/>

3 คอนเซ็ปท์ดีต่อใจนักเขียนของ "ระบบตอนอ่านล่วงหน้า" ระบบที่เปิดให้อ่านฟรี ก็สามารถสร้างรายได้ได้ []

วิว

3 คอนเซ็ปท์ดีต่อใจนักเขียนของ "ระบบตอนอ่านล่วงหน้า"
ระบบที่เปิดให้อ่านฟรี ก็สามารถสร้างรายได้ได้


สวัสดีค่ะชาวนักเขียนทุกคน ระยะหลังๆ เว็บไซต์นิยายออนไลน์จำนวนมากได้เปิดฟังก์ชั่นขายนิยายมาให้นักเขียนได้ทดลองใช้ เพื่อหารายได้พิเศษให้กับงานเขียนของเรากัน เว็บไซต์เด็กดีเองก็เช่นกัน ได้มีการเปิดระบบขายนิยายแบบแพ็กเกจเพื่อให้นักเขียนที่เขียนนิยายจบเรื่องแล้ว ได้หารายได้จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ทว่าดูเหมือนระบบขายจะทำให้นักเขียนหลายๆ คน (รวมทั้งแอดมินด้วย) เกิดคำถามขึ้นในใจว่าเราเคยลงนิยายให้อ่านฟรีมาตลอด พอมาเปิดขายแบบนี้ นักอ่านจะโอเคไหม เกรงใจจัง ต้องมาเก็บเงิน เขาจะมีเงินจ่ายเราไหม และนี่เอง คือที่มาของระบบการขายแบบตอนอ่านล่วงหน้า ซึ่งทางเว็บไซต์เด็กดีได้พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า “เปิดให้อ่านฟรีและสามารถสร้างรายได้ไปพร้อมๆ กัน” โดยแนวคิดการขายแบบ "ตอนอ่านล่วงหน้า" มีคอนเซ็ปท์หลักๆ 3 ข้อที่ดีต่อใจนักเขียนและนักอ่าน สามารถสรุปได้ดังนี้




 

คอนเซ็ปท์ที่ 1 : นักอ่านได้อ่านฟรี นักเขียนได้เงิน

“นักอ่านได้อ่านฟรีและนักเขียนได้เงิน” หลายคนอาจสงสัยว่ามันฟังอุดมคติและเป็นไม่น่าเป็นไปได้จริงหรือเปล่า แอดมินขออธิบายคร่าวๆ คือ ระบบนี้ตอบโจทย์ความหนักใจของนักเขียนที่ว่าถ้าเปิดขาย นักอ่านจะโอเคไหม นั่นคื ระบบการขายแบบตอนอ่านล่วงหน้า เป็นระบบที่นักเขียนสามารถเปิดขายเป็นรายตอน โดยเมื่อนักเขียนเลือกกดขายตอนใดตอนหนึ่ง ระบบจะปิดตอนดังกล่าวไว้เป็นเวลา 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน นิยายเรื่องนั้นจะได้รับการเปิดให้อ่านฟรีอัตโนมัติ เท่ากับว่า ถ้าหากนักอ่านคนไหนอยากสนับสนุนหรืออยากจะรู้เนื้อหานิยายล่วงหน้า ก็อาจจะเลือกจ่ายเงินให้กับนักเขียน ทั้งเพื่อเป็นกำลังใจหรือเพื่อได้อ่านล่วงหน้าเพื่อความฟินส่วนตัว ส่วนนักอ่านคนไหนสามารถรอได้ ไม่รีบร้อน ก็รอจนกว่านิยายเรื่องนั้นๆ ครบ 7 วัน ก็จะอ่านฟรีได้ตามปกตินั่นเอง 
 



 

คอนเซ็ปท์ที่ 2 : เขียนไปขายไปด้วยได้ 

มีนักเขียนหลายคนที่รู้จักว่า กว่าจะเขียนเรื่องจบ ลงเรื่องจบและเปิดขายต้องใช้เวลานานมาก กว่าจะได้รายรับตามต้องการ ก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน ระบบการขายแบบตอนอ่านล่วงหน้า สามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ด้วยแนวคิดง่ายๆ คือ “เขียนไปขายไปก็ได้”

โดยทางเว็บไซต์เด็กดีได้กำหนดเนื้อหานิยายไว้ที่ขั้นต่ำทั้งหมด 10 ตอน เพื่อให้นักอ่านเข้าใจเนื้อเรื่องและรู้สึกอินมากพอ อย่างไรก็ตาม มีนักเขียนในระบบจำนวนมากที่ไม่ได้เปิดนิยายให้อ่านฟรีแค่ 10 ตอน บางคนเปิดกัน 50-70 ตอนไปเลย แล้วค่อยทดลองเปิดขายในระบบการขายแบบตอนอ่านล่วงหน้า แนวคิดนี้แอดมินมองว่าคล้ายๆ กับการให้อ่านฟรีจนรู้สึกว่าชอบและรักเนื้อเรื่อง รักตัวละคร รักนักเขียนจนเกิดความผูกพันอยากสนับสนุน อยากมอบรายได้ให้เป็นกำลังใจ ซึ่งจะว่าไปก็คล้ายๆ กับระบบ Donate หรือบริจาค แต่เป็นระบบบริจาคที่นักอ่านก็ได้อ่านนิยายก่อนใคร และนักเขียนเองก็ได้รับกำลังใจตอบแทนมาเป็นเงิน ทำให้อยากจะพัฒนาผลงานต่อได้ด้วย 
 




 

คอนเซ็ปท์ที่  3 : ช่วยให้เราเขียนนิยายได้ดีขึ้น 

หลายคนอาจสงสัยว่าการขายนิยายช่วยให้เราเขียนนิยายได้ดีขึ้นได้ยังไง แอดมินขอบอกตรงๆ ดังนี้ค่ะ แม้จะฟังเจ็บปวดและอาจจะทำร้ายจิตใจอยู่บ้าง แต่เราก็ต้องยอมรับว่ายอดขายนิยาย สอดคล้องกับความนิยมของนิยายเรา ถ้าหากมีนักอ่านเต็มใจที่จะซื้อนิยายของเรา ย่อมหมายความว่าเราเขียนนิยายได้ดีและผลงานของเราน่าติดตาม น่าอ่าน เป็นที่ยอมรับ

แต่ถ้าไม่มีนักอ่านอุดหนุน ไม่สนใจ นิยายของเราไม่ได้รับการตอบรับ นั่นก็อาจหมายความได้สองทางคือ หนึ่ง นิยายของเราไม่มีจังหวะการเปิดตัวที่ดี ไม่มีคนอ่านเห็นหรือเข้าถึงได้มากเท่าที่ควร และสอง นิยายของเรายังไม่ดีพอ ซึ่งถ้าเป็นตามข้อหนึ่ง สิ่งที่เรานักเขียนทำได้คือ พยายามเพิ่มช่องทางการเข้าถึงนิยาย เช่น เปิดเพจ หาพื้นที่สำหรับโพสต์ พยายามลงนิยายให้ตรงเวลา เขียนสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน ส่วนถ้าเป็นเหตุผลข้อสองารยอมรับอย่างตรงไปตรงมาคือสิ่งที่ดีที่สุด เมื่อยอมรับแล้ว เราควรจะทดลองพิจารณาตัวเลขทางสถิติที่ปรากฎในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นยอดคนเข้าอ่าน ยอดขายที่ได้ ยอดความเห็น แอดมินแนะนำให้จดเอาไว้ให้ละเอียด ถ้าหากมีความเห็นที่เกี่ยวกับนิยาย เช่น บรรยายยังไม่ดี ไม่น่าอ่าน อ่านแล้วไม่ราบรื่น ตัวละครไม่สมจริง หรืออะไรก็ตามที่ฟังแล้วรู้สึกแย่ ให้ปิดทิ้งไปก่อน รอสักพัก แล้วค่อยกลับมาอ่านอีกครั้งด้วยใจที่เป็นกลาง และลองนำมาคิดพิจารณาดู เพื่อพัฒนาผลงานของเราให้ดีขึ้น

ส่วนเรื่องยอดคนเข้าอ่านและยอดขายก็สำคัญเช่นกัน ลองพิจารณาดูว่ามันมากหรือน้อยอย่างไร แนะนำให้ทำสถิติจดเอาไว้ว่าแต่ละตอนได้รายรับเท่าไหร่ เทียบเป็นสัดส่วนกับยอดคนเข้าอ่าน จะได้รู้ว่า คนอ่านจำนวนเท่าไหร่ ขายได้เท่าไหร่ ลองเปรียบเทียบออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ และทดลองปรับการเขียน เปลี่ยนการขาย เช่น ถ้าเคยขายตอนธรรมดาๆ อาจจะเปลี่ยนเป็นขายตอนพิเศษ ถ้าตอนที่ขายนั้น ตอนก่อนหน้ามียอดคนเข้าอ่านไม่เยอะ ก็ลองไปขายตอนถัดจากตอนที่ยอดคนเข้าอ่านเยอะ แล้วนำสถิติมาเปรียบเทียบกันดูอีกครั้ง จะได้รู้ว่ามันสัมพันธ์กันหรือไม่ ลองทำเป็นไฟล์ Excel เพื่อเปรียบเทียบในแต่ละตอนดูค่ะ จะได้รู้ว่ารายรับแต่ละตอนเป็นอย่างไร หลายคนอาจบอกว่ายากจัง ไม่ถนัดเรื่องตัวเลขเลย แต่เชื่อแอดมินเถอะค่ะว่าในปัจจุบัน มันเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญทีเดียว นักเขียนเรียนรู้เรื่องพวกนี้ไว้ก็เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง เหมือนเป็นอีกทักษะหนึ่งที่ถ้าทำได้ ก็จะส่งผลดี และทำให้เราสร้างผลงานได้ดีขึ้นด้วย อยากเป็นนักเขียน ต้องพัฒนาในทุกๆ ด้านนะคะ  




 

********************

 

แนะนำครบแล้วสำหรับ 3 คอนเซ็ปท์สั้นๆ ของระบบการขายแบบตอนอ่านล่วงหน้าหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับนักเขียนทั้งหน้าใหม่และเก่าได้ไม่มากก็น้อยนะคะ อยากให้ระบบสามารถใช้ได้จริงและส่งผลดีต่อนักเขียนทุกคนค่ะ ยังไงใครสนใจก็มาลองใช้ดูนะคะ มีความเห็นเพิ่มเติมอะไรก็ส่งเข้ามาได้ทางอีเมล writer@dek-d.com ค่ะ แอดมินทั้งหลายก็จะนำความเห็นทุกความเห็นมาพิจารณาเพื่อพัฒนาระบบที่ใช้งานได้จริงและดีต่อนักเขียนทุกคนในอนาคตค่ะ 



ทีมงานนักเขียนเด็กดี 
 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ขายนิยาย #ระบบขายนิยายเด็กดี #ขายนิยายรายตอน #ขายนิยายบนเว็บ แล้วได้เงินจริงหรือ? #ขายนิยาย ออนไลน์ #ขายตอนล่วงหน้า #อ่านตอนล่วงหน้า #ขายนิยายเด็กดี #ระบบตอนอ่านล่วงหน้า #ระบบอ่านล่วงหน้า

บทความที่นิยมอ่านต่อ

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      มันกำหนดได้ไหมครับว่า สามารถกำหนดวันขายวันไหน เช่น วันที่ 1 ลงปกติ แล้วตอนอื่นๆ ปล่อยขายล่วงหน้า และต้องการปล่อยเป็นวันเว้นวัน หรือสามวันครั้ง หรืออาทิตย์ละครั้ง ในกรณีที่นักเขียนต้องการทำการตลาดขายอีบุ๊ค


      เหตุผลเพราะนิยายบางเรื่องเนื้อเรื่องในตอนยาวมาก พวกเขาไม่สามารถลงทุกวันได้ ไม่งั้นในด้านการตลาดของเขาจะล้มเหลวและขายอีบุ๊คไม่ได้


      ถ้าทำได้คนอาจจะไม่ซื้ออีบุ๊คจริง แต่จะเอาเงินมาซื้ออ่านล่วงหน้าแทน ซึ่งถ้าลงจบนักเขียนอาจเปิดขายแพ็คเก็ต หรือปิดตอนขายอีบุ๊คตามหลังได้อยู่


      ตอนนี้ผมว่านักเขียนกับทางเวปต้องทำการตลาดร่วมกันนะครับ การบังคับเจ็ดวันมันเป็นอะไรที่จำกัดเกินไป และไม่น่าจะเวิร์ค นักเขียนอาจจะงง ลงแบบผิดพลาดได้ สุดท้ายความนิยมก็หาย จากตัวอย่างที่หลายคนเจอมา


      ยังยืนยันว่าระบบตอนนี้เป็นอะไรที่ไม่น่าใช้ครับ

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?