/>

รู้ไหมว่า การเขียนนิยายช่วยให้เราเข้าใจตัวเองได้ มาเขียนนิยายเรื่องแรกกัน! []

วิว
รู้ไหมว่า การเขียนนิยายช่วยให้เราเข้าใจตัวเองได้
มาเขียนนิยายเรื่องแรกกัน!

 
หากใครกำลังสงสัยในตัวเอง ไม่แน่ใจว่าเราเป็นคนอย่างไร สับสน หาคำตอบไม่ได้ ไม่รู้อนาคต มาเลยค่ะ เราแนะนำว่าลองเขียนนิยายดู อาจจะเยียวยาตัวเองได้แบบไม่น่าเชื่อก็ได้นะ!!

หลายคนคัดค้านว่า เขียนนิยายเนี่ยนะ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ใช้เวลานาน และต้องใช้จินตนาการเต็มที่ ที่สำคัญอุปสรรคหลักๆ คงไม่พ้นคำว่า “เราจะเริ่มเขียนได้อย่างไร” ยิ่งต้องมานั่งจ้องหน้าเวิร์ดเปล่าๆ ยิ่งหงุดหงิดอารมณ์เสีย แถมยังต้องพบเจออาการเขียนไม่ออก นึกคำไม่ได้เป็นระยะ นอกจากนี้ คุณก็ยังเกิดคำถามว่า… เอ๊ะ ฉันจะเขียนไปทำไม เขียนเพื่ออะไร เสียเวลาไปเปล่าๆ ไหมเนี่ย

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ แต่การเขียนเป็นการทำความรู้จักตัวเอง และอาจทำให้คุณได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ แต่ไม่เคยรู้ การเขียนไม่ใช่แค่งานอดิเรก แต่เป็นพลังผลักดันชีวิต ทำให้คุณรู้จักแสดงออกอย่างเหมาะสม เข้าใจตัวเอง กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า ช่วยเปิดโลก นำอะไรใหม่ๆ ทำให้คุณก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน ได้ทดลองทำอะไรที่น่าตื่นเต้น ยิ่งถ้าคุณรู้ว่าเขียนไปเพื่ออะไรและเขียนทำไม นั่นจะดีมากๆ
 

งานวิจัยที่ Faber Academy พบว่าเมื่อนักเรียนทดลองเขียนงานที่ดาร์ค เครียดและกดดัน หรือเล่าถึงชีวิตอันน่าเจ็บปวดของตัวเอง พวกเขาหวาดกลัวและไม่สบายใจ แต่จริงๆ แล้ว การเขียนระบายออกมาเป็นเรื่องดีกว่าที่เราคิด แม้ระหว่างที่เขียนเราอาจพบว่าลำบากใจหนักใจรู้สึกไม่ดี แต่การเขียนทำให้เราเข้าใจตัวเอง ค้นพบเบื้องลึกที่สุดของจิตใจ การเขียนที่ดีคือการบรรยายความรู้สึกของตัวเองออกมา และทำให้คนอื่นสัมผัสได้ ได้รู้ว่าเราคิดหรือรู้สึกอย่างไร งานเขียนที่ทำได้แบบนี้ ส่วนใหญ่จะขายดีติดอันดับ กลายเป็นเบสต์เซลเลอร์

ไม่ว่าคุณเคยวางแผนการเขียนนิยายมาก่อนหรือไม่ อยากเป็นนักเขียนไหม หรือเข้ามาอ่านบทความของเราเพราะอยากเยียวยาตัวเอง เราอยากบอกว่าการเขียนดีต่อใจจริงๆ เพียงแต่ทุกอย่างอาจต้องมีจังหวะเวลาของมัน คุณอาจจะต้องรอจนกว่าจะถึงจุดที่อยากเขียนจริงๆ เวลาที่เขียน คุณเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ควรหาสถานที่พิเศษที่ทำให้รู้สึกเป็นตัวเอง เขียนได้ดี เขียนได้สนุก เขียนแล้วได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ไม่ต้องไปสนใจว่าคนอื่นคิดอย่างไร เขียนในสิ่งที่อยากเขียนแค่นั้นพอ

การสงสัยในตัวเองก็ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ อาจมีเสียงบอกว่าทุกอย่างเลวร้าย ทำไม่ได้หรอก เวลาได้ยินแล้วก็ผลักมันออกไป ปิดประตู เลิกคิด เปลี่ยนเรื่อง คุณอาจคิดว่าแค่ไม่คิดถึงมันทุกอย่างก็จบแล้ว แต่จริงๆ แล้วมันเป็นการสร้างปัญหาต่างหาก เพราะถ้าคุณคิดไปว่านี่คือการปกป้องตัวเองแล้วไม่ยอมรับความจริง ทุกอย่างก็จะเลวร้าย ขั้นตอนของการคิดลบ หาคำตอบไม่ได้คือเขียนระบายออกมาให้หมดและหาคำตอบว่า… เพราะอะไร ต้นตอของปัญหามาจากอะไร อย่าผลักไสข้อสงสัย อย่าปล่อยให้มันสะสมในใจจนกลายเป็นตะกอน จะทำให้เกิดปัญหาเรื้อรังกว่าเดิม

ความกลัวก็เป็นปัญหาใหญ่อีกข้อที่อยากให้นึกถึง แม่จะคิดยังไงนะถ้าอยากเป็นนักเขียน เพื่อนๆ จะชอบอ่านนิยายไหม แค่เริ่มคิดกังวลก็ผิดแล้ว ทุกอย่างจะพลาดไปหมด เวลาเขียนควรเขียนด้วยใจ เขียนด้วยความมั่นใจ ตรงไปตรงมา ภูมิใจและจริงใจต่อสิ่งที่ตัวเองเป็น ถ้าเขียนแบบกล้าๆ กลัวๆ ไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าคนอ่านจะชอบไหม กังวล ไม่สบายใจ ข้อความของคุณก็จะสื่อความรู้สึกเหล่านี้ออกมาทั้งหมด คนแรกที่เป็นคนอ่านนิยายก็คือคุณเอง และคุณควรจะชอบผลงานของตัวเองมากๆ อย่าไปสนว่าคนอื่นคิดอย่างไร พวกเขาไม่ได้สำคัญในตอนนั้น ขอแค่คุณชอบ คุณภูมิใจ แค่นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ แล้ว

และไม่ควรเขียนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เขียนเพื่อความสำเร็จหรือเพื่ออะไรสักอย่าง ควรเขียนเพราะอยากเขียน เขียนเพื่อความสุข ที่สำคัญที่สุด อย่าเขียนเพื่อเงิน เขียนด้วยใจ คนอ่านจะสัมผัสได้ และอยากจะอ่านต่อ เขียนจากเบื้องลึกของใจไปเลย อย่าเขียนจากสมอง อย่าแตกไอเดียเยอะ คิดเยอะเกินไป คิดอะไรได้ก็เขียนออกมาเลย เมื่อชัดเจนแล้ว เขียนๆๆๆๆ เขียนด้วยสัญชาตญาณ ตัวเองบอกว่าตรงไหนดีก็เขียน ไม่ต้องสวยงามอะไรมาก ภาษาไม่ต้องหรูหราเวิ่นเว้อ ขอแค่คุณชอบก็มากพอแล้ว เรื่องไวยากรณ์หรือความหรูหราทางภาษา ปล่อยไว้ก่อน หน้าที่ของคุณคือโฟกัสการเขียนง่ายๆ เขียนเล่าเรื่อง เขียนให้เข้าใจ เขียนให้รู้ความ ไม่ต้องมีเทคนิคแพรวพราวอะไรมาก ก็แค่เขียนง่ายๆ แต่ว่าอ่านแล้วเข้าใจ ผลงานเล่มแรกควรจริงใจมากที่สุด เรื่องเทคนิคหรือสไตล์ ไว้รอเล่มต่อๆ ไปค่อยใส่เพิ่มได้ เล่มแรกไม่ต้องเขียนให้ยากเลย เขียนให้เป็นตัวเองก็พอแล้ว ต่อมาเมื่อเขียนไปถึงกลางเรื่อง เราเชื่อว่าคุณจะสับสนเหมือนยืนอยู่กลางน้ำเชี่ยว ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ข้อมูลเยอะแยะไปหมด ไม่รู้จะจัดลำดับอย่างไรให้เหมาะสม แต่เชื่อเรา ให้ใจเย็น ตั้งใจให้มั่น และชัดเจนที่สุด แล้วคุณจะพบคำตอบที่ต้องการเอง นักเขียนแต่ละคนมีจังหวะการเขียนที่แตกต่างกัน และมีเทคนิคที่ไม่เหมือนกันด้วย บางคนชอบเขียนตอนเช้า บางคนชอบเขียนตอนดึก แล้วแต่ว่าแบบไหนจะเหมาะกับเรา แต่เมื่อเลือกได้แบบที่ต้องการแล้ว ก็จงทำแบบนั้นต่อไป เมื่อค้นพบจุดที่ใช่ ทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางได้เอง

ระหว่างที่เขียนก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายหรอก แต่อยากให้ก้าวต่อไปเรื่อยๆ ขอแค่อย่าถอยหลังก็พอ จริงๆ ก็ถอยหลังได้ แต่เมื่อถอยหลังมาสักสองก้าว ควรเดินหน้าสามก้าวหรือมากกว่านั้น เพื่อไม่ให้ทุกอย่างล่าช้า ที่สำคัญอย่ามองกลับหลัง ก้าวต่อๆๆๆๆๆ กลัวได้ กังวลได้ แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องก้าวไป ไม่ช้าก็เร็ว คุณจะทำได้ตามที่วางแผนไว้ เริ่มคุ้นเคย เริ่มจับจังหวะการเขียนได้ และหวาดกลัวน้อยลง สุดท้ายแล้วก็จะเขียนจบได้เอง การเขียนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งสำคัญคือต้องอดทนและไม่ย่อท้อ ถ้าไม่ยอมแพ้ ไม่ถอดใจ ก็จะถึงวันที่ประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน งานเขียนต้องใช้ทักษะการจัดการมากทีเดียว คุณก็พยายามเข้าแล้วกัน

ถ้าอยากเป็นนักเขียน การเขียนให้จบเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะคุณมีงานอยู่ในมือ ต่อให้งานนั้นไม่ได้ดีตามที่หวัง หรือคนไม่ได้ชอบมาก แต่มันก็คืองาน คุณสามารถนำมาปรับแก้ไข จัดการใหม่ได้ แต่ถ้าคุณไม่มีงาน เขียนไม่จบ เขียนไม่ถึงไหน อันนี้คุณหมดสิทธิ์จะเรียกตัวเองว่านักเขียน การเป็นนักเขียนต้องอาศัยความศรัทธา ต้องกล้าเสี่ยง และต้องชัดเจนมากๆ คุณอาจรู้สึกว่าถ้านิยายไม่ดีไม่มีคนอ่าน มันล้มเหลว แต่เชื่อไหมมันคือการล้มเหลวที่ประสบความสำเร็จ อย่างน้อยๆ คุณก็ได้รู้แล้วว่าเขียนแบบนี้คนอ่านไม่ชอบ และจะจดจำว่าจะไม่เขียนแบบนี้อีก จะเปลี่ยนแนวไปทางอื่น จะทำแบบอื่น ไม่ผิดพลาดซ้ำๆ แบบเดิม เหมือนได้กำจัดข้อเสียของตัวเอง ขัดเกลาให้เก่งขึ้น อย่าคิดว่าการเขียนจบแล้วไม่มีคนอ่านเป็นเรื่องไม่ดี มันมีประโยชน์ของมันอยู่เช่นกันและถึงแม้ว่างานเขียนของคุณจะประสบความสำเร็จมาก ก็อย่าเพิ่งหลงระเริงไป เมื่อเขียนจบหนึ่งเรื่องก็ได้เวลาไปโฟกัสกับเรื่องใหม่ ลืมเรื่องเก่าไปได้แล้ว ความสำเร็จในแต่ละเรื่องมันไม่เหมือนกัน อย่าคิดว่าเขียนดีเรื่องหนึ่งแล้วเรื่องต่อๆ มาจะต้องดีด้วยเพราะไม่ใช่

แนะนำเร็วๆ เขียนแบบไหนดี
  • เขียนจากส่วนลึกของใจ ไม่ใช่จากสมอง
  • มองการเขียนเป็นศิลปะ ถ่ายทอดออกมาให้น่าสนใจ แต่ละคนมีวิธีถ่ายทอดที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นคนแบบไหน จะนำเสนออย่างไร แสดงออกอย่างไร หาจุดเด่นของตัวเองให้เจอ
  • การสร้างปมในนิยายเหมือนสกรู ถ้าขันไม่ดีพอ ก็อาจทำให้หละหลวม และงานชิ้นนั้นจะมีช่องโหว่ ถ้าต้องการสร้างปม ก็ต้องทำให้แน่นพอ
  • ควรสร้างอุปสรรคให้ตัวละคร เพื่อให้ตัวละครมีพัฒนาการ คนอ่านจะได้ไม่เบื่อ
  • บทสนทนาสำคัญมาก แนะนำให้เขียนเหมือนคนคุยกันจริงๆ ไม่ใช่เขียนแบบบรรยายหรือพรรณนาตลอดเวลา
     
Deep Sound แสดงความรู้สึก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #นิยายเรื่องแรก #อยากเป็นนักเขียน #มือใหม่อยากเขียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?