ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง []

วิว



ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง!
ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจ
ที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง



สวัสดีชาวเด็กดีทุกคนค่ะ เมื่อพูดถึงการนำผลงานการเขียนมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ หรือละคร พี่เชื่อว่าน้องๆ แต่ละคนคงจะเคยเห็นกันมาบ้างแล้ว คงจะมีทั้งเรื่องที่ถูกใจ และไม่ถูกใจ บางเรื่องคนดูยังผิดหวัง นับประสาอะไรกับคนที่เป็นนักเขียนกันล่ะ ซึ่งบทความของเราในวันนี้ พี่จะพาน้องๆ ทุกคนมาทำความรู้จักกับภาพยนตร์ที่ถูกนำมาดัดแปลงแล้วคนเป็นนักเขียนดันเกิดไม่ชอบขึ้นมา บางเรื่องก็พีค เพราะคนดูอย่างเราชอบ แต่ทำไมเจ้าของผลงานเกิดไม่ชอบก็ไม่รู้ อยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่าจะมีภาพยนตร์เรื่องอะไรกันบ้าง ถ้างั้นเลื่อนลงไปดูพร้อมๆ กันได้เลย…


 

1. แมรี่ ป๊อปปินส์ ผลงานการเขียนของ พี. แอล. เทรเวอร์



ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง

 
ผลงานภาพยนตร์จากทางดิสนีย์อย่าง แมรี่ ป๊อปปินส์ เรื่องนี้ คงจะพาเราย้อนอดีตไปหาความทรงจำเก่าๆ ได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับเวอร์ชั่นปี 1964 ที่เรากำลังจะพูดถึงกันนี้ เชื่อว่าน้องๆ หลายคนคงเกิดกันไม่ทัน (พี่เองก็เช่นกัน) ดังนั้นพี่เลยมีคลิปตัวอย่างภาพยนตร์สั้นๆ มาให้น้องๆ ทุกคนได้ลองชมกันด้วย และสำหรับภาพยนตร์เรื่องแมรี่ ป๊อปปินส์นี้ ได้ดัดแปลงมาจากผลงานการเขียนในชื่อเดียวกันของ พี. แอล. เทรเวอร์ ซึ่งหลังจากที่มีข่าวว่าภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะได้เข้าฉายในปี 1964 ก็ได้สร้างความผิดหวังแก่พี. แอล. เทรเวอร์ เป็นอย่างมาก
 
โดยสิ่งที่พี. แอล. ไม่ชอบในภาพยนตร์เรื่องนี้เลยก็คือ การลำดับภาพ เพราะมันทำให้ใจความสำคัญของเรื่อง รวมถึงเนื้อหาบางประการถูกลดความสำคัญลงไป พี. แอล. เคยประชุมกับทางดิสนีย์อย่างจริงๆ จังๆ ครั้งหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แถมทางพี. แอล. ยังต้องจำใจยอมรับเงื่อนไขของทางดิสนีย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย 
 
ในการแสดงรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์เรื่อง แมรี่ ป๊อปปินส์ นี้ พี. แอล. ได้ถูกขับไล่ออกจากงานด้วยเหตุผลที่ว่า เธอไม่ได้ถูกเชิญให้มาร่วมงาน พี. แอล. วัย 65 ปีในตอนนั้นเลยได้แต่นอนร้องไห้ร้องห่ม แถมเธอยังยื่นคำขาดเลยว่า เธอจะไม่ยอมให้ดิสนีย์นำผลงานของเธอไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อีก ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองคนกินเวลามาอย่างยาวนาน จนได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า Saving Mr. Banks ซึ่งเสียงของคนดูส่วนใหญ่นั้นว่ากันว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้เราได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังความสัมพันธ์ระหว่างพี. แอล. กับดิสนีย์อย่างทะลุปรุโปร่งเลยทีเดียว




ตัวอย่างภาพยนตร์


Clip

Mary Poppins



 


 

2. THE SHINING (โรงแรมผีนรก) ผลงานการเขียนของ สตีเฟ่น คิง



ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง

 
คนรักหนังส่วนใหญ่อาจจะชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้กัน (ซึ่งพี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น) แต่ต้องบอกว่าในมุมของนักเขียนอย่างสตีเฟ่น คิงนั้น มันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ส่วนจะเป็นเพราะอะไร ไหนมาดูบทสัมภาษณ์ของสตีเฟ่น คิงที่พูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้กันหน่อยซิ
 
“ฉันชื่นชมฝีมือการกำกับภาพยนตร์ของ คูบริก (สแตนลีย์ คูบริก) นะ แต่ฉันค่อนข้างที่จะผิดหวังนิดหน่อยกับภาพยนตร์เรื่องนี้ คูบริกไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อเลย เขาไม่เข้าใจความโหดร้ายของมนุษย์ เพราะเขาไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันเขียน ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถทำหนังออกมาให้คนดูเชื่อได้”
 
ส่วนการแสดงของ แจ็ก นิโคลสัน ก็ทำให้สตีเฟ่น คิง ผิดหวังเช่นเดียวกัน เพราะตัวละครของแจ็ก ทอร์เรนนั้นเขาไม่เคยบ้ามาก่อน จนกระทั่งหลังจากที่เขาได้ก้าวเข้าไปในโรงแรมแห่งนี้ มันเลยค่อยๆ ทำให้ตัวละครแสดงความบ้าออกมา ผิดกับภาพยนตร์ที่แสดงความบ้าของแจ็กตั้งแต่ตอนเริ่ม จากความผิดหวังครั้งนี้เลยทำให้ สตีเฟ่น คิง ไม่ยอมให้มีการนำบทนิยายเรื่องนี้มาดัดแปลงอีกเลย ตั้งแต่ปี 1997 เพราะเขากลัวว่ามันจะออกมาน่าเศร้าเหมือนอย่างที่เคยเป็นอีก




ตัวอย่างภาพยนตร์


Clip

The Shining



 


 

3. INTERVIEW WITH THE VAMPIRE ผลงานการเขียนของ แอนนา ไรซ์



ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง

 
ใครที่เคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันมาแล้ว คงจะจิ้นคู่ทอม ครูซกับแบรด พิตต์กันถ้วนหน้า (สาวกวายต้องห้ามพลาด) แต่ต้องบอกเลยว่าตัวละครที่รับบทโดยทอม ครูซนั้นเคยทำให้นักเขียนเจ้าของผลงานอย่าง แอนนา ไรซ์ ไม่พอใจมาก่อน โดยแอนนาได้ให้เหตุผลว่า ในมุมมองของเธอ เธอคิดว่าคนที่เหมาะสมที่จะรับบทบาทนี้มากที่สุดน่าจะเป็น เอดเวิร์ด จี. โรบินสัน เพราะเขาตรงกับสิ่งที่เธอจินตนาการไว้มากที่สุด แต่เมื่อได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แบบเต็มๆ แล้ว เธอกลับตกหลุมรักในการแสดงของทอม ครูซขึ้นมา เพราะเขาได้ทำให้เธอทึ่งในความสามารถ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอเปลี่ยนความคิดเรื่องนักแสดงอยู่ดี โดยแอนนาเคยโพสต์ลงในเฟสบุ๊คว่า เธอต้องการให้แฟนหนังสือของเธอหลีกเลี่ยงการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะมันได้ทำลายงานเขียนของเธอ




ตัวอย่างภาพยนตร์

Clip

Interview with the Vampire



 


 

4. FORREST GUMP (ฟอร์เรสท์ กัมพ์) ผลงานการเขียนของ วินสตัน กรูม



ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง

 
ภาพยนตร์สร้างแรงบันดาลใจจนกลายเป็นภาพยนตร์ขวัญใจคนทั่วโลกเรื่องนี้ ได้เคยทำให้ผู้เขียนอย่างวินสตัน กรูมไม่พอใจมาก่อน โดยวินสตันเคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำบทนวนิยายของเขามาสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “อย่ายอมให้ใครนำผลงานของคุณไปทำหนังเด็ดขาด” เลยกลายเป็นที่มาของการหาคำตอบ โดยคนส่วนใหญ่คาดการณ์กันว่าน่าจะมาจากเรื่องของ ‘ผลประโยชน์’ ที่ทางฝ่ายของนักเขียนกับผู้สร้างได้เคยตกลงกันไว้ก่อนหน้า ซึ่งจำนวนที่เคยตกลงกันไว้ก็คือ ทางฝ่ายของวินสตันจะได้ค่าลิขสิทธิ์ในจำนวน 3% จากกำไรทั้งหมด แต่พอถึงเวลาจริงๆ วินสตันกลับไม่ได้รับเงินจำนวนนั้น เพราะทางผู้สร้างได้ให้เหตุผลกับเขาว่า พวกเขาได้ใช้เงินหมดไปกับต้นทุนการผลิตรวมถึงค่าโฆษณาแล้ว แถมพอภาพยนตร์เข้าฉายก็ไม่ได้สร้างกำไรเหมือนอย่างที่ทีมผู้สร้างได้คาดการณ์เอาไว้ สรุปแล้ววินสตันเลยชวดเงินจำนวน 3% ไปอย่างน่าเสียดาย แถมวินสตันก็ไม่ได้ถูกพูดถึงในงานประกาศรางวัล Academy Awards ที่ภาพยนตร์เรื่อง FORREST GUMP เรื่องนี้ได้รับรางวัลอีกด้วย




ตัวอย่างภาพยนตร์


Clip

Forrest Gump



 


 

5. SAHARA ผลงานการเขียนของ ไคลฟ์ คัสเลอร์



ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง

 
ภาพยนตร์เรื่อง Sahara นี้ ได้สร้างความผิดหวังให้แก่นักเขียนอย่างไคลฟ์ คัสเลอร์เป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ว่าจะได้นักแสดงชื่อดังอย่าง แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ และเปเนโลเป ครุซ มารับบทนำก็ตาม แต่ผลตอบรับจากคนดูกลับไม่ได้ดีขนาดนั้น โดย Sahara ได้ใช้ต้นทุนในการผลิตถึง 145 ล้านเหรียญ แต่พอภาพยนตร์เข้าฉายจริงกลับทำเงินได้แค่เพียง 68 ล้านเหรียญเท่านั้น โดยคัสเลอร์ได้ให้เหตุผลว่า มันไม่ได้ผิดที่เรื่องของเขา แต่โปรดิวเซอร์ทำออกมาไม่ดีเอง แถมคัสเลอร์ยังถูกศาลบังคับให้จ่าย 13.9 ล้านเหรียญให้กับบริษัทที่สร้างภาพยนตร์ และถึงแม้ว่าคำสั่งดังกล่าวจะกลายเป็นโฆษะแล้วในปี 2010 แต่ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างคัสเลอร์กับทีมผู้สร้างนั้นจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว (ดูเหมือนว่าสองเรื่องหลังมานี้จะมีแต่เรื่องของผลประโยชน์ล้วนๆ เลยเนอะ)




ตัวอย่างภาพยนตร์


Clip

SAHARA



 


 

6. A CLOCKWORK ORANGE ผลงานการเขียนของ แจ็ค วิลสัน



ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง

 
ไม่เพียงแต่แจ็ค วิลสันจะไม่ชอบภาพยนตร์ที่มาจากงานเขียนของเขาอย่างเดียว แต่มันยังทำให้เขาคิดว่าตัวเองคิดผิดที่เขียนนวนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาอีกด้วย โดยแจ็คเคยให้ความคิดเห็นเอาไว้ว่า “ผมคิดว่า มีแค่ผมคนเดียวที่รู้จักหนังสือเล่มนี้ดีที่สุด และการสร้างภาพยนตร์ให้ออกมาเพื่อให้คนดูตีความและเข้าใจมันเลยยิ่งทำให้การตีความผิดเพี้ยนไปกันใหญ่ ผมไม่ควรเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ถ้าผมรู้ภายหลังว่ามันได้สร้างความเข้าใจผิดได้ขนาดนี้” โดย A CLOCKWORK ORANGE เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟ ที่นำเสนอออกมาโดยอาศัยตัวละครของเด็กหนุ่มเลือดร้อน หัวหน้าแก๊งอันธพาลที่นิยมความรุนแรง ชอบทำลายข้าวของชาวบ้าน แถมมันยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกด้วยว่า เป็นการปลูกฝังเรื่องของความรุนแรง เพศ และส่งเสริมความเลวร้ายต่อสังคม แต่อย่างไรก็ตามภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถูกยกย่องว่าเป็นภาพยนตร์ไซไฟที่ดีที่สุดอีกหนึ่งเรื่อง แถมยังเคยเข้าชิงในงานประกาศรางวัลออสการ์มาแล้วด้วยนะ




