/>

​50 คำแนะนำเรื่องการเขียนที่ “สตีเฟ่น คิง” อยากบอกนักเขียนหน้าใหม่ []

วิว

50 คำแนะนำเรื่องการเขียนที่ “สตีเฟ่น คิง”
อยากบอกนักเขียนหน้าใหม่

 
หนึ่งในนักเขียนที่แค่เอ่ยชื่อ ทุกคนก็พยักหน้ายอมรับในชื่อเสียง คงหนีไม่พ้น “สตีเฟ่น คิง” เจ้าพ่อวงการนิยายสยองขวัญของสหรัฐอเมริกา เขามีนิยายมากถึง 54 เรื่อง รวมยอดขายได้มากถึง 350 ล้านเล่ม ผลงานถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ซีรี่ส์ การ์ตูน เกม ฯลฯ เรียกว่าเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก จุดเด่นที่นักอ่านพร้อมใจกันโหวตให้นิยายของคิงเป็นที่หนึ่งในดวงใจก็คือ อารมณ์ต่างๆ ในเรื่อง ทั้งความรัก ความสุข โหดร้าย ผิดหวัง โศกเศร้า คิงสามารถถ่ายทอดออกมาได้ตรงไปตรงมา เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก และจุดนี้เอง ที่เราคิดว่า... นักอยากเขียนหรือนักเขียนหน้าใหม่ควรเรียนรู้จากเขา ซึ่งดูเหมือนคิงเองก็รู้ตัวว่าเขามีความสามารถพอจะสอนคนอื่นๆ ได้ ในทุกครั้งที่พูดต่อหน้าสาธารณชน เขาจะทิ้งข้อความอันมีค่าไว้ให้ทุกคนเสมอ และเราได้รวบรวมมาไว้ในบทความนี้แล้ว 50 ข้อความด้วยกัน หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อนักเขียนทั้งหลายได้ไม่มากก็น้อยนะคะ 
 

 
1 “ช่วงเวลาที่น่ากลัวที่สุดคือช่วงเริ่มต้น หลังจากนั้นทุกอย่างจะดีขึ้นเอง” 
 
2 “ไม่จำเป็นต้องเชื่อคำพูดของคนอื่นทุกอย่าง บางครั้งถ้ารู้สึกว่านิยายเราต้องเป็นแบบนี้มันก็ต้องเป็นแบบนี้ เชื่อในสัญชาตญาณนักเขียนของตัวเองดีที่สุด ผมเคยเชื่อว่านักเขียนคนอื่นๆ ฉลาดกว่าและเจ๋งกว่า แต่มันไม่ใช่ความจริงเลย”  
 
3 “บางครั้งการเขียนนิยายก็ยากเกินไปสำหรับนักเขียนที่อายุน้อยๆ เรื่องสั้นอาจเป็นคำตอบที่ดี ผมเองเริ่มจากการเขียนเรื่องสั้นตอนอายุ 18 และขายผลงานเรื่องแรกได้อายุ 20 จากนั้นก็เขียนนิยายออกมาสองสามเล่มแต่ยังไม่เป็นที่ยอมรับเท่าไหร่ หลายเล่มผมว่ามันค่อนข้างแย่จนผมไม่เสียเวลารีไรท์ แต่ผมเขียนเรื่องสั้นได้ดี และสบายใจกับมัน” 
 
4 “อย่าคิดว่ามันเสียเวลา เพราะสุดท้ายคุณจะได้อะไรกลับมาเสมอ อาจมีคนที่ชอบหรือไม่ชอบงานของคุณ แต่อย่างน้อยๆ เขาก็อ่านผลงานของคุณ นั่นแหละที่สำคัญ”
 
5 “เรื่องของวินัยก็สำคัญ ผมเขียนตั้งแต่ 7.30 น. ถึงเที่ยงเกือบทุกวัน แต่ก็อยากกดดันตัวเองเกินไป ถ้าคนในครอบครัวมีเหตุฉุกเฉินหรือต้องการตัวคุณ คุณสามารถยืดหยุ่นได้ แต่สิ่งที่ควรตัดออกเลยคือสิ่งไม่สำคัญอย่างโซเชี่ยล ไม่เอาทวิตเตอร์ ไม่เอาเฟซบุ๊ก ไม่ต้องไปสนใจว่าดาราทำอะไร หรือใครจะไปไหนกับใคร เรามีเวลาเม้าได้ก็จริง แต่เวลาเขียน เราไม่ควรคิดเรื่องพวกนี้ ลองแบ่งเวลาดู สำหรับผม ผมเข้าโซเชี่ยลก่อนนอน เพื่อดูคลิปหมาขำๆ หรืออะไรพวกนี้” 
 
6 “ผมตื่นนอน กินอาหารเช้า เดินเล่นสัก 3 ไมล์ครึ่ง จากนั้นก็กลับบ้าน ตรงไปที่ห้องทำงานเล็กๆ ที่ผมจะวางหน้ากระดาษแผ่นที่เขียนล่าสุดไว้ด้านบนสุด ผมจะอ่านทวนปรับแก้ไข และดึงตัวเองเข้าไปในโลกของนิยาย ผมไม่ได้เขียนทั้งวัน อาจจะเขียนต้นฉบับใหม่ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็อ่านทวนและแก้ไขบางส่วน แล้วก็พิมพ์ส่วนที่ชอบออกมา จากนั้นก็เลิกเขียน” 
 
7 “สำหรับผมส่วนที่สนุกที่สุดของการเขียนนิยายไม่ใช่นิยายที่จบเล่มแล้ว ซึ่งผมไม่ได้แคร์อะไรมากมาย ผมชอบช่วงเวลาระหว่างที่เขียนมากกว่า”  
 
8 “ผมชอบงานเขียนของดี. เอช. ลอว์เรนซ์ และเจมส์ ดิกซี่ ไม่ค่อยโอเคกับ เอมิล โซล่า, สไตน์เบ็ค และฟิตซ์เจอรัล และไม่ชอบเฮมมิ่งเวย์เลย แต่ถ้าคนอื่นชอบก็เรื่องของเขา แต่ถ้าผมต้องเขียนอะไรแบบนั้น มันจะเป็นเรื่องทุกข์ทรมานถึงขีดสุดเพราะมันไม่ใช่ตัวตนของผมเลย อยากให้ทุกคนเขียนนิยายที่เป็นตัวเอง นั่นแหละคือความสุขสูงสุดของคนเป็นนักเขียน” 
 
9 “ตอนเริ่มเขียนเรื่อง Salem’s Lot ผมบอกตัวเองว่านี่คือขั้วตรงข้ามของแดร็กคูล่าที่คนดีเป็นผู้ชนะ ในหนังสือของผม คนดีอาจจะพ่ายแพ้ก็ได้ และทุกคนอาจกลายเป็นแวมไพร์ในตอนจบ อย่าเขียนอะไรที่เหมือนกับหนังสือที่เราอ่าน ปล่อยให้เรื่องเล่าเป็นคนนำทางเราไปเอง” 
 
10 “ผลงานที่ดีควรเน้นที่ตัวละครมากกว่าเหตุการณ์หรือฉากใดๆ การสร้างแรงขับของตัวละครสำคัญมากที่สุด” 
 
11 “เวลาความคิดมันไม่ลงตัวไม่ชัดเจน อยากให้นึกถึงคนอ่าน นักเขียนควรกังวลเรื่องคนอ่านด้วย ถ้าไม่มีพวกเขา คุณจะเขียนไปทำไมล่ะ” 
 
12 “ฆ่าตัวละครที่รักบ้างก็ได้ ถึงมันอาจจะทำให้คุณเจ็บก็เถอะ”
 
13 “แบ็คกราวด์เยอะเกินไปใช่ว่าจะดี การเขียนเรื่องประวัติตัวละครไว้บ้างเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเยอะเกินไป มันจะไม่น่าสนใจเอา”
 
14 “ไม่ต้องใส่สัญลักษณ์เยอะเกินไป มันจะไม่เนียน” 
 
15 “ไวยากรณ์อาจไม่ต้องเป๊ะมากมาย แต่ควรสร้างสำนวนที่ประทับใจคนอ่าน และเล่าเรื่องให้น่าสนใจ”
 
16 “อย่าใช้คำประเภท “ถูกกระทำ” มากจนเกินไป สำนวนแบบนั้นจะเยิ่นเย้อน่ารำคาญ และทำให้คนอ่านรู้สึกแย่”
 
17 “ไม่จำเป็นต้องเขียนประโยคที่สำนวนเป๊ะๆ ตลอด อาจจะมีการผิดพลาดบ้าง นักเขียนที่ดีไม่ควรต้องยึดตามกฎตลอดเวลา แต่ถ้าหากใครชอบก็ไม่ว่ากัน ส่วนผมเป็นนักเขียนกบฎที่ชอบอะไรแปลกๆ การเขียนซ้ำซาก รูปประโยคเรียงกันตลอดจึงเป็นเรื่องน่าเบื่อ” 
 
18 “คำขยายที่มากเกินไป ทำให้นิยายของคุณน่าเบื่อ เวลาเขียนพยายามให้กระชับและชัดเจนน่าจะดีกว่า” 
 
19 “สำนวนการเขียนควรง่ายๆ อ่านง่าย ไม่ยากจนเกินไป” 
 
20 “เวลาเขียนให้ระวังเรื่องผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ บรรยายอย่างระมัดระวัง” 
 
21 “อย่าบรรยายมากเกินไป เพราะถ้าทำแบบนั้น คนอ่านอาจจะไขว้เขวและไม่เข้าใจเนื้อหาที่แท้จริง แต่ไปสนใจแต่เรื่องการบรรยาย” 
 
22 “การตกแต่งถ้อยคำให้สวยหรู คำยาวๆ แทนที่จะทำให้ดูดีมีชั้นเชิง กลับทำให้อ่านยากและน่าเบื่อ” 
 
23 “อยากเขียนเก่งต้องอ่านหนังสือให้เยอะๆ จะได้มีคลังคำ” 
 
24 “ย้ำอีกครั้ง การบรรยายตัวละครที่มากเกินไป ทั้งหูตาจมูกปากเสื้อผ้าต่างๆ อาจทำให้คนอ่านรู้สึกเบื่อได้” 
 
25 “ถ้าอยากเป็นนักเขียนมีแค่สองอย่างคือ อ่านให้เยอะ และสองเขียนให้เยอะ ไม่มีทางลัดที่ง่ายกว่านี้แล้ว” 
 

26 “อย่าลอกงานคนอื่น จงเป็นตัวเอง” 
 
27 “หมวดนิยายเป็นเรื่องสำคัญต่อคนอ่าน จงเลือกหมวดนิยายที่เหมาะกับตัวเอง” 
 
28 “จุดเด่นของงานเขียนคือ “การเล่าเรื่อง””
 
29 “การเขียนเหมือนการเปิดโอกาสให้เราเข้าใจสิ่งที่ไม่รู้จัก มันโดนมันเจ๋ง นักอ่านสามารถใช้ชีวิตได้หลากหลายรูปแบบ อาจเป็นพันแบบ ในขณะที่คนไม่อ่านมีแค่ชีวิตเดียว นักเขียนจึงเหมือนคนสร้างไฟ สร้างชีวิตใหม่ๆ ให้นักอ่าน” 
 
30 “สิ่งที่ผมชอบคือ เวลาเดินเข้าไปในบ้านใครสักคนแล้วขอเข้าห้องน้ำ และเห็นหนังสือมากมายวางอยู่บนฝารองชักโครก เวลาเจออะไรแบบนั้น ผมชอบมาก คนที่อ่านหนังสือในห้องน้ำคือคนพิเศษ นักเขียนทุกคนควรต้องทำนะ”
 
31 “มือสมัครเล่นจะนั่งเฉยๆ รอแรงบันดาลใจ นักเขียนตัวจริงลงมือเขียนเลย”
 
32 “สำหรับหมวดสยองขวัญ มีไอเดียอยู่แค่ 3-4 อย่าง คำถามคือ ในชีวิตนี้เรากินไข่กี่ครั้ง เรื่องนี้ไม่แตกต่างกันเลย เรากินไข่บ่อยมากแต่ทุกครั้งเรามีวิธีปรุงรสให้แตกต่าง การเขียนนิยายก็เหมือนกัน แม้ว่าประเด็นจะเหมือนเดิม แต่เราหาวิธีปรุงใหม่ๆ ได้เสมอ”
 
33 “ผมเขียนเพื่อความสุขมากกว่าอย่างอื่น ถ้าเราทำอะไรด้วยความสุข เราทำได้ตลอดชีวิต” 
 
34 “ผมเขียนเพราะมันเติมเต็มผม ก็ได้เงินมาซื้อบ้านและส่งลูกเข้าเรียนด้วย แต่หลักๆ ผมเขียนเพราะความสุข เวลาเราทุกข์ ตื่นเต้น หมดหวัง หรือมีความหวัง เราอยากจะเขียนระบายลงในหน้ากระดาษ คุณอาจจะเขียนอะไรก็ได้ บรรยากาศแบบไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่หน้ากระดาษว่างๆ แบบนี้ไม่ดีแน่” 
 
35 “เลิกเขียนเพราะยากเกินไป เป็นความคิดที่แย่ พยายามคิดบวก มันช่วยให้คุณไปต่อได้”
 
36 “ต้องกล้าที่จะเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ แตกต่าง ถ้ามันดีก็ดี แต่ถ้าไม่ดีก็ทิ้งมันไป แล้วเริ่มใหม่” 
 
37 “การเขียนไม่ใช่เรื่องของเงินทอง ชื่อเสียง หรือหาเพื่อน สุดท้ายแล้ว งานเขียนของเราควรทำให้คนอ่านและตัวเราเองมีชีวิตที่ดีขึ้น มันคือการสร้างอะไรที่ดีกว่า และมีความสุข” 
 
38 “การเขียนไม่ใช่ชีวิต แต่มันช่วยให้เราเข้าใจและอยู่กับชีวิตได้ดีขึ้น”
 
39 “ไอเดียดีๆ มักผุดมาจากไหนไม่มีใครรู้ หน้าที่ของนักเขียนคือ ต้องเก็บเกี่ยวมันไว้และจดให้ละเอียดทันทีที่มันเกิดขึ้น”
 
40 “จัดโต๊ะเข้ามุม และทุกครั้งที่นั่งลงเขียน ให้เตือนตัวเองว่าทำไมเราถึงไม่ตั้งโต๊ะไว้กลางห้อง ชีวิตคนเราหลายคนเป็นแบบนั้น มันมีแบบแผนของมัน แต่นักเขียนควรลองเขียนอะไรแหวกแนว” 
 
41 “ถ้าเจอทักษะการเขียนที่ใช่ของตัวเอง บอกเลยว่า... เขียนไปเรื่อยๆ เขียนให้เต็มที่ เขียนจนมือเลือดออก ดวงตาอ่อนล้า แทบอยากหลับ แต่ต้องเขียนต้องกลั่นมันออกมา” 
 
42 “การเขียนนิยายไม่ใช่การรอจังหวะเวลา หน้าที่ของคุณคือต้องกำหนดไปเลยว่าจะเขียนตอนไหนเวลาไหน เช่น 9 โมงเช้าถึงเที่ยง 7 โมงเช้าถึงบ่ายสาม หรือเวลาไหนที่คุณต้องการ” 
 
43 “ผมจะไม่พูดย้ำเรื่องความสำคัญของการรีไรท์อีกแล้ว เพราะมันสำคัญมาก” 
 
44 “เมื่อนั่งลงเขียน ผมหลุดเข้าไปในเนื้อเรื่องและทุกอย่างก็หายไปหมด ผมไม่ได้คิดถึงหมวดนิยาย ไม่ได้คิดถึงคำวิจารณ์ หรือใครจะวิเคราะห์นิยายผมยังไง เรื่องพวกนี้ผมไม่สนใจ ผมจะเขียนๆๆๆๆๆ ให้จบ เมื่อดราฟท์แรกจบลง ผมถึงค่อยใส่กรอบต่างๆ เข้าไปให้กับมัน ดราฟท์แรกควรเป็นไอเดียของเราเพียวๆ”  
 
45 “อย่าเอาความเป็นจริงไปใส่นิยาย แต่ให้เอานิยายมาใส่ความเป็นจริง” 
 
46 “เวลาเขียนปิดห้องอยู่เงียบๆ แต่เวลารีไรท์ต้องเปิดใจรับฟังคนอื่น” 
 
47 “ถ้าอยากเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ อาจจะต้องฝึกหยาบคายและตรงไปตรงมาบ้าง เขียนอย่างจริงใจ ไม่ต้องสุภาพมากนัก” 
 
48 “การเขียนห่วยๆ เป็นเรื่องปกติมาก ใครๆ ก็ทำทั้งนั้นแหละ แต่หน้าที่ของเราคือต้องรีไรท์มัน” 
 
49 “ผมเคยคิดถึงงานเก่าๆ ที่เขียนออกมา และคิดว่าตัวเองเขียนไม่ดี แต่สุดท้ายผมก็คิดได้ว่า ใครๆ ก็เคยเป็นทั้งนั้น เพราะทุกอย่างมันอยู่ที่วัย อย่าโทษใคร อาจมีคนวิจารณ์หรือพูดถึงงานเราในแง่ลบ มันเป็นเรื่องปกติ ก็แค่อย่าไปสนใจ” 
 
50 “เรื่องที่สำคัญที่สุดเล่าได้ยากที่สุด เพราะฉะนั้น การตีความความรู้สึกและปล่อยให้ทุกอย่างตกตะกอนจึงสำคัญมาก เวลาเขียนต้องถ่ายทอดออกมาให้ได้” 
   
        
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #สตีเฟ่น คิง #อยากเป็นนักเขียน #เคล็ดลับนักเขียน #เทคนิคการเขียน #คำแนะนำสำหรับนักเขียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?