/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

จริงมั้ยที่เขาว่าเขียนเรื่องที่สองเขียนยากกว่าเรื่องแรก!! []

วิว

โรคกลัวนิยายเรื่องที่สอง :
จริงมั้ยที่เขาว่าเขียนเรื่องที่สองเขียนยากกว่าเรื่องแรก!!

 
สวัสดีนักเขียนเด็กดีทุกคนค่ะ บทความนี้เราขอมาชวนทุกคนพูดคุยเรื่องนิยายเรื่องที่สองกัน ถ้าใครเขียนเรื่องแรกจบแล้ว และกำลังจะเขียนเรื่องที่สอง แอดมินมั่นใจว่าต้องเข้าใจสิ่งที่แอดมินต้องการสื่อ หรือใครที่เขียนนิยายมาแล้วหลายเล่ม ก็ต้องเข้าใจเหมือนกันว่าการเขียนนิยายเรื่องต่อไปไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะถ้าเรื่องแรกหรือเรื่องก่อนหน้าที่เราเขียนประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยม คนอ่านชอบและรัก ถ้าเจอแบบนี้แหละ เราจะกดดันและรู้สึกว่าถ้าเขียนเรื่องใหม่แล้วไม่ประสบความสำเร็จจะทำอย่างไร โรคนี้เขาเรียกว่า โรคกลัวนิยายเรื่องที่สอง หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Second Novel Syndrome ถามว่าโรคนี้คืออะไร ก็ง่ายๆ มันคือการที่เรากลัวว่าจะเขียนเรื่องที่สองได้ไม่ดีเท่าเรื่องแรก เวลาเขียนก็เขียนไม่ออก เครียด กดดัน และรู้สึกแย่กับตัวเอง พอเขียนจบ ตีพิมพ์ออกมาแล้วก็นั่งเหงื่อตก รอลุ้นว่าคนอ่านจะตอบรับเราดีไหม หรือว่าจะโดนวิจารณ์แย่ๆ ลบๆ ยิ่งถ้าเรื่องแรกได้คำชมเยอะ จะยิ่งส่งผลให้เราเครียดกับเรื่องที่สองมากขึ้น เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวแอดมินเล่าอาการให้ฟังกัน
 

 
อาการของโรคกลัวนิยายเรื่องที่สอง 1 : อยากเขียนให้เร็วขึ้น ใช้เวลาให้น้อยลง
บางคนเขียนนิยายเรื่องแรกนานมากกกกก อาจจะห้าหรือหกปี หรือแม้แต่สิบปีก็มี แต่พอเรื่องแรกได้รับความนิยมมากๆ คนอ่านก็อยากอ่านเรื่องต่อไป เรียกร้องกันเข้ามา ทีนี้นักเขียนก็รู้สึกว่าเฮ้ย เราเป็นมืออาชีพแล้วนะ เราต้องรีบเขียน รีบผลิตผลงานออกมา ยิ่งถ้าคุณได้ตีพิมพ์กับสนพ. ที่โด่งดัง บรรณาธิการก็จะมาขอต้นฉบับจากคุณ ทำให้คุณกดดันและรู้สึกว่า ต้องเขียนให้เร็วกว่านี้ นักเขียนหลายคนโดนกำหนดเวลามาเลยว่า… ต้องเขียนให้จบภายในเวลานั้นเวลานี้ จนเหมือนโดนเวลาบีบ เขียนยังไม่ได้ที่ดี ก็ต้องเข็นนิยายออกแล้ว และนี่แหละจะทำให้เราเครียดมาก กลัวว่านิยายเรื่องที่สองจะไม่ประสบความสำเร็จได้แบบเรื่องแรก
ทางแก้ไข : หาเวลามากขึ้น พูดคุยกับสนพ. ไปเลยตรงๆ ว่าเราต้องใช้เวลา ถ้ายังรู้สึกว่านิยายไม่ใช่ ยังไม่สำเร็จ ไม่ดีพอ อย่าปล่อยผ่าน อย่าให้ออกเพราะระยะเวลา ไม่ดีต่อตัวเอง
 
อาการของโรคกลัวนิยายเรื่องที่สอง 2 : มีหลายเรื่องในใจ นึกไม่ออกจะเขียนเรื่องไหนก่อน 
ระหว่างเขียนเรื่องแรกจบ ทีนี้มีพล็อตเต็มหัวเลย เตรียมเอาไว้หลายเล่มมาก พอต้องเขียนเรื่องใหม่จริงๆ เลือกไม่ถูกวุ้ย จะเอาเรื่องไหนดี ทีนี้ก็เลยงงไปหมด บางทีเขียนไปได้นิดนึง ฝืดจัง ไปเขียนอีกเรื่องแทนดีกว่า พอเขียนๆ ไป เอ๊ะ หรือจะกลับไปเรื่องแรกดี ไม่เอาละ ไม่ชอบเรื่องนี้ เขียนแนวรักอยู่ ไม่เอาแล้วอยากได้แนวจีน เขียนแนวจีน ไม่เอาแล้วอยากได้กำลังภายในบ้าง ตัดสินใจไม่ได้
 
ทางแก้ไข : เลือกให้ได้ว่าจะเขียนเรื่องไหนกันแน่ เมื่อเลือกได้แล้วให้โฟกัสอยู่กับเรื่องนั้นเพียงเรื่องเดียว อย่าว่อกแว่ก ระหว่างการตัดสินใจเลือกเรื่อง อาจใช้เวลาได้เต็มที่ แต่เมื่อเลือกแล้ว ต้องใจจดใจจ่ออยู่กับเรื่องนั้นนะ ไม่เปลี่ยนใจ
 
อาการของโรคกลัวนิยายเรื่องที่สอง 3 : ยังสลัดเรื่องก่อนหน้าไม่หลุด ยังนึกถึงอยู่ เขียนๆ ไป อ้าว วกมาที่เดิมอีกแล้ว
ข้อนี้แอดมินเป็นบ่อยค่ะ อารมณ์ยังอินกับเรื่องก่อนหน้าอยู่ ยิ่งถ้าเราเขียนแบบตั้งใจมากๆ มันจะยังพอจดจำได้ ทั้งพล็อต ทั้งฉาก บทสนทนา บางทีก็เผลอติดมาในเรื่องที่กำลังเขียนอยู่ เขียนไปเขียนมา ลักษณะตัวละครเหมือนกัน หน้าตาบรรยายเหมือนกัน แม้แต่บ้านพักต่างๆ อ้าว เหมือนกันไปอีก อาจจะเพราะเราผูกพันกับเรื่องแรกมากจนลืมไม่ได้ เลยส่งผลมาถึงเรื่องอื่นๆ ที่เขียนด้วย
 
ทางแก้ไข : ต้องออกจากคอมฟอร์ตโซนให้ได้ อย่าคิดอะไรแบบเดิมๆ อีก อาจจะเริ่มด้วยการอ่านเรื่องก่อนหน้าให้ละเอียด แล้วจำให้ได้ว่าเราเขียนอะไรไปแล้วบ้าง อะไรที่เด่นมากๆ จนเราไม่อยากทำซ้ำอีก เช่น พล็อตเรื่องที่แล้ว เราให้นางเอกนิสัยเปรี้ยวจี๊ด ชอบว่าพระเอกแรงๆ เรื่องใหม่ก็ไม่มีแบบนี้แล้ว หรือมีก็อาจจะต้องเปลี่ยนลักษณะสักนิดๆ หน่อยๆ ไม่งั้นนิยายจะซ้ำซาก ย่ำอยู่กับที่ และทำให้นักอ่านจับผิดได้ พยายามสร้างเนื้อหาที่แตกต่าง จะได้เก่งขึ้นด้วยนะ
 
โรคกลัวนิยายเรื่องที่สอง 4 : ต้องเขียนให้ดีเท่าเรื่องก่อน ถ้าไม่ดีเท่าไม่ยอมปล่อยวาง
อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของโรคกลัวนิยายเรื่องที่สองก็คือ กลัวว่าจะเขียนไม่ได้ดีเท่าเรื่องเก่า เลยเขียนไม่ไปถึงไหน เขียนแล้วไม่ชอบ เลิกเขียน เขียนแล้วรู้สึกว่าไม่โอเค เอ้าลบ กลัวว่าคนอ่านแล้วจะไม่ปลื้มงานเราเท่างานเรื่องแรกเลยหมกมุ่นอยู่นั่นแหละ
 
ทางแก้ไข : จริงๆ แล้ว การเป็นนักเขียน เราอยากให้คนอ่านประทับใจนั่นถูกต้องแล้ว และแน่นอนถ้านิยายเรื่องแรกได้รับความนิยมมาก เราย่อมอยากให้เรื่องต่อไปได้รับความนิยมเหมือนกัน แต่เรากำหนดอะไรไม่ได้ เราไม่รู้เลยว่าคนอ่านจะชอบเรื่องของเราหรือไม่ ดังนั้น อยากให้ปล่อยวาง ไม่เครียด และทำให้เต็มที่ ให้คิดว่าผลงานทุกเล่มเราทำในแบบที่ควรจะทำแล้ว ที่เหลือปล่อยให้คนอ่านเป็นผู้ตัดสิน ลืมคนอื่นๆ ให้หมด คิดแค่ตัวเอง และทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด ตั้งใจที่สุด เมื่ออกจากมือเราไปแล้ว ให้ปลงและยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เราไม่ได้เขียนงานเพื่อเอาใจคนอื่นอย่างเดียว แต่เราเขียนเพราะอยากเขียน นั่นแหละคือเหตุผลที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ ถ้าเรามั่นใจว่าดีแล้ว เชื่อว่าคนอื่นจะได้รับความรู้สึกนี้จากเราแน่นอน
 
จะรักษาโรคกลัวนิยายเรื่องที่สองได้อย่างไร
จริงๆ แล้วก็ไม่มีเทคนิคอะไรที่ชัดเจน จับต้องได้ และไม่มีทางแก้ไขอะไรที่แน่นอน สิ่งเดียวที่แนะนำได้คือ ต้องเขียนออกมา นั่นแหละยารักษาที่ดีที่สุด เพราะเมื่อเราเขียนออกมาสำเร็จเรียบร้อย ได้เผยแพร่งานให้คนอื่นๆ อ่าน นั่นแหละเราจะได้รู้คำตอบว่า ผลงานของเราได้รับการยอมรับหรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าอย่าเครียดจนเกินไป ถ้าหากนิยายเรื่องที่สองไม่ได้รับความนิยมเหมือนเรื่องแรก เรามีทางแก้ไขให้ง่ายๆ นั่นคือ จงเขียนนิยายเรื่องที่สาม จะได้ลืมเรื่องที่สองและเรื่องแรกไปซะ! 

ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #นิยายเรื่องที่สอง #เคล็ดลับการเขียน #เทคนิคการเขียน #เขียนนิยาย #อยากเป็นนักเขียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?