ตัวอย่างภาพยนตร์


Clip

A Clockwork Orange



 


 

7. THE INFORMERS และ AMERICAN PSYCHO ผลงานการเขียนของ เบรต อิสตัน เอลลิส



ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง

 
เบรต อิสตัน ไม่ได้คิดว่าเขาจะต้องชอบภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ดัดแปลงมาจากผลงานของเขา แต่สำหรับภาพยนตร์บางเรื่องได้สร้างความ ‘ไม่พอใจ’ ให้เขาเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น The Informers ในปี 2009 ที่เบรตให้ความคิดเห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ขาดความสมเหตุสมผลในหลายจุด ซึ่งเขาไม่คิดว่าต้นเหตุนั้นมาจากการเขียนของเขาด้วย รวมถึงภาพยนตร์สุดอมตะอีกหนึ่งเรื่องอย่าง American Psycho “ผมไม่คิดว่า American Psycho จะถูกทำออกมาในรูปแบบของภาพยนตร์ ผมคิดว่าปัญหาของมันอย่างแรกเลยก็คือ มันไม่ได้ถูกทำออกแบบมาเพื่อให้เป็นหนัง แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นนิยาย เพราะงานเขียนของผม ผมจะไม่ได้วางคำตอบที่ตายตัวให้กับมัน คนอ่านจะเป็นคนค้นพบคำตอบที่แท้จริงด้วยตัวของพวกเขาเอง เพราะถ้าหากคุณเฉลยคำตอบออกไปเหมือนอย่างในหนัง ความสนุกที่คุณจะได้รับมันจะลดลงทันที” แต่อย่างไรก็ตามเราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องนี้ ได้รับกระแสตอบรับจากคนดูมากมายจริงๆ ถึงแม้ว่าในมุมของนักเขียนมันอาจจะไม่ใช่ก็ตาม




ตัวอย่างภาพยนตร์


Clip

The Informers




Clip

American Psycho



 


 

8. WILLY WONKA & THE CHOCOLATE FACTORY ผลงานการเขียนของ โรอาลด์ ดาห์ล



ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง

 
โรอาลด์ ดาห์ล ได้ให้ความคิดเห็นว่า สำหรับเขาแล้ว WILLY WONKA & THE CHOCOLATE FACTORY นั้นเป็นอะไรที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลย เขาคิดว่าคนที่เป็นผู้กำกับนั้นไม่มีความสามารถและไหวพริบในการสร้างสรรค์เรื่องราวออกมา แถมโรอาลด์ยังบอกอีกด้วยว่าเขาจะไม่ยื่นมือไปช่วยเหลือ หรือร่วมมือกับทีมนี้อีกแล้วตลอดชีวิต และถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้รู้รายละเอียดเชิงลึกว่าสิ่งที่ผู้เขียนอย่างโรอาลด์ไม่พอใจนั้นคืออะไร แต่เราต่างสัมผัสกันได้ถึง ‘ความคุกรุ่นทางอารมณ์’ ที่โรอาลด์รู้สึกกับตัวภาพยนตร์ได้มากเลยทีเดียว




ตัวอย่างภาพยนตร์


Clip

WILLY WONKA



 


 

