"อะไรกันเนี้ย"
ผมลืมตาตื่นในที่ๆไม่คุ้นเคย ผมจำได้ว่าครั้งล่าสุดผมนอนอยู่ในห้องของผมเอง แต่ที่นี้ มันคืออะไร ผมกำลังอยู่ในห้องที่ทั้งผนังเพดานและพื้นต่างเป็นสีขาว และชุดของผมราวกับว่าเป็นคนไข้ของโรงพยาบาล แต่ที่นี้ไม่มีเครื่องมือรักษาอะไรเลย มีเพียงเตียงที่เป็นสีขาวกับตัวผมเอง ผมสับสนอยู่นานจนกระทั่งผนังเปิดออกคล้ายประตู ผมจึงเดินออกไปดู สิ่งแรกที่ผมได้เห็นคือผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกำลังทำกับข้าวอยู่ในห้องครัว ผมที่กล้าๆกลัวๆแต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ
"ขอโทษนะครับ นี้ที่ไหน?" ผมถามแบบกล้าๆกลัวๆ
"บ้าน" เขาตอบผมแบบตัวเขาเองก็งง
"คุณบอกว่าที่นี้เป็นบ้าน บ้านของคุณเหรอครับ" ผมถามด้วยความสงสัย
"บ้านคุณ" เขาหันมายิ้ม
"ไม่น่าจะใช่นะครับ ผมจำบ้านของผมได้" ผมพยายามบอกว่าที่นี้ไม่ใช่บ้านของผม
ผมยังคงสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น และดูเหมือนชายคนนี้จะไม่ค่อยเข้าใจคำถามที่ผมถามสักเท่าไหร่ อันที่จริงหน้าเขาดูไร้อารมณ์เวลาพูดจริงๆ จนกระทั่งเขาหยุดทำทุกอย่างแล้วเดินมาหาผม
"ขอโทษจริงๆ ผมพึ่งปรับสมดุลภาษาที่คุณพูดเสร็จ" เขาพูดแต่หน้าของเขายังคงด้านชาราวกับไร้ความรู้สึก
"ปรับสมดุล คุณไม่ใช่คนไทยเหรอครับ" ผมยังคงสงสัย
"ผมไม่ใช่มนุษย์หรอก ผมเป็นหุ่นจำลองระบบสมองของมนุษย์" หน้าตาเขายังคงด้านชา
"หุ่นยนต์!! นี่หุ่นยนต์เขาพัฒนาไปขนาดนี้ทำไมไม่มีข่าวกันเลยนะ" ผมตกใจที่หุ่นยนต์ดูคล้ายคนมากๆ
"ผมเป็นหุ่นยนต์รุ่นล่าหลัง รหัสประจำตัว MB-17 ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.2107" หุ่นยนต์เล่าเรื่องของตัวเองให้ผมฟัง
"คุณว่าอะไรนะ เพราะเมื่อคืนก่อนผมตื่นมันยังปี2017อยู่เลย คุณจะมาถูกสร้างขึ้นในปีนั้นได้ยังไง" ผมตกใจแต่ยังคงถามต่อ
"ผมอยู่ที่นี้รอคุณมา10ปีแล้ว" หุ่นยนต์ยิ้มบางๆ
"คุณจะบอกว่านี้ปี2117เหรอ" ผมตลึงใจสุดขีด
ใช่แล้วในที่สุดผมก็คุยกับหุ่นยนต์ตัวนี้เข้าใจ และได้ถามอะไรๆอีกหลายอย่าง จนเมื่อผมสรุปได้ หุ่นยนต์ตัวนี้บอกว่าผมเรียกตัวมันว่า มาร์ค และในปี2117นี้ วัฒนธรรมไทยต่างๆ ทั้งภาษาและการทักทายได้เลือนหายไป ราวกับว่าคนไทยได้หายสาบสูญไปตามกาลเวลา แต่ความจริงแล้วในปี2032 เหล่าคนไทยได้รับอิทธิพลจากนานาชาติมากเกินไป ทำให้เปลี่ยนจากการไหว้มาเป็นการจับมือแทน และเมื่อเนิ่นนานไปจนกระทั่งปี2050ภาษาไทยก็ถูกลืมวิธีใช้ ทั้งนี้ไม่มีใครรู้ว่าทำไม แต่อาจเป็นการรับภาษาและทุกๆอย่างจากต่างประเทศมามากเกินไป แต่สิ่งที่ประหลาดคือภาษาไทยในปี2117กลับมีข้อมูลน้อยมากจนน่าประหลาดใจ ผมจึงต้องสอนมาร์คให้เข้าใจมากขึ้น ทั้งนี้มาร์คบอกว่าเขารอผมกลับมาถึง10ปีและมีของจะให้ สิ่งที่มาร์คให้มาคือ นาฬิกาข้อมือ ที่ดูเหมือนนาฬิกาดิจิตอลทั่วไปซึ่งตอนนี้ก็บอกเวลาปกติในปี2117 ลูกอมภาษา มาร์คให้ผมพร้อมบอกว่าเมื่อกลืนลงไปแล้วจะทำให้เข้าใจทุกภาษาที่ได้ยินและพูดได้ทุกภาษา และสุดท้าย ปากกาน้ำเงิน มาร์คบอกว่าเขาเองก็ยังไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้เพียงแต่รู้ว่ามันคือสิ่งสำคัญ มาร์คยังบอกอีกว่าทุกอย่างคือสิ่งที่ตัวผมเองได้เป็นคนฝากไว้ให้ผม และสิ่งสุดท้ายก่อนผมจะออกมาจากบ้าน มาร์คบอกว่าให้ตามหา โทนี่ เขาบอกว่าโทนี่จะเป็นคนบอกทุกอย่างกับผม และผมจะเจอเขาได้ที่เมืองโธร์น ผมหยิบแผนที่มาและออกจากบ้านพร้อมกับยกมือโบกลามาร์ค
"ขอบใจนะมาร์ค ไว้เจอกัน" ผมโบกมือลามาร์ค
"ระวังตัวนะเจ้านาย นี้ไม่ใช่ที่ๆคุณเคยรู้จัก" มาร์คทำหน้าเศร้าก่อนโบกมือลาผม
แน่นอนว่าผมจะต้องรีบตามหาโทนี่ ผมจะต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวผม แล้วผมจะกลับไปได้ยังไง
"มันกลับมาแล้ว"
ในสถานที่ๆเงียบสงัดและมืดมิด มีชายคนหนึ่งกำลังดูทีวี ในทีวีนั้นกำลังแสดงภาพของเด็กหนุ่มกำลังโบกมือลาหุ่นยนต์
"มันกลับมาแล้ว"
"มันมาถึงแล้ว"
"เวลามันกลับมาหาฉันแล้ว"
เสียงของชายคนนั้นดังกึกก้องในที่แห่งนั้น มันช่างเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บและความน่ากลัว บัดนี้ ชายคนนั้นได้ลุกจากเก้าอีกและออกมาจากห้องพร้อมตรงไปหาเด็กหนุ่มคนนั้นแล้ว
ในโลกนี้ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่คุณไม่รู้เช่น คุณไม่รู้ว่าผมชื่ออะไรจนกว่าผมจะบอกหรือคุณไม่รู้ว่าผมทำอะไรได้ นั้นคือสิ่งที่คุณไม่รู้ และสิ่งที่คุณรู้คือ คุณรู้ว่าผมเป็นผู้ชาย อายุประมาณ16-20ปี ผมจะบอกคุณให้ว่าผมเป็นใคร ผมชื่อ ไท เป็นแค่เด็กบ้านๆ ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้างในตอนนี้ และผมคิดว่าผมอายุ17ปีนะในตอนปี2017นะ ซึ่งถ้าอิงจากเวลาในตอนนี้ ผมคงจะอายุ117ปีได้แล้ว ผมเป็นคนที่อายุ117ปีที่หน้าตาและนิสัยยังเด็กอยู่ละ และตอนนี้ผมมาตามหาคนชื่อโทนี่ ซึ่งตอนนี้ผมก็มาอยู่ที่เมืองโธร์นแล้ว คุณเชื่อเถอะคุณไม่อยากอยู่ที่เมืองนี้แน่ ผมเคยคิดว่าโลกเราในอีก100ปีข้างหน้าจะเป็นอะไรที่สุดยอดและน่าอยู่ ซึ่งนี้เป็นอะไรที่ตรงข้ามกันมากๆ ที่แห่งนี้มีหุ่นยนต์ที่ดูคล้ายมนุษย์เดินไปให้ว่อน สภาพเมืองมีแต่สิ่งสกปรก คล้ายกับว่าที่นี้เป็นถังขยะ เพียงแต่เทคโนโลยีมันล้ำหน้าไปมาก ซึ่งในระหว่า่งที่ผมบ่นให้คุณฟังอยู่ ผมก็เดินทางมาถึงที่พักของคนที่ชื่อโทนี่แล้วละ เพียงแต่มันเป็นแค่บ้านหลังเล็กๆ ซึ่งอยู่ในซอยเงียบๆ
"ขอโทษครับ มีใครอยู่หรือเปล่า" ผมเค๊าะประตูและตะโกนถาม
ถึงนี้จะเป็นปี2117ก็ตามเถอะแต่ทำไมถึงยังต้องกดกริ๊งเค๊าะประตูนะ อีกอย่างบ้านหลังนี้ก็ดูไม่ไฮเทคเลย เหมือนบ้านจากปี2017ธรรม แต่ในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่ประตูก็เปิดขึ้นพร้อมกับชายวัยกลางคนที่ออกมารับหน้าผม
"ไงพ่อหนุ่ม มีปัญหาอะไร" ชายคนนั้นถาม
"ผมมาหาคนชื่อโทนี่ครับ คือแบบหุ่นยนต์ที่ชื่อมาร์คให้ผมมาหาเขา" ผมรีบตอบ
"ฉันนี่แหละโทนี่ เป็นเธอเองเหรอที่ต้องการให้ฉันช่วย" โทนี่ตอบกลับด้วยสีหน้าปกติ
"ทำไมคุณถึงรู้" ผมงงงวงคล้ายกับว่าทุกๆอย่างมันลงตัวแค่รอให้ผมมา
"เข้ามาในบ้านก่อนเถอะ" โทนี่เปิดประตูให้ผมเข้าไป
ภายในบ้านทรงปี2017 มันช่างไฮเทคเหลือเกิน มีทีวีไม่ใช่นะ มันแบบภาพโฮโลแกรม ถ้าคุณเคยดูไอรอนแมนก็แบบนั้นเลย
"ฉันรู้มา12ปีแล้วว่าเธอจะมา ฉันรอการมาของเธอ" โทนี่พูดพร้อมหยิบแก้วไมโลยื่นให้ผม
"คุณรู้ได้ยังไงกันครับ" ผมพูดเสร็จก็ยกแก้วไมโลดื่ม
"เมื่อ12ปีก่อนมีชายหนุ่มหน้าตาคล้ายเธอมาบอกฉันนะ" โทนี่ยิ้ม
"เขาบอกให้ผมทำอะไรครับ" ผมรีบถามโทนี่
"เขาบอกว่าเธอมีพลังพิเศษในตัว" โทนี่เอ่ยสั้นๆ
"พลังอะไรกันครับ บินได้หรือว่าแบบดร.สเตรนจ์ มีเวทย์มนต์อะไรอย่างงั้นเหรอครับ" ผมสนใจเป็นอย่างมาก
"เธอเป็นผู้ถูกเลือกให้แก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาต่างๆได้" โทนี่พูดไปยิ้มไป
"นักท่องเวลาเหรอครับ ทำยังไงๆ" ผมตื่นตกใจกับสิ่งที่รู้
"นาฬิกานั้นนะ ถ้าเธอปรับเวลาที่เธออยากไปมันก็จะพาเธอไป" โทนี่ชี้มาที่นาฬิกาข้อมือของผม
"แค่ปรับเวลาเหรอครับ แค่นั้นจริงหรอ" ผมสงสัยและตื่นเต้นมาก
"ใช่ เพราะพลังที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่นาฬิกาแต่เป็นเธอ" โทนี่
"ยังไงเหรอครับ" ไท
"เธอเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถข้ามกาลเวลาไปมาได้" โทนี่
"แล้วผมจะต้องทำอะไร" ไท
"เธอจะต้องไปฆ่าผู้ป่วนเวลา" โทนี่
"ผู้ป่วนเวลา? เขาเป็นใคร ผมต้องฆ่ายังไง" ไท
"ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เธอรู้เรื่องของวัฒนธรรมไทยที่เลือนหายไปแล้วใช่มั้ย" โทนี่
"ครับ ที่ในสมัยนี้ไม่มีคนที่พูดไทยหรือแต่งตัวแบบไทยสักคน" ไท
"ใช่แล้ว ฉันว่าผู้ป่วนเวลาเป็นคนทำ และมีแต่เธอที่จะหยุดได้" โทนี่
"แล้วผมจะสู้ จะหาตัวเขาได้ยังไง" ไท
"ฉันว่าเธอเจอเขาได้ที่ปี2032วันนี้ ส่วนการฆ่าเขาเธอแค่ทำลายนาฬิกาของเขาก็พอ ฉันคิดว่าแค่นั้นน่าจะพอ" โทนี่
"ครับ แล้วผมกลับมาที่นี้ได้หรือเปล่า" ไท
"มันก็แล้วแต่เธอ แต่ทุกๆการกระทำในอดีตจะส่งผมให้เปลี่ยนอนาคต" โทนี่
"งั้นผมจะไม่ประมาทในการย้อนเวลาหรืออนาคต" ไท
"เธอไปได้แล้ว จำไว้ว่ายิ่งเธอย้อนเวลาบ่อย เธอยิ่งสูญเสียการเป็นตัวเอง" โทนี่
"ขอบคุณครับ" ผมไหว้และปรับเวลานาฬิกาไปที่ปี2032
และในพริบตาเดียวทุกๆอย่างก็เลือนหายไป ผมมาอยู่ในที่ๆไม่รู้จัก และตอนนี้ผมรู้สึกจะอ้วก รู้สึกหลอนและกลัวไปเอง และตอนนั้นเองผมก็เจอกับชายสวมผ้าคลุมปิดหน้ามิดชิด กำลังถือดาบตรงมาหาผม
"มันไม่ควรมีนายอยู่ที่นี้" ??
ชายคนนั้นฟาดดาบมาหาผม แต่ผมหลบทัน ผมพยายามจะลุกขึ้น แต่ชายคนนั้นเหยียบหน้าอกผมไว้
"ทำไมแกถึงต้องป่วนเวลา" ผมที่บาดเจ็บถามชายคนนั้นขณะที่เขากำลังจะแทงผม
"แกทำให้ทุกอย่างมันผิดพลาด" ผู้ป่วนเวลา
"ฉันยังไม่ได้ทำอะไร" ผมรีบตอบ
"ในอีกไม่นานแกจะทำ" ผู้ป่วนเวลากำลังจะแทงดาบลงมา
ผมที่ใกล้จะตายนึกแค่ว่าถ้ามีโล่ออกมากันก็คงดี จากนั้นปากกาของผมก็แปล่งแสง และกลายเป็นโล่กันดาบของผู้ป่วนเวลา
"นี่มันอะไรกัน" ผมสงสัย
"ปากกาวิเศษเหรอ" ผู้ป่วนเวลาตกใจ
ผมใช้ช่วงเวลานั้นชิงความได้เปรียบด้วยการดันผู้ป่วนเวลาล้มลงไป แล้วผมก็นึกถึงดาบ จากโล่ก็เปลี่ยนร่างกายเป็นดาบ แต่เมื่อผมมองกลับไปที่ผู้ป่วนเวลา เขาก็หายไปเสียแล้ว ผมพลาดโอกาสไปแล้ว ในปี2032 ประเทศไทยเริ่มห่างหายจากการใช้ภาษาไทย ผมไม่รู้ว่าผู้ป่วนเวลาทำได้ยังไง แต่ผมไม่สามารถแก้ไขมันได้ ผมรู้แค่ว่าผมต้องกำจัดผู้ป่วนเวลาแล้วเอาวัฒนธรรมไทยกลับมา ทันใดนั้นหนังสือพิมพ์ก็พัดมาจากไหนไม่รู้ เป็นหัวข่าวปี2050 ตีพิมพ์ว่าไทยแลนด์กำลังหายไป ผมรีบปรับนาฬิกาไปที่ปี2050 และนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมได้เจอกับ โมล่า
โมล่าเป็นหญิงสาวปี2050ที่สวยมาก เธอเป็นคนไทยนะแต่สมัยนั้นคนลืมภาษาไทยไปหมดแล้ว ผมรู้สึกเสียใจแต่หลงรักเธอเพียงแต่เธอเป็นคนในยุค2050และผม2017นั้นแหละที่เรียกว่าเป็นอุปสรรค
"ดีครับ คุณพอจะรู้จักผู้ชายที่ใส่ผ้าคลุมปิดหน้าไหมครับ" ผมถามโมล่า
"ไม่นะ ที่เจอวันนี้ประหลาดสุดก็คุณ" โมล่าตอบ
แหงละไปถามเธอแบบนั้นเป็นใครๆก็ไม่รู้ คนใส่ผ้าคลุมเยอะแยะ
"คุณพูดภาษาไทยได้มั้ยครับ" ผมถามเธอ
"ไม่คะ ฉันเกิดไม่ทันยุคภาษาไทยและฉันก็ไม่สามารถพูดได้" เธอรีบตอบกลับ
จากนั้นผมก็รีบหนีจากเธอไป ตอนนี้ผมอยู่ที่เมืองโธร์นในปี2050 มันก็ยังไม่ใช่เมืองที่น่าอยู่ แต่ดูดีกว่าปี2117เยอะ ผมย้อนเวลากลับไปปี2017ทุกๆอย่างปกติดี แต่คนที่ทำให้วัฒนธรรมไทยหายไปผมยกโทษให้ไม่ได้
"การรอคอยใกล้ถึงจุดจบแล้ว"
"ฉันใกล้จะได้กลับบ้านแล้ว" ชายในห้องมืดกล่าว
"ปีที่ฉันคิดถึง ช่วยทำให้เรื่องนี้จบทีเถอะ"
ผ่านไป10ปี ตอนนี้ผมอายุ27 และผมละทิ้งตัวเองจากปี2017แล้ว ผมอยู่ที่ปี2060 กำลังรอผู้ป่วนเวลากลับมาแต่มันนานเหลือเกิน ผมท่องเวลาไปหลายๆที่หลายๆช่วงเวลา จนตอนนี้ผมไม่ต้องพึ่งนาฬิกาก็ได้ แต่ผมยังคงเก็บไว้ และตอนนี้ผมสร้างนาฬิกา ปากกาและลูกอมเปลี่ยนภาษาสำเร็จ ผมว่าจะเอาไปให้คนในปี2060ผลิตนะ แต่ก็ไม่ดีกว่า ผมว่าผมจะไปที่ยุค2117 ไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็อย่างเคยไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่ผมพึ่งจำได้ว่าในปี2107 หุ่นยนต์ตัวนี้ได้กำเนิดขึ้น ผมต้องไปดู และผมก็ตรงดิ่งมายังปี2107 แต่ความรู้สึกของผมชั่งประหลาด ผมรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
"ผมขอดูหุ่น MB-17 หน่อยครับ" ผมถามพนักงานขายหุ่น
"ได้คะ MB-17 เป็นหุ่นตัวล่าสุดของทางเราเลยนะคะ" พนักงานผายมือไปทางหุ่นยนต์
"ถ้าผมขอซื้อละครับ" ผมคิดว่าถ้าไม่มีหุ่นยนต์มาร์คตัวนี้แล้ว ผมจะเป็นยังไง
วันนั้นผมเลยซื้อหุ่นยนต์ตัวนี้มาก่อนตัวผมในอนาคตจะซื้อมาดูแลบ้าน แต่การที่จะหาที่เก็บนั้นยากผมเลยไปเก็บไว้ในบ้านที่ผมตื่นมาในปี2107 ผมคิดว่าถ้าไม่มีหุ่นยนต์ก็ไม่มีบ้าน ตัวผมเองในอนาคตจะเป็นเช่นไร ผมตั้งระบบหุ่นยนต์ขึ้น
"เฮ้ นายตื่นแล้ว" ผมพูดกับMB-17
"มีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ" เจ้าหุ่นยนต์หน้าตาคล้ายมนุษย์ตอบ
"ไม่มีไรหรอก ฉันแค่อยากเห็นนายตอนแรก เจ้ามาร์ค" ผมตั้งชื่อให้หุ่นยนต์
"มีสิ่งใดให้ผมรับใช้ สิ่งใดที่เจ้านายต้องการ" มาร์คถามผม
"งั้นนายช่วยดูแลบ้านนี้ แล้วก็ฝากพวกนี้ไว้ด้วยเดี๋ยวฉันกลับมาเอา" ผมสั่งมาร์ค
"เจ้านายจะไปไหน" มาร์คถามผม
"ฉันว่าจะไปหาโทนี่ที่เมืองโธร์นนะ ที่นี้ไง" ผมชี้แผนที่ให้มาร์คดู
ผมฝากนาฬิกา ปากกาและลูกอมไว้กลับมาร์คว่าจะกลับมาเอาหลังจากไปหาโทนี่ แล้ววันนั้นผมก็ไปหาโทนี่ที่บ้านแต่โทนี่ไม่อยู่ ผมจำได้ว่าในปี2105ได้มาหาโทนี่ ผมก็เลยคิดว่าน่าจะชิงมาหาโทนี่ก่อนตัวผมเอง ใช่แล้วผมย้อนมาปี2105แต่สิ่ง ที่ผมเริ่มรู้สึกแปลก็คือ ผมวาร์ปจากจุดหนึ่งมาอีกจุดหนึ่ง ตอนนี้ส่วนขาผมหาย ผมรู้สึกจะอ้วกเต็มทน ผมสลบไปนาน จนเมื่อผมตื่นขึ้นมา ผมก็พบว่าตัวเองอยู่ในบ้านโดยมีโทนี่อยู่ข้างๆ
"ไง โทนี่สบายดีหรือเปล่า" ผมถามโทนี่
"คุณรู้จักชื่อผมได้ยังไง" โทนี่ตกใจที่ผมเอ่ยชื่อเขา
ผมเล่าให้เขาฟังทุกเรื่อง ทั้งเรื่องที่ผมพยายามช่วยเหลือวัฒนธรรมไทย และเล่าถึงผู้ป่วนเวลา
"คุณหยุดเขาได้หรือยัง" โทนี่ถามผม
"ยังหรอก ผมไม่เจอเขามานานแล้วเขาอาจอยู่ปี2032ก็ได้" ผมตอบ
ผมยังบอกเขาอีกว่าผมอาจจะกลับมาหาเขา ตอนนี้ผมปวดหัวเหลือเกิน ผมขอโทนี่เข้าห้องน้ำ และพบกับความประหลาดใจ นี้ไม่ใช่ใบหน้าผม ใบหน้าของชายในกระจกช่างเละเทะเหลือเกิน
"คุณมีผ้าอะไรมาปิดหน้าให้ผมไหม ผมทนเห็นสภาพชายประหลาดนี้ไม่ได้" ผมถามหาผ้าจากโทนี่
"ผมมีผ้าคลุมคุณจะใช้มั้ย" โทนี่ส่งผ้าคลุมพร้อมที่ปิดหน้ามาให้
"ใช้ได้" ผมรีบหยิบมาปิดหน้า
เมื่อผมทำเสร็จผมรู้สึกปวดหัว ผมจึงลาโทนี่ แต่แค่เพียงออกมานอกบ้านร่างกายผมก็ทรุดตัวลง ผมหลับลงไป ตื่นมาอีกทีผมก็อยู่ในที่ๆประหลาดตา สายตาผมพร่ามัว แต่ผมได้ยินเสียงเหมือนมีการวาร์ป ผมคิดว่าผมเจอกับผู้ป่วนเวลาแล้ว ผมนึกถึงดาบ ปากกาก็กลายเป็นดาบ ผมรีบเข้าไปหาคนที่โผล่มาจากมิติเวลา
"มันไม่ควรมีนายอยู่ที่นี้" ผมรีบพูดกับมันพร้อมฟาดดาบลงไป
ในขณะที่มันเองก็หลบได้ แต่ผมใช้ความไว เหยียบที่หน้าอกมันไว้
"ทำไมก็ถึงต้องป่วนเวลา" มันตะโกนใส่ผม
ในใจผมก็คิดว่าไม่ต้องมาล้อเล่นฉันตามหาตัวแกมานานแล้ว แกไม่รอดแน่
"แกทำให้ทุกอย่างมันผิดพลาด" ผมพูดใส่มัน
"ฉันยังไม่ได้ทำอะไร" มันตอบ
ผมคิดว่านี่อาจเป็นกลอุบายหรือไม่ก็เป็นผู้ป่วนเวลาในอดีตก่อนจะลงมือทำให้วัฒนธรรมไทยหายไป
"ในอีกไม่นานแกจะทำ" ผมรีบตอบเพราะคิดว่ายังไงผู้ป่วนเวลาก็ผิด
แต่ในขณะที่ผมกำลังแทงลงไปที่นาฬิกาของผู้ป่วนเวลา ปากกาของมันก็กลายเป็นโล่ ผมตกใจสุดขีด
"นี่มันอะไรกัน" เจ้าผู้ป่วนเวลาดูสงสัย
"ปากกาวิเศษเหรอ" ผมตกใจสุดขีดไม่คิดว่าจะมีใครมีเหมือนผม
แต่ก่อนที่ผมจะเห็นว่าโล่ของมันเปลี่ยนเป็นดาบ สมองของผมก็ปั่นป่วน รู้สึกจะอาเจียน สักพักตัวผมก็หายไป ผมรู้สึกเหมือนตัวเองลอยได้ และตอนนี้ผมเสียโอกาสที่จะฆ่าผู้ป่วนเวลาอีกครั้ง ตอนนี้ผมคุมตัวเองไม่ได้ ผมไปโผล่ที่ห้องนอนของใครสักคน เมื่อผมแตะตัวเขาผมก็อาเจียนออกมาเป็นเลือด และผมกับเขาก็มาโผล่ที่ห้องสีขาวล้วน ผมวางเขาลงบนเตียงสีขาวแล้วร่างกายผมก็หายไปมาโผล่ในที่ไหนก็ไม่รู้ ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนจะตาย ตอนนี้นาฬิกาผมพัง ผมพยายามย้อนเวลาแต่ไม่สามารถทำได้นั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ผมรู้ว่าผมอยู่ปี2090 ผมพยายามไปปี2032เพื่อเจอหน้าผู้ป่วนเวลา แต่ไปไม่ได้ทันใดนั้น มิติเวลาปั่นป่วนก็ดูดผมเข้าไป ในที่แห่งนี้ไม่มีแม้แต่เสียงผู้คน ผมมีแค่จอทีวี ผมใช้เวลาเกือบ30ปีอยู่ที่นั้น เพื่อรอสิ่งพิเศษ คือตัวผมมารับผมไป บัดนี้ ปี2117 ผมได้เห็นแสงสว่างเพื่อนำผมกลับบ้านแล้ว
"มันกลับมาแล้ว" ผมดีใจกับตัวเอง
"มันมาถึงแล้ว" ผมพูดกับตัวเอง
"เวลามันกลับมาหาฉันแล้ว" ผมรีบลุกจากเก้าอี้เพื่อเฝ้ามองดูวันที่เขาจะมาช่วย
ปังๆๆ!!! เสียงเคาะประตูดังขึ้น "บอยๆๆๆๆๆๆ" เสียงผู้หญิงแก่ๆคนหนึ่งเรียก
ผมสะดุ้งขึ้นและผมว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงฝัน "จะสายแล้วนะไม่ไปโรงเรียนหรอ" แม่พยายามปลุกผม
ใช่แล้วเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน และความฝันนี้สรุปได้แค่ว่า ในอนาคตคนไทยอาจลืมวิธีเขียนภาษาไทย อาจลืมการไหว้ การยิ้มของไทย และถ้ามันจะเกิดมันเกิดเพราะคนไทยเอง ไม่ได้มีผู้ป่วนเวลาเลย
วัฒนธรรมไทย ถ้าไทยไม่ดูแล ชาติไหนจะดูแล โปรดรักและสืบสาน สิ่งดีงาม วัฒนธรรมไทย
และผมเขียนเรื่องนี้ในปี2117 คุณคงไม่เชื่อ แต่เชื่อผมเถอะ ว่าสิ่งที่คุณไม่รู้ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีจริง และสิ่งที่ผมเล่าผมไม่ได้บอกว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจริง นั่นคุณคิดเองเออเอง.