สวัสดีค่ะน้องๆ ปิดเทอมที่กำลังจะผ่านไปคงมีเวลาได้พักผ่อนบ้างเล็กน้อยถึงปานกลางนะคะ เพราะหลังจากมรสุม GAT/PAT ผ่านพ้นไป กว่าจะเจอข้อสอบอีกทีก็คือ 7 วิชาสามัญเดือนมกราคมนู่นเลย แต่สำหรับน้องๆ ที่สอบ กสพท.อาจจะไม่ได้พักอย่างเพื่อนคนอื่น เพราะต้องเตรียมตัวสอบวิชาเฉพาะแพทย์ที่จะสอบ 10 พ.ย.นี้อีก

                สนามสอบวิชาเฉพาะแพทย์เป็นการสอบที่เข้มข้นทุกปี เพราะจะมีค่าน้ำหนักถึง 30% เชื่อว่าน้องๆ ที่ต้องสอบก็คงจะตื่นเต้นกันอยู่ไม่น้อยเลย วันนี้พี่มิ้นท์เลยมีคำแนะนำดีๆ จากรุ่นพี่ที่ผ่านการสอบวิชาเฉพาะมาแล้วมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง ถ้าใครเป็นขาประจำ writer ของเด็กดี อาจจะรู้จักพี่สุ่ยอยู่บ้าง เพราะพี่คนนี้ได้เขียนบล็อคถ่ายทอดประสบการณ์การสอบ กสพท.ที่เป็นประโยชน์กับน้องๆ มากๆ แถมยังมีแฟนคลับอีกเพียบเลยล่ะ ว่าแล้วไปติดตามกันดีกว่าว่าพี่สุ่ยขนเคล็ดลับอะไรมาฝากบ้าง
 


      พี่มิ้นท์ : แนะนำตัวให้น้องๆรู้จักกันหน่อยจ้า
      พี่สุ่ย : สวัสดีครับน้องๆ พี่ชื่อ วรฤทธิ์ เชี่ยวชาญศิลป์ ชื่อ  เล่นสุ่ย ครับ ตอนนี้พี่เรียนอยู่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทวิโรฒ ชั้นปีที่ 1 ครับ พี่สอบ กสพท. ติดรุ่นปี 2555 ที่ผ่านมาเองครับ : D

    
พี่มิ้นท์ : แรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้สุ่ยอยากเป็นหมอคะ
     พี่สุ่ย : รู้ตัวว่าอยากเป็นหมอตั้งแต่ตอน ป.1 เลยครับ ในขณะที่เพื่อนๆ ในตอนนั้นก็จะอยากเป็นทหาร ตำรวจ ส่วนผู้หญิงก็อยากเป็นพยาบาล หรือ ครู มีพี่กับเพื่อนอยู่ไม่กี่คนที่ยกมือตอบว่าอยากเป็นหมอ แรงบันดาลใจหนึ่งอาจจะมาจากในสมัยที่พี่ยังเด็กๆ มีโรคประจำตัว คือ โรคหอบ ตอนนั้นพี่จะเข้าคลีนิคหรือโรงพยาบาลบ่อยมากๆ เพราะต้องไปรับยามากินตลอด จนปัจจุบันพี่หายจากโรคนี้เป็นปลิดทิ้ง พี่คิดว่าการที่พี่เจอหมอบ่อยๆ และได้รับการช่วยเหลือจากคุณหมอมาตลอด อาจเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจของพี่นับตั้งแต่นั้นมาครับ
              แต่พอเราโตขึ้นเรื่อยๆ แรงบันดาลใจที่อยากเป็นหมอก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ พี่คิดว่าแพทย์เป็นอาชีพที่ได้ช่วยเหลือคนแบบถึงเนื้อถึงตัวจริงๆ (มีอีกหลายอาชีพนะครับที่ได้ช่วยคนเหมือนกัน ) เราตื่นมาทำบุญได้ในทุกๆ วัน พี่จินตนาการภาพตัวเองเวลาเป็นหมอแล้วคนไข้ที่มีอาการเจ็บป่วยมา พี่รักษาเขาหายจากความทุกข์ทรมานของโรคแล้วพี่มีความสุขอะครับ เหมือนได้เอารอยยิ้มกลับคืนมาให้คนไข้ นี่แหละความสุขสุดยอดเลย :D

    
  พี่มิ้นท์ : ตอนจัดอันดับ กสพท. เลือกอะไรไปบ้างคะ (กระซิบบอกคะแนนด้วยได้มั้ย^^)
      พี่สุ่ย : ในปี กสพท. 54 พี่เลือก ศิริราช รามา วชิรฯ แล้วก็ มศว ตามลำดับครับ ส่วนในปี กสพท. 55 พี่เลือก ศิริราช รามา มศว พระมงกุฏ ครับผม :) น้องไม่ต้องตกใจว่าทำไมพี่เลือกอันดับถึงสองปีนะครับ เพราะ ว่าในปี กสพท.54 พี่สอบไม่ผ่านข้อเขียนครับผม T_T เลยมาฮึดใหม่อีกครั้งในปี 55 ครับ (ก็คนมันอยากเป็นหมอนิหน่า)
              สำหรับคะแนน กสพท.ปี 54 พี่ได้คะแนนสอบวิชาสามัญ 30.1439 คะแนนวิชาเฉพาะ 18.8819 รวมได้ 49.0258 ส่วนกสพท.ปี 55 พี่ได้คะแนนสอบวิชาสามัญ 41.8367 คะแนนวิชาเฉพาะ 19.1958 รวมได้ 61.0325 ครับ


คะแนนวิชาสามัญของพี่สุ่ย

      พี่มิ้นท์ : วันไปสอบวิชาเฉพาะแพทย์ บรรยากาศการสอบเป็นยังไงบ้าง เจออะไรตื่นเต้นมั้ย
      พี่สุ่ย : ขออนุญาตเล่าเฉพาะตอนสอบวิชาเฉพาะปี 55 นะครับ พี่เดินทางไปสอบที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ครับ สอบครั้งนี้พี่ไม่มีความเครียดหรือกดดันเท่าไหร่ แต่พี่ตื่นเต้นมาก ><  ซึ่งก็ต้องพยายามคุมสติและตั้งสมาธิให้อยู่ เพราะถ้าเราตื่นเต้น ประหม่า มากเกินไปอาจจะส่งผลต่อการทำข้อสอบได้ครับ
              วันสอบจริงคนจะเยอะมากๆ ไม่เหมือนกับการนั่งทำข้อสอบอยู่บ้านเลย มันจะมีสภาพแวดล้อมหลายๆ อย่างที่กดดันเรา ทั้งช่วงก่อนทำข้อสอบ ระหว่างทำข้อสอบและหลังทำข้อสอบ น้องจะเห็นเพื่อนๆ ร่วมสนามสอบแต่ละคนดูแก่กล้าวิชามาก ไหนเวลาที่บังคับ มีอาจารย์คอยเดินตรวจตลอดในระหว่างทำข้อสอบ หลังทำข้อสอบน้องอาจจะเห็นเพื่อนๆ แต่ละคนพูดถึงคำตอบว่าตอบยังงั้นยังงี้ น้องๆไม่ต้องไปสนใจนะครับ เชื่อมั่นในตัวเองดีที่สุด เอาเวลาวิตกกังวลไปเตรียมอ่านสอบวิชาสามัญดีกว่า ><
              ก่อนเข้าห้องสอบน้องๆ อาจจะเรียกความเชื่อมั่นให้กับตัวเองหรือสร้างกำลังใจให้กับตัวเองก่อนก็ได้นะครับ เช่น วิธีของพี่คือก่อนพี่เข้าห้องสอบทุกครั้งพี่จะพูดกับตัวเองว่า  "เรานี่แหละทำได้ เรานี่แหละของจริง" เหมือนเป็นการ motivate ตัวเองเล็กๆให้มั่นใจ ให้สู้ ก่อนเข้าห้องสอบครับผม

    
     
พี่มิ้นท์ : น้องสุ่ยมีเทคนิคในการทำข้อสอบวิชาเฉพาะในแต่ละฉบับยังไงบ้าง
      พี่สุ่ย : ก่อนอื่นขออธิบายเกี่ยวกับลักษณะของข้อสอบให้ฟังก่อนนะครับ ข้อสอบก็จะแบ่งเป็