9. ONE FLEW OVER THE CUCKOO'S NEST ผลงานการเขียนของ เค็น เคซีย์



ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง

 
ภาพยนตร์เรื่อง ONE FLEW OVER THE CUCKOO'S NEST หรือชื่อภาษาไทยว่า บ้าก็บ้าวะ เรื่องนี้เคยได้รับรางวัลจากเวทีออสการ์มาแล้วในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชาย และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คนที่เป็นนักเขียนอย่างเค็น เคซีย์ภูมิใจแต่อย่างใด และถึงแม้ว่าเขาจะเคยลงทุนลงแรงไปช่วยดูการกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้วถึง 2 สัปดาห์ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาสบายใจขึ้น เพราะผู้กำกับอย่าง ฟอร์แมน ไม่เคยฟังความคิดเห็นของเขาเลย แต่อย่างไรก็ตามทางฝ่ายของภรรยาของเค็นกลับออกมาชื่นชมภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าทำออกมาได้ดี และเธอเองก็ประทับใจมากเลยทีเดียว




ตัวอย่างภาพยนตร์


Clip

One flew over the cuckoo's nest



 


 

10. I AM LEGEND ผลงานการเขียนของ ริชาร์ด แมธเทอสัน



ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง

 
ริชาร์ด แมธเทอสัน ได้ให้ความคิดเห็นกับภาพยนตร์เรื่อง I am legend ว่า เขาไม่เข้าใจว่าทำไมวงการฮอลลีวู้ดถึงไหนสนอกสนใจผลงานของเขานักหนา ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เคยให้ความสนใจอะไรกับมันเลย รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง The Last Man on Earth ที่เข้าฉายในปี 1964 ด้วย ว่าเขาค่อนข้างจะผิดหวังกับมัน เพราะเขาไม่เชื่อเลยว่าทางผู้สร้างจะไม่ดำเนินเนื้อเรื่องเหมือนอย่างที่เขาเขียน ถึงแม้ว่าจะได้นักแสดงนำที่มีชื่อเสียงอย่างวินเซนต์ ไพรส์มาเล่นให้ แต่อย่างไรก็ตาม ความคิดของริชาร์ดก็ได้เปลี่ยนไปหลังจากได้เห็นกระแสตอบรับจากคนดูที่ค่อนข้างไปในทิศทางที่ดี




ตัวอย่างภาพยนตร์



Clip

I am Legend



 


 
น้องๆ จะเห็นกันว่า ภาพยนตร์บางเรื่องในสายตาของคนดูอย่างเราอาจจะมองว่ามันสนุกและน่าประทับใจมาก แต่ในสายตาของผู้ที่สร้างสรรค์เรื่องราวเหล่านั้นขึ้นมา กลับคิดเห็นตรงข้าม ทั้งนี้อาจจะมาจากความคาดหวังในสิ่งที่ยิ่งกว่าจากคนที่เป็นผู้กำกับ และถึงแม้ว่าจะไม่ได้ดี หรือความคาดหวังไม่ได้ถูกเติมเต็มเท่าที่ควรจะเป็น แต่อย่างน้อยพวกเขาแค่หวังอยากจะให้เรื่องราวมันดำเนินไปในทิศทางที่ควรจะเป็น ไม่ละทิ้งตัวละคร ฉาก หรือสถานการณ์ที่สำคัญบางอย่างที่พวกเขาตั้งใจสร้างสรรค์มันออกมาให้หายไป แต่พี่ก็เข้าใจ เพราะในมุมของผู้กำกับอาจจะปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอให้มันพอดีกับเวลาในการสื่อสารออกไป เพราะมันค่อนข้างจะจำกัด ดังนั้นเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนกับทุกฝ่าย ทางคนดูอย่างเราก็ขอเสพความบันเทิงอยู่เงียบๆ ต่อไปก็แล้วกันนะ (ฮา)

 
พี่นัทตี้ :)


 
ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก
https://www.troab.com/authors-hated-movie-versions-of-their-books/ 
http://mentalfloss.com/article/31001/11-authors-who-hated-movie-versions-their-books
https://www.ranker.com/list/authors-who-hated-movie-adaptations-of-their-books/anncasano

 
ทำทั้งทีต้องเอาให้ปัง! ชวนอ่านเรื่องราวของนักเขียนที่ไม่พอใจที่มีการนำผลงานของตัวเองมาดัดแปลง

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nutty

พี่นัทตี้ - ผู้เขียน

บุคคลผู้เสพติดการดูหนังแนวสยองขวัญ ที่มีความฝันอยากจะเป็นนักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ภาพยนตร์ #นวนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป