9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส []

วิว



9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส



สวัสดีและยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่เทศกาลแห่งความสุขค่า อย่างที่ทุกคนพอจะทราบกันดีว่า เดือนธันวาคม นั้นเป็นเดือนแห่งการให้ แถมยังเป็นเดือนแห่งความสุขและความสนุกอีกต่างหาก ประชาชนทุกคนทั้งในประเทศและต่างประเทศก็ล้วนแต่จะตื่นเต้นและรอคอยการมาถึงของวันคริสต์มาสนี้กัน บางครอบครัวในต่างประเทศก็จะมีธรรมเนียมในการแขวนถุงเท้าไว้ตามปล่องไฟ รอคอยให้ซานต้าเอาของขวัญมาใส่ให้ ซึ่งความเชื่อเรื่องซานต้านั้นก็ไม่ได้มีแค่เรื่องเล่าที่เป็นตำนานเท่านั้น แต่มันยังเกี่ยวข้องกับอีกหลากหลายเรื่องราวที่อาจจะฟังดูแปลกประหลาดจนเราอาจจะงงว่าเอ๊ะ แบบนี้ก็ได้หรอ ซึ่งบทความของเราในวันนี้จะพาน้องๆ นักอ่านทุกคนไปพบกับ 9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจแห่งวันคริสต์มาสกันค่า ไปอ่านกัน! 

 
9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส


 

Krampus (แครมปัส)

 
แครมปัส หรือที่บางคนเรียกกันว่า ปีศาจร้ายในคราบซานต้านั้นมีความแตกต่างจากซานตาคลอสที่เราเคยรู้จักกันตรงที่ บนหัวของมันนั้นมีเขาแหลมคม ตามตัวมีขนสีดำ แถมยังมีกรงเล็บที่แหลมคมอีกต่างหาก และเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นปีศาจเลยทำให้หน้าที่ของมันแตกต่างจากซานตาคลอสที่เรารู้จักกันอย่างสิ้นเชิง เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกันเลยล่ะ และถึงแม้ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของแครมปัสนั้นจะไม่ชัดเจน จนไม่สามารถระบุได้ว่านี่แหละคือที่มาของปีศาจร้ายตนนี้จริงๆ แต่นักมานุษยวิทยาส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า แครมปัสอาจจะมีต้นกำเนิดมาจากการหลอมรวมเข้าด้วยกันของปีศาจในศตวรรษที่ 15 และ 16 หรือบ้างก็เชื่อกันว่าแครมปัส เป็นลูกของเทพเจ้าแห่งความตายในปกรณัมของชาวนอร์สนั่นเอง

 
9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส
ภาพจาก www.westword.com

 
โดยบทบาทของแครมปัสตามเรื่องเล่าที่เล่าต่อๆ กันมานั้นกล่าวว่า เป็นประจำทุกวันคริสต์มาส แครมปัสจะออกมาเดินขออาหารและเครื่องดื่ม (แอลกอฮอล์) ตามบ้าน รวมถึงการจับเด็กไม่ดีไปลงนรกด้วยกัน จึงกลายเป็นที่มาที่คนเป็นพ่อเป็นแม่มักจะบอกลูกๆ ของตนว่า ถ้าหากทำตัวไม่ดี ดื้อ ไม่เชื่อฟัง แครมปัสจะมาจับเด็กๆ เหล่านั้นไปยังนรก ดังนั้นปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาสตนนี้จึงกลายเป็นปีศาจที่เด็กๆ พากันกลัว และหวาดผวากันเลยแหละ




 

Frau Perchta (แม่มดปีศาจ)


เด็กๆ ชาวยุโรปส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับตำนานของแม่มดปีศาจตนนี้กันมาก่อนอยู่แล้ว แต่สำหรับเด็กไทยอย่างเราคงจะไม่เคยได้ยิน หรือคุ้นหูกันชื่อ Frau Perchta นี้กันสักเท่าไหร่ โดย Frau Perchta หรือแม่มดปีศาจนี่เรียกได้ว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเด็กดื้อเลยแหละ (ใครที่มั่นใจว่าตัวเองไม่ดื้อก็ไม่ต้องกลัว!) โดยแม่มดปีศาจตนนี้จะแอบเข้ามาในบ้านของคุณในคืนวันฉลองเทศกาลคริสต์มาส โดยเธอจะทิ้งเหรียญสีเงินไว้ในรองเท้าของคุณ แทนการใส่ของขวัญไว้ในถุงเท้าเหมือนซานต้าเขาทำกัน โดยเด็กคนไหนที่ได้เหรียญเงินก็เหมือนเป็นคำเตือนให้พวกเขาระวังการมาของแม่มดตนนี้เอาไว้ให้ดี เพราะเธอจะเล่นคุณจนอ่วมแน่นอน!

 
9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส
ภาพจาก www.horrornewsnetwork.net

 
โดยปกติแล้วแม่มดตนนี้จะปรากฏตัวด้วยภาพของสาวสวยที่แต่งตัวด้วยชุดสีขาวเหมือนหิมะ หรือไม่ก็กลายร่างเป็นหญิงชราแก่ๆ มีใบหน้าที่กำลังแสดงอารมณ์ร้ายกาจ และบางตำนานก็อ้างว่าเท้าของเธอข้างหนึ่งจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเท้าอีกข้าง รวมถึงบางคนก็เชื่อกันว่า กริมม์ อาจจะเป็นตัวแทนหรือหุ่นจำลองของเธอก็เป็นได้ นอกเหนือจากความชั่วร้ายที่ยากจะจินตนาการของแม่มดตนนี้แล้ว บางตำนานยังนำไปผนวกเข้าคู่กันกับแครมปัสอีกด้วย โดยในตำนานนั้นกล่าวว่า แครมปัสมักจะปรากฏตัวพร้อมๆ กันกับ Frau Pertchta และบ้างก็กล่าวว่าถ้าคนที่พบเห็นเธอมอบความจริงใจและพูดคุยกับเธอดีๆ เธอก็จะไม่ทำอะไร แต่ถ้าคุณร้ายกับเธอเมื่อไหร่ ก็เตรียมตัวรับการลงโทษจากแม่มดสาวตนนี้กันได้เลย!




 

Grla and the Yule Lads (กลีล่า)


ปีศาจร้ายตนนี้เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของเด็กๆ ชาวไอซ์แลนด์เขาเลยจ้ะ เพราะทุกวันคริสต์มาสเด็กๆ ส่วนใหญ่มักจะได้รับคำเตือนให้ระวังการมาของกลีล่าตนนี้กันนักต่อนัก โดยกลีล่านั้นเป็นยักษ์ที่อาศัยอยู่บนเทือกเขา มักจะออกมาเร่ร่อนในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวเพื่อจัดการหาเด็ก ก่อนจะจับเด็กมาทำเป็นอาหารกิน โดยกลีล่าอยู่ในฐานะแม่ที่เลี้ยงดูลูกๆ ยักษ์ (หรือบ้างก็เรียกกันว่าโทรลล์) อีก 13 ตัว ดังนั้นเหตุผลที่เธอเดินทางเข้ามาในเมืองก็เพื่อหาอาหารไปเลี้ยงลูกทั้ง 13 ของเธอนั้นเอง 

 
9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส
ภาพจาก https://adventures.is

 
เรื่องเล่าของกลีล่ากลายเป็นเรื่องสยองขวัญสำหรับเด็กในที่สุด จนทำให้รัฐบาลไอซ์แลนด์ต้องออกมาห้ามไม่ให้ใช้ตำนานของเธอในการเลี้ยงลูก และเปลี่ยนความสยองขวัญเหล่านี้ให้กลายเป็นความสนุกสนานแทน ดังนั้นปัจจุบันนี้เราจึงไม่ค่อยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับปีศาจตนนี้กันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าไปถามพวกผู้ใหญ่เราอาจจะได้ฟังเรื่องเล่าตามแบบฉบับที่เป็นตำนานกันก็ได้นะ




 

Père Fouettard (มนุษย์กินคนสหายของซานต้า)



9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส
ภาพจาก www.le-lorrain.fr

 
ตำนานของมนุษย์กินคนสหายของซานต้านี้มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 นู้นแล้วจ้ะ โดยในตำนานนั้นเล่าว่า มีเจ้าของโรงแรม และคนขายเนื้อคนหนึ่งได้ลงมือฆ่าและปล้นชายสามคน ก่อนจะหั่นศพออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาทำสตูว์เพื่อทำลายหลักฐาน จนเมื่อเซนต์นิโคลัสรู้เข้าจึงได้ทำการให้อภัยก่อนจะชุบชีวิตเขาใหม่ โดยแลกกับการเดินทางไปไหนมาไหนพร้อมกับนิโคลัสในทุกๆ วันที่ 6 ธันวาคม (คล้ายกับการชำระบาปในอีกทาง) 




 

Knecht Ruprecht (สหายของซานต้า)


Knecht Ruprecht เป็นที่รู้จักกันในประเทศเยอรมัน (โดยเฉพาะเด็กๆ) ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักกันในนามสหายของซานต้า โดย Knecht มักจะปรากฏตัวในชุดเสื้อคลุมสีดำหรือน้ำตาล ถือไม้เท้า และถุงขี้เถ้า ก่อนจะเดินไปขอให้เด็กๆ สวดภาวนาให้ตนเอง ซึ่งถ้าเด็กคนไหนสวดก็จะได้รับขนมปังขิงและช็อคโกแลตเป็นของตอบแทน แต่สำหรับเด็กๆ ที่ไม่ยอมสวดภาวนาก็จะถูกตีด้วยไม้เท้าหรือไม่ก็ถุงขี้เถ้า

 
9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส
ภาพจาก www.swr.de

 
โดยเรื่องราวของ Knecht ยังถูกพูดถึงและนำไปประกอบกับเรื่องเล่าในสมัยยุคกลางว่า Knecht นั้นได้ถือกำเนิดมาจากเหล่าเอลฟ์ที่ประพฤติตัวไม่ดี ชอบดื่มแอลกอฮอล์ อู้งานจนได้รับโทษ แต่บางตำนานยังให้ข้อมูลในอีกแง่หนึ่งที่ว่า Knecht นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพื่อนร่วมงานของนิโคลัส ที่เป็นนักบุญเหมือนๆ กัน




 

Mari Lwyd 



9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส
ภาพจาก http://oldeuropeanculture.blogspot.com

 
ในประเพณีของเวลส์เกี่ยวกับ Mari Lwyd หรือปีศาจม้าตนนี้ ได้ปรากฏหลักฐานครั้งแรกในปี 1800 โดยเป็นการประกวดการแต่งกายที่ประกอบไปด้วย กะโหลกของม้า และการแต่งกายด้วยผ้าสีขาวก่อนจะตกแต่งด้วยริบบิ้นสีๆ อีกที โดยในระหว่างช่วงเทศกาลคริสต์มาสถึงปีใหม่ Mari Lwyd จะทำการเดินไปตามหมู่บ้าน ก่อนจะเคาะประตูเพื่อทำการแสดง ร้องเพลง สร้างความสนุกสนาน ก่อนจะรับเชิญให้ผู้อยู่อาศัยทำการประลองปัญญากับพวกเขา การปรากฏตัวของ Mari Lwyd นี้ หลายคนพากันเชื่อว่ามันแสดงถึงการมาของความโชคดี ซึ่งบ้านไหนที่เปิดประตูต้อนรับพวกเขาจะได้รับการขนานนามว่าจะโชคดีตลอดทั้งปี!




 

Hans Trapp (ขั้วตรงข้ามของซานต้า)


ในประเทศฝรั่งเศสนั้น Hans Trapp ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของฝันร้ายของเด็กๆ ทุกคนกันถ้วนหน้า โดยคนที่เป็นผู้ปกครองส่วนใหญ่มักจะข่มขู่ลูกๆ ของตัวเองว่าถ้าทำตัวไม่ดีปีศาจฮันส์จะมาจับตัวไป ซึ่งแรกเริ่มนั้นตามตำนานได้เล่าว่าฮันส์ไม่ได้เติบโตขึ้นมาเป็นปีศาจเลย เพียงแต่เขาเป็นคนธรรมดาๆ ที่ถูกกล่าวหาว่าบูชาซาตานเสียมากกว่า และเมื่อทางคริสตจักรรู้ว่าฮันส์กำลังทำอะไร พวกเขาเลยได้ทำการหันหลังให้ฮันส์ จนในที่สุดก็อยู่ไม่ได้เลยต้องพาลหลบหนีไปอาศัยอยู่ในป่าในที่สุด

 
9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส
ภาพจาก historycollection.co

 
ทางด้านในป่านั้นฮันส์ได้อาศัยอยู่ตามลำพัง และเขาเองก็ได้โกรธมากที่ตนจะต้องมาสูญเสียทรัพย์สมบัติเพื่อมาใช้ชีวิตอยู่ในป่า จนกลายเป็นการระบายความโกรธกับเด็กหนุ่มนักเดินทางคนหนึ่งที่อยู่แถวๆ กระท่อมของฮันส์ ด้วยความโกรธแค้นจนอยากหาที่ระบาย ฮันส์เลยจัดการสับเด็กชายคนนั้นพร้อมกับโยนชิ้นส่วนของศพใส่ลงในกองไฟในที่สุด!
 



 

Belsnickel 


Belsnickel หรือ เบลสนิคเกิ้ล เป็นสหายอีกคนของเซนต์นิโคลัส แต่เขาไม่ใช่คนที่ดีมากเหมือนเซนต์นิโคลัส เอาเป็นว่าแค่การแต่งกายที่แตกต่างกันก็สามารถทำให้เราพอจะจับทางออกแล้วว่าทั้งสองคนมีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างไร เบลสนิคเกิ้ล ปรากฏตัวในชุดเสื้อผ้าสกปรกที่ทำจากหนังสัตว์และผิวหนัง และมักจะมีพฤติกรรมชอบทำร้ายเด็ก และขโมยขนมรวมถึงของขวัญมาเก็บไว้กับตนเอง

 
9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส
ภาพจาก www.pinterest.com

 
เรื่องของเบลสนิคเกิ้ล นั้นถูกพูดถึงกันเยอะมากในประเทศเยอรมนี ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 โดยเบลสนิคเกิ้ลนั้นจะมีคู่ปรับเป็นแค่เด็กที่ซนๆ แต่เพียงเท่านั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตอนเด็กเบลสนิคเกิ้ลไม่เคยได้รับของขวัญหรือเปล่านะ ถึงได้เก็บเอาไปเป็นปมขนาดนี้




 

Jolakotturinn (ปีศาจแมว)



9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส
ภาพจาก aminoapps.com

 
สำหรับเรื่องราวของปีศาจแมวตัวนี้เกิดขึ้นที่ประเทศไอซ์แลนด์จ้ะ โดยปีศาจแมวนี้กลายเป็นคำขู่ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่สอนบรรดาลูกๆ ของพวกเขาว่า ใครที่ขี้เกียจจะต้องถูกแมวกิน (เอ่อะ แมวเนี่ยนะ) นอกจากนั้นแล้วยังมีการกล่าวถึงแมวอีกด้วยว่า แมวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงของ กลีล่ากับลูกๆ ยักษ์ของเธอ ดังนั้นมันเลยรู้ไงว่าเนื้อของเด็กน่ะอร่อย (เพราะกลีล่าเองก็ชอบกินเนื้อเด็กเหมือนกัน) ดังนั้นถ้าไม่อยากถูกปีศาจแมวกินก็ต้องขยันๆ เข้าไว้นะจ๊ะ

 
9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส

 
นอกจากทั้ง 9 ตำนานเหล่านี้แล้ว ยังมีตำนานเกี่ยวกับปีศาจแห่งวันคริสต์มาสอีกมากมายที่น่าอ่านเอามากๆ ยังไงพี่ก็หวังว่าน้องๆ ทุกคนจะมีความสุขในบรรยากาศของการเฉลิมฉลองในช่วงสิ้นปีนี้กันเป็นอย่างดี มีเงินไหลมาเทมา มีความสุขกับการเรียน การงาน และความรักกันถ้วนหน้านะจ๊ะ (พนมมือรัวๆ) และไว้เรามาเจอกันใหม่ในบทความตอนหน้า สำหรับวันนี้พี่ต้องไปแล้ว บ๊ายบายจ้า

 
พี่นัทตี้ :)

 
ขอบคุณแหล่งที่มาดีๆ จาก

http://mentalfloss.com/article/71999/9-facts-about-krampus-st-nicks-demonic-companion 
http://boredomtherapy.com/frau-perchta/
https://en.wikipedia.org/wiki/Gr%C3%BDla
https://en.wikipedia.org/wiki/P%C3%A8re_Fouettard
https://en.wikipedia.org/wiki/Knecht_Ruprecht
https://en.wikipedia.org/wiki/Mari_Lwyd
http://www.scaryforkids.com/hans-trapp/
http://monstersherethere.com/monster/j%C3%B3lak%C3%B6tturinn-christmas-cat-iceland 
https://www.thoughtco.com/creepy-christmas-monsters-4154307


9 เรื่องเล่าชวนขนลุกเกี่ยวกับปีศาจร้ายแห่งวันคริสต์มาส
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nutty

พี่นัทตี้ - ผู้เขียน

บุคคลผู้เสพติดการดูหนังแนวสยองขวัญ ที่มีความฝันอยากจะเป็นนักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ปีศาจ #คริสต์มาส

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป