/>

อยากเขียนเก่งเหรอ! เลี้ยงแมวสิ รวม 10 เทคนิคไม่น่าเชื่อ เขียนนิยายให้เก่งขึ้นจากนักเขียนทั่วโลก []

วิว

อยากเขียนเก่งเหรอ! เลี้ยงแมวสิ
รวม 10 เทคนิคไม่น่าเชื่อ เขียนนิยายให้เก่งขึ้นจากนักเขียนทั่วโลก
 
 
มีประโยคหนึ่งที่อธิบายความเป็นนักเขียนได้ดีที่สุด ประโยคนั้นคือ “ไม่มีนักเขียนคนไหนไม่เคยเจอประสบการณ์เขียนไม่ออก” เพียงแต่ใจความสำคัญอยู่ที่ว่า เมื่อเจอเรื่องแบบนี้ พวกเขาก้าวข้ามผ่านมาได้อย่างไร และอะไรทำให้พวกเขาสามารถก้าวมาถึงจุดที่นิยายได้ตีพิมพ์ วางจำหน่ายและได้รับความนิยม วันนี้แอดมินชวนนักเขียนและนักอยากเขียนทุกคนไปฟังเคล็ดลับน่าสนใจจากนักเขียนมืออาชีพค่ะ ดูซิว่าเขาใช้เทคนิคอะไรทำให้เขียนนิยายได้ดีขึ้นบ้าง เผื่อเรานำมาประยุกต์ใช้กับตัวเองได้
 
 
ฮิลารี เมนทัล : เย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองบ้างก็ช่วยได้ในบางเวลา
ฮิลารี เมนทัลบอกว่า “หนึ่งในคุณสมบัติที่นักเขียนที่ดีควรจะมีคือความมั่นใจในตัวเองไปจนถึงเย่อหยิ่ง แต่มันต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา ถ้าเราเชื่อในความสามารถของตัวเองมากพอ เราก็จะยืนหยัดจะสร้างผลงานแปลกใหม่ได้ แม้คนทั้งโลกอาจไม่เห็นด้วย แต่ถ้าคุณแน่ใจ ก็เขียนออกมาเลย บางทีมันอาจจะตอบโจทย์ตลาดก็ได้ ใครจะไปรู้”  
 
ลีโอ ตอลสตอย และเอชพี เลิฟคราฟท์ : เลือกช่วงเวลาที่เราเขียนได้ดีที่สุด 
ตอลสตอยเชื่อเรื่องการเริ่มต้นวันด้วยการเขียน “ผมมักจะเขียนตอนเช้าเสมอ ได้ยินมาว่ารุสโซ่เองก็ชอบตื่นเช้า มาเดินเล่นสักพัก  จากนั้นก็ลงมือทำงาน ช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่สมองสดชื่น แจ่มใส ความคิดดีๆ มักจะเกิดหลังจากเราตื่นนอนได้ไม่นาน บางทีนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง พล็อตก็มาแล้ว หรือบางทีเดินเล่นอยู่ก็คิดอะไรออกได้แบบไม่น่าเชื่อ” ส่วนเลิฟคราฟท์ ตรงกันข้าม เขาชอบเขียนตอนดึกๆ เพราะเชื่อว่า “ตอนกลางคืนทุกอย่างเงียบสงบ นักฝันจะได้ใช้เวลาของตัวเอง ได้ใช้แรงบันดาลใจและความสามารถอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาอันเงียบงัน ถ้าอยากเป็นนักเขียน ควรลองเขียนตอนกลางคืนดู บรรยากาศมันได้จริงๆ” 
 
วิลเลี่ยม โฟล์กเนอร์ : อ่านเพื่อเขียน 
“อ่านทุกอย่าง ทั้งงานดี ไม่ดี งานคลาสสิก งานที่เราชอบและไม่ชอบ แล้วดูเอาว่านักเขียนเขาใช้วิธีไหน จงทำตัวให้เหมือนช่างไม้ที่ศึกษางานของคนที่เหนือกว่า เมื่ออ่านจนเต็มที่แล้วก็เขียนออกมา จะได้รู้ว่าดีหรือไม่ดี ถ้าดีก็เก็บไว้ ถ้าไม่ดีก็โยนทิ้งไป” 
 
แคทเธอรีน แมนสฟิลด์ : เขียนงานไม่ดีก็ดีกว่าไม่เขียนอะไรเลย
อีกหนึ่งประโยคยอดฮิตที่คนอยากเป็นนักเขียนทุกคนควรนำไปใช้ก็คือ ถ้าอยากเป็นนักเขียนเราต้องเขียนงานออกมา หากว่าไม่เขียนเราก็ไม่มีวันจะเป็นนักเขียนได้ แมนสฟิลด์บอกว่า “เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันจะเขียนสม่ำเสมอ และมีความคิดว่า ถ้าไม่เขียนอะไรออกมาเลยก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จ เขียนงานที่ไม่ดี ก็ยังดีกว่าไม่เขียนอะไรเลย” 
 
เออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์ : เมื่อเขียนถึงจุดที่ดีที่สุด ให้หยุดเขียน 
คำแนะนำนี้อาจฟังแล้วแปลกมาก เพราะทุกคนคงคิดว่าถ้าเขียนถึงจุดพีคก็ต้องเขียนต่อไปสิ ตักตวงให้เต็มที่ อย่างนั้นถึงจะดีไม่ใช่หรือ แต่เฮมมิ่งเวย์ นักเขียนชื่อดังบอกไว้ว่า “ควรจะหยุดเมื่อเขียนถึงจุดที่ดีที่สุด และอย่ากังวลว่า... วันต่อมาจะเขียนอะไรต่อ เมื่อเขียนถึงจุดที่ดีที่สุดแล้ว จิตใต้สำนึกจะทำงานต่อไป และทำให้เราได้งานที่ต่อเนื่องเอง แต่ถ้าเอาแต่คิดว่าหรือกังวลเกินไป จะส่งผลต่อสมอง ทำให้เหนื่อยล้าและไม่อยากเขียนต่อ เมื่อเขียนได้เต็มที่ รู้สึกพอใจมากๆ ก็ต้องหยุดไปพักบ้าง” 
 
จอห์น สไตน์เบ็ค : ไม่ต้องเขียนเยอะ แต่ต้องได้คุณภาพ
นักเขียนหลายๆ คนกังวลเรื่องจำนวนหน้าที่จะเขียนได้ สไตน์เบ็คเชื่อว่า เราไม่ควรกังวลว่าต้องเขียนให้จบๆๆๆ แต่ควรจะคิดถึงคุณภาพงานเขียนมากกว่า เขียนได้แค่วันละหน้าแต่มีคุณภาพมากๆ ดีกว่าเขียนวันละ 400 หน้าแต่เขียนไม่รู้เรื่องเลย 
 
มิแรนด้า จูลาย : อย่ากังวลกับงานที่ไม่ดี เขียนออกมาเถอะนะ 
“สมัยเขียนนิยายใหม่ๆ ฉันคิดมากมาก เพราะกลัวว่างานจะห่วย ก็เลยคิดแต่ว่า ต้องรอให้ดีกว่านี้ค่อยเขียน ณ จุดนั้น ฉันไม่ได้คิดเรื่องการรีไรท์เลย คิดแต่ว่า... รอจังหวะก่อน ตอนนี้ยังไม่พร้อม ยังไม่แน่ใจ ก็ยังไม่เขียน เหมือนมีแป้งโดห์รออยู่ตรงหน้าแต่ไม่รีบร้อนปั้น และนั่นทำให้ฉันเสียโอกาสไปมากมาย มีคาแร็คเตอร์ตัวละครมากมายที่ฉันควรจะคิดได้ แต่มันก็หายไปเพราะฉันไม่เขียนออกมา เมื่อเวลาผ่านไป ฉันถึงได้ตระหนักได้ว่า... ควรจะเขียนทุกอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรกังวลกับร่างแรกเลย ตราบใดที่เรายังรีไรท์ได้ ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา” 
 
เอฟ. สก็อต ฟิตซ์เจอรัล : อย่าเขียนไปดื่มเหล้าไป (โดยเฉพาะถ้าคุณเขียนนิยายภาคต่อ) 
“หนังสือแต่ละเรื่องควรต้องอาศัยการจัดการและมุมมองหลายๆ อย่าง และระหว่างที่เขียน เราไม่ควรดื่มเหล้าไปด้วย ถ้าเขียนเรื่องสั้นอาจจะพอกล้อมแกล้มไปได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องยาว เราต้องใช้ความเข้มแข็งทางใจในการสร้างแพทเทิร์นและความชัดเจน ควรเสียสละความสุขส่วนตัวบ้าง ยิ่งถ้าเขียนนิยายภาคต่อ ยิ่งไม่ควรดื่มเหล้า เพราะเราต้องใช้สมองในการจดจำตัวละครและฉากต่างๆ” 
 
เซดี้ สมิธ : ออฟไลน์เสมอ 
ชัดเจนค่ะ นักเขียนคนนี้บอกว่า เวลาเขียนนิยายควรใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือที่ต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้ จะได้มีสมาธิ ไม่ใช่เขียนได้ประโยคนึงก็ไปอ่านเฟซ เช็กอินสตาแกรม ถ้าทำแบบนั้นคงไม่อาจเขียนงานได้สม่ำเสมอ 
 
มูเรียล สปาร์ค : เลี้ยงแมวสิ (???) 
แทบไม่น่าเชื่อแต่นักเขียนคนนี้ทำให้เราทึ่งด้วยคำแนะนำที่ว่า ถ้าอยากเขียนนิยายให้ดีขึ้น ควรจะเลี้ยงแมว “ถ้าอยากมีสมาธิกับอะไรสักอย่าง คุณควรเลี้ยงแมว การอยู่ในห้องกับแมว น้องๆ จะมาป้วนเปี้ยนแถวคอมพิวเตอร์และนั่งอยู่ใกล้กับคุณ ลองเปิดโคมไฟดู พวกมันชอบมาก และจะนั่งเงียบๆ ได้สักพัก ความรู้สึกของการมีแมวอยู่ใกล้ๆ จะส่งผลต่อคุณ ทำให้คุณสร้างสมาธิ และเก็บเกี่ยวตัวตนได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ต้องดูแมวตลอดเวลาก็ได้ เพราะแมวก็ชอบอยู่ตัวเดียวเป็นปกติอยู่แล้ว อาจฟังดูแปลกและลึกลับ แต่อิทธิพลที่แมวมีต่อนักเขียนเป็นเรื่องที่พูดยากมากจริงๆ ต้องลองเองถึงจะรู้” 
 
อ่านบทความนี้จบแอดมินก็เลยตกลงใจว่าจะต้องหาแมวมาเลี้ยงแล้วล่ะ น่าสนใจอยู่นะ อิอิ
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
  
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #เคล็ดลับการเขียน #เทคนิคการเขียน #อยากเป็นนักเขียน #เขียนนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?