ตอบโจทย์คำถามยอดฮิต! อยากเป็นนักเขียน เริ่มจากตรงไหนดี []

วิว

 อยากเป็นนักเขียน เริ่มจากตรงไหนดี   
 
หนึ่งในคำถามที่แอดมินได้รับบ่อยมากที่สุดก็คือ “อยากเป็นนักเขียน จะเริ่มจากตรงไหนดี” มันเป็นคำถามสั้นๆ ง่ายๆ แต่เมื่อหคำตอบแล้ว จะว่าไปก็ยากเหมือนกัน เพราะคำถามนี้ไม่มีคำตอบที่แน่ชัด และนักเขียนแต่ละคนที่ออกผลงานกันทุกวันนี้ พวกเขาต่างก็มีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันทั้งนั้น เอาล่ะ เรามาดูกันไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าว่า ถ้าอยากเป็นนักเขียน ควรจะเริ่มจากตรงไหนดี
 
 ตอบโจทย์คำถามยอดฮิต! อยากเป็นนักเขียน เริ่มจากตรงไหนดี

 
ส่วนที่ 1 : เรื่องพื้นฐานต่างๆ 
อาชีพอื่นๆ มีจุดเริ่มต้นและมีเส้นทางที่ชัดเจน รวมถึงมีสาขาวิชาในมหาวิทยาลัยด้วย แต่อาชีพนักเขียน คุณจะจบสาขาอะไรไม่ได้ส่งผลใดๆ ในเรื่องนี้ ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวคุณเองทั้งนั้น ก่อนอื่นเลย สิ่งที่ต้องทำก็คือ 
ถามตัวเองว่า อยากเป็นนักเขียนเพราะอะไร : ก่อนจะมาเริ่ม เราก็อยากให้ตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า อยากเป็นนักเขียนเพราะอะไร และสิ่งที่เรามองหาจากอาชีพนี้คืออะไร ส่วนใหญ่ก็คือ อยากใช้จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ที่มี ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ หลายคนก็อยากให้มีคนอ่าน อยากมีรายได้ อยากมีชื่อเสียง อยากให้ผลงานได้ตีพิมพ์ ทำละคร ทำซีรี่ส์ การเขียนนั้นเป็นศิลปะ เป็นงานที่หาเงินได้สำหรับบางคน แต่ขณะเดียวกัน สำหรับใครอีกคน มันอาจเป็นงานยาก และหืดขึ้นคอ ซึ่งมันก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า... ใครจะประสบความสำเร็จได้ เพราะอย่างที่บอก อาชีพนี้เป็นศิลปะ ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับคนอ่าน และปัจจัยอื่นๆ หลายๆ อย่างด้วย   
เลือกแนวที่ชอบเขียนหรือแนวที่ถนัดให้ได้ : ทุกคนต้องมีแนวการเขียนในดวงใจ อาจเป็นแนวรักแฟนตาซี รักหวานแหวว แฟนตาซี กำลังภายใน หรือแนวอื่นๆ ถ้าหากว่าเรามีแนวที่ชอบแล้ว ก็สามารถพัฒนาผลงานของเราต่อเนื่องได้ เราจะได้รู้ว่าจะเดินไปทางไหน และคนอ่านของเราคือใคร ก็จะได้สร้างผลงานให้ถูกใจและตรงใจคนอ่านได้ คนอ่านส่วนใหญ่เขาก็มีแนวที่ตัวเองชอบ เมื่อเราชัดเจน คนอ่านก็จะหันมามองเราได้ง่ายขึ้น 
รู้จักคนอ่านอย่างถ่องแท้ : อยากเป็นนักเขียน สิ่งที่เราควรมีคือ หัวการตลาด บางคนอาจจะแย้งว่า... ไม่จริง ไม่จำเป็น แต่อาชีพนักเขียนก็เหมือนการขายของ และคนที่เราขายนิยายให้อ่านก็คือ คนอ่านของเรา เมื่อเราชัดเจนแล้วว่าคนอ่านเป็นแบบไหน เราจะได้รู้แน่ชัดว่าควรสร้างผลงานแบบไหนให้กับพวกเขา ถ้าเขียนนิยาย เรายิ่งต้องเลือกแนวให้ชัดเพราะมันมีหลากหลาย แต่ถ้าเขียนเป็นแบบนอนฟิคชั่น หรือแนวที่ไม่ใช่นิยาย อันนี้เราต้องดูว่าในตลาดต้องการอะไร และเทคนิคหรือความรู้ที่เรามี มันเกี่ยวข้องกับอะไร ละเอียดจริงไหม ลึกจริงไหม ควรนำเสนอแบบไหนอย่างไร  
พัฒนาผลงานและสร้างฐานคนอ่าน : เมื่อรู้แล้วว่าผลงานของตัวเองเป็นแนวไหน ถนัดแนวอะไร ก็ได้เวลาที่จะพัฒนาผลงาน และลงผลงานให้คนอ่านได้ทดลองอ่าน ยิ่งเราลงผลงานมากเท่าไหร่ ก็จะได้รับคำวิจารณ์กลับมา และเราก็มีโอกาสเข้าถึงคนอ่านได้มากขึ้น กระบวนการนี้เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับความขยัน ยิ่งนักเขียนขยันเท่าไหร่ ก็จะยิ่งพัฒนาตัวเองได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น 
 
ส่วนที่ 2 : เริ่มเขียนงานเรื่องแรก 
เขียนงานเรื่องแรก อ่านแล้วดูง่าย แต่พอลงมือจริงๆ มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย ยิ่งการเขียนให้จบเรื่องยิ่งเป็นเรื่องที่ยากมากๆ สิ่งสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นภาคปฏิบัติ และลงมือทำ ซึ่งเราจะขอแบ่งซอยให้เป็นสามข้อสั้นๆ ดังนี้ 
วางแผน : สำหรับนักเขียนมืออาชีพ การเขียนให้จบอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับนักเขียนหน้าใหม่ การเขียนให้จบนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะพวกเขาไม่มีความรู้อะไรมาก่อน สิ่งที่เราอยากแนะนำก่อนเลยคือ สร้างตัวละครขึ้นมา สร้างโลกของพวกเขา และวางพล็อต ทั้งสามข้อนี้ สั้นๆ ง่ายๆ แต่ว่าทำยากมาก ซึ่งก็อยากคลี่คลายให้ว่า... ไม่จำเป็นต้องทำแบบชัดเจน จะทำแบบหลวมๆ ไว้ก็ได้ แล้วค่อยใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ลงไปในภายหลัง  
ลงมือเขียนอย่างมืออาชีพ : พอมาถึงส่วนเขียนนิยาย อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ยากกว่าส่วนวางพล็อตเสียอีก เพราะหน้าที่ของเราคือต้องโฟกัส ต้องชัดเจนและต้องมุ่งหน้าไปจนกว่าจะจบ สำหรับคนที่ไม่ได้ทำงาน เรื่องแบ่งเวลาอาจไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าทำงานหรือเรียนไปด้วย การแบ่งเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก ควรกำหนดไปเลยว่าในแต่ละวันจะมีช่วงเวลาเขียนนานเท่าไหร่ ปริมาณหน้าที่จะเขียนให้ได้คือเท่าไหร่ เมื่อกำหนดได้ชัดเจนแล้ว ก็ควรทำให้ได้ตามที่วางไว้ นักเขียนบางคน เขียนได้แค่วันละไม่กี่ชั่วโมง แต่ถ้าสร้างผลงานออกมาได้ในปริมาณที่น่าพอใจ ก็ถือว่ามาถูกทางแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเป็นมืออาชีพ นักเขียนบางคนชอบเขียนช่วงเช้า บางคนชอบเขียนกลางคืน ก็แค่วางแผนให้เหมาะสมกับตัวเอง และเขียนให้เต็มที่ 
รีไรท์เพื่อให้เข้าที่เข้าทาง : ไม่มีนักเขียนคนไหนเขียนงานครั้งแรกแล้วดีเลย ทุกคนต้องผ่านกระบวนการรีไรท์ ปรับแก้ไขเพื่อให้ผลงานลงตัวมากขึ้น เหมือนที่มีคำกล่าวว่า... งานชิ้นแรกไม่ใช่งานที่ดี หลังจากเขียนจบแล้ว ให้ปล่อยทิ้งงานเอาไว้ก่อนสักพัก แล้วค่อยกลับมาอ่านอีกครั้ง
 
ส่วนที่ 3 : ลุยต่อ ไปต่อ 
เมื่อได้เริ่มเขียนแล้ว สิ่งที่อยากให้ระลึกไว้เสมอก็คือ เป้าหมายของเราคืออะไรกันแน่ และต้องชัดเจนกับมัน ไม่ใช่ว่าเขียนไปเรื่องนึงแล้วก็ลืม เลิกเขียนแล้ว หรือเขียนไปได้แป๊บนึง เกิดเบื่อ ก็เปลี่ยนแนวไปเลยดีกว่า ไม่เอาแนวเดิมแล้ว การจะเป็นนักเขียนต้องยืนหยัดและต้องอดทนมากๆ เหมือนที่มีคำกล่าวว่า นักเขียนนั้นมีส่วนประกอบคือพรสวรรค์ 1% อีก 99% เป็นพรแสวง 
สร้างชื่อและทำตลาด : เมื่อเราเขียนนิยายได้จบแล้ว หน้าที่ต่อไปคือสร้างแบรนด์ของตัวเอง หาจุดเด่นในงานให้เจอและนำเสนอให้คนอ่านได้รู้จัก เพราะในตลาดนั้นมีนักเขียนอยู่มากมาย ถ้าเราหาจุดเด่นของตัวเองพบและหยิบมานำเสนอได้ ก็จะทำให้เรากลายเป็นคนโดดเด่นและแตกต่าง เป็นที่จดจำ 
คิดถึงการเขียนตัวละครที่เกี่ยวเนื่องกัน : มีนักเขียนในปัจจุบันมากมายที่ทำแบบนี้ คือเมื่อสร้างนิยายขึ้นมาเรื่องหนึ่ง กำหนดตัวละครเรียบร้อยแล้ว ก็นำตัวละครคู่รองหรือตัวละครที่โดดเด่นได้รับความนิยมไปสร้างเป็นผลงานเรื่องต่อไป เราขอสนับสนุนให้นักเขียนทุกคนลองทำ เพราะดีต่อคุณและตัวละครของคุณเอง เป็นการขยายไอเดียและคุณเองก็จะจริงจังกับการสร้างตัวละครทุกตัว ทำให้เนื้อเรื่องน่าสนใจมากขึ้น 
 
เอาล่ะ เมื่อรู้อย่างนี้ก็เลิกถามตัวเองได้แล้วว่าควรเริ่มจากตรงไหนดี แต่ว่าควรจะเริ่มต้นได้แล้ว!!!
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี  
 
 ตอบโจทย์คำถามยอดฮิต! อยากเป็นนักเขียน เริ่มจากตรงไหนดี
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #อยากเป็นนักเขียน #เริ่มเป็นนักเขียนอย่างไร #เขียนนิยายเรื่องแรก #เคล็ดลับเขียนนิยาย #เทคนิคเขียนนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?