/>

สุดยอดความรักจากแม่ ของ 5 นางในวรรณคดี ที่รักลูกยิ่งกว่าชีวิต... []

วิว

สุดยอด ความรักจากแม่
ของ 5 นางในวรรณคดี
ที่รักลูกยิ่งกว่าชีวิต...

 

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน เข้าสู่เดือนสิงหาคมแล้วนะคะ เดือนที่มีวันสำคัญอย่าง “วันแม่”  ในวันนี้พี่น้ำก็ขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับ ความรักจากแม่ ของ 5 นางในวรรณคดี ที่แค่เอ่ยชื่อ ทุกคนก็น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเราเคยได้อ่านได้ฟังกันมาตั้งแต่เด็กๆ จนถึงปัจจุบันเรื่องราวของเหล่านางในวรรณคดีก็ยังได้รับการพูดถึงมาโดยตลอด  แม่แต่ละคนที่พี่น้ำได้นำมาฝากวันนี้ล้วนมีเรื่องราวความรักที่ยิ่งใหญ่ จะเหนื่อยยากแสนลำบากสักแค่ไหน ก็ต้องต่อสู้อดทนเพื่อปกป้องและมอบความรักให้แก่ลูกของตน เรียกได้ว่า รักลูกยิ่งกว่าชีวิต กันเลยทีเดียว มาเริ่มกันที่คนแรกกันเลยดีกว่าค่ะ
 


 

1. นางพิมพิลาไลย หรือ นางวันทอง แม่ของพลายงาม จากเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

เมื่อพูดถึงชื่อ นางวันทอง น้องๆ คงจะนึกถึงคำที่ว่่า 'วันทองสองใจ' เลยใช่ไหมคะ พี่น้ำว่าชีวิตนางน่าสงสารมากๆ เลยนะคะ เพราะในเรื่องนั้นนางถูกประณามว่าเป็นหญิงสองใจ มีสามีถึงสองคน คือ ขุนช้างกับขุนแผน ซึ่งจริงๆ แล้วนางนั้นรักขุนแผนเพียงผู้เดียว แต่ขุนแผนก็กลับทำร้ายจิตใจนางด้วยการพานางลาวทองภรรยาอีกคนกลับมาจากศึก นางจึงตัดสินใจแต่งงานกับขุนช้างทั้งที่นางไม่ได้รัก  ชีวิตนางไม่เคยได้สงบสุขเลย ขุนแผนกับขุนช้างชิงนางไปมา ระหว่างที่อยู่กับขุนแผนนางก็ท้อง เมื่อกลับมาอยู่กับขุนช้างนางก็คลอดลูกให้ชื่อว่า พลายงาม แต่เมื่อขุนช้างรู้ว่าพลายงามไม่ใช่ลูกของตนก็คิดที่จะฆ่าทิ้ง แต่ยังโชคดีที่พลายงามนั้นรอดมาได้ นางวันทองจึงต้องตัดสินใจให้ลูกหนีไปอยู่ที่อื่นทั้งที่ยังเด็ก หัวอกคนเป็นแม่แทบขาดใจที่ต้องแยกจากลูก มีลูกทั้งทีแต่นางก็ไม่มีโอกาสได้เลี้ยงดูให้เติบใหญ่ได้ เมื่อพลายงามโตเป็นหนุ่มก็มาชิงนางให้กลับไปอยู่กับขุนแผน ขุนช้างโกรธมากจึงแจ้งความนี้แก่พระพันวษา พระพันวษาให้นางเลือกว่าจะอยู่กับขุนแผนหรือขุนช้าง แต่นางเลือกไม่ได้จึงถูกสั่งประหารชีวิต พลายงามก็มาช่วยนางไว้ไม่ทัน นางจึงต้องตายอย่างน่าสงสาร

ถึงแม้ว่านางวันทองจะถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงสองใจ แต่นางก็ยังมีความรักที่บริสุทธิ์มอบให้แก่ลูก นางถือว่าเป็นแม่ที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ด้วยความที่นางทั้งรักทั้งห่วงลูกแม้นางตายไปแล้ววิญญาณก็ยังผูกพันไม่ไปเกิด คอยคุ้มครองปกป้องลูกไม่ห่าง เมื่อตอนที่ลูกจะไปออกศึกนางก็ห่วงกลัวลูกได้รับอันตราย นางถึงขนาดแปลงกายเป็นเปรตไปห้ามทัพไว้เลยทีเดียว คิดดูสิคะว่านางรักลูกมากแค่ไหน ถึงนางตายไปแต่ความรักลูกของนางก็ยังคงอยู่ไม่สิ้นสุดเลยล่ะค่ะ
 


 

2. นางพันธุรัต แม่บุญธรรมของพระสังข์ จากเรื่อง สังข์ทอง

นางพันธุรัต  นี่ก็ถือว่าเป็นสุดยอดคุณเเม่ที่รักลูกยิ่งกว่าชีวิตเลยนะคะ แม้ว่านางจะเป็นยักษ์และไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิดพระสังข์ แต่นางก็เลี้ยงดูพระสังข์ด้วยความรักอันบริสุทธิ์อย่างหมดใจ ต่อให้ตัวต้องตายก็ขอทำเพื่อลูกจนวินาทีสุดท้ายเสียก่อน! ถึงนางจะเป็นยักษ์แต่นางก็ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิดนะคะ ถ้านางโหดร้ายจริงๆ นางก็คงไม่รับพระสังข์มาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมหรอกจริงไหมคะ แถมนางยังทำหน้าที่แม่ได้ดีมากๆ เสียอีกเลี้ยงดูสั่งสอนวิชาแก่พระสังข์ รักพระสังข์อย่างสุดชีวิตถึงแม้ว่าพระสังข์ที่นางทั้งรักและฟูมฟักมาตั้งแต่ยังเล็กไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตัวเองก็ตาม

นางได้เจอกับพระสังข์ตอนที่พระสังข์ถูกลักพาตัวไปถ่วงน้ำ จนได้ท้าวภุชงค์พญานาคช่วยชีวิตเอาไว้ ก่อนจะนำมาฝากฝังให้นางเป็นผู้ดูแล ด้วยความที่นางนั่นเอ็นดูจึงรับพระสังข์มาเป็นบุตรบุญธรรม นางเลี้ยงดูเป็นอย่างดีตั้งแต่เล็กจนโตนานถึง 15 ปี นางสั่งให้บริวารแปลงกายเป็นมนุษย์เพราะเกรงว่าพระสังข์จะกลัวและความจะแตกว่านางไม่ใช่มนุษย์ แต่แล้วความจริงก็ถูกเปิดเผย เมื่อพระสังข์รู้ความจริงจึงตัดสินใจหลบหนี หัวใจนางแทบสลาย ถึงพระสังข์จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่นางก็เลี้ยงดูมาตั้งนาน ทั้งรักและผูกผันเหมือนลูกในไส้ นางออกตามหาและร้องเรียกอ้อนวอนให้พระสังข์ลงมาจากยอดเขา แต่ก็ไม่เป็นผลนางเสียใจจนอกแตกตาย ซึ่งก่อนจะตายก็ยังเขียนมนต์มหาจินดาเรียกเนื้อเรียกปลาไว้ให้พระสังข์ใช้ในการทำมาหากินเลี้ยงชีพ เป็นสมบัติสุดท้ายที่นางได้มอบให้ไว้ก่อนจะสิ้นลม นี่เป็นการแสดงซึ่งความรักอันยิ่งใหญ่ของนางที่แม้ตัวเองจะตายแต่ก็ยังรักยังห่วงและหวังดีกับลูก อย่างน้อยพระสังข์ก็จะได้ดูแลตัวเองได้ถึงแม้ไม่มีนางอยู่ด้วยแล้วก็ตาม
 


 

3. นางขนิษฐา แม่ของเอื้อย จากเรื่อง ปลาบู่ทอง

นางขนิษฐา ที่เรารู้จักกันก็คือเเม่ขนิษฐาที่ไปเกิดใหม่แล้วเกิดใหม่อีกนั่นเองค่ะ แต่ละเหตุการณ์ที่นางเจอนั้นหนักหนาสาหัสมากๆ เริ่มต้นที่นางแต่งงานกับเศรษฐีทารก(ทา-ระ-กะ) นางขนิษฐาเป็นคนจิตใจดี มีเมตตา มีลูกสาวชื่อเอื้อย ถอดแบบมาเหมือนแม่เป๊ะๆ เเต่เศรษฐีก็มีภรรยาอีกคนคือ นางขนิษฐี ที่จิตใจโหดร้าย ไม่เอาการเอางาน มีลูกสาวสองคนคือ อ้ายและอี่  วันหนึ่งนางขนิษฐาก็ออกไปหาปลากับเศรษฐีปกติแต่ยังจับปลาไม่ได้สักตัว พอจับปลาบู่ได้ตัวหนึ่งนางเกิดสงสารขอให้ปล่อยไป เศรษฐีที่กำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ก็เลยพลั้งมือฆ่านางขนิษฐาด้วยไม้พายก่อนจะปล่อยให้นางตกน้ำไป  เมื่อเอื้อยถามหาแม่ก็กล่าวหาว่านางหนีตามชู้ไปแล้ว จากนั้นนางขนิษฐีเเละลูกๆ ของเธอต่างใช้งานเอื้อยพร้อมกลั่นแกล้งสารพัด ทุกวันเอื้อยจะไปร้องไห้ที่ท่าน้ำจนพบกับแม่ขนิษฐาที่ไปเกิดใหม่ในร่างปลาบู่ทอง เอื้อยดีใจมากที่ได้เจอแม่อีกครั้ง แต่เมื่อพวกนางขนิษฐีรู้ว่าปลาบู่ทองคือนางขนิษฐามาเกิดใหม่จึงจับไปทำต้มปลา เอื้อยเสียใจและนำเกล็ดปลาไปฝังดิน คราวนี้แม่ก็มาเกิดเป็นต้นมะเขือ เเต่แล้วก็ต้องโดนกำจัดอีกครั้ง คราวนี้เอื้อยจึงนำเมล็ดมะเขือไปปลูกในป่า รอบนี้แม่ก็มาเกิดเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง  ท้าวพรหมทัตมาพบต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองเข้าอยากได้ไปปลูกในวัง จึงขอให้เอื้อยเชิญแม่เข้าวัง เหตุการณ์นี้เอื้อยจึงได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้าพรหมทัต

ดูเหมือนเรื่องจะจบแบบแฮปปี้แล้วใช่ไหมคะ แต่ยังมีเหตุการณ์ที่โหดร้ายกว่านี้อีกค่ะ เมื่อสามแม่ลูกรู้เข้าก็อิจฉาจึงวางแผนที่จะฆ่าเอื้อย โดยล่อให้มาที่บ้านอ้างว่าพ่อป่วย นางขนิษฐีได้ทำกระดานกลไว้เมื่อเอื้อยเหยียบก็ตกลงไปใต้ถุนบ้านที่มีหม้อต้มน้ำเดือดใบใหญ่ตาย และอ้ายก็สวมรอยเป็นเอื้อยเข้าวังไป วิญญาณเอื้อยก็ไปเกิดเป็นนกแขกเต้า พระเจ้าพรหมทัตทรงนึกเอ็นดูจึงสร้างกรงทองให้ อ้ายเกิดความริษยานกแขกเต้าจึงคิดที่จะฆ่า แต่เอื้อยก็หนีมาได้และมาพบกับพระฤๅษีจึงได้ชุบชีวิตเป็นคนอีกครั้งแล้วก็เสกลูกให้คนหนึ่งชื่อลบกุมาร พอพระเจ้าพรหมทัตรู้ความจริงจึงไปรับเอื้อยและลูกกลับมาอยู่ในวัง

เรื่องราวของสองแม่ลูกช่างน่าสารเสียจริงๆ เมื่อนางยังมีชีวิตในเรื่องความเป็นเเม่นางก็ไม่เคยบกพร่อง เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนและมอบความรักให้เอื้อยเป็นอย่างดี ทั้งยังทำหน้าที่ภรรยาดูเเลปรนนิบัติเศรษฐีทารก ออกไปทำงานหาปลาโดยไม่เกี่ยง ถึงแม้ว่าตัวนางจะตายไปแต่จิตใจที่รักและห่วงลูกก็ยังวนเวียนมาใกล้ๆ เเม้จะไม่ได้อยู่ในร่างเดิมก็ตาม นางยังคอยเฝ้าดูอยู่เคียงข้างเอื้อย คอยรับฟังและปลอบโยนเอื้อยเสมอ แต่ชีวิตของนางก็อาภัพตายไปแล้วได้เกิดใหม่แต่ก็โดนกำจัดเสียทุกทีกว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขก็สาหัสเหลือเกิน  ซึ่งถือว่านางก็ต่อสู้มามากเพื่อจะได้อยู่ข้างๆ ลูกแม้จะเกิดเป็นอะไรก็ตาม  ความรักของนางนั้นไม่เคยตายเลยจริงๆ ไม่ว่านางจะเกิดเป็นอะไรแต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไปก็คือความรักความห่วงใยต่อลูกนั่นเองค่ะ
 


 

4. นางเภา แม่ของพระรถเสน จากเรื่อง นางสิบสอง

นางเภา เป็นแม่อีกคนที่ชีวิตนั้นอาภัพและน่าสงสารมากค่ะ นางต้องทนทุกข์ทรมานจากเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้ตายแต่ก็เหมือนนางตายทั้งเป็นเลยก็ว่าได้ น้องๆ คงจำเรื่องราวของนางสิบสองได้นะคะ พี่น้ำว่าเรื่องนี้ค่อนข้างที่จะหดหู่มากๆ เลยค่ะ เรื่องราวก็คือ ชีวิตของพี่น้องทั้งสิบสองคนที่ลำบากมาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อแม่ยากจนและเลี้ยงไม่ไหว นางเภาและพี่ๆ ทั้ง 12 คน จึงได้รับมาเป็นมเหสีของท้าวรถสิทธิ์ แต่โชคร้ายที่พวกนางถูกนางยักษ์สัตราที่มาทำเสน่ห์ใส่ท้าวรถสิทธิ์สั่งให้ควักลูกตาพวกนางทุกคนขณะที่ตั้งครรภ์ แต่นางเภาที่เป็นน้องคนสุดท้องนั้นโชคดีถูกควักลูกตาไปแค่ข้างเดียว แล้วพวกนางถูกนำไปขังในถ้ำอย่างยากลำบาก ใช้ชีวิตในความมืดมิดจากการที่ตาบอด ไม่มีอาหารให้กินประทังชีวิต นางจึงต้องดูแลพี่น้องทุกคน เมื่อพี่น้องคนอื่นคลอดลูกออกมาลูกก็ตาย เพราะไม่มีอาหารให้กินประทังชีวิตก็ต้องนำลูกมากินเป็นอาหาร

นางเห็นแล้วก็สลดใจ อุ้มท้องมาตั้งนานเมื่อคลอดออกมาลูกกลับไม่มีโอกาสได้เติบโต นางไม่ต้องการฆ่าลูกของตนเองเพราะจิตใจของคนเป็นเเม่ที่รักลูกยิ่งชีวิตไม่อาจฆ่าลูกได้ จึงอธิษฐานขอให้ลูกรอดและนางก็คลอดลูกออกมา นางยอมลำบากเพื่อหาอาหารมาให้พี่น้องกิน แต่ถึงจะลำบากนางก็พยายามเลี้ยงลูกด้วยความรักจนลูกเติบโตมาจนเป็นผู้ใหญ่สามารถหาเลี้ยงแม่และป้าๆ ได้ คอยหาอาหารและออกไปหาเงินมาเลี้ยงดูจนความเป็นอยู่ของทุกคนค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ นับเป็นโชคดีของนางเภามากๆ ค่ะ ถึงแม้นางจะเหลือตาเพียงข้างเดียวแต่อย่างน้อยนางก็ยังมีลูกที่กตัญญูและนึกถึงแม่มากกว่าผู้อื่น บั้นปลายชีวิตนางเภาจึงสบายกว่านางในวรรณคดีคนอื่นมากทีเดียว
 


 

5. พระนางบุญเหลือ แม่ของพระลอ จากเรื่อง ลิลิตพระลอ

พระนางบุญเหลือ ขึ้นชื่อในเรื่องของแม่ที่รักลูกมาก พระนางบุญเหลือนั้นรักพระลออย่างเทิดทูนยอมได้ทุกอย่างเพื่อลูก ในเรื่องลิลิตพระลอนั้นในตอนที่พระลอโดนพระเพื่อนพระแพงทำเสน่ห์ใส่ จนรู้สึกร้อนรุ่มต้องการจะเดินทางไปยังเมืองสรองให้ได้ นางพยายามแก้เสน่ห์ทุกทางเพื่อปกป้องลูกชายของตนและหวังให้ลูกคืนสติ แต่นางก็ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งพระลอไว้ได้ จึงยินยอมปล่อยพระลอให้เดินทางไปหาพระเพื่อนพระแพง

ถึงแม้นางจะรักและห่วงลูกมากแต่นางก็ไม่อาจทนดูลูกเจ็บปวดทุกข์ทรมานได้ แม้ว่านางจะต้องเจ็บปวดที่ปล่อยลูกไปก็ตาม หลังจากพระลอเดินทางไปเมืองสรอง นางก็เป็นผู้ว่าราชการงานเมืองแทนพระลอทั้งหมด ทำหน้าที่แทนลูกไม่ให้ใครมาว่าลูกได้ นางรักพระลอซะยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง ก่อนปล่อยให้ลูกไปนางก็จูบลาลูกชายทั้งน้ำตาจูบลาทุกส่วนไปทั่วจนถึงจูบเท้า เพราะนางรู้ว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ทำเช่นนี้ หากปล่อยให้ลูกไปแล้วนางจะไม่มีโอกาสได้พบลูกอีกครั้งแน่ การจูบสั่งลาของนางก็เหมือนการจดจำทุกๆ ส่วนของลูกชายที่ตัวเองรักเอาไว้นั่นเอง เป็นการยืนยันความรักลึกซึ้งที่ว่า “รักยิ่งตายิ่งตน รักยิ่งชนม์ยิ่งชีพ” อย่างที่เขียนไว้ในวรรณคดี ความรักของพระนางบุญเหลือนั้นยิ่งใหญ่จริงๆ ค่ะ ยอมได้ทุกอย่างเพื่อให้ลูกมีความสุข
 

จบไปแล้วนะคะ สำหรับบทความความรักจากแม่ๆ ในวรรณคดี ที่รักลูกยิ่งกว่าชีวิต แม้ตัวตายก็ยังรัก ยังห่วงลูก ไม่จางหาย ชีวิตที่เจ็บปวดของแม่ๆ ทั้งห้าที่พี่น้ำได้นำมาฝาก แสดงให้เห็นถึงความรักอันยิ่งใหญ่ล้ำค่าที่แม่คนหนึ่งมีให้ลูก ถึงบางคู่จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ก็เฝ้ารัก เฝ้าถนอม แม้ตัวตายไปแล้วจิตก็ยังห่วงลูก อ่านแล้วก็ซาบซึ้งใจ หวังว่าบทความนี้คงมีประโยชน์กับน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนนะคะ วันแม่ปีนี้ก็ อย่าลืมบอกรักคุณแม่ นะคะ สุขสันต์วันแม่ค่ะ เเล้วพบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีค่ะ
 

พี่น้ำ ^^

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nam_

พี่น้ำ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#สาระวรรณกรรม #สุนทรภู่ #วันแม่ #วรรณคดี #Dek-D

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป