ตูบตลาด
ผู้แต่ง : Steppenwolf
เสียงขู่ดังมาแต่ไกล เช้าวันนี้ไอ้ตูบขาเป๋สีทึมตัวเดิมเดินมาที่หน้าตลาด หน้าตาไม่ใคร่จะเป็นมิตรนักของมันและเสียงคำรามในลำคอก็มากพอที่จะทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้กระเจิงหนีกันไปได้ พวกลูกหมาตัวเล็กที่ในตอนแรกยังรุมกินเศษขยะอยู่ข้างทางต่างก็พากันแตกฮือ หลีกทางให้เจ้าถิ่นขาเป๋ที่มักจะเดินมาเก็บส่วยจากสังคมมนุษย์ในเวลานี้ทุกวัน
ถังขยะใบใหญ่จากเทศบาลเมื่อหกปีก่อนนั้นถูกขยะสดจากตลาดแห่งนี้ท่วมจนแทบไม่เหลือรูปทรงของถังขยะ ผักที่เสียหายจากการขนส่ง เนื้อหมูหรือหนังเสียที่ไม่เป็นที่ต้องการในตลาดถูกมัดปากถุงแล้ววางไว้ใกล้ๆ เพราะมนุษย์มักจะรังเกียจในกลิ่นเหม็นของมันจนไม่อยากเข้าใกล้ …ซึ่งนั่นก็ถือเป็นเรื่องดีต่อไอ้ตูบมัน ขยะที่ไม่ได้อยู่ในถังย่อมกินง่ายกว่าอยู่แล้ว
ขาหลังของมันไม่เหมือนตัวอื่นๆ มันเหยียบลงพื้นอย่างเต็มเท้าไม่ได้เพราะดันวิ่งไปขวางทางรถเมื่อสามเดือนก่อน ช่วงนั้นมันเสียอำนาจในการครองพื้นที่ตลาดลงไปมากทีเดียว แต่ด้วยบารมีเดิมของมัน แม้จะเสียขนสีเทาดำไปหลายกระจุกจากการแย่งอำนาจ มันก็กลับมาเป็นไอ้ตูบเจ้าตลาดดังเดิม
กรรรร….
มันขู่ดังเมื่อไอ้ลูกหมาตัวหนึ่งไม่ยอมหลีกทางให้มัน ลูกหมาตัวกระจ้อยหันมามองไอ้ตูบด้วยสายตาไม่เป็นมิตร แม้ตัวมันจะเล็กและเพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นาน แต่มันเองก็มีสัญชาตญาณนักสู้ที่แข็งแรงพอๆ กันกับไอ้ตูบ
แต่เมื่อขนาดร่างไม่เท่ากัน ไอ้ตูบเลยขย้ำไอ้ลูกหมาตัวนั้นไปสองที เสียงร้องเอ๋งเล็กๆ ของมันเรียกความสนใจจากคนในตลาดได้เป็นอย่างดี
“ไอ้เป๋เอาอีกแล้ว กัดหมาตัวอื่นตลอด”
ป้าร้านขายเขียงหมูว่าพลางส่ายหัว
หลังจากไอ้ลูกหมายอมล่าถอยไปแต่โดยดี เหลือทิ้งไว้เพียงรอยเปียกวงเล็กๆ ที่เกิดจากความขี้ขลาดและกระเพาะปัสสาวะของมันทำงานผิดพลาดไป ไอ้เป๋เดินตาขวางเข้าไป ฉีกทึ้งถุงพลาสติกให้ขาดด้วยคมเขี้ยวและขาหน้า จากนั้นก็มุดหัวเข้าไปดูสิ่งที่กำลังจะมาเป็นอาหารเช้าของมัน
กระดูกหมูจากร้านต้มเลือดหมู ปกติของแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะได้กินกันง่ายๆ ทุกวัน บางทีลุงคนขายก็จะแบกมันกลับบ้านไปให้แมวที่บ้านเลีย ไอ้ตูบแค่นคำรามอย่างไม่พอใจเมื่อนึกถึง เว้ย เอามาวางไว้ตรงนี้สิวะ จะเอากลับไปไปให้พวกนั้นมันทำซากอะไร ข้าต่างหากล่ะที่คู่ควรจะได้กินมันที่สุด
ฝูงลูกหมายังคงเฝ้ามองไอ้เป๋สีทึมอยู่จากอีกฟากของถนน รถวิ่งผ่านไปมาฉิวๆ จนเกือบต้องสังเวยชีวิตไปทำให้พวกมันมองเห็นเจ้าตลาดได้ไม่ชัดนัก แต่กลิ่นของกระดูกนั้นก็เย้ายวนจนต้องชะเง้อคอมอง
หากแต่ภาพที่เห็นก็ยิ่งทำให้หิวมากขึ้นไปอีก ไอ้ตูบเป๋กัดกินเนื้อส่วนที่ติดกระดูกอย่างมูมมาม ใช้คมเขี้ยวที่เปี่ยมประสบการณ์ตลอดทั้งชีวิตของมันขบให้กระดูกลั่น จากนั้นก็เลียกินไขกระดูกด้านในอย่างเอร็ดอร่อย มื้อนี้ถือว่าลาภปากไอ้เป๋มันแท้ๆ หากก่อนหน้านี้พวกที่มุงถังขยะอยู่ไม่ใช่ไอ้ลูกหมานั้น มันก็ต้องเสียแรงแย่งกระดูกนี้มาอย่างยากลำบากอีก ดีไม่ดีไอ้หมาพวกนั้นมันก็คงจะคาบวิ่งหนีไปก่อนหน้าเลยเสียด้วยซ้ำ
ความหิวทำให้ไอ้เป๋กินจนลืมสนใจสิ่งรอบข้าง ในตลาดนี้นั้นมันคุมอยู่ก็จริง แต่ศัตรูจะเกิดขึ้นวันไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ และมันไม่ควรย่ามใจ
…ใช่ มันไม่ควรย่ามใจ
กรรรรรรร
เสียงขู่ของหมาอีกตัวดังขึ้น มันดังมาจากหมาหน้าละอ่อน ขนสีน้ำตาลแดง และนัยน์ตาสีเหลืองเข้มดูไม่เหมือนพันธ์ไทยริมทางแบบไอ้ตูบมัน ขนาดตัวของมันใหญ่กว่ามาก แต่อายุอานามคงจะไม่เท่าไอ้ตูบผู้ยืนยงสักเท่าไหร่ ร่องรอยขนกระจุกก็ไม่เห็นจะมี เกรงว่าจะเป็นหมาบ้านที่หลุดออกมาเพ่นพ่านเสียด้วยซ้ำ
แต่ไม่ว่ามันจะเป็นหมาบ้าน หมาป่า หรือหมาอะไร ไอ้เป๋ก็ไม่ยอมให้มันมาขู่จนเสียงเชิงชายแบบนี้ง่ายๆ มันผละออกจากกระดูกชิ้นโต แยกริมฝีปากให้เห็นเขี้ยวขาววาววับพร้อมจำขย้ำคอไอ้หมาฝรั่งไม่รู้จักความ
คนทั้งตลาดหันมามองและพูดคุยกันอย่างเซ็งแซ่ …ไอ้หมาตัวนี้ไม่รู้ที่ตายเสียแล้ว กล้ามาขู่หมาตลาดอย่างไอ้เป๋ มีหวังจะได้กลับบ้านเลือดอาบเหมือนหมาตัวก่อนๆ เล่นเอาหลายคนยอมทิ้งมีดทิ้งเขียงเพื่อมาดูศึกครั้งนี้
ไอ้หมาต่างถิ่นเริ่มกระโจนก่อน มันเล็งเข้าที่ลำคอของไอ้เป๋ แต่โชคไม่ดีที่การกระทำของมันถูกไอ้เป๋ดูออก หมาแก่เกมอย่างมันสะบัดหัวหลบ ก่อนจะโจมตีกลับเข้าที่หลังของหมาตาเหลืองตัวนั้น เสียงเห่าดังขรมเมื่อพรรคพวกหมาของไอ้เป๋ได้ยินเสียงการวิวาทครั้งนี้ ไอ้ขาวโน่นเห่ายุยง ส่วนไอ้สีแสดนั่นเห่าด่า ไอ้ตูบเป๋ฟังออก
มันถูกกัดเข้าที่กลางหลังอย่างจัง เลือดกระจายทั่วพื้นเต็มไปหมด แต่ไอ้เป๋ไม่เคยกลัว มันขบอย่างรวดเร็วเข้าที่ลำคอของไอ้หมาบ้าน แม้จะไม่โดนเต็มๆ ปาก แต่ก็เรียกเลือดได้มากโขจนขนสีน้ำตาลแดงของมันแดงฉานมากขึ้นไปอีก บางครั้งพวกมันสองตัวก็ใช้ขาหน้ากดหัวกันและกัน ยืนด้วยสองขาหลังบ้างเมื่อการกัดนั้นรุนแรงถึงขีดสุด เสียงเห่าขู่ของพวกมันสองตัวดังลั่นตลาดจนแม่ค้าบางคนเริ่มทนไม่ไหว ต้องหาผักหาน้ำมาสาดไล่พวกมัน
ศึกครั้งนี้จบลงที่ไอ้หมาบ้านบอบช้ำกว่า ส่วนไอ้ตูบนั้นยังได้ครองกระดูกชิ้นใหญ่อยู่ รอยเลือดหยดตามตัวมันติ๋งๆ ทิ้งรอยไว้ตามจังหวะที่ขาเป๋ๆ ของมันจะนำพา โน่น พวกลูกหมานั่นยังคงยืนมองอยู่ หึ สรรเสริญมันสิ แล้วมันจะให้ลิ้มรสกระดูกนี่สักคำ หากแต่ไอ้ลูกหมาพวกนั้นก็ยังคงนิ่งเงียบ ไม่เข้ามาฉอเลาะตามใจคิด
ช่างมัน กินคนเดียวดีจะตาย ยศลาภอำนาจก็แค่ของไม่อิ่ม ไอ้ตูบเดินเป๋ลากกระดูกท่อนใหญ่ไปนั่งกินอีกที่ ระหว่างนั้นก็หยุดพักเลียเลือดที่แผลตัวเอง
หมาเจ้าตลาดอย่างมันไม่ใช่ว่าจะได้อำนาจมาอย่างง่ายๆ ไอ้ตูบเป๋จำได้ว่าแม่ของมันเลี้ยงมันกับพวกพี่น้องไว้ที่ข้างทางรถไฟ วันดีคืนดีพี่น้องก็หายไปพร้อมเสียงหวูด จนบ่อยครั้งที่ไอ้เป๋กลัวเสียงรถไฟจับใจ
หลังจากนั้นไม่นาน แม่ของมันก็ถึงคิวหายไปบ้าง ทิ้งไว้แต่ขาหลังเป็นของดูต่างหน้า ส่วนตัวน่ะเหรอ โน่น คงถูกลากไปเสียไกล ไอ้เป๋จึงจำไว้ ไม่ควรใช้ชีวิตอยู่ใกล้ของพวกนี้ มันเริ่มเดินทางเก็บประสบการณ์ ถูกกัดบ้างถูกมนุษย์ไล่ตีบ้างก็ช่างประไร ขอแค่ได้มีชีวิตอยู่ต่อไปก็พอแล้ว
จนกระทั่งมันมาถึงที่ตลาดแห่งนี้ ตลาดสดที่อยู่ห่างจากรางรถไฟ มีของกินและที่นอนเหลือเฟือ แรกเริ่มมันต้องต่อสู้ชิงที่นอนมาจากหมาแก่ตาบอดตัวหนึ่ง แน่นอนว่ามันชนะ ไอ้หมาบอดนั่นก็หายไปนอนที่ไหนก็ไม่รู้ เหลือไว้แต่กระดาษลังเก่าๆ ที่มันคงเคยไปคาบมาจากร้านของชำข้างๆ
จำได้ว่ากว่ามันจะยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ มันกัดหมาตัวอื่นบอบช้ำไปหลายราย ที่ตายก็มีอยู่ ตัวมันเองก็เกือบจะตายไปหลายรอบแล้วเหมือนกัน หากแต่ไอ้เป๋มันก็ผ่านมาได้ด้วยความเก่งกาจ มีคนมาช่วยตีบ้างก็ถือว่าตัวดวงดีไป
กรรรรร
เสียงขู่ดังมาอีกแล้ว อาจเป็นเพราะวันนี้มันมีกระดูกท่อนใหญ่ล่อตาล่อใจ หมาตัวอื่นจึงได้เข้ามาหาเรื่องมันบ่อยนัก …ก่อนที่มันจะหันไปดู มันก็เห็นเงาของศัตรูในคราวนี้
ไอ้มืดมีปลอกคอตัวสูงใหญ่ ดำล่ำเหมือนหมาผู้ดีที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดชั้นเยี่ยมจากบ้านของเมียตำรวจแถวๆ นี้ ไอ้เป๋เคยเห็นมันมาก่อน ปกติมันจะมาวิ่งพร้อมกับเจ้าของ แต่หนนี้มันคงหนีออกจากบ้านมาได้ หรือไม่ก็สายจูงเผลอหลุดมือออกอย่างกะทันหัน
มันตัวใหญ่กว่าไอ้เป๋หลายเท่า หมาพันธุ์ดีก็อย่างนี้ ได้เปรียบในทุกๆ เรื่อง ไอ้เป๋เกลียดหมาบ้านที่ชอบมาแย่งของหมาข้างทางมาก กินดีอยู่ดีตั้งเท่าไหร่ ทำไมทำตัวระรานหมาตลาดอย่างมัน
ไอ้มืดไม่พูดพร่ำทำเพลง ถลากัดไอ้ตูบเป๋จนหน้าสะบัด ไอ้เป๋ไม่ทันได้ตั้งตัวถูกเอาเลือดออกจากรอยแผลเดิมอีกซ้ำสอง พอมันตั้งท่าจะกัดคืน ไอ้ตัวใหญ่นั่นก็กระชากหนังมันจนขนหลุดออกไปอีกหย่อม เสียงร้องเอ๋งของไอ้เป๋ดังลั่นตลาด แต่คราวนี้ไม่มีใครมามุงดูอีก คงเป็นเพราะเบื่อละครหมาเหล่านี้แล้วกระมัง คราวนี้ไอ้มืดเลยได้ใจใหญ่ ฝังคมเขี้ยวไว้ที่เหนือขาหน้าอีกหนึ่งแผล ไอ้ตูบเป๋ร้องลั่นอีกครั้ง แม้จะเจ็บสุดใจก็ตั้งท่าจะกัดไอ้มืดคืน ได้ผล แต่ก็แค่เล็กน้อย แผลไอ้มืดหมาตำรวจนั้นเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับความเสียหายที่ไอ้ตูบเป๋มี
คราวนี้ไอ้เป๋สีทึมกลับมาตั้งหลักใหม่ ยอมให้ไอ้มืดคาบกระดูกไปได้ไม่กี่เมตรก็ทะยานเข้ากัดจากด้านหลัง หมาลอบกัด ไอ้เป๋ได้ยินคนแถวนั้นหัวเราะกัน ซึ่งก็ช่างมันปะไร ตำแหน่งหมาตลาดนี่ไม่ได้ได้มาเพราะเล่นตามกติกาเสียทุกอย่างหรอก ผู้นำอย่างมันไม่ว่าจะทำอะไรไว้ พอได้เป็นใหญ่เข้าก็ไม่มีใครกล้ารื้อฟื้นแล้ว
คราวนี้เป็นทีไอ้มืดร้องเอ๋งบ้าง เสียงมันดุใหญ่ คนตกใจไปทั้งตลาด เลือดกระเซ็นไปทั่วจากเเรงกัดของไอ้ตูบเป๋และแผลนั่นส่งผลให้หมาตำรวจล้มคว่ำ เสียกระดูกชิ้นใหญ่จนไอ้เป๋คาบกลับมาได้
แต่ยังไม่จบ เมื่อไอ้มืดวิ่งกลับมาทวงคืน พวกมันสองตัวกัดกันอีกรอบ คราวนี้เริ่มมีเสียงหมาตัวอื่นเห่ากันขรมบ้างแล้ว หลังจากที่มันกัดกันอย่างลำพังอยู่นานสองนาน
คราวนี้ไอ้มืดแพ้ไปอย่างฉิวเฉียด เดินเลือดตกยางออกกลับบ้านไปอย่างคนแพ้ ไอ้ตูบเป๋เองคราวนี้ชนะอีกแล้วก็จริง แต่ความบอบช้ำที่ยังคงมีอยู่จากไอ้หมาตาเหลืองนั่นก็ทำเอามันเหนื่อยไปโขเหมือนกัน เลือดของมันหยดไปทั่วตลาด เสียงของแม่ค้าพ่อค้าบางคนก็ด่ามันไล่หลังตามมา แต่ก็มีบางคนเหมือนกันที่เอ็นดูมัน หาน้ำสะอาดและยาสีม่วงมาช่วยทาตามแผลให้ ในขณะที่ไอ้ตูบเป๋นอนแทะกระดูกชิ้นใหญ่ พอใจในชัยชนะและความอำนาจที่ตนได้รับ
เช้าของวันใหม่ย่างเข้ามา ถุงขยะที่ข้างในใส่กระดูกชิ้นใหญ่ไว้ถูกนำมาวางไว้ข้างถังขยะเช่นเคย คราวนี้พวกลูกหมาโตจนตัวเกือบเท่าไอ้ตูบแล้ว หากแต่ความไร้เดียงสายังคงอยู่ พวกมันลดจำนวนลงเล็กน้อย หากแต่ก็คอยช่วยกันประคับประคองชีวิตของพวกที่เหลือ คราวนี้มันเรียนรู้ที่จะฉีกเปิดถุงขยะเพื่อค้นเจอกระดูกชิ้นนั้นได้แล้ว หากแต่ก่อนมันจะลงมือกิน หนึ่งในไอ้ลูกหมาใจกล้านั้นก็ทำท่าหูตั้งด้วยความตกใจขึ้นมาก่อน ทำเอาพี่น้องมันเงยหน้าขึ้นมาเหลียวซ้ายและขวาเป็นเพื่อน
…ไร้วี่แววของไอ้ตูบเป๋อย่างที่พวกมันกลัว ลูกหมาพี่น้องตกลงกันว่าจะนำกระดูกชิ้นนี้กลับไปกินที่ลัง ระหว่างทางพวกมันแย่งกันคาบและเลียถ้วยรางวัลนี้กันบ้าง หากแต่เมื่อถึงเวลาอาหารก็แบ่งกันกินได้ดีอย่างไม่บกพร่อง
ไอ้เป๋หายไปไหน ไม่มีใครเห็นมันตั้งแต่แผลบนหลังมันตกสะเก็ด บ้างก็ว่ามันออกไปอยู่กับคนขายบัวลอยที่ชอบเล่นกับมันด้วยบ่อยๆ บ้างก็ว่ามันคงถูกรถชนตายเหมือนตัวอื่นๆ ในตลาดไปแล้ว แม้ว่าทฤษฏีนี้จะถูกค้านเพราะว่าไอ้ตูบเป๋เป็นหมาที่มีทักษะหลบรถราเก่งมากก็ตาม แต่ทุกคนก็ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงที่ว่า ไอ้ตูบเป๋สีทึมมันไปอยู่ที่ไหนกัน
ท่ามกลางซากลังเก่าๆ ที่ไอ้เป๋แย่งมาจากหมาแก่ตาบอด ปรากฏร่างของหมาตัวซูบผอม นอนอิดโรยอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง สองขาหน้าของมันหงิกงอเข้ากับตัวด้วยความหนาว ว่ากันว่าหมาจะรู้เวลาตายของมัน ซึ่งก็คงจะจริง ไอ้ตูบเป๋รู้ว่าวันนั้นของมันคือวันนี้ สองตาของมันเหม่อลอยออกไปไกล ในใจคิดถึงอำนาจและชื่อเสียงที่มีอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความรุ่งเรืองที่ค่อยๆ ร่วงโรย ไอ้หมาขนสีน้ำตาลแดงวันนั้น และไอ้มืดที่ทำมันเหนื่อยหอบกับแผลสดอยู่หลายวันเป็นความทรงจำที่แน่นชัดอยู่ในสมอง ไอ้ตูบเป๋รู้สึกปวดที่กลางท้อง ถึงเวลาแล้วสินะ
หลายวันถัดมา คนขายบัวลอยที่ออกมาเดินตามหามันก็เจอกับศพของไอ้ตูบเป๋ที่นอนอยู่ข้างลังเก่าๆ ข้างๆ กันนั้นมีกอง อาเจียนสีดำเข้มอยู่เต็มไปหมด ไอ้ตูบเป๋ตายแล้ว ตำนานตลาดได้ตายไปพร้อมกับชัยชนะในศึกต่างๆ และโรคลำไส้ของมัน ศึกภายในที่มันไม่เคยเอาชนะได้เลย
นับจากวันนั้น พวกไอ้ลูกหมาที่เคยเป็นเพียงแค่กลุ่มหมาตัวกระจ้อยร่อยก็ได้กลายมาเป็นผู้คุมของตลาดแห่งนี้ ไอ้ลูกหมาพวกนี้ไม่มีอะไรน่าเกรงขามเท่าไอ้เป๋เลยแม้แต่น้อย แต่ลูกฝูงตัวอื่นในตลาดดูจะชื่นชอบมันมากเหลือเกิน ราวกับว่าวันเวลาได้เปลี่ยนแปลงรสนิยมของพวกมันไปเสียสิ้น
เสียงขู่ดังมาแต่ไกล เช้าวันนี้ไอ้ลูกหมาเติบใหญ่ ครอบครองตลาดไว้เป็นของพวกตัวเอง เสียงขู่ของอีกตัวดังมาจากอีกฟาก พวกลูกหมาหยุดเงยหน้าขึ้นมอง ศัตรูอีกตัวของมันมาอีกแล้ว คราวนี้มันจะรักษาตำแหน่งไว้ได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน ในตลาดกว้างใหญ่ แต่นอกเหนือจากตลาดก็ยังกว้างใหญ่กว่าอีกหลายล้านเท่า ไม่รู้ว่าวันไหนที่พวกมันจะถูกโค่นลงโดยหมาตาสีเหลืองหรือแม้แต่พวกลูกหมาวัยรุ่นที่กำลังพยายามทำลายสังคมตลาดอยู่ พวกมันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอำนาจของพวกมันเหล่านี้จะคงอยู่ได้จนถึงพรุ่งนี้ไหม
เพราะไม่ว่าอย่างไร ตลาดก็ต้องเปลี่ยนแปลง ตัวของพวกมันที่อาศัยอยู่ในนี้เองก็เช่นกัน