เนตรศิวะ

ผู้แต่ง : ZEZA_KITTY

เนตรศิวะ
ทั้งรถไฟหยุดสนิท ผู้โดยสารทุกคนเงียบกริบ ความเงียบอันน่าสะพรึงของขุนเขาและป่าไม้ข้างทางดูดกลืนแม้กระทั่งเสียงหายใจไปจากทุกคน สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ แน็ค ฝรั่งหน้าทะเล้น ยูทูบเบอร์ชื่อดังชาวอเมริกันที่มีผู้ติดตามมากกว่า 3 ล้านคน ตอนนี้หน้าของมันปราศจากรอยยิ้มอย่างสิ้นเชิง เหมือนมันไม่เคยมีรอยยิ้มมาแต่กำเนิด เหงื่อไหลไคลย้อยจากใบหน้าเรียวยาวของแน็คเจ้าตัวดูเครียดหนัก หลังจากอุบัติเหตุรถไฟตกราง เหตุการณ์รวดเร็วจนไม่มีใครตั้งตัวทัน มีผู้เสียชีวิตถึง 3 คน บัดนี้มันได้กลายเป็นจำเลยจริงๆแล้ว...
เมื่อสามวันก่อนกระแสคลิปฉาวของแน็คถูกวิจารณ์ในเชิงลบเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศ แน็คทำชาแนลในยูทูบ ชื่อ ‘มาย แน็ค’ มันเป็นวัยรุ่นชาวอเมริกันที่มักจะผลิตคลิปล้อเลียน เสียดสี และคลิปบันเทิงมากมาย ล่าสุดมันได้ทำคลิปนำเหรียญของ 10 ประเทศมาวางที่รางรถไฟ เพื่อทดสอบว่า เหรียญของประเทศใดแข็งแรงมากที่สุด จนเกิดกระแสวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เพราะอาจทำให้เกิดอันตราย และความเสียหายได้ เพจ ร.ฟ.ร. ได้ชี้แจ้งตักเตือนว่าการวางโลหะหรือหินบนรางรถไฟ อาจทำให้รถไฟตกรางได้ เนื่องจากหากล้อเกิดแผลและขยายวงกว้าง จะทำให้องศาและหน้าสัมผัสระหว่างล้อกับรางผิดเพี้ยนไป เมื่อรถไฟวิ่งด้วยความเร็ว อาจทำให้เกิดเสียงดัง หรือร้ายกว่านั้นคือตกรางได้ การวางเหรียญที่รางในบางองศา เมื่อรถไฟทับอาจทำให้เหรียญนั้นกระเด็นด้วยความเร็วสูง เสี่ยงทำให้คนบริเวณใกล้เคียงบาดเจ็บได้ ส่วนล้อรถไฟที่เกิดแผลนั้น จะต้องเข้าอู่ถอดล้อออก เปลี่ยนล้อใหม่ แล้วนำล้อไปกลึงให้เรียบตามสันฐาน และองศาที่เหมาะสมในการวิ่งแล้วจะไม่ตกราง ดังนั้นจะเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีผลกระทบมากกว่าที่คิด
ซึ่งแน็คได้ออกมาชี้แจงผ่านแฟนเพจ พร้อมกับย้ำว่าศึกษามาแล้ว ว่าเคสดังกล่าวไม่เป็นอันตราย และไม่เชื่อว่าการวางเหรียญจะรุนแรงถึงขั้นทำให้รถไฟตกรางได้ พร้อมกับขอโทษและขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ด้วยการทำรายการ ‘มาย แน็ค ออน เดอะ เทรน’ ไลฟ์สด ผ่าน ยูทูบ และ เฟซบุ๊ค เหมารถไฟคันดังกล่าว โดยมีสักขีพยานจากหน่วยงาน และเพจต่างๆ พร้อมทั้งให้แฟนคลับของชาแนลมายแน็คเข้ามาร่วมรายการด้วย...
สารวัตรเคนโม สารวัตรตำรวจกองปราบ ใบหน้ามีแต่ร่องรอยตีนกา ผมสั้นผมบาง รูปร่างสูงโปร่ง มันเป็นตำรวจมากว่า 30 ปี เคยผ่านช่วงชีวิตทั้งรุ่งเรืองและตกต่ำ มันยังจำช่วงไฟแรงในตอนเยาว์วัยได้ดี มันจับโจรเป็นว่าเล่นจนได้รับฉายามือปราบปืนโหด จนถึงคดีที่มันไปจับกุมลูกสาวของนักการเมือง มันกลับถูกสั่งย้ายไปชายแดน กว่าจะกลับมาประจำที่กรุงเทพฯต้องใช้เวลาถึงสิบกว่าปี ตั้งแต่วันนั้นมันจึงท้อแท้กับระบบราชการที่ฟอนเฟะ จนเหมือนว่าวัฒนธรรมการรับสินบนจากนักการเมืองได้ฝังในรากของประเทศนี้ วันนี้มันโดนนายสั่งให้มานั่งบนรถไฟ คอยดูแลความเรียบร้อย พร้อมทั้งเป็นสักขีพยานในรายการ ‘มาย แน็ค ออน เดอะ เทรน’ มันตั้งใจจะจับแน็คให้ได้โดยไม่สนว่าจะมีคนหนุนหลังที่ใหญ่ขนาดไหน แต่ตอนนี้มันนั่งรถไฟมาหลายชั่วโมงเริ่มรู้สึกปวดหลังตามภาษาคนวัยกลางคน
แกร๊ง เสียงดังสนั่นบาดแก้วหู ตามด้วยเสียงกรีดร้องของคนอื่นๆ เกิดอุบัติเหตุรถไฟตกรางจริงๆ
                “ทุกคนปลอดภัยไหมครับ ใครบาดเจ็บส่งเสียงบอกผมด้วย” สารวัตรเคนโม จากกองปราบพูดปลอบทุกคน
                 เสียงผู้คนบนรถไฟเจื้อยแจ้วอีกครั้ง ทุกคนต่างขวัญเสีย บางคนถึงกับด่าท่อแน็คที่ยังทำหน้าเป็นอยู่
                “คุณตำรวจ ช่วยมาดูทางนี้หน่อยค่ะ ชายคนนี้สลบ” ป้าซุ่มยกมือเรียกสารวัตรเคนโม
                “รอสักครู่ครับ จ่ายักษ์ ไปดูคนขับ” สารวัตรสั่งนายตำรวจคู่หูร่างอ้วนตัวดำ ก่อนจะเดินมาทางป้าซุ่ม
                สารวัตรเดินมาดูชายหนุ่มที่เป็นลม ตรวจชีพจร เอาหูแนบที่หน้าอก สักพักก็เริ่มปั้มหัวใจ สายตาทุกคนเริ่มจับจ้องไปที่สารวัตร บางคนเริ่มสวดมนต์ บางคนโทรศัพท์แจ้งตำรวจ บางคนไลน์บอกที่บ้าน บางคนโพสเฟซบุ๊ค แต่ไม่มีสัญญาณ
                “เขาตายแล้ว” สารวัตรบอกทุกคนด้วยแววตาเสียใจ
                “คนขับเสียชีวิต แล้วครับสารวัตร” จ่ายักษ์รีบวิ่งมาบอกนายด้วยสีหน้าแตกตื่น
                “เด็กคนนี้ก็ไม่หายใจละครับโยว่” หมอแร๊ฟแพนด้า จากเพจดังตะโกนเป็นสำเนียงแร็ฟ
                มีผู้เสียชีวิตบนรถไฟพร้อมกันถึง 3 คน จากอุบัติเหตุรถไฟตกราง บนรถไฟเงียบสนิท ทุกสายตาต่างจองไปที่ แน็ค ขณะนี้หน้าของมันปราศจากรอยยิ้มอย่างสิ้นเชิง เหงื่อไหลชโลมหน้า ยืนตัวสั่น
                “ไอ้แน็ค” เอส เจ้าของเพจ ร.ฟ.ร. (เลิฟเทรน) ชายร่างสูง ตะโกน วิ่งเข้ามาชกหน้า แน็ค จนล้มคว่ำ...
เอส เจ้าของเพจรถไฟรัก คิ้วเข้มตาตี่ สูงหุ่นดี เหมือนพระเอกละครช่องน้อยสี เมื่อครั้งยังเด็กมันชอบฟังเพลง ร.ฟ.ร (เลิฟเทรน) ของพี่เจมากจนทำให้หลงใหลในรถไฟ จึงศึกษาสะสมรถไฟมาตั้งแต่ตอนนั้น พอโตขึ้นจึงได้ทำเพจ ร.ฟ.ร. ให้ความรู้เกี่ยวกับรถไฟ การท่องเที่ยวโดยรถไฟ ฯลฯ ตอนแรกที่เห็นคลิปของแน็ค มันก็โพสเตือนตามภาษาคนโซเชี่ยลที่ทำชาแนลเหมือนกัน แต่กลับถูกตำหนิต่อว่าด่าทอจากแฟนคลับของมาย แน็ค มันจึงเริ่มเกลียดแน็ค วันนี้มันมาเพื่อที่จะจับผิดแน็คถ่ายเดียว มันนั่งบนรถไฟจ้องมองแน็คเล่นกิจกรรมกับแฟนคลับอย่างสนุกสนาน แต่ในใจลึกๆมันแอบคิดให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นจริงๆ
                “ทุกคนอยู่ในความสงบ ใจเย็นๆครับ” สารวัตรตะโกน
                “มึงทำให้คนตาย เพราะความบ้าของมึง” เอส โมโหสุดขีดชี้หน้าด่าแน็ค
                “ผมขอจับกุมคุณแน็คในข้อหาฆาตกรรม และประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ” สารวัตรโชว์บัตรประจำตัวต่อหน้าแน็ค “ขอให้หยุดถ่ายทำรายการด้วยครับ” สารวัตรรีบกล่าวต่อกับไอ้อ้วนที่เป็นตากล้องลูกน้องของแน็ค
                “ช้าก่อนครับ ยังสรุปไม่ได้ว่าเขาเป็นฆาตกร” เด็กหนุ่มใส่แว่นตา วัยประถม คิ้วบางผมสั้น ยืนกล่าว
                “เอ็งเป็นใครวะ ?” จ่ายักษ์ เดินเข้าไปหาเด็กน้อย
                “ผมควดนัน เป็นนักสืบจิ๋วชื่อดัง จากเพจ นักสืบจิ๋วซีเอสไอ ผมคิดว่าคดีนี้มีเงื่อนงำ ผมจะสืบหาตัวฆาตกรเองคับ ผมขอเอาชื่อเสียงของคุณปู่เป็นเดิมพัน” ควดนัน พูดด้วยความมั่นใจ
                “เอ็งมาผิดเรื่องละ” จ่ายักษ์คว้าจับแขนเด็ก
                “จ่าปล่อยเด็ก มันพูดจริง ไอ้นี่ไขคดีร่วมกับตำรวจมามากมายแล้ว” สารวัตรปรามลูกน้อง
                “บอสครับ ยอดคนดูในเฟซบุ๊กไลฟรวมกับยูทูบของเราก่อนโดนห้ามถ่ายห้าแสนกว่าคนละครับ” ไอ้อ้วน ลูกน้องแน็ค กระซิบข้างๆหูแน็ค มันมีหน้าที่คอยถ่ายรายการสดให้ ชาแนลมายแน็ค
                “มึงต้องเก็บให้ได้ทุกช็อตนะไอ้อ้วน แอบถ่ายอย่าให้ตำรวจรู้” แน็ค รีบพูดก่อนจะรีบลุกเดินแยกออกจากลูกน้อง
                “ผมขอให้หมอแร๊ฟช่วยชันสูตรผู้ที่เสียชีวิต” ควดนันพูดสั่ง
                “โยว่” หมอแร๊ฟ ตอบตกลง
                “จ่ายักษ์ กับผู้ชายที่มีแรงช่วยกันเคลื่อนย้ายศพของคนขับมาที่ตู้รถไฟนี้ ให้หมอแร๊ฟชันสูตรศพ ส่วนพวกเราที่เหลือให้ไปรวมกันที่ตู้รถไฟคันที่สอง” สารวัตรออกคำสั่งให้ทุกคน
                “ฉันขอไปสำรวจข้างนอกได้ไหม” มานี ยกมือ
                “ผมขอไปด้วย ผมจะอ้วกแตกอยู่แล้ว” แน็คเอามือปิดปาก
                “ผมไปด้วย เผื่อมันหนี” เอสตะโกนลั่น
“พี่ไปด้วยคน พี่จะเป็นลม” ป้าซุ่ม ทำท่ากุมขมับเดินโซเซไปคว้าจับแขนเอส
                “โอเค พวกคุณไปกัน ดูแลตัวเองดีๆ อย่าออกห่างจากรถไฟนะ” สารวัตรกำชับ
มานีเดินนำออกมาจากรถไฟ ตามด้วย แน็ค ไอ้อ้วน เอสและป้าซุ่ม แน็ควิ่งไปอาเจียนใต้ต้นไม้ข้างทางโดยมีไอ้อ้วนลูกน้องคนสนิทลูบหลังให้ ป้าซุ่มนั่งใต้ร่มต้นไม้ไม่ห่างกันโดยมีเอสคอยถือยาดมให้ดม มานีเดินห่างออกมาโทรศัพท์หารุ่นพี่ แต่ไม่มีสัญญาณ มานีแทบอยากจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง ถ้าไม่ติดที่ยังผ่อนไม่หมด เวลาตอนนี้ประมาณบ่ายสามแล้ว แต่ท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนฝนจะตก
                “ทุกคนเห็นอะไรอยู่ที่หน้ารถไฟไหม ?” มานีเรียกทุกคน พร้อมชี้ไปทางหน้าขบวนรถไฟที่ตกรางออกมา...
หมอแร๊ฟแพนด้า กำลังร้องเพลง แวร์ อีส เดอะ เลิฟ ของวง เดอะ แบล็ค อาย พี ในระหว่างการชันสูตร ปกติมันชมชอบการร้องเพลงแร๊ฟตอนตรวจคนไข้ ตั้งแต่ตอนที่มันคลอดออกมาดูโลกมันก็ร้อง โยว่ โยว่ แม่จึงตั้งชื่อมันว่า แร๊ฟ คำแรกที่มันพูดได้คือคำว่า โยว่ มันร้องแร๊ฟได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ มันอยากเป็นนักร้องฮิพฮอปแต่เพราะหน้าตาขี้เหร่ หัวเถิก กอปรกับพ่อแม่สั่งสอนให้เรียนแพทย์โตขึ้นจะได้รวยๆ เหมือนวัฒนธรรมของคนไทยที่อยากให้ลูกเป็นหมอจะได้ร่ำรวย มันถึงต้องมาเป็นหมอ แต่ความเป็นจริงอาชีพหมอไม่ได้ร่ำรวยง่ายๆแบบที่พ่อแม่กล่าวเลย มันต้องทำงานหนักต้องเข้าเวรดึกทุกคืนจนขอบตาดำ เพื่อนๆจึงตั้งฉายาให้ว่า หมอแร็ฟแพนด้า มันจึงเอาฉายาที่เพื่อนๆเรียกมาก่อตั้งแฟนเพจที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์ออกแนวตลกขบขัน รายการนี้ความจริงมันไม่ได้อยากจะมาร่วมด้วยแต่คิดว่าจะมาหาไอเดียใหม่ๆคิดมุกล้อเลียนลงเพจตัวเอง หมอแร๊ฟไม่กลัวผีและไม่กลัวเรื่องลี้ลับ สำหรับมัน ศพเงียบ แต่ศพพูดได้ และศพไม่พูดโกหก มันตรวจร่องรอยบาดแผลต่างๆอย่างละเอียดทุกศพ ศพพูดอะไรกับมัน ?
“อืม” สารวัตรเคนโม สีหน้าตึงเครียดหลังจากรู้ผลชันสูตรเบื้องต้นจากหมอแร๊ฟ เขาถามผลจากหมอถึง สามครั้ง เพียงเพื่อหวังจะได้ยินคำตอบที่ตัวเองต้องการ แต่คำตอบของหมอก็ยังไม่เปลี่ยน ทั้งสามคนเสียชีวิตเพราะหัวใจวาย ไม่มีบาดแผลหรือรอยฟกช้ำใดๆตามร่างกาย
“ทั้ง 3 คน เสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลว ซึ่งอาจจะเกิดจากการช็อค ตกใจสุดขีดจากการเกิดอุบัติเหตุก็เป็นได้ โยว่” หมอแร๊ฟ พูดทำนองเดิมเป็นครั้งที่ 4
“เบาะแสมีเพียง ทั้ง 3 คน มีกล่องโบราณดูเก่าแก่สีดำขนาดเหมือนกล่องใส่แหวนแต่งงาน บนกล่องเขียนคำว่า ‘ศิวะ’ อาจจะเกี่ยวข้องกับสาเหตุการตาย” ควดนัน พูดเสริม
“จ่ายักษ์ ผมขอประวัติของทั้ง 3 คนด้วย” สารวัตรสั่ง
“คนที่สารวัตรช่วยไว้ไม่พบประประชาชน มีเพียงป้ายชื่อจอห์น อายุราวๆยี่สิบต้นๆ” จ่ายักษ์หายใจเข้าออกยาวๆก่อนจะกล่าวต่อ “เด็กที่นั่งข้างหมอแร๊ฟก็ไม่พบประประชาชน ป้ายชื่อเขียนว่า คินดะ น่าจะอยู่ชั้นมัธยมปลาย ทั้งคู่เป็นแฟนคลับของ มายแน็ค จาก 5 คน ที่มาร่วมรายการ” จ่าปาดเหงื่อและกล่าว “ลุงชมคนขับรถไฟ ไม่พบบัตรประชาชน น่าจะอายุประมาณ 40 ปี” จ่าพักหายใจและกล่าวต่อ “ส่วนกล่องดำทั้ง 3 กล่อง ด้านในไม่มีอะไรเลย หรือถ้ามี ก็คงจะถูกฆาตกรชิงไป”
ทั้งสี่คนต่างมีสีหน้าตึงเครียด เรื่องราวทั้งหมดมันชั่งบังเอิญ แปลกประหลาดวุ่นวายแบบไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ดราม่าคลิปเหรียญ การทำรายการท้าพิสูจน์ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริง และมีผู้เสียชีวิต ตอนนี้ผู้ต้องสงสัยคือ แน็ค
“คนร้ายจะต้องมีมากกว่าหนึ่งคนจึงจะสามารถฆาตกรรมคนได้พร้อมกันถึง 3 คน” ควดนันออกความคิดเห็นคนแรก
“มันอาจจะเป็นแค่อุบัติเหตุ เพราะคนทั้งหมดก็อยู่ในตู้รถไฟเดียวกันหมด และเราเช่าเหมาทั้งคัน ไม่มีผู้โดยสารคนอื่น ไม่มีใครสามารถฆ่าคนต่อหน้าพวกเราทั้งหมดได้หรอกครับ โยว่” หมอแร๊ฟแย้ง
“ทุกคนที่เหลือกรุณานั่งอยู่กับที่ ผมจะไปสอบถามทีละคน” สารวัตรตะโกนเสียงดัง
มานี สาวน้อยวัยใสเพิ่งจบใหม่ไฟแรง เธอผมสั้น ตาเล็ก ดัดฟัน ตัวสูง เป็นผู้หญิงที่ร่าเริงยิ้มเก่ง เธอเติบโตมาจากต่างจังหวัด ก่อนจะมาเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ เธอเป็นนักข่าวตัวแทนจากเพจคุณจัน เพจแนวข่าวอาชญากรรม ที่กำลังโด่งดัง ความจริงเธอต้องมากับนักข่าวรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่ง แต่รุ่นพี่ตื่นสายมาขึ้นรถไฟไม่ทัน เธอจึงต้องมาทำงานคนเดียว เธอทั้งเบื่อทั้งเซ็งนั่งริมหน้าต่างมองออกไปชมวิวด้านนอก สำหรับเธอแล้วกิจกรรม หรือเกมส์ต่างๆบนรถไฟที่แน็คจัดให้แฟนคลับร่วมสนุก และการถ่ายทอดสดรายการ มาย แน๊ค ออน เดอะ เทรน เธอรู้สึกว่ามันบ้าบอไร้สาระมาก หลังเกิดอุบัติเหตุเธอสงสัยว่าล้อของรถไฟพังเพราะเหรียญของแน็คหรือไม่
“ศาลเพียงตา” มานีพูดออกมา เธอกระพริบตาถี่ขึ้น
ทั้ง 5 คนเดินมาหน้ารถไฟ รถไฟที่ตกรางหลุดมาทางซ้ายกลับหยุดอยู่ที่หน้า ศาลไม้เก่าๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ นี่มันคือเรื่องบังเอิญ หรือเรื่องลี้ลับ ล้อรถไฟมีรอยแตกซึ่งอาจจะเกิดจากการทดลองเหรียญ แต่ตอนนี้ทั้งหมดจับจ้องไปที่ศาลไม้เก่าๆ
“ไอ้อ้วนมึงถ่ายไว้นะ เดี๋ยวกูจะเอาตุ๊กตาในศาลเป็นที่ระลึก” แน็คนึกสนุก
“มึงอย่านะ” เอสตะโกน
“ผมมายแน็คผมไม่เข้าใจวัฒนธรรมไทยหลายๆเรื่องโดยเฉพาะเรื่องผีสางนางไม้ เดี๋ยวผมจะลองหยิบตุ๊กตาในศาลออกมานะครับ” แน็คพูดผ่านกล้องโทรศัพท์ของไอ้อ้วนที่กำลังถ่ายคลิป
แน็คหยิบตุ๊กตาในศาลไม้ออกมา ตุ๊กตามีผ้าสีแดงพันไว้ที่คอ มันหักหัวตุ๊กตาพร้อมพูดว่า
“ผีมา ผีมา” มันหัวเราะลั่น
“ไอ้เฮีย” เอสด่าทอพร้อมกับรีบวิ่งกลับ ทั้ง เอส ป้าซุ่ม มานี วิ่งหนีหน้าตั้งขึ้นรถไฟ
“คนไทยนี่แม่งกลัวผีแบบไร้สาระจังวะ” แน็คพูดกับไอ้อ้วน ที่กำลังยืนตาค้างตัวแข็งมองไปที่ศาล
แน็คได้ยินเสียงแปลกๆดังมาจากข้างหลัง ฟังคล้ายบทสวดมนต์ที่ไม่เป็นภาษา
เสียงนั้นดังว่า ธี่หยด.........................ธี่หยด...........................ธี่หยด
เสียงเย็นเยียบยานคาง วังเวง น่ากลัวมาก ฟังแล้วขนลุก
แน็คหันหลังกลับไป มีผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ข้างๆศาล ผู้หญิงวัยกลางคน ผิวขาว ผมยาวปิดหน้า ใส่ชุดยาวสีดำ ตอนนี้แน็คนึกถึงซาดาโกะ จากนิยายเรื่อง เดอะริง มันแทบอยากจะสารภาพบาปกับพระผู้เป็นเจ้า มันท่องภาวนากับพระเจ้าให้ท่านโปรดลงมาช่วยชายบาปหยาบช้าผู้นี้ด้วย
“แด่พระบิดาบนสวรรค์... ลูกกำลังเผชิญหน้ากับซาตานผู้ชั่วร้าย ขอพระองค์ช่วยทำลายวิญญาณบาปหยาบช้าให้สิ้น ลูกได้พบเรื่องราวมากมาย ลูกได้กระทำเรื่องที่ไม่สมควร ลูกขอน้อมรับผิดทั้งหมด... ถ้านี่คือบททดสอบของพระองค์... ลูกพร้อมพิสูจน์ให้พระองค์ประจักษ์ว่าลูกคู่ควรต่อวาระศักด์สิทธ์ของพระองค์....ในนามของพระเยซูคริสต์...เอเมน....”  แน็คตัวสั่นสวดมนต์ต่อพระเจ้า
เสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง ฝนเริ่มลงเม็ดแล้ว ท้องฟ้ามืดสนิททั้งที่เป็นเวลาบ่ายสาม ไอ้อ้วนตาโตจนแทบจะทะลุออกมาจากเบ้ามันมีเลือดออกจากมุมปากสภาพเหมือนคนหายใจไม่ออก มันล้มลง แน็คไม่สนใจรวบรวมความกล้ารีบวิ่งตามพวกมานีไป
เสียงนั้นยังคงดังตามไล่หลังมา ธี่หยด.........................ธี่หยด...........................ธี่หยด
ละอองฝนพิรุณโปรยปรายยามนี้เป็นเส้นละเอียดดุจเส้นไหมที่เย็นยะเยียบกระเซ็นใส่ใบหน้าของแน็คดุจแส้ฟาดโบย แต่น้ำฝนไยกลับไม่อาจดับกองไฟแห่งความหวาดกลัวในอกของมันให้ดับลงได้ เนื่องเพราะความหวาดกลัวนี้ กระทั่งพระผู้เป็นเจ้ายังไม่อาจดับได้ นับประสาอะไรกับฝนยามนี้...
ควดนัน นักสืบจิ๋ว เจ้าของเพจ นักสืบจิ๋วซีเอสไอ มันเป็นเด็กหัวโต ใส่แว่น คิ้วบาง ตาโต จมูกแหลม เป็นอัจฉริยะมีไอคิวถึง 180 ไขคดีดังตั้งแต่ตอนเรียนประถมปีที่หนึ่ง ที่ไหนมีคดีฆาตกรรมมักจะมีนักสืบควดนันอยู่ที่นั่นเสมอ มันมารายการนี่แค่คิดจะเอาไปเขียนในเพจ ไม่ได้อยากจะมาเที่ยว สำหรับเด็กวัยประถมอย่างมันอยู่บ้านเล่นเกม อาร์.โอ.วี จะประเสริฐกว่า มันนั่งรถไฟแบบเบื่อๆเซ็งจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ และมีคนตาย มันแอบยิ้มเพราะว่ามันจะได้ไขคดีฆาตกรรมอีกครั้ง มันบอกกับตัวเองว่า เวลาของนักสืบจิ๋วควดนัน มาถึงแล้ว
               
                “มีใครน่าสงสัยไหมครับสารวัตร ?” ควดนัน ถามหยั่งเชิงสารวัตร หลังจากที่สารวัตรสอบถามทุกคนเสร็จแล้ว
                “แฟนคลับจากเพจมายแน็คมีทั้งหมด 5 คน มีคินดะ กับจอห์น ที่เสียชีวิต ที่เหลือมี สมศรี สาวน้อยวัย 18 ปี ดวงพร อายุ 22 ปี และ แกลบ อายุ 30 ปี ทั้งหมดไม่ได้พกบัตรประชาชน มีเพียงป้ายชื่อที่ติดเสื้อ ทุกคนต้องใช้บัตรประชาชนลงทะเบียนก่อนขึ้นรถไฟ และจะได้บัตรคืนหลังจบรายการ” สารวัตรอธิบาย
                “แสดงว่าฆาตกรอาจจะแฝงตัวมากับผู้ร่วมรายการก็ได้เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันตัวตนอะไรเลย” ควดนัน ออกความเห็น
                “หรือแน็คคือฆาตกร มีมันเพียงคนเดียวที่เป็นคนเลือกผู้ร่วมรายการ และมันรู้ชื่อจริงนามสกุลจริงของทุกคน มันอาจจะจงใจเลือกเป้าหมายมาสังหารในรายการนี้ก็ได้” สารวัตรพูดแบบมั่นใจถึง 7 ส่วน
                “ถ้าพวกคุณคิดว่านี่คือนิยายสืบสวน เล่นบทนักสืบกันก็ตามใจ ไม่มีทางที่จะมีการฆ่ากันโดยให้เหยื่อหัวใจวายทุกคนแบบนี้ได้หรอก และทุกคนต่างก็เป็นพยานให้กันอยู่แล้ว ไร้สาระ แทนที่จะมาคิดถึงความเป็นจริง โยว่” หมอแร๊ฟ แย้ง
                “ยังมีวิธีที่สามารถฆ่าคนให้หัวใจวายได้อยู่ครับ” ควดนัน พูดแทรกทันที
                “โยว่” หมอแร๊ฟ ยักคิ้ว ให้ควดนันพูดต่อ
                “บัญชีหนังหมา หรือ เดธโน้ต” ควดนัน พูดด้วยแววตามุ่งมั่น
                “หมอว่าเอ็งกลับบ้านไปเล่นเกมส์ อาร์.โอ.วี ดีกว่าถ้าจะเกรียนขนาดนี้ อ่านการตูนมากไปมั้งพ่อนักสืบ แอล สงสัยฆาตกรคือ คิระ สินะ โยว่ โยว่” หมอแร๊ฟหัวเราะลั่น
                น่าแปลกที่ สารวัตร และจ่ายักษ์ ยังคงหน้าเครียด ไม่มีใครหัวเราะออกมาเลย
                “ก่อนมาที่นี่ผมได้รับข่าววงในจากดร.สมชายนักล่าอาวุธในตำนานว่าพวกองค์กรยักษ์ดำ ขบวนการนักฆ่าที่ใหญ่ที่สุดวางแผนจะปล้นชิงอาวุธในตำนานบนรถไฟขบวนนี้ โดยส่ง คิระ นักฆ่าอำมหิตผู้ใช้เดธโน้ตสังหาร คาดว่าสิ่งที่พวกมันต้องการคือ ตรีศูลของพระศิวะ” สารวัตรกล่าวด้วยสีหน้าเครียดกว่าเดิม
                “รายการล้อกันเล่นหรอครับ โยว่ โยว่” หมอแร๊ฟล้อเลียน
                “ถ้าเป็นฝีมือของพวกยักษ์ดำจริง น่ากลัวว่าพวกเราคงไม่มีใครรอดกับไปทั้งที่ยังมีลมหายใจ” ควดนันกล่าวด้วยสีหน้าเครียดไม่น้อยไปกว่าคนแก่
                “ถ้าเรามาลองวิเคราะห์โดยใช้สมมติฐานว่าเป็นฝีมือของพวกยักษ์ดำตั้ง ฆาตกรน่าจะเป็นแน็คที่สุด เพราะเดธโน้ตต้องเขียนชื่อจริงและนามสกุลจริงของเหยื่อลงไปในสมุด จึงจะสามารถทำให้เหยื่อหัวใจวายตายได้” สารวัตรออกความเห็น
                “ยังมีอีกคนที่น่าสงสัย” ควดนันเสริม
                “ใครวะ เจ้าทารกน้อย ?” จ่ายักษ์ ไม่ค่อยเชื่อ
                “เจ้าของเพจ ฟักโกส สมาคมต่อต้านผี มันสวมหมวก ใส่แว่นดำ สวมผ้าปิดปากสีดำตลอดเวลาทั้งยังไม่พูดกับใคร” ควดนันอธิบาย
                ทุกคนหันไปมอง แอดมินเจ้าของเพจฟักโกสผู้ที่สวมหมวก ใส่แว่นดำ สวมผ้าปิดปากสีดำ นั่งนิ่งอยู่คนเดียว...
ป้าซุ่ม เจ้าของเพจดัง คลับฟายเดย์ เพจที่ศึกษาเกี่ยวกับแมลงวัน เจ้าของวลีเด็ด ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น เธอมีผมสีดำดัดหยิก น่าตาดูสูงวัยมาก แต่เสียงกลับเหมือนสาววัยยี่สิบต้นๆ เธอเป็นเจ้าของบริษัทบันเทิงที่ใหญ่อันดับต้นๆของประเทศ ทั้งยังเป็นเจ้าของเพจที่มีผู้ติดตามหลายล้านคน แม้จะมีข่าวเสียอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังทำหน้าที่ผู้บริหารได้เป็นอย่างดี เธอมารายการนี้เพียงเพื่อหวังมาเที่ยวพักผ่อน พอขึ้นมาบนรถไฟเธอได้พบรักกับ เอส หนุ่มรุ่นน้องต่างวัย ตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้ขึ้นรถไฟขบวนสุดท้าย แต่ตอนนี้เล่า...
                “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ?” ป้าซุ่มร้องไห้ตัวสั่นกอดเอส
                “ผมก็ไม่รู้” เอสปลอบ
                ทั้งหมดวิ่งหนีขึ้นมาบนตู้รถไฟที่หนึ่ง บนนี้ไม่มีคนเป็นมีเพียงคนตายนอนอยู่ 3 ศพ
                “เรารีบๆเดินไปหาคนอื่นเถอะ” มานี เป็นผู้นำเดินข้ามศพไปยังตู้ที่สอง
                “รอด้วย รอด้วย” แน็ค เพิ่งวิ่งขึ้นรถไฟวิ่งแซงเอสกับป้าซุ่ม ตามมานีมาติดๆ ใบหน้าของมันเปียกชุ่ม ไม่รู้ว่าเปียกฝน เปียกเหงื่อ หรือน้ำตา
แกร๊ก.......แกร๊ก.......” เสียงประหลาดดังขึ้นอีกครั้ง เหมือนเสียงผู้หญิงเอาเล็บขูดรอบตู้รถไฟ เสียงเหมือนเล็บที่ทำจากเหล็ก
ทั้ง 4 คนหยุดเดินมองออกไปนอกหน้าต่างเห็น ผู้หญิงชุดดำเดินอยู่ข้างนอก
“กรี๊ด ป้าซุ่มร้องลั่น” เธอซุกอกเอส กอดเอสแน่น
“ผีหลอก พวกมึงเห็นผีใช่ไหม พระเจ้าช่วยลูกด้วย” แน็คตื่นกลัว น้ำหูน้ำมูกน้ำตาไหลนองหน้าหมดแล้ว
“พุทธัง สัตตะรัตนะมะหาปะการัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สัตตะรัตนะมะหาปะการัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สัตตะรัตนะมะหาปะการัง สะระณัง คัจฉามิ” มานีพนมมือท่องคาถากำแพงแก้วเจ็ดชั้น
ภาพที่ทุกคนเห็นเสมือนมีกำแพงแก้วมหึมาคุ้มกันล้อมรอบตู้รถไฟไว้ ผู้หญิงชุดดำได้แค่เดินวนไปรอบๆ เสียงเล็บขูดรถไฟหายไป
“รีบหนีกันเถอะ ฉันจำได้แค่คาถาเดียว” มานีกระพริบตาถี่รวบรวมความกล้าเดินนำ
มานีเป็นคนที่ควบคุมสติได้ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเธอไม่กลัว แต่เพราะเธอเป็นนักข่าวสายอาชญากรรมจากเพจคุณจัน เคยผ่านสถานการณ์ทำนองนี้มาแล้ว ยิ่งงานวันนี้รุ่นพี่ของเธอได้กำชับมาว่าพวกองค์กรยักษ์ดำอาจจะแฝงตัวเข้ามาขโมยอาวุธโบราณในรถไฟขบวนนี้แต่ไม่รู้ว่าคืออาวุธอะไร ส่วนคาถากำแพงแก้วเจ็ดชั้น พ่อของเธอสอนให้ท่องทุกคืนก่อนนอนเวลาออกมาเรียนและทำงานไกลบ้าน
ทั้ง 4 คนค่อยๆเดิน ข้ามศพไป โดยมีมานีนำ ตามมาด้วยแน็ค เอส เดินนำจับมือป้าซุ่ม ทุกคนเดินเร็วแต่เหมือนกับว่าตู้รถไฟช่างห่างไกลนัก ทุกคนมีสีหน้าหวาดหวั่น ตื่นกลัว
ธี่หยด.........................ธี่หยด...........................ธี่หยด” เสียงหลอนประสาทดังขึ้นอีกครั้ง ทุกคนได้ยินพร้อมกัน ป้าซุ่มตกใจจนข้อเท้าพลิกล้มลง
“พี่ซุ่มรีบลุกเร็ว” เอสยืนมือคว้าจับมือป้าซุ่ม
ศพทั้ง 3 ที่นอนนิ่งอยู่เมื่อกี้เริ่มขยับ มันค่อยๆคลานเหมือนผีในนิยายเรื่องจูออน มันค่อยๆคลานเข้ามาหาป้าซุ่ม ป้าซุ่มกรีดร้องลั่นแต่ตัวเองกลัวจนไม่มีแรงจะลุกขึ้น
ผีคนขับรถไฟคว้าจับขาป้าซุ่ม มันกำลังจะกัดขาป้าซุ่ม เอสเตะมันเข้าเต็มๆกราม รีบดึงป้าซุ่มขึ้นประครองเดินหนีออกมา โดยที่ศพทั้ง 3 คลานตามมาด้วยความเร็วเหมือนตัวเงินตัวทองในรัฐสภา
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ กูอยู่ในหนังเรื่องเทรน ทู ปูซาน หรือไงวะ” แน็คสบถคำหยาบคาย
ด้านนอกรถไฟยังเห็นผู้หญิงชุดดำเดินไปมาช่างน่าหวาดกลัวนัก ไม่มีใครกล้าจ้องมองไปที่หน้าเธอ
“มันล็อค มันล็อค ประตูเปิดไม่ได้” มานีตะโกนเสียงดัง ขณะกำลังผลักประตู
“หลบไป” แน็ควิ่งมากระโดดถีบประตูแบบพระเอกหนังไทย แต่มันไม่สะเทือนเลย
“มันเป็นประตูเลื่อน” เอส ตะโกนบอก
มานีเลื่อนประตูเปิดค้างไว้รอให้แน็ควิ่งเข้ามาก่อน เอสพยุงป้าซุ่มตามมา ก่อนจะปิดประตู แต่ปิดไม่ได้ แขนของคนขับรถไฟเอื้อมมาขวางประตูไว้
เอสวิ่งมากระทืบมือ แต่ไร้ผล มันยิ่งคลานเข้ามาเรื่อยๆ เหมือนซอมบี้ในหนังที่ไม่รู้จักเจ็บปวด ศพอีก 2 คลานมาถึงประตูแล้ว...
ฟักโกส เพจฟักโกส สมาคมต่อต้านผี สร้างเพื่อต่อต้านสิ่งงมงายทุกชนิด แอดมินเพจไม่เคยเปิดเผยใบหน้าต่อสาธารณชน เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว เพจของมันคอยจับผิดความเชื่อต่างๆหักล้างด้วยหลักวิทยาศาสตร์ มันมารายการนี้เพราะเห็นว่ารถไฟสายนี้เป็นรถไฟท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี ลพบุรีเป็นจังหวัดที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของภาคกลาง และใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียง 150 กิโลเมตรกว่าๆ เหมาะสำหรับการไปเที่ยวพักผ่อนในช่วงเวลาสั้นๆ มันคิดจะไปวัดเขาวงพระจันทร์ที่กำลังจัดงานนมัสการปิดทองรอยพระพุทธบาทวัดเขาวงพระจันทร์เพื่อพิสูจน์ตำนานความเชื่อ เรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาของเขาวงพระจันทร์ ที่ว่ากันว่าคู่รักพากันมาวัดใจ พิสูจน์รักแท้ต้องเดินขึ้นสู่ยอดเขาก้าวขึ้นบันได 3,790 ขั้น มีความยาว 1,680 เมตร ใช้เวลาเดินขึ้นราว 2-3 ชั่วโมง แต่ตอนนี้มันกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม
                “บุหรี่ไหม ?” สารวัตรยื่นซองบุหรี่มาตรงหน้าฟักโกส ยิ้มให้ด้วยท่าทางเป็นมิตร
                “คุณกำลังทำตัวเหมือนตำรวจดีตามกลยุทธ์การสอบสวนผู้ต้องสงสัย วางท่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จ่าอ้วนๆคงเล่นบทตำรวจเลวสินะ” ฟักโกสกล่าวตอบโต้ทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบ
                “ถอดหมวก แว่นดำ และผ้าปิดปากออก เดี๋ยวนี้” จ่ายักษ์ตวาดเสียงดัง
                “ไม่” ฟักโกสตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
                “ตอนนั่งรถไฟมาคุณนั่งกับใคร ?” สารวัตรถามด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
                “ผมนั่งคนเดียวเสมอมา” ฟักโกสตอบ
                “คุณรู้จักผู้ตายมาก่อนไหม ?” สารวัตรถามต่อ
                “ผมไม่มีทางรู้จักผู้ตายทั้ง 3 คน แน่นอน” ฟักโกสตอบ
รถไฟแล่นผ่านชานชาลาไปด้วยความเร็วคงที่ เมื่อห่างจากชานชาลา 300 เมตร รถไฟเปิดหวูดครั้งแรก และเปิดหวูดครั้งที่สองเมื่อแล่นออกไปจากจุดเปิดหวูดครั้งแรกเป็นเวลา 20 วินาที นายสถานีรถไฟยืนอยู่หน้าชานชาลาได้ยินเสียงหวูดทั้งสองครั้งดังห่างกัน 21 วินาที และเสียงหวูดครั้งแรกดังเป็นสี่เท่าของเสียงหวูดครั้งที่สอง อยากทราบว่าอัตราเร็วของเสียงหวูดจากข้อนี้มีค่าเท่ากับเท่าใด คำตอบคือ 300 เมตร ต่อ วินาที” ควดนัน พลางนึกถึงข้อสอบฟิสิกส์ระดับมัธยมปลายที่ตนเองตอบได้ในรอบชิงตอนไปแข่งขันตอบปัญหาฟิสิกส์ระดับประเทศ เวลามันวิเคราะห์คดีมันมักจะคิดถึงโจทย์ฟิสิกส์ข้อนี้เสมอ
                “คำถามอะไรของเอ็งวะ” สารวัตรโต้ทันที
ทุกคนยืนอึ้ง งงงวยกับสิ่งที่ควดนันกำลังจะสื่อ “มันต้องการอะไรวะ ?” หลายคนพลางนึกในใจ
“ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ปริศนาไขกระจ่างแล้ว ฆาตกรคือแก” ควดนัน ชี้ไปทางจ่ายักษ์
“ตลกละมึง เดี๋ยวกูยิงไส้แตก” จ่ายักษ์หัวเสีย
“เรื่องราวทั้งหมด คุณทำผิดพลาดอย่างเดียว” ควดนัน ขยับแว่นกล่าว
“อ้อ”
“ก่อนขึ้นรถไฟทุกคนต้องเซ็นต์ชื่อลงทะเบียนโดยใช้บัตรประชาชนแลกป้ายชื่อ” ควดนันกล่าวต่อ
“ก็ใช่น่ะสิ แล้วไงวะ” จ่าเริ่มอารมณ์เสีย
“มีแขก 1 คนที่ไม่ได้มาลงทะเบียน” ควดนันขยับแว่นก่อนจะกล่าวต่อ “มันชื่อหนุ่ม จากเพจคุณจัน”
ตอนนี้ทุกคนต่างเงียบตั้งใจฟัง นักสืบจิ๋วควดนันไขคดี จ่า ยืนเผชิญหน้ากับควดนัน สารวัตรยืนด้านหลังนักสืบ ตามด้วยหมอแร๊ฟ ฟักโกสนั่งอยู่ที่เดิม เนเน่นักศึกษานั่งอยู่ที่นั่งคนละฝั่งกับฟักโกสเริ่มมาจ้องที่จ่า สมศรี ดวงพร และ แกลบ ลุกจากที่นั่งมามุงดู
“ผมนั่งเล่นอยู่ที่โต๊ะลงทะเบียนผมจึงรู้ว่า คนขับรถไฟได้หยิบป้ายชื่อผิดไป” ควดนัน พูดเสียงดังขึ้น
ทุกคนแทบจะกลั้นหายใจ
“ป้ายชื่อที่หยิบผิดไปคือป้ายชื่อของหนุ่ม แต่จ่ายักษ์รายงานว่าคนขับรถไฟชื่อลุงชม” ควดนัน ขยับแว่น ถอนหายใจ และกล่าวต่อแบบเน้นเสียง “จ่ายักษ์รู้ว่าคนขับชื่อจริงชื่อ ลุงชม เพราะว่าจ่ายักษ์เป็นคนเขียนชื่อลงในเดธโน้ต แต่จ่ายักษ์ลืมสังเกตว่าป้ายชื่อของคนขับชื่อ หนุ่ม”
“เหลวไหล ไอ้เด็กเปรต” จ่าโกรธจนเส้นเลือดบริเวณคิ้วปูดออกมา
“หลักฐานอยู่ที่ป้ายชื่อบนศพของคนขับรถไฟ ไปดูด้วยกันก็รู้” ควดนันบอกกับสารวัตร
“กูไม่ได้กินหญ้า ใครจะเชื่อคำพูดของทารก” พอถึงคำว่า หญ้า จ่ายักก็หยิบกระดาษขึ้นมาเขียนชื่อลงไป
ไอ้อ้วน มันทั้งอ้วนตัวดำหน้าตาขี้เหร่ เรียนหนังสือไม่เก่ง บ้านจน ตอนเด็กมักจะถูกเพื่อนล้อ โดนเพื่อนรังแกจนมีปมด้อย พอโตขึ้นได้ทำงานเป็นตากล้องให้แน็ค ได้แกล้งคน มันรู้สึกสนุกสะใจ มันมารายการนี้เพราะมันต้องตามแน็คไปทุกที่ ขอให้ได้แกล้งคนมันพร้อมไปเสมอ มันชมชอบการแกล้งคน แม้มันจะตายไปแล้วมันก็ยังชมชอบการแกล้งคน
                เอสกับป้าซุ่มช่วยกันดึงมือของคนขับรถไฟออกไปจนได้
“มานี ปิดประตู” เอสตะโกนบอก
มานีรีบเลื่อนปิดประตู แต่มีมือมาขวางไว้ แรงเยอะจนง้างประตูเปิดออก
“ไอ้อ้วน” แน็ค ตกใจร้องลั่น
ไอ้อ้วนอยู่ในสภาพคนก็ไม่ใช่ ผีก็ไม่เชิง ตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำฝน ตาแดงฉาน มีเลือดไหลออกมาจากตา หู จมูก ปาก มันแยกเขี้ยวเหมือนหมาบ้า กลิ่นตัวเหม็นเน่าเหมือนศพ มานี เอส ป้าซุ่มและแน็ค รีบวิ่งหนีพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
มันวิ่งมาจับป้าซุ่มที่วิ่งช้าที่สุด มันกระชากป้าซุ่ม แต่เอสพยายามดึงไว้ เอสหยิบปากกา แทงใส่ตาซ้ายไอ้อ้วน แต่มันไม่มีท่าทีที่จะหยุด ทั้งที่ตาซ้ายยังมีปากกาเสียบอยู่แต่มันยังดึงป้าซุ่มมากัดกิน มานีเข้ามาช่วยกันดึงป้าซุ่มออกมา
แน็ค กลัวจนตัวสั่นมันไม่สามารถเปิดประตูเพื่อไปต่อได้ ประตูล็อคจริงๆ
แด่พระบิดาบนสวรรค์...ลูกขอสวดอธิษฐานถึงพระองค์ ขอพระองค์ประทานความเข้มแข็งเป็นเกราะคุ้มครองหัวใจให้ลูก ขอพระหัตถ์ของพระองค์เป็นพลังขจัดความชั่วร้าย โปรดทรงช่วยให้ลูกแกะหลงทางของพระองค์รอดพ้นจากปิศาจร้าย....ในนามของพระเยซูคริสต์...เอเมน....” แน็คสวดมนต์ มือกุมไม้กางเขน
พริบตานั้นเหมือนมีแสงสีขาวออกมาจากไม้กางเขน ไอ้อ้วนหยุดเคลื่อนไหวครู่หนึ่ง
“ช่วยด้วย” ป้าซุ่มร้องไห้
ไอ้อ้วนดึงป้าซุ่มเข้ามากัดที่คอ เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว ร่างของป้าซุ่มล้มลงเหมือนคนที่หมดแรง เอสล้มลงพยุงร่างของป้าซุ่มละกอดไว้ ไม่นานนักป้าซุ่มก็ลืมตาขึ้น ดวงตาสีแดง ก่อนจะกัดแขนของเอส เอสร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ปิดตำนานรักต่างวัย ไอ้อ้วนเข้ามาสมทบกัดคอเอส ศพอีก 3 ตัวก็คลานเข้ามารุมกัดร่างเอส เลือดกองโตไหลไปทั่วพื้นรถ
มานีล้มตัวลงนั่งกับพื้น กระพริบตาถี่ ตัวสั่น ร้องไห้ หมดแรง หมดหวังหมดสิ้นหนทางหนี เอสกำลังคลานมาตาสีแดงตัวชโลมไปด้วยเลือดสดๆ ป้าซุ่มก็สภาพไม่ต่างกันหัวห้อยแทบจะหลุดออกจากคอแต่ยังเดินมาได้ ไอ้อ้วนที่มีปากกาเสียบคาตาก็กำลังเดินมา คนขับรถไฟ คินดะ กับจอห์น ก็คลานตามมาติดๆ...
เนเน่ นิสิตมหาวิทยาลัยชื่อดัง เจ้าของเพจ แอนตี้ระบบรับน้องโซตัส ทำหน้าที่ต่อต้านการรับน้องทั่วประเทศ มันใส่แว่น ผมสั้น หน้าเหมือนเด็กเรียน ตอนเด็กๆชอบดูการตูนขบวนการห้าสีเลยเป็นคนรักความยุติธรรม มารายการนี้เพื่อมาสังเกตการณ์
                จ่ายักษ์กำลังเขียนชื่อ ควดนัน ลงในเศษกระดาษ มันเขียนได้รวดเร็วกว่าการชักปืนยิงอีก
                “หยุดได้แล้วจ่า” เสียงตะโกนมาจากเนเน่ ที่นั่งนิ่งไม่พูดมาตั้งแต่ขึ้นรถไฟ
                จ่ายักษ์ถึงกับหยุดเขียนหันไปมอง เนเน่ ด้วยความเกรงใจ 4 ส่วน หวาดกลัวถึง 6 ส่วน
                “ภารกิจของเจ้าคือสังหารเหยื่อ โดยห้ามเปิดเผยตัวตน นี่ถึงกับโดนเปิดโปง ถือว่าภารกิจของเจ้าจบลงแล้ว ไม่เลว ไม่เลว สมแล้วที่เป็นนักสืบจิ๋วควดนันที่โด่งดัง” เนเน่ที่ไม่พูดมาตลอดกลับกลายเป็นคนพูดเยอะ
                “หยุดนะอย่าขยับ นี่มึงเป็นพวกยักษ์ดำหรือวะ” สารวัตรชักปืนลูกโม่สภาพโคตรเก่าออกมาเล็งใส่จ่ายักษ์
                “ฉายามือปราบปืนโหดคงไม่ได้มาเพราะโชคช่วยสินะ สารวัตรเคนโม” เนเน่ ยิ้มแย้มกล่าวชมเชย
                “หรือว่าแกคือ สโนว์แบล็ค หัวหน้าระดับสูงขององค์กรยักษ์ดำ” สารวัตรสีหน้าหวาดกลัว
                “ใจเย็นๆครับ วันนี้ภารกิจของข้าพเจ้ามาเพื่อสังเกตการณ์เท่านั้นพวกข้าพเจ้าพ่ายแพ้แล้ว คงจะต้องขอตัวกลับก่อน” เนเน่ ยังคงยิ้มแย้ม
                เนเน่พูดถึงคำว่า แพ้ กระสุนจากกระบอกปืนของสารวัตรก็พุ่งไปหาอกของมันแล้ว พร้อมเสียงดัง ปัง
                “มือปราบปืนโหด ยิงก่อนจับทีหลัง เลื่อมใส เลื่อมใส” เนเน่ ยังคงยิ้มแย้มเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือลูกแอปเปิ้ลสีแดงสดในมือของมัน แอปเปิ้ลที่มีรูกระสุน
                ถึงตอนนี้คนอื่นๆก้มลงหมอบตามที่นั่งเพื่อไม่ให้โดนลูกหลง
                เนเน่ ยิ้ม และทิ้งแอปเปิ้ลลงกับพื้น พร้อมๆกับมีดอกบัวพุ่งมาเสียบที่แอปเปิ้ลทันที
                “คิดไม่ถึงว่า เจ้าชายแห่งกรุงลงกา ถึงกับปลอมตัวเข้ามาด้วย ถวายบังคมพะยะค่ะ” เนเน่ยิ้มหันไปมองฟักโกส
                “ถ้าท่านจะไป ใยไม่ทิ้งเนตรศิวะไว้ก่อนเล่า” ฟักโกสยังคงพูดด้วยเสียงเรียบ
                “ข้าพเจ้าบอกแล้วว่าข้าพเจ้ามาเพื่อสังเกตการณ์ ส่วนมันมาเพื่อสังหาร พวกเราหาได้มีส่วนรู้เห็นกับ เนตรศิวะไม่ ข้าพเจ้าขอตัวลา” เนเน่ยิ้มกล่าว
                “จ่า ถ้ามึงขยับกูยิง” มันคือประโยคคำสั่ง ไม่ใช่ประโยคขอร้อง สารวัตรพูดกับอดีตลูกน้อง
                “สารวัตรปล่อยพวกมันไปก่อน พวกเราสู้ สโนว์แบล็ค ไม่ได้หรอกครับ” ฟักโกสพูด
                เนเน่ ยิ้ม โค้งคำนับให้เจ้าชาย ก่อนจะพาจ่ายักษ์เดินลงรถไฟไป
                “ทำไมพวกเราถึงไม่สู้กับมัน พวกเราสองรุมหนึ่งน่าจะฆ่าเจ้าชายได้ไม่ยาก” จ่ายักษ์พูดกับเนเน่
                “เมื่อกี้เราใช้แอปเปิ้ลพิษเพื่อสังหารคนทั้งหมด แต่ดอกบัวของมันสามารถหยุดพิษจากแอปเปิ้ลของเราได้ ได้ยินว่าเจ้าชายครอบครองศัสตราวุธของพระนารายณ์ ซึ่งดอกบัวของมันข่มแอปเปิ้ลพิษของเรา” เนเน่ ยิ้ม “หรือเจ้าเห็นว่าเป็น กงจักร เล่า ?”
                ฟักโกส สารวัตร ควดนัน หมอแร๊ฟ สมศรี ดวงพร และแกลบ ยืนมอง สโนว์แบล็ค และจ่ายักษ์ เดินหายเข้าไปในป่าข้างทาง...
แน็ค มันหน้าเรียวยาว หน้าทะเล้น ตัวผอม มันเกิดและโตที่อเมริกา ชอบกลั้นแกล้งผู้คนตั้งแต่ยังเด็ก ได้มาเที่ยวที่ไทยหลงรักเมืองไทย ทำคลิปแกล้งคนเล่นจนโด่งดัง เป็นเจ้าของชาแนลในยูทูปชื่อ มาย แน็ค มีผู้ติดตามมากกว่า 3 ล้านคน หลายคลิปที่มันเคยทำเป็นกระแสดราม่ามีคนด่ามากมาย จนล่าสุดคลิปเหรียญที่ทำให้ชีวิตของมันเปลี่ยนไปตลอดกาล มันไม่เชื่อเรื่องผี ตอนมาทำรายการนี้มันคิดแต่การพิสูจน์ตัวเองว่าสิ่งที่มันทำไม่ได้ทำอันตรายกับรถไฟ มันไม่กังวล มันมาเพื่อสนุก เพิ่มยอดคนตาม เพิ่มความดัง แต่พรุ่งนี้คงจะเป็นข่าวใหญ่สมใจมันแน่นอน แต่มันยังจะมีโอกาสได้อ่านข่าวนั้นหรือไม่
                แน็คกับมานี ถอยมาจนติดประตู เอสที่ชุ่มไปด้วยเลือดหน้าเละจนจำไม่ได้ ป้าซุ่มที่คอเกือบจะขาด ไอ้อ้วนที่มีปากกาเสียบที่ตา คนขับรถไฟ คินดะ และจอห์น คลานเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ ทั้งสองคนสิ้นหวังนั่งตัวสั่นด้วยความกลัวจนลืมแม้แต่บทสวดมนต์
                มานีพลางนึกถึงรุ่นพี่นักข่าว พี่หนุ่ม ศรราม ที่ได้มอบดอกบัวไว้ให้ 1 ดอก พร้อมกำชับให้พกมาให้ได้ เธอกระพริบตาถี่เปิดกระเป๋าสะพายยี่ห้อหลุยส์ของปลอมที่ซื้อตามตลาดนัดใบละ 199 บาท หยิบดอกบัวออกมาแล้วโยนใส่กองซอมบี้ทันทีพร้อมกับท่องนะโม 3 จบ
                “ฮู่” เสียงผู้หญิงกู่ร้องเสียงแหลมปาดแก้วหู กองซากศพเหมือนจะหมดแรกล้มลงไปกลายเป็นกองเป็นซากศพที่ขยับไม่ได้
                ธี่เย็บ.........................ธี่เย็บ...........................ธี่เย็บ” เสียงประหลาดดังขึ้นอีกครั้ง ชวนสยองกว่าเดิม
                ผู้หญิงชุดดำยืนอยู่ข้างหน้า จองมอง มานี และแน็ค แววตาแฝงความอาฆาตพยาบาท น่ากลัวจนมานีต้องหลับตา แน็คหัวเราะออกมา ใบหน้าของมันมีรอยยิ้มกลับมาอีกครั้ง
                ผู้หญิงชุดดำขยับมือวูบหนึ่ง เสียง ตู้ม กองซากศพก็ระเบิดกระจาย ทั้งเลือด อวัยวะภายในกระจายไปทั่ว ทั้งมานีและแน็คตัวเปียกชุ่มไปด้วยเลือด มานีกรีดร้องแทบตาย แน็คยังคงหัวเราะดังขึ้น
                “เป็นบ้าไปแล้วหรือไง พวกเรากำลังจะตายนะ” มานีตะโกนออกมาทั้งที่หลับตาปี๋
                “รู้ไหมว่านี่คืออะไร ?” แน็คหยิบอะไรบางอย่างคล้ายจี้ ห้อยคอขึ้นมา เอามาแปะไว้ที่หน้าผาก
                ไม่รอให้มานีตอบ แน็คก็พูดขึ้นมาว่า “นี่คือตาที่ 3 ของพระศิวะ”
                ผู้หญิงชุดดำแค่เห็นก็กู่ร้องทันที
มานีจำได้เพียง เห็นไฟสว่างจ้าราวกับเทียนนับล้านเล่ม ร้อนดั่งไฟบรรลัยกัลป์ ก่อนจะสลบไป
                ------------------------------------------------------------------------------
          

3 ความคิดเห็น

  • เทพเจ้า

    (keng8523456789@gmail.com)

    03-09-2017 22:50:42

    ZEZA_KITTY เหมือนผมเห็นคนนี้ลงสองเรื่องนะครับ...?? ศรราม?? เนตรศิวะ??

    #1

  • คนที่ผ่านมา

    23-09-2017 13:50:21

    แน็คนี่คุ้นๆนะ55555

    #2

  • Hmilwin

    (Hmilwin@hotmail.com)

    06-12-2017 15:50:30

    สุดยอดครับ

    #3

แสดงความคิดเห็น