เปิดใจนักเรียนคนเก่ง เคล็ดลับคว้าทุนดังเรียนสิงคโปร์!

     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เข้าสู่เดือนมีนาคมทีไร ก็มีทุนหนึ่งที่เปิดรับสมัครและเป็นทุนที่ฮอตมากๆ เรียกได้ว่าเด็กมัธยมทั้งหลายต่างรอคอยกันเลยล่ะค่ะ นั่นก็คือทุน Asean Scholarship จากกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์เพื่อให้นักเรียนไทยได้ไปเรียนต่อในระดับมัธยมกันที่นั่น โดยจะได้รับค่าใช้จ่ายฟรีหมดทุกอย่าง!!

    ในแต่ละปีนั้น โดยมากจะมีผู้ได้รับทุนประมาณ 5-10 คนค่ะ แต่ปีที่แล้ว มีผู้ได้รับทุนจำนวน "1 คนถ้วน!!!" ใช่แล้วค่ะ อ่านไม่ผิดหรอก มีผู้ได้รับทุนเพียงคนเดียวจริงๆ ค่ะ(สายโหดจริงๆ) .... ชักอยากรู้แล้วว่า น้องที่เป็นหนึ่งเดียวที่ได้รับทุน Asean Scholarship ในปีก่อนนั้นเค้าเก่งขนาดไหนนะถึงเป็นคนเดียวที่คว้าทุนมาได้ ไม่รอช้าค่ะ พี่เป้ ไปคว้าตัวมาสัมภาษณ์เพื่อง้างเคล็ดลับความเก่งและการเตรียมตัวก่อนสอบชิงทุนแล้วจ้า



สวัสดีจ้า รบกวนแนะนำตัวให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D.com รู้จักหน่อย^^

     สวัสดีครับ ผมชื่อ "กานต์ วัชระสุภัทร"  ถ้าชื่อเล่นก็ "อั่งเปา" อายุย่าง 15 ปีนี้ครับ มาจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หลักสูตรปกติครับ ตอนนี้อยู่ Secondary 3 ที่ Victoria School Singapore ครับ


เป็นมายังไง น้องอั่งเปาถึงได้มาสมัครสอบทุน Asean Scholarship คะ?

     แรงบันดาลใจหลักๆ ที่ทำให้ผมสมัครทุนนี้มันก็ประกอบกันหลายๆ ส่วนครับ เริ่มแรกเลยคือ ผมมีลูกพี่ลูกน้องที่เคยรับทุนนี้มา เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย พี่เขาเก่ง อยากได้แบบพี่เขาบ้าง (ตอนนี้พี่เขาเพิ่งจบวิศวะเคมีมาจาก Cambridge ครับ) อีกส่วนหนึ่งก็คือตอนอยู่ป.6 มีอาจารย์เลขคนหนึ่งที่ผมสนิทด้วย เคยทักว่า ผมน่าจะไปชิงทุนเรียนต่อที่สิงคโปร์ เพราะที่นั่นการศึกษาเขาดีกว่าบ้านเรา จนผมขึ้นมัธยมแล้ว อาจารย์ก็ยังคุยกับผมเรื่องทุนนี้อยู่ 

     ส่วนสุดท้ายก็คือ ตัวผมเองมีโอกาสได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ Tanjong Katong Secondary School ตอนปิดเทอม ม.1 แล้วเกิดชอบบรรยากาศการเรียนการสอนของที่สิงคโปร์ขึ้นมา แล้วอีกอย่างคือที่บ้านผมคุณพ่อคุณแม่เป็นเด็กหอมาก่อนครับ ก็จะรู้ว่าพอเป็นเด็กหอแล้วเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทางบ้านก็เลยสนับสนุนว่าถ้าผมมีโอกาสได้ไปเรียนต่อก็ให้ไปครับ


ได้ยินว่าขั้นตอนการสมัครนั้นแอบยุ่งยากนิดนึง น้องอั่งเปามีอะไรอยากจะแนะนำคนที่จะสมัครปีนี้มั้ยคะ?

     สำหรับการสมัครทุนนี้ ตัวใบสมัครจะไม่ต้องเขียนเรียงความครับ ก็จะมีแต่การกรอกข้อมูลลงไป แต่ในการกรอกใบสมัครเนี่ย สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นจุดสำคัญ คือทำให้กรรมการเห็นว่าเรา “รอบด้าน” และเป็น “ผู้นำ” ครับ ที่สิงคโปร์เขาให้ความสำคัญกับ Holistic and Leadership Education(ความสมบูรณ์และการเป็นผู้นำด้านการเรียน)มากๆ ครับ ก็แนะนำว่าก่อนกรอกใบสมัคร เราต้องเตรียมเอกสารก่อนครับ ขุดมาให้หมดว่าในช่วง 3-4 ปีนี้ เราทำกิจกรรมอะไรไว้บ้าง เราไปแข่งขันอะไรไว้บ้างหรือเปล่า หามาให้หมดครับ แล้วลองดูอันที่ดูแล้วสำคัญครับ เรียงดูจากลำดับประเทศ จังหวัด เขต โรงเรียน เอาอันที่สำคัญขึ้นช่องแรกเวลากรอกครับ ไม่ต้องสนใจลำดับปี พยายามทำให้เขาเห็นว่าเราเป็น “เด็กกิจกรรมที่เรียนดี” ดีกว่าเด็กเรียนธรรมดาครับ

      สำหรับผม เกรดเฉลี่ยตอนสมัครทุนคือ 3.98 ครับ ตัวกิจกรรมที่ผมใส่เข้าไป

      - ตัวแรกคือ JSTP (Junior Science Talent Project) อันนี้ไม่ใช่ของโรงเรียนครับ เป็นโครงการนักวิจัยเยาวชนของทาง NSTDA ที่ให้เราได้ฝึกทำวิจัยขนาดย่อมๆ กับอาจารย์มหาวิทยาลัยครับ 

      - ตัวต่อมาคือ KUS Symphonic Band ครับ เป็นวงโยธวาทิตของโรงเรียน ผมเข้าไปเล่นอยู่ตั้งแต่ป.6 เทอมปลายครับ 

      - นอกนั้นก็เป็นหัวหน้าห้องมาตั้งแต่ป.5, เคยเข้าค่ายคณิตศาสตร์ สสวท. ตอนป.6  แล้วก็อยู่ใน Gifted คณิตศาสตร์ของโรงเรียน ตั้งแต่ป.5 ครับ


มาที่ข้อสอบกันบ้าง วิชาไหนยากง่าย เล่ามาเลยจ้า

     ข้อสอบนะครับ เริ่มกันที่คณิตศาสตร์ก่อน ต้องบอกก่อนว่า ข้อสอบเกือบทุกข้ออยู่ในหลักสูตร ม.ต้นของที่สิงคโปร์ครับ มีแค่ set กับตรีโกณพื้นฐานที่แอบโผล่มาบ้าง (แต่แบบง่ายๆ ครับ) ข้อสอบตัวนี้มันจะวัดว่า เราเอาสิ่งที่เราเรียนมาไปใช้ได้มากแค่ไหนมากกว่าเรียนมาเยอะแค่ไหนครับ ที่ออกมาก็มีสมการสองตัวแปร, สมการกำลังสอง, เรขาคณิต โดยเฉพาะสามเหลี่ยม, พิธากอรัส, สถิติพื้นฐาน, ตรีโกณมิติพื้นฐาน และพาราโบล่าพื้นฐาน รูปแบบโจทย์จะออกแนวจับนู่นผสมนี่ครับ ต้องหาให้เจอว่าอะไรใช้ความรู้จากตรงไหน ถ้าเจอแล้วก็ง่ายเลยครับ

     ต่อมาวิชาภาษาอังกฤษครับ มีสอง Paper อันแรก (Paper A) เป็น Grammar และ Comprehension ครับ มีทดสอบ Vocabulary (ฝึกเรื่อง Root, Prefix, Suffix ช่วยเยอะครับ), Cloze Passage, Comprehension และก็ Grammar Error ครับ ส่วน Paper B เป็นเขียนเรียงความครับ 30 นาที ประมาณ 300 คำ มีสองข้อให้เลือกทำหนึ่งข้อครับ ของผมที่เจอคืออันนึงเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนอีกอันเป็น Personal Recount ครับ

      แล้วก็จะมีข้อสอบอีกชุดนึง เป็นชุดแรกก่อนคณิตและอังกฤษครับ เป็นแบบทดสอบ IQ 48 ข้อ 20 นาทีครับ ข้อสอบจะยากขึ้นเรื่อยๆ จากข้อแรกไปข้อสุดท้ายครับ ถ้าทำไม่ได้ข้ามเลยครับชุดนี้ เพราะแทบไม่มีใครทำทัน (ผมทำทันก็ทันแบบเสี้ยววินาทีสุดท้ายจริงๆ ครับ)


ก่อนไปสอบ น้องอั่งเปาเตรียมตัวยังไงบ้าง อ่านหนังสือเล่มไหนหรือไปติวสอบหรือเปล่าคะ?

      เรื่องการเตรียมตัวก่อนสอบ ผมก็มีไปเรียนที่ House of Griffin เป็นที่แรกครับ เรียนคณิตศาสตร์กับอังกฤษ พอไปได้ซักพักก็มีเป็นของรุ่นพี่นักเรียนทุนไทยที่เพิ่งจบมาสอนพิเศษ ก็เลยไปเรียนที่ตรงนั้นด้วยครับ ชื่อ TS Tuition Centre ลองหาใน Facebook ได้ครับ ส่วนหนังสือที่ซื้อมาก็เป็นโจทย์เลขภาษาอังกฤษกับหนังสือ Grammar, Vocabulary ของ SAP ครับ (โชคดีว่าตอนนั้นมีงาน International Education Fair อะไรสักอย่างครับ ก็เลยไปขนมายกเซ็ทเลย) 

      เรื่องที่สำคัญจริงๆ ของการเตรียมตัวคือการทำความคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษครับ แม้แต่โจทย์เลขภาษาอังกฤษ ถ้าเราเข้าใจ Technical Term แล้ว มันไม่ได้ยากไปกว่าโจทย์ไทยครับ แนะนำว่าวิธีง่ายๆ คือ เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นภาษาอังกฤษครับ Facebook, Twitter, Email, Setting ของมือถือ, Setting ของคอมพิวเตอร์ อะไรก็ตามในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนภาษาได้ เปลี่ยนเป็นอังกฤษให้หมดครับ ถ้าที่บ้านพูดอังกฤษได้ ก็พูดกับที่บ้านเป็นอังกฤษเลยครับ 


มาถึงรอบสอบสัมภาษณ์บ้าง เจออะไรบ้าง? เล่าบรรยากาศวันนั้นให้ฟังหน่อยจ้า

     มาถึงตอนสัมภาษณ์แล้วครับ ก่อนสัมภาษณ์ก็ฝึกกับรุ่นพี่นักเรียนทุนที่ TS Tuition เนี่ยแหละครับ พี่เขาก็ช่วยฝึกให้ อย่างนึงที่สำคัญคือคิดเป็นอังกฤษให้ได้ครับ อย่าคิดไทยแล้วแปลเป็นอังกฤษ ภาษามันจะประหลาดๆ ครับ ตอนเข้าไปสัมภาษณ์จะมีคนสัมภาษณ์ 3 คนครับ คนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากกระทรวงศึกษาธิการ อีกสองคนจะเป็นอาจารย์ใหญ่/รองอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนที่นี่ครับ (แต่เขาจะไม่บอกว่าเขาเป็นนะครับ ผมก็มารู้เองทีหลังว่าคนที่สัมภาษณ์ก็คืออาจารย์ใหญ่ของ Victoria เนี่ยแหละครับ) 

     เนื้อหาที่สัมภาษณ์กันจริงๆ ก็ออกแนวคุยไปเรื่อยๆ มากกว่าครับ นอกจากแนะนำตัวแล้ว พวกคำถามสามัญประจำสัมภาษณ์แบบทำไมถึงเลือกที่นี่, อะไรคือข้อดีข้อเสียของเรา แทบไม่มีเลยครับ เขาจะคุยกับการแนะนำตัวของเรามากกว่าครับ เขาจะถามต่อไปเรื่อยๆ จากสิ่งที่เราทำครับ (แนะนำว่าต้องเตรียมแนะนำตัวมานิดนึงครับ หาวิธีหยุดให้พอดี หยุดแล้วเปิดช่องให้เขาถามครับ) เรื่องการปฏิบัติตัวก็อย่าเกร็งครับ เข้าไปก็มั่นใจ อย่าให้เขารู้ว่าเราตื่นเต้นครับ นั่งหลังตรงครับ


วินาทีที่รู้ว่าตัวเองเป็น "คนเดียวที่ได้ทุน" รู้สึกยังไงบ้างคะ?

      ตอนที่รู้ว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่ได้ทุน มันก็บอกไม่ถูกนะครับ คือผมมารู้ทีหลังว่าเป็นคนเดียว หลังจากสถานทูตโทรมา ตอนที่รับโทรศัพท์ตอนแรกก็ตื่นเต้นมาก ไม่ได้ถามรายละเอียดอะไรไว้เท่าไหร่ครับ (แหะ แหะ) จนกลับมาบ้านบอกคุณพ่อคุณแม่ ก็บอกรายละเอียดอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าได้กี่คน ไม่กี่วันต่อมาคุณแม่เลยโทรไปถามสถานทูตครับ ก็รู้ว่าผมได้คนเดียว (แต่ยังไม่ได้บอกผม) แล้วตอนเย็นคุณแม่ก็มาถามหลอกๆ ว่าถ้าได้คนเดียวจะรับทุนอยู่มั้ย อะไรประมาณนี้ครับ จริงๆ ผมก็ค่อนข้างเฉยๆ ว่าถ้าได้คนเดียวก็ไม่เป็นไร (คงเพราะเป็นลูกคนเดียวอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ค่อยติดเพื่อน) ส่วนคุณแม่ก็กังวลหน่อยๆ ว่าเป็นคนไทยคนเดียวจะไหวมั้ย แต่ผมก็ยืนยันคุณแม่ไป ที่บ้านก็โอเค เพราะเห็นผมลุยเดี่ยวมาตั้งแต่เด็ก คงไม่มีปัญหามากครับ


ตอนนี้ก็ได้เดินทางไปเรียนต่อแล้ว ชีวิตที่สิงคโปร์เป็นยังไงบ้างคะ?

      ผมก็ไม่ได้ต้องปรับตัวอะไรมากครับ อาหาร-อากาศก็คล้ายๆ ที่ไทย แล้วตอนอยู่ไทยผมก็ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน ไปค่ายนู่นค่ายนี่บ่อย ก็เลยไม่รู้สึกแปลกถิ่น ส่วนเรื่องโรงเรียนกับหอ ทางสิงคโปร์เลือกให้ครับ ตามโชคชะตาฟ้าลิขิตกันเลยครับตรงนี้ ผมโชคดีที่ว่า Victoria School มีหอของตัวเองครับ เป็น Victoria Hall ใช้เวลาเดินทางจากหอไปโรงเรียน 1 นาทีถ้วนครับ ห่างกัน 15 เมตร ห้องในหอก็ถือว่าโอเคครับ ได้เป็นห้อง 4 คน (แต่มีคนอยู่ 3 คน)  มีพัดลม (ฝั่งตะวันออกของที่นี่กลางคืนเย็นอยู่แล้วด้วยครับ แอร์ไม่ต้อง)

      การเรียนที่สิงคโปร์ตอนนี้ผมก็ยังสบายดีอยู่ครับ แต่ก็ใกล้สอบแล้วเหมือนกัน ToT ที่นี่เราเลือกแผนเองได้ครับ พอขึ้น Sec 3 แผนที่ผมเลือกเรียนก็มี English Language, English Literature, Mathematics, Additional Mathematics, Biology, Chemistry, Physic แล้วก็ History Elective Social Study (เป็นประวัติศาสตร์กับสังคมรวมเป็นวิชาเดียวครับ) จริงๆ จะมีอีกวิชานึงคือ Mother Tongue แต่เค้าไม่นับภาษาไทยครับ ผมก็เลยไม่ได้ลงตัวนี้ 


ตารางเรียนเป็นยังไงบ้างคะ เหมือนหรือต่างจากตอนเรียนที่ไทยมั้ย?

     ตารางเรียนก็จะอารมณ์คล้ายๆ ของมหาวิทยาลัยครับ เริ่มพร้อมกันตอน 7.30 แต่แต่ละวันเลิกไม่พร้อมกัน บางวันผมจบตอน 10.50 บางวันก็ 16.35 ครับ สิ่งที่ต่างจากที่ไทยก็คือ...

     1. ภาษาอังกฤษ “ยากส์” มากครับ ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองกับวิชานี้ครับ  

     2. ทุกคนต้องทำกิจกรรมครับ ที่นี่กิจกรรมจะเรียกว่า CCA (Co-Curricular Activity) ของโรงเรียนผมก็จะเป็นวันจันทร์ พุธ ศุกร์ครับที่ซ้อม 

     3. คือเรื่องบรรยากาศการเรียน นักเรียนจะมีส่วนร่วมในห้องมากกว่าการนั่งฟังอาจารย์บรรยาย คาบวิทย์มีแล็บทุกสัปดาห์ ถ้าเราไม่เข้าใจตรงไหนก็เดินไปห้องพักอาจารย์ครับ ถ้าเขาว่าง อาจารย์เขาก็จะสอนกันตรงนั้นเลยครับ เป็นภาพที่จะเห็นปกติมากหลังเลิกเรียนหรือตอนเบรกครับ


แล้วมีอะไรที่ต้องปรับตัวบ้างมั้ยคะ?

     สิ่งที่ต้องปรับตัว หลักๆ เลยคือภาษาหลักที่เปลี่ยนครับ แต่ถ้าเราอยู่ซักพัก มันจะชินไปเอง แต่ต้องฝึกพวก Technical Term ดีๆ ครับ พวกมารยาทอะไรก็ตามปกติเลยครับ ต้องตรงเวลา ที่ต้องระวังคือห้าม Racist (เหยียดชาติพันธุ์หรือสีผิว) ผมก็ไม่มีปัญหา เพราะไม่ได้อะไรตั้งแต่อยู่ไทยแล้วครับ) รวมๆ ก็ไม่ได้ปรับตัวอะไรมาก


สุดท้าย อยากให้น้องอั่งเปาช่วยฝากถึงน้องๆ เพื่อนๆ ที่จะลงสมัครทุน Asean Scholarship ปีนี้หน่อยค่ะ

      ฝากถึงน้องๆ/เพื่อนๆ ที่จะสมัครทุนนี้นะครับ ก็อยากให้ทำให้เต็มที่ครับ มั่นใจในตัวเอง เรามีเป้าหมายแล้วก็วิ่งไปให้ถึงครับ ตอนเตรียมตัวมันหนักหน่อย แต่วันที่เรามาถึงแล้ว เราจะภูมิใจกับความทุ่มเทของเราครับ

   
   
     โอ้ววววววว อ่านแล้วต้องขอคารวะน้องอั่งเปาสามทีเลยค่ะ เตรียมตัวมาอย่างเป๊ะ ทั้งเกรดและกิจกรรมที่เคยทำก็เป๊ะ สมแล้วที่เป็นหนึ่งเดียวที่ได้รับทุนนี้ ต้องขอขอบคุณน้องอั่งเปามากๆ ที่มาเล่าประสบการณ์การสอบทุน Asean Scholarship ให้พวกเราได้อ่านกัน เยี่ยมไปเลย! ส่วนใครอยากอ่านระเบียบการสมัครของปีนี้ ก็ คลิกที่นี่ ได้เลยค่ะ
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

29 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เพชร 17 มี.ค. 57 16:02 น. 4
พูดดูดีมากอ่ะกานต์ - - 5555 ขอให้สนุกกับสิงค์โปร์นะเออ ปล. ไปอยู่สิงค์โปร์แล้วตาเล็กลงป่ะ 5555
1
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
มิ้นจิบิ้อาโปกิกิ้ sym#19 17 มี.ค. 57 21:51 น. 7
พี่กานต์กลับมาไทยบ้างสิ มาวงด้วยนะครัชชชชช เค้ารอของฝากอยู่หลอกกกกนะก๊ะะะะๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
~tamada~ Member 18 มี.ค. 57 14:29 น. 10

เก่งจังค่ะะ เราว่าจะไปสอบทุนนี้อยู่เหมือนกัน (เปิดรับตั้งแต่วันที่14) แต่เอกสารตอนยื่นสมัครนี่เยอะจังเลยเนอะ ^^;

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็กกาก 18 มี.ค. 57 22:28 น. 17
โห!!! เก่งอ่ะ อยู่ไทยเรียนอิงก็ยากจะตายแล้ว แต่นี้ไปที่นู้นก็ต้องใช้ ก็ต้องพูด OMG!! อยากไปบ้าง...แต่ถ้าได้ไป ใบ้รับประทานแน่ พูดอิงไม่เป็น
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Jackqueline Member 3 เม.ย. 57 07:50 น. 19

อยากสมัครแต่ต้องกรอกข้อมูลเย๊อะเยอะ เสียใจ

เป็นคนนึงที่ยอมแพ้เจ้าค่าาาาา .บินกลับออสไปเรียนต่อ #ผิดๆ เอ่อ..

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด