/>

อลิซผจญภัยในแดนมหัศจรรย์เกี่ยวอะไรกับแนวคิดสงครามของนายพลชาวเยอรมัน []

วิว

อลิซผจญภัยในแดนมหัศจรรย์
เกี่ยวอะไรกับแนวคิดสงครามของนายพลชาวเยอรมัน

 
สวัสดีค่ะ ชาวนักอ่านนักเขียนเด็กดีทุกคน ถ้าใครติดตามบทความต่างๆ ของแอดมิน น่าจะสังเกตได้ว่าแอดมินเป็นแฟนพันธุ์แท้ของอลิซผจญภัยในแดนมหัศจรรย์และเคยทำบทความเกี่ยวกับวรรณกรรมเรื่องนี้ออกมามากมาย ซึ่งนี่แหละความประทับใจของแอดมินที่มีต่อวรรณกรรมเรื่องนี้ นั่นคือการพลิกแง่มุมมาเล่นได้หลากหลาย พูดถึงกี่ครั้งก็มีเรื่องให้แปลกใจได้ทุกครั้ง สำหรับในวันนี้ เรามาเปิดประเด็นในแง่สงครามกันดีกว่าค่ะ
 
คาร์ล ฟอน เคลาเซวิทซ์ : ซุนวูแห่งเยอรมัน เจ้าของทฤษฎีวิพากษ์เรื่องสงคราม  
มีแนวคิดอยู่แนวคิดนึง เรียกกันว่า Clausewitzian เจ้าของแนวคิดนี้คือ คาร์ล ฟอน เคลาเซวิทซ์ (Carl von Clausewitz) เขาเป็นพลเอกและนักทฤษฎีทางทหารชาวเยอรมัน ผู้เน้นย้ำแง่มุมทาง "จิตใจ" และการเมืองของสงคราม ได้ชื่อว่าเป็นซุนวูแห่งเยอรมัน ตำราพิชัยสงครามของเขามีชื่อว่า On War แม้จะเขียนไม่จบแต่ก็ได้รับคำวิจารณ์ว่าโดดเด่นและน่าสนใจมาก ประโยคหนึ่งที่เจ้าตัวพูดไว้คือ “การสงสารนักรบที่ต้องล้มลุกคลุกคลานบนโลกของคนขอทาน เป็นเรื่องเลวร้ายของคนฉลาด การไม่คิดถึงมัน การทำตัวเหนือกฎให้เราอยู่เหนือคนอื่นได้ และทำให้เรามีความสุขได้” คำพูดอันชาญฉลาดของเขายังรวมไปถึงประโยคที่ว่า “ไม่มีแผนยุทธศาสตร์ใดหลีกเลี่ยงการปะทะกับข้าศึกไปได้” หมายความว่าการทำสงครามไม่ว่าจะด้วยอาวุธหรือทางเศรษฐกิจ ต้องมีเป้าหมายแน่ชัด จะชนะสงครามให้ได้ต้องรวบรวมสรรพกำลังทั้งหมดทำลายเป้าหมายนั้นให้สิ้น
 
อลิซผจญภัยในแดนมหัศจรรย์อธิบายแนวคิดของเคลาเซวิทซ์เพิ่มเติมด้วยประโยคที่ดูเหมือนไม่มีเหตุผลที่ว่า “ทำไมอีกาถึงชอบโต๊ะเขียนหนังสือ?” นักวิจารณ์หลายคนวิพากษ์วิจารณ์คำพูดประโยคนี้ และจนทุกวันนี้ก็ยังมีข้อถกเถียงว่าแท้จริงแล้ว ลูอิส แครอลล์หมายถึงอะไรกันแน่ แน่นอนมันไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่โดยรวมแล้ว แนวคิดของคนฉลาดสอดคล้องกับแนวคิดของเคลาเซวิทซ์ เคลาเซวิทซ์เชื่อว่าคนฉลาดจะทำตัวเหนือกฎทั้งปวง และวอนเดอร์แลนด์หรือดินแดนมหัศจรรย์ ก็คือสถานที่ที่อลิซได้สร้างขึ้น เพื่อที่เธอจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในนั้น หลายคนมองว่าการที่อลิซสร้างวอนเดอร์แลนด์ขึ้นเพราะเธอต้องเผชิญกับสงครามในตัวเอง อลิซจึงเปรียบเสมือนคนฉลาดที่เคลาซาวิทซ์ให้คำนิยามไว้ในประโยคเด็ดของเขา นั่นคือทำตัวเหนือกฎ เป็นคนฉลาด การอยู่เหนือกฎ อยู่เหนือคนอื่น ทำให้เรามีความสุขได้
 

 
ในตำราพิชัยสงครามชื่อ On War ของเคลาเซวิทซ์ไม่ได้เป็นแค่ทฤษฎีสงคราม แต่ยังได้อธิบายว่าทำไมสงครามตามความเป็นจริงถึงล้มเหลวและถูกต่อต้าน ไม่อาจสร้างทฤษฎีที่ชัดเจนใดๆ ได้ เคลาเซวิทซ์ยังได้พูดเพิ่มเติมด้วยว่า ถึงแม้การสร้างทฤษฎีสงครามจะมีข้อจำกัด ไม่อาจสร้างรูปแบบที่ชัดเจนได้ หรือไม่อาจสร้างรูปแบบที่สมจริง นำไปใช้ได้จริงในทุกๆ ครั้งที่มันเกิดขึ้น แต่มันก็เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอยู่ดี เคลาเซวิทซ์ได้สร้างข้อโต้เถียงของการสร้างกฎ ไปจนถึงระบบที่ส่งผลให้สงครามดำเนินไปได้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขาเชื่อว่าสงครามนั้นไม่มีข้อจำกัด ไร้ขอบเขต และไม่มีทิศทางที่ชัดเจน และผลที่เกิดจากสงคราม ก็ไร้ข้อจำกัดไม่แตกต่างจากธรรมชาติ เราไม่อาจคำนวณหรือประเมินความรุนแรงอันเกิดจากการปะทะกันของมนุษย์ได้
 
เคลาเซวิทซ์แยกแยะเหตุผลที่ทำให้เราไม่อาจสร้างทฤษฎีสงครามได้ออกมาสามข้อ ตัวเอกจำต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากรอบด้าน เหตุผลนี้ทำให้ผลลัพธ์นั้นแตกต่างกันไปตามโอกาส เหตุผลและอารมณ์ และสามข้อสำคัญคือ ความไม่แน่นอนของข้อมูล, การสื่อสารแลกเปลี่ยนกันของศัตรู และศีลธรรมจรรยาหรืออำนาจทางจิตวิญญาณของมนุษย์ เคลาเซวิทซ์คัดค้านแนวคิดของโจมินิเรื่องพิกัดและตำแหน่งในการทำสงคราม เขาเชื่อว่าการใช้ทฤษฎีพวกนี้จะไปกำหนดคุณสมบัติและกำหนดพฤติกรรมที่ชัดเจน สำหรับเคลาเซวิทซ์ มันเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะในสงคราม ไม่มีการตัดสินใจใดๆ ที่แน่นอน เขาจึงไม่เชื่อว่าทฤษฎีเชิงบวกใช้ได้จริงกับสงครามใด แต่ทฤษฎีของเคลาเซวิทซ์ก็ไม่ได้สนับสนุนให้ผู้นำทางสงครามตัดสินใจโดยไม่เชื่อถือในทฤษฎีใด หรือขาดแนวคิดที่ชัดเจนก่อนลงมือทำอะไร  
 
เคลาเซวิทซ์ไม่ได้บอกว่าทฤษฎีสงครามเป็นไปไม่ได้ เขาแค่บอกว่ามันมีข้อจำกัดที่ไม่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจใดๆ โดยเฉพาะกับคนฉลาด ผู้ซึ่งไม่อาจโดนกรอบแนวคิดใดๆ ครอบงำได้ ยิ่งฉลาดและมีทักษะมากเท่าไหร่ ไม่ควรที่จะเชื่อแนวคิดใดๆ ชัดเจน เคลาเซวิทซ์อธิบายว่าคนฉลาดนั้นไม่อาจอธิบายได้ด้วยทฤษฎีใด โดยเฉพาะคนที่ฉลาดโดยธรรมชาติ ทฤษฎีที่ไม่อาจสร้างได้เลยคือ ทฤษฎีเรื่องผู้นำในสงคราม เพราะคนฉลาดไม่ได้มีลักษณะที่ตายตัว หรือการแสดงออกถึงตัวตนที่ชัดเจน ผู้นำในสงครามเกิดขึ้นได้เพราะเก่งกาจ และไม่เหมือนใคร ไม่ใช่ว่าเขาจะมีจุดที่เหมือนใครได้ง่ายๆ หรือถ้ามี ก็ไม่ใช่ว่าจะเหมือนกันไปเสียทุกคน
 
แน่นอนว่าไม่ใช่คนฉลาดระดับอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ สัญชาตญาณดี ความรู้แน่นเสมอไป บางคนอาจไม่ได้มีมันสมองดีแต่ว่าตัดสินใจเก่ง รู้จังหวะรู้เวลา บางคนอาจแค่เรียกได้ว่าเก่ง ไม่ได้ถึงขั้นอัจฉริยะ อย่างเช่นนโปเลียน เคลาเซวิทซ์เขียนไว้ว่า เขามีกองทหารที่ฉลาดด้วย ไม่ได้ฉลาดด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว หรือนายพลเจมส์ แมททิส ก็ไม่ใช่คนฉลาดที่สุด เขาเป็นคนที่พูดไว้ว่า “ผมใช้ช่วงเวลา 30 ปีเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการตัดสินใจเพียงแค่ 3 วินาที” ทุกสิ่งทุกอย่างของเขาเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ ไม่ใช่ความฉลาดอันเกิดมาพร้อมกับตัว แต่สิ่งที่เหมือนกันมากๆ เลยก็คือ คนฉลาดระดับนี้มักจะทำตัวเหนือกฎต่างๆ คิดไม่เหมือนใคร ไม่มีทฤษฎีรองรับการตัดสินใจ และเมื่อมาเจอกับสถานการณ์บางอย่าง พวกเขาจะคิดได้รวดเร็วฉับไวและตัดสินใจจากสัญชาตญาณ โดยอิงจากประสบการณ์ แนวคิด และตัวตนของตัวเอง  
 
อลิซตรงกับแนวคิดสงครามของเคลาเซวิทซ์อย่างไร
เราวกกลับมาที่อลิซกันดีกว่า วรรณกรรมเรื่องนี้เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1865 ผู้เขียนเป็นนักคณิตศาสตร์ และช่วงที่เขาเขียนผลงานเรื่องนี้เป็นยุควิคทอเรียน ถือเป็นจุดเริ่มต้นยุคทองของวรรณกรรมเด็ก แสดงให้เห็นถึงวาทกรรมเกี่ยวกับความไร้สาระ อลิซกระโดดลงไปในโพรงกระต่ายและเดินทางไปยังวอนเดอร์แลนด์ เธอได้พบกับสิ่งมีชีวิตแปลกๆ มากมาย ตั้งแต่กระต่ายขาว แมวเชไชร์ แมดแฮทเทอร์ และราชินีโพแดง ผู้ซึ่งมีแนวคิดทัศนคติแตกต่างจากคนอื่น ล้วนแต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยอารมณ์ทำตัวคล้ายกับเด็ก นั่นคือไม่สนใจใคร คิดถึงแต่ตัวเอง งานเขียนของแครอลล์ดูเหมือนไม่ได้คำนึงถึงความเป็นจริง แต่เมื่ออ้างอิงทฤษฎีคณิตศาสตร์แล้ว มันก็พอได้ จะว่ามันไม่สมเหตุสมผลก็ไม่เชิง จะว่ามันไร้เหตุผลก็ไม่ได้ เป็นงานเขียนที่ทำให้คนอ่านสับสนและต้องใช้สมองอย่างมาก หลายคนบอกว่าคนที่อ่านอลิซเข้าใจนั่นคืออัจฉริยะ และหลายๆ คนก็บอกว่าคนเขียนนั่นแหละอัจฉริยะตัวจริง แต่แน่นอนสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ วรรณกรรมเรื่องนี้ได้รับความนิยมและสร้างกระแสให้กับสังคมในยุคนั้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ และส่งต่อความนิยมมาจนปัจจุบัน
 
นอกเหนือจากการได้เจอกับความไม่แน่นอนต่างๆ นานา อลิซก็ต้องเผชิญกับความไร้สาระ เรื่องราวที่อธิบายไม่ได้ แต่ก็ไม่เชิงจะไม่มีเหตุผลเสียทีเดียว มีหลายครั้งในชีวิตที่เราต้องเจอกับช่วงเวลาที่อธิบายไม่ได้ และไอ้ช่วงเวลาเหล่านี้แหละที่เคลาเซวิทซ์บอกว่ามันอยู่เหนือการสร้างทฤษฎีใดๆ และไม่มีทฤษฎีใดที่อธิบายได้ อลิซยังโชคดีตรงที่เธอเป็นคนกำหนดและสร้างวอนเดอร์แลนด์ขึ้น หลังจากตกลงไป เธอเริ่มตระหนักได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นดูจะเป็นไปไม่ได้ และดูจะแปลกๆ เสียจริงๆ ทุกอย่างแปลกขึ้นๆ และแปลกขึ้นทุกที สุดท้ายเธอก็หาหนทางแก้ไขในแบบของตัวเองได้พบ พร้อมกับพบว่าความจริงไม่ได้สำคัญอะไรเลย มันอยู่ที่ว่าเราคิดอย่างไรและถ้าเราหาคำตอบที่พอใจกับตัวเองได้ก็น่าจะพอ
 
ตัวละครเอกอย่างอลิซ ดูจะสามารถเรียนรู้ถึงข้อจำกัดของชีวิตแทนที่จะไปสร้างอะไรใหม่ๆ ให้วุ่นวาย เธอไม่ได้สนใจสร้างอะไรใหม่ๆ หาหนทางใหม่ๆ แค่ดำเนินชีวิตไปเรื่อยๆ ปล่อยให้เรื่องแปลกๆ เข้ามาเซอร์ไพรซ์ ขำบ้างเป็นระยะ ไม่เครียดไม่กดดันไม่มองหาเหตุผล ก็แค่ไว้ใจสิ่งที่เกิดขึ้น แม้มันอาจจะดูไม่สมจริง หรือดูเหมือนสถานการณ์เกินมือ อลิซก็ปล่อยวางและไปต่อ วอนเดอร์แลนด์เต็มไปด้วยเรื่องราวแปลกๆ แต่อลิซไม่ได้สนใจจะสร้างทฤษฎีหรือสร้างแนวคิดใดๆ หลังตกลงไปในโพรงกระต่าย เธออยากรู้อยากเห็นหลายๆ อย่าง และเรียนรู้จากสิ่งที่พบเจอ เช่นกุญแจทองคำดอกเล็กๆ ที่ได้ เธอก็เอามาเปิดประตู ได้เจอกับสวนที่สวยมากๆ อลิซสรุปกับตัวเองว่า ไปต่อได้ ไม่ต้องคิดอะไร เมื่อเจอขวดที่เขียนว่า “ดื่มฉันสิ” อลิซทำแบบที่คนฉลาดทำกัน เธอคิดวนไปวนมา แต่สุดท้ายแล้วก็พบว่ากฎง่ายๆ คือ ถ้าขวดนี้ไม่มียาพิษ ไม่ได้เขียนว่ายาพิษ เธอก็คงจะดื่มมันได้ และเธอก็ดื่มเลยทันที ซึ่งมันช่วยให้ตัวเธอเล็กลงและสุดท้ายก็ผ่านเข้าประตูบานจิ๋วได้ เป็นการตัดสินใจเฉพาะหน้าอย่างที่เคลาเซวิทซ์เขียนไว้ว่า “ตัวละครหลักควรจะรู้ข้อจำกัดเรื่องความรู้ของตัวเองและสร้างกุญแจเพื่อหาทางออก ด้วยการนำข้อจำกัดนั้นมาสะท้อนตัวตน ด้วยวิถีทางที่น่าสนใจมากขึ้น”
 
คนฉลาดยังต้องยืดหยุ่นและไม่ได้ยึดติดอะไรกับหลักการมากมาย ควรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ยิ่งถ้าเจอกับการกระทำของคนอื่น ก็อาจจะต้องนำมาคิด อลิซก็ได้เจอกับเหตุการณ์ยืดหยุ่นต่างๆ ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงขนาดของร่างกาย ระหว่างการเดินทางในวอนเดอร์แลนด์ อลิซได้ดื่มยา กินขนม กินเห็ด เพื่อปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม ทำให้เธอผ่านพ้นไปได้ ทั้งหมดนี้คือความยืดหยุ่นอย่างที่สุด ด้วยความเป็นเด็ก เธออยากรู้อยากเห็นแต่ก็ยืดหยุ่นและระมัดระวัง ทุกการกระทำของเธอแม้ไม่มีเหตุผลแต่ไม่ได้ไร้สาระเสียทีเดียว เธอคิดเสมอว่าเพราะอะไรถึงควรทำหรือไม่ควรทำ และเธอก็ทำด้วยความเต็มใจ ส่วนใหญ่แล้วเราไม่ได้เห็นอลิซย้อนกลับมาเสียใจกับการกระทำของตัวเอง แนวคิดของเคลาเซวิทซ์ที่พูดถึงผู้นำทางสงครามก็เป็นแบบนั้น
 
คนฉลาดไม่จำเป็นต้องขอคำแนะนำใดๆ จากใคร อาจมีช็อตที่อลิซขอความเห็นจากเจ้าหนอนผีเสื้อว่า จะกินเห็ดด้านไหนดีถึงจะเหมาะ แต่สุดท้ายเธอก็ลงมือทำด้วยตัวเอง ตัดสินใจด้วยตัวเอง คิดด้วยตัวเอง ด้วยความยืดหยุ่นของคนฉลาด จะทำให้พวกเขามองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในชีวิต ตรงตามที่เคลาเซวิทซ์เขียนไว้ว่า “ความรู้ที่สั่งสมจากการใช้ชีวิต จะนำไปสู่พลังอำนาจในการตัดสินใจ” เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงตอนท้ายๆ ที่ราชินีโพแดงบอกให้ “ตัดหัวมันซะ” อลิซตอบโต้อย่างว่องไวว่า “ใครแคร์กัน ในเมื่อพระองค์เป็นแค่แผ่นกระดาษ” อลิซเข้าใจตัวเองแล้วและรู้วิธีโต้ตอบที่เหมาะสม ความรู้ต่างๆ ทำให้เธอเติบโต และเรียนรู้ที่จะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนเธอต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะก้าวไปถึงจุดของคนเป็นอัจฉริยะ แต่นั่นก็คือก้าวแรก
 
เคลาเซวิทซ์เขียนบางอย่างเอาไว้ ซึ่งเราเชื่อว่าแครอลล์น่าจะเห็นด้วยนั่นคือ “สิ่งที่คนฉลาดทำอาจจะดีกว่ากฎและทฤษฎีข้อไหนๆ เสียอีก และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาเป็นคนฉลาด” แต่เคลาเซวิทซ์ก็ไม่เชิงจะบอกว่าทฤษฎีต่างๆ ไร้เหตุผลอะไรขนาดนั้น เพราะเขาเขียนเอาไว้ว่า ไม่มีความจำเป็นต้องคัดค้านทฤษฎีใดเต็มๆ นอกจากจะมีเหตุผลที่ดีมากๆ จริงๆ ส่วนใหญ่เขาเชื่อว่าคนฉลาดจะยอมรับทุกแนวคิดและเก็บเอาไว้เป็นความรู้เพื่อรับมือกับชีวิต คนฉลาดตัวจริงอาจหมายถึงแมดแฮทเทอร์ ซึ่งดูจะแกล้งบ้าไปเลย ทำตัวพูดจาประหลาดไปเลย แต่ก็นั่นแหละ เรายังอยากจะเหมือนอลิซมากกว่า เพราะอลิซนั้นเป็นคนที่สร้างความสมดุลระหว่างชีวิตจริงกับแนวคิดต่างๆ ได้ดีกว่า ในขณะที่แฮทเทอร์ไม่เชื่ออะไรเลยจนดูจะกลายเป็นคนบ้า บางทีการแสวงหาตัวตนที่เหมาะสม เราก็ต้องอาศัยความเป็นกลางบ้าง ยืดหยุ่นและมองคนอื่นบ้าง นั่นแหละคืออำนาจที่แท้จริงในการใช้ชีวิต รวมไปถึงอำนาจในการมีชัยเหนือสงครามตามแนวคิดของเคลาเซวิทซ์
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
https://thestrategybridge.org/the-bridge/2016/2/4/down-the-rabbit-hole-alice-and-the-experience-of-clausewitzian-genius
https://www.theguardian.com/books/2015/mar/20/alice-in-wonderland-what-does-it-all-mean
https://www.independent.co.uk/news/science/evolution-theory-latest-research-red-king-effect-alice-in-wonderland-a7208876.html


 
Deep Sound แสดงความรู้สึก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #อลิซผจญภัยในแดนมหัศจรรย์ #อลิซ #ลูอิส แครอลล์ #วรรณกรรมเยาวชน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป