/>

เปิดโลกวรรณกรรม! 10 เรื่องที่น่ารู้ก่อนอ่าน ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ []

วิว

เปิดโลกวรรณกรรม!
10 เรื่องที่น่ารู้ก่อนอ่าน ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ 

 
สวัสดีค่ะ ชาวนักเขียนนักอ่านทุกคน ในวันนี้ แอดมินขอชวนทุกคนมาคุยเรื่อง ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ วรรณกรรมเยาวชนผลงานของมาร์ค ทเวน นักเขียนที่ได้ชื่อว่ามีชื่อเสียงมากๆ คนหนึ่งของโลก ตัวแอดมินเองเป็นหนอนหนังสือ รักการอ่านแต่เด็ก ก็เลยมีหนังสือเล่มนี้ในครอบครอง และสารภาพว่าชอบมากค่ะ สมัยยังเด็ก สิ่งที่เปิดโลกของเราได้มากที่สุดก็คือ การผจญภัย มันจะมีวัยที่เราหวังว่าจะได้ทำอะไรใหม่ๆ ได้เดินทาง ได้เปิดโลก ได้พบเจอผู้คนใหม่ๆ ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น ยิ่งถ้ามีเรื่องของการเข้าถ้ำ ตามหาสมบัติ ล่องแพไปตามแม่น้ำ พวกนี้นี่ชอบมากๆ ใช่แล้วค่ะ ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ เป็นเรื่องราวแบบนั้น เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่หนีออกจากบ้านและได้พบกับทาสผิวดำ ทั้งคู่ล่องแพไปตามแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ แล้วก็ได้เจอสมบัติ และกลายเป็นคนร่ำรวย ผลงานเรื่องนี้ ตีพิมพ์ออกมาในปี ค.ศ. 1885 ในช่วงที่ประเด็นการเหยียดผิวและทาสกำลังมาแรงมากในสหรัฐฯ นักวิจารณ์หลายคนบอกว่ามันเป็นวรรณกรรมที่สะท้อนถึงสังคมและวัฒนธรรมในสมัยนั้นได้ดีมากๆ วันนี้ แอดมินก็เลยขอพาทุกคนไปรู้จักวรรณกรรมเรื่องนี้ให้มากขึ้นอีกสักนิดค่ะ 
 
ฮัคล่องเรืองไปกับทาสผิวดำชื่อจิม 
 
ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ ปรากฏตัวครั้งแรกใน ทอม ซอว์เยอร์  
วรรณกรรมเรื่องนี้เป็นภาคต่อของทอม ซอว์เยอร์ ซึ่งเป็นผลงานยอดนิยมของมาร์ค ทเวน ฮัคปรากฏตัวครั้งแรกในสภาพย่ำแย่ เขาคือเด็กชายลูกของชายขี้เมา แพ็พ ฟินน์ เขาสวมเสื้อผ้าเก่าขาดของผู้ใหญ่ และนอนอยู่ข้างประตู หรือไม่ก็นอนในถังเปล่าๆ ทว่าแม้จะดูสกปรกมอมแมม ฮัคเป็นคนพิเศษ และมีเด็กมากมายอยากใช้ชีวิตแบบเขา คือมีอิสระ ได้ทำอะไรตามใจปรารถนา ฮัคกับทอมได้ผจญภัยกันในหนังสือหลายๆ เล่มของมาร์ค ทเวน ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักที่ตัดไม่ตายขายไม่ขาด 
 
ตัวละคร ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ ได้แรงบันดาลใจจากเพื่อนสมัยเด็กของมาร์ค ทเวน
เพื่อนคนนั้นชื่อว่า ทอม แบลงเคลชิพ มาร์ค ทเวนบอกว่า... พ่อของเพื่อนคนนี้เป็นคนขี้เมา และกลายมาเป็นตัวแทนของพ่อฮัค ส่วนฮัคเอง ก็จำลองแบบมาจากทอมตัวจริง ซึ่งทเวนบรรยายไว้ว่า ทอมเป็นเด็กข้างถนน ไม่อาบน้ำ ไม่มีอาหารกิน ไม่มีใครใส่ใจ แต่เขาเป็นเด็กดี และมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์คิดว่า ทเวนน่าจะโม้เพื่อให้หนังสือขายดีเสียมากกว่า เพราะเมื่อถูกซักถามหลายๆ ครั้งเข้า เขาก็กลับคำพูดเป็นว่า... “ไม่มีต้นแบบของตัวละครตัวนี้หรอก เขาแต่งขึ้นเอง” 
 
มาร์ค ทเวนใช้เวลาเขียนเรื่องนี้นานถึง 7 ปี   
ทเวนไม่ได้ออกหนังสือเรื่องนี้ในทันที แต่ว่าแบ่งการเขียนออกเป็นสองรอบ รอบแรกจบเมื่อปี ค.ศ. 1876 มีความยาวถึง 400 หน้า แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ปล่อยต้นฉบับทิ้งเอาไว้ ด้วยเหตุผลที่ว่า มันยังไม่ดีพอ เขาเลิกเขียนและหันไปเขียนเรื่องอื่นก่อน จนกระทั่งต่อมาในปี ค.ศ. 1882 ทเวนล่องเรือไปตามแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ และดูเหมือนบรรยากาศที่ได้พบจะเป็นแรงบันดาลใจให้เขากลับมาเขียนฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ต่อจนจบ เดือนสิงหาคม ค.ศ. 1883 เขาต่อเติมผลงานจนยาวมากถึง 900 หน้า เจ้าตัวถึงกับบอกว่าไม่อยากเชื่อว่าจะทำได้ และหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1884 
 
มาร์ค ทเวน แสดงมุมมองเกี่ยวกับเรื่องทาสในหนังสือเรื่องนี้ 
ฮัคเป็นเด็กชายที่โตขึ้นมาทางตอนใต้ก่อนสงครามกลางเมืองของสหรัฐฯ ในยุคนั้น เรื่องทาสเป็นสิ่งปกติ ดังนั้น ฮัคจึงเชื่อว่าการที่เขาช่วยให้จิม ทาสผิวดำหนีเอาตัวรอดเป็นบาป ในฉากหนึ่งที่ฮัคกำลังลังเลว่า... จะส่งจดหมายไปหานายทาสของจิมดีหรือไม่ เพราะถ้าหากเขาปิดบัง ไม่บอกความจริง เขาอาจจะเสี่ยงต่อบาปและทำผิดมาตรฐานของสังคมได้ สุดท้าย มาร์ค ทเวนได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทาสของเขาผ่านทางตัวละครฮัคว่า “ได้ งั้นให้ฉันตกนรกก็แล้วกัน” ฮัคเลือกที่จะฉีกจดหมายทิ้ง จากนั้นก็เลือกที่จะช่วยให้จิมหนีรอดไปได้ มาร์ค ทเวน เกิดในครอบครัวตระกูลดี ลุงของเขามีทาสมากถึง 20 คน แต่เขากลับไม่เห็นด้วยกับเรื่องทาส มาร์ค ทเวนเคยเขียนถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “ผมยังจำภาพทาสผิวดำทั้งชายและหญิงถูกล่ามโซ่ไว้ด้วยกัน ก่อนจะถูกนำไปขายในตลาดได้ ใบหน้าของพวกเขาคือใบหน้าที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น” 
 
เอมเมลีน แกรนเจอร์ฟอร์ดคือตัวละครที่สร้างขึ้นเพื่อเสียดสีนักกวียุควิคทอเรียน 
ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ เป็นหนังสือที่เสียดสีการเมืองและศาสนา รวมถึงแสดงแนวคิดเรื่องวัฒนธรรม ทว่าสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ตัวละครที่มีชื่อว่า เอมเมลีน แกรนเจอร์ฟอร์ด กวีสาวน้อยวัย 15 เชื่อกันว่ามาร์ค ทเวนเขียนถึงตัวละครนี้เพื่อล้อเลียนจูเลีย เอ. มัวร์ นักร้องแห่งมิชิแกน ที่เขียนบทกวีเกี่ยวกับความตายได้แย่มาก เอมเมลีนได้เขียนบทกวีถึงฮัคเช่นกัน และมันเป็นบทกวีที่เลวร้ายมาก ดูเหมือนว่ามาร์ค ทเวนจะใช้ผลงานของเขาเป็นที่ระบายอารมณ์ความรู้สึกเกี่ยวกับสังคมในหลายๆ เรื่อง 
 
ภาพวาดอวัยวะเพศชายเกือบทำให้หนังสือเล่มนี้โดนแบน 
มาร์ค ทเวน ว่าจ้าง อี. ดับเบิลยู. เคมเบิ้ล วัย 23 ปี ให้มาวาดภาพในหนังสือเล่มนี้ มันผ่านกระบวนการทุกอย่างไปจนตีพิมพ์ออกมาเป็นเล่มและวางขาย ก่อนจะถูกตรวจพบว่า... มีภาพอวัยวะเพศของลุงไซลาสที่โผล่ออกมาจากกางเกงอย่างชัดเจน ขณะนั้น หนังสือขายไปได้ 250 เล่มแล้ว มีการเรียกคืนและตีพิมพ์ใหม่ทั้งหมด แต่นักเขียนก็เสียหายไปพอสมควร และถูกวิพากษ์วิจารณ์จนกลายเป็นกระแสสังคมในช่วงเวลานั้น 
 
ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นนวนิยายต้นแบบของวรรณกรรมยุคใหม่ในสหรัฐอเมริกา 
เออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์ เคยกล่าวเอาไว้ว่า “วรรณกรรมอเมริกันยุคใหม่ล้วนได้แรงบันดาลใจจากฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ ไม่มีเรื่องไหนที่ดีกว่าหรือแตกต่างไปจากเรื่องนี้อีกแล้ว” เป็นเรื่องแปลกที่เฮมมิ่งเวย์มองข้ามโมบี้ ดิ๊ก หรือวรรณกรรมเรื่องอื่นๆ เขายืนยันว่า ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ เป็นวรรณกรรมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อวรรณกรรมสมัยใหม่ของสหรัฐฯ ได้มากที่สุด   
 
ตอนจบของเรื่องฮัคเคิ่ลเบอร์รี่ ฟินน์ ทำให้คนอ่านรู้สึกว่า อ้าว...
นักวิจารณ์มากมายไม่ปลื้มกับตอนจบของวรรณกรรมเรื่องนี้สีกเท่าไหร่ ในตอนจบของเรื่อง ฮัคและจิมกลายเป็นเพื่อนซี้กันไปแล้ว และหลังจากได้สมบัติ มันควรจะเป็นการเรียกคืนของฮัคและจิม ที่ไหนได้ เรื่องกลับจบง่ายๆ คือ นายทาสของจิมตัดสินใจปลดปล่อยเขาโดยไม่คิดเอาความและพ่อขี้เมาใจร้ายของฮัคก็ตายไปง่ายๆ สรุปคือ การหนีไปของทั้งคู่เป็นเรื่องสูญเปล่า และตอนจบก็กลายเป็น แฮปปี้เอนดิ้ง แถมมีทอมเข้ามาช่วยฮัคให้ได้ทุกอย่าง ฮัคที่เคยสู้มาตลอดกลับได้อะไรมาง่ายๆ ด้วยเส้นสายจากทอม ตอนจบแบบนี้ทำให้พล็อตที่ซับซ้อนมาตลอดเรื่องกลายเป็นเรื่องไม่จำเป็น และวรรณกรรมเรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องที่จบลงแบบง่ายๆ ไม่มีเหตุผลรองรับ 
 
ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ เป็นหนังสือที่ถูกแบน  
ในปี ค.ศ. 1885 ฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ ถูกแบนในรัฐแมสซาซูเซตส์ ด้วยข้อหานิยายมีเนื้อหาไม่เหมาะสม เพราะมีการพูดถึงเรื่องคนผิวดำ การเหยียดผิว การค้าทาส และหนังสือเรื่องนี้ยังถูกแบนต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลเดียวกัน เชื่อว่ามันถูกแบนมากถึง 200 ครั้ง 
 
การโต้ตอบของ มาร์ค ทเวน เมื่อโดนแบนนิยายอย่างไร้เหตุผล 
ห้องสมุดแห่งหนึ่งในบรู้คลิน แบนทอม ซอว์เยอร์และฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ ด้วยเหตุผลที่ว่ามีคำหยาบปรากฏในเรื่อง ในปี ค.ศ. 1905 มาร์ค ทเวนได้ตอบกลับไว้ดังนี้ 
 
ถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง
 
ผมเข้าใจปัญหาที่คุณพูดมา ผมเขียนเรื่องทอม ซอว์เยอร์ และฮัค ฟินน์ ให้ผู้ใหญ่อ่าน ดังนั้น ผมจะรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ทราบปัญหานี้ ผมเข้าใจว่าสภาพจิตใจของเด็กยังเหมือนผ้าขาว เมื่อรู้สึกอย่างไรแล้วไม่อาจลบล้างได้ ในความเป็นจริง หนังสือเล่มนี้เขียนจากประสบการณ์จริงของผม เป็นชีวิตวัยเด็กที่ไม่เข้าท่าเท่าไหร่ แต่ตอนอายุ 15 ใครๆ ก็พูดแบบนั้น ผมมีคำพูดหลายอย่างที่อยากจะพูดเพื่อปกป้องตัวละครฮัค แต่ก็ขอบอกแค่ว่า... คำพูดของทั้งคู่เป็นคำพูดของเพื่อน เพื่อนก็พูดกันแบบนั้นแหละ 
 
ขอขอบพระคุณ
 
  
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 
http://mentalfloss.com/article/59870/10-facts-about-adventures-huckleberry-finn 
https://en.wikipedia.org/wiki/Adventures_of_Huckleberry_Finn  
https://www.nytimes.com/2011/01/07/books/07huck.html
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ฮัค ฟินน์ #ทอม ซอว์เยอร์ #มาร์ค ทเวน #วรรณกรรมแปล #วรรณกรรมเยาวชน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป