กลับหน้าหลัก
เมื่อโลกเปลี่ยนไป...
แล้วอนาคตของมนุษยชาติจะเป็นอย่างไร

นิยายเด็กดีน่าอ่าน Special

Dream Catcher
— ฝันลวงโลก —

ผู้แต่ง : ม่านมู่ลี่
หมวด : แฟนตาซี
จำนวน : 45 ตอน
ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ แม้จะคิดมาตลอดว่าเป็น หลังพวกเขาขายฉันให้รัฐบาลเพื่อส่งตัวเข้าสู่ 'ดรีมแคชเชอร์' ที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน ชีวิตฉันก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
สวัสดีค่ะชาวนิยายเด็กดีทุกคน ต้นสัปดาห์แบบนี้มาเจอกับพี่หญิงในรีวิวนิยายเด็กดีน่าอ่าน Special อีกเช่นเคย หลังจากก่อนหน้านี้พาทุกคนไปดื่มด่ำอยู่ในหมวดนิยายจีน วันนี้ขอวนกลับมาสู่หมวดนิยายแฟนตาซีกันอีกครั้ง กับนิยายเรื่อง "Dream Catcher ฝันลวงโลก" นิยายแฟนตาซีกลิ่นอายตะวันตกรุนแรง ที่อ่านแล้วชวนให้คิดถึงนิยายสุดฮอตในแนวเดียวกันกันอย่าง Hunger Games, Allegiant หรือ The Maze Runner ค่ะ
อ่านมาถึงตรงนี้เชื่อว่าแฟนๆ ของนิยายแนวนี้คงอยากรู้กันแล้วว่าเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร มาค่ะ... พี่หญิงจะรีวิวให้ฟัง
อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่านิยายเรื่องนี้มีกลิ่นอายแฟนตาซีตะวันตกรุนแรงมากค่ะ เพราะเป็นนิยายแนวไซไฟผสมกับดิสโทเปีย ที่แฝงเรื่องการเมืองเอาไว้อย่างเข้มข้น ดังนั้นใครที่ชอบนิยายแฟนตาซีแบบหนักหน่วง เน้นดราม่า หลงรักการดำเนินเรื่องแบบเข้มข้น บอกเลยว่าเรื่องนี้ตอบโจทย์แบบสุดๆ อ่านนิยายเรื่องนี้แล้วจะชวนนึกถึงนิยายแนว Hunger Games หรือไม่ก็ Allegiant มากๆ เรียกได้ว่าเป็นแนวโลกใหม่ที่เน้นไปทางวิทยาศาสตร์ผสมการเมืองค่ะ
"Dream Catcher" เป็นเรื่องราวของ "ทีน่า" สาวน้อยโคลนนิ่งเถื่อนที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบมนุษย์ธรรมดาทั่วไป แต่ด้วยสถานะที่แตกต่าง ทำให้เธอไม่เคยได้รับความรักจากคนที่เลี้ยงดู เธอต้องหาวิธีการเอาตัวรอด และพยายามมีชีวิตอยู่ด้วยตัวเองทั้งหมด
แต่ชะตาชีวิตกลับต้องพลิกผัน เมื่อทีน่าต้องเข้ารับการทดสอบเพื่อเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของดรีมแคชเชอร์ สถานที่ที่เป็นมากกว่าโรงเรียน มากกว่ารายการวาไรตี้ มากกว่าพื้นที่สร้างทหารกล้าเข้าสู่สงคราม แต่เป็นความหวังและความฝันของประชาชนทั่วไป และที่สำคัญ... ยังเป็นสถานที่ที่สงวนไว้เฉพาะมนุษย์แท้จริงโดยกำเนิดอีกด้วย!
พี่หญิงชอบแนวความคิดของนักเขียนที่แสดงออกมาตลอดการดำเนินเรื่องเป็นพิเศษค่ะ ตอนแรกเปิดด้วยประเด็นทางวิทยาศาสตร์ สร้างโลกในจินตนาการขึ้นมาว่าถ้าวันนึง... การโคลนนิ่งกลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายขึ้นมา โลกและสังคมในขณะนั้นจะเป็นอย่างไร นำประเด็นนี้มาใช้ในการปูเรื่องราว แล้วเสริมด้วยประเด็นการแบ่งแยกในสังคม ระหว่างมนุษย์ที่เกิดมาตามวิถีธรรมชาติ กับร่างที่ถูกโคลน สร้างค่านิยมและทัศนคติว่าร่างโคลนเป็นเพียงแค่อะไหล่ เป็นสิ่งของอย่างหนึ่งที่ถูกมนุษย์สร้างขึ้นมาเท่านั้น โดยใช้สถาบัน "ดรีมแคชเชอร์" จุดศูนย์กลางหลักของเรื่องเป็นสัญญะในการแบ่งแยกอย่างชัดเจน
เพราะดรีมแคชเชอร์คือสถานที่สำหรับมนุษย์ที่เกิดโดยวิธีการธรรมชาติเท่านั้น ในนั้น "โคลนนิ่ง" มีสถานะไม่ต่างกับ "ตัวทดลอง" เพื่อเป็นฐานให้สมาชิกดรีมแคชเชอร์แสดงศักยภาพ การตายของร่างโคลนเหล่านี้ไม่มีคุณค่าอะไรให้ต้องใส่ใจนอกจากสิ่งบันเทิงของผู้ที่ติดตามดูอยู่เท่านั้น...
ผู้เขียนสร้างให้ "ทีน่า" เป็นตัวละครที่อยู่ตรงกลางระหว่างความแตกต่างนี้ (เป็นร่างโคลนที่ถูกเลี้ยงแบบมนุษย์ มีระบบความคิดเหมือนมนุษย์ ซึ่งแตกต่างจากร่างโคลนอื่นๆ) เล่นกับปมศีลธรรมในจิตใจมนุษย์ ความรู้สึกผิดบาปของการฆ่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่ต่างกับตัวเองของทีน่า ความกดดันที่ทีน่าได้พบเจอ ตลอดจนความรุนแรงจากสงครามการเมือง การแบ่งแยกร่างโคลนที่เกิดขึ้น
สิ่งเหล่านี้นี่เองพี่หญิงว่ามันทำให้นิยายเรื่องนี้แตกต่าง และดึงดูดความสนใจได้มากเลยค่ะ ยิ่งประกอบกับภาษาที่กระชับ การดำเนินเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ การทิ้งปมเบื้องหลังให้ผู้อ่านได้คิดตาม และวลีเด็ดๆ ที่สอดแทรกเข้ามาได้อย่างถูกจังหวะของนักเขียน มันทำให้นิยายเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องเลยที่พี่หญิงอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองอ่านจริงๆ ค่ะ
การันตีความสนุกจากนักอ่านนิยายเรื่องนี้
สุดท้ายนี้พี่หญิงขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในรีวิวนิยายเด็กดีน่าอ่าน Special ครั้งหน้านะคะ วันนี้สวัสดีค่ะ
เริ่มอ่านนิยายตอนแรก
— พี่หญิง —
กลับขึ้นไปบนสุด