบายแถลงไขให้ได้ฟังถึงคำว่าแบนกันสักหน่อย โดยบทความที่น่าสนใจจากเว็บไซต์ gizmodo ที่เป็นเรื่องราวของบรรณารักษ์คนหนึ่งที่ได้มาบอกเล่าประสบการณ์ของการ ‘แบน’ ว่าทำไมและเพราะอะไร ซึ่งพี่ได้ทำการสรุปสั้นๆ มาได้ดังนี้ 
 
"ในโลกของวรรณกรรม สิทธิในการเข้าถึงของนักอ่านเป็นอะไรที่ทุกคนมีสิทธิกันอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีการคัดกรองหนังสือเหล่านั้นก่อนจะส่งมอบมาสู่มือของนักอ่าน เพราะเราต้องการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด ที่ถูกต้องที่สุด และไม่ส่งผลกระทบในแง่ที่ไม่ดีกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยยึดเอาต้นแบบมาจาก American Library Association (หรือ ALA) องค์กรที่ได้ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1982 ที่ได้มีการแบนหนังสือมาแล้วมากกว่า 11,300 เล่ม ซึ่งสาเหตุที่หนังสือเหล่านั้นถูกแบนก็มักจะมาจาก มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศ, ศาสนา, การใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสม, มีเนื้อหาเกี่ยวกับการรักร่วมเพศ, ความรุนแรง รวมถึงความปลอดภัย ซึ่งเราก็ได้นำกฏระเบียบตรงนั้นมาใช้ โดยมีความตั้งใจว่าอยากจะให้ห้องสมุดของเรา เต็มไปด้วยสิ่งดีๆ ให้กับคนอ่านจริงๆ"
 
ซึ่งเว็บไซต์ Dek-D ของเราก็ได้มีแนวทางการควบคุมนิยายอยู่เหมือนกัน โดยที่แนวทางการควบคุมของเราหลักๆ นั้นก็คือ การห้ามลงเนื้อหาที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ เช่น กิจกรรมการร่วมเพศ, การถูกทารุณกรรมทางเพศ การใช้คำหยาบ, การห้ามใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในด้านลิขสิทธิ์ คือต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น อีกทั้งยังห้ามไม่ให้มีเนื้อหาที่ขัดต่อกฏหมายของประเทศ หรือสร้างความเสียหายต่อบุคคลรวมถึงสถาบัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความมีระเบียบ และเพื่อทำให้ชุมชนคนอ่านนิยายของเรามีแต่นิยายดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อทั้งสังคมและคนอ่าน ถ้าน้องๆ คนไหนสนใจอยากจะเข้าไปอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางของการลงนิยายเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่.. 
เป็นยังไงกันบ้างคะ บทความในวันนี้ของเรานั้นอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจจริงๆ ทั้งหนังสือเอย การทำความเข้าใจเรื่องการแบนเอย ยังไงก็หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับน้องๆ นักอ่านและนักเขียนทุกคนกันนะ และไว้เรามาพบกับบทความสนุกๆ จากพี่กันได้ไหมครั้งหน้า สำหรับวันนี้พี่ต้องขอตัวลาไปก่อน บ๊ายบายจ้า

 
พี่นัทตี้ :)



ขอบคุณแหล่งที่มาดีๆ จาก
http://theweek.com/articles/459795/17-americas-most-surprising-banned-books
http://bbark.deepforestproductions.com/column/2014/04/06/banned-books-awareness-tarzan/ 
http://michaelklonsky.blogspot.com/2013/03/hansel-and-gretel-banned-in-chicago.html
https://www.apnews.com/174295c1507346af33e19f16d8298db4
https://www.noodle.com/articles/9-books-banned-for-bizarre-reasons
https://study.com/academy/lesson/is-of-mice-and-men-a-banned-book.html 
https://www.ranker.com/list/innocent-books-parents-tried-to-ban/jacob-shelton
https://www.thoughtco.com/why-adventures-of-huckleberry-finn-banned-740145 
http://www.bannedlibrary.com/podcast/2016/1/16/banned-47-bridge-to-terabithia 
https://www.barnesandnoble.com/blog/11-books-that-were-banned-for-completely-ridiculous-reasons/
https://wherethesidewalkend.weebly.com/banned.html
https://gizmodo.com/i-m-a-librarian-who-banned-a-book-here-s-why-1734217416
https://www.dek-d.com/writer/rules/ 



 
แบนได้แบนดี หนังสือ 10 เล่มเหล่านี้ถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล!
#นิยาย #นักเขียน #แบน #แบนนิยาย #หนังสือ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

1 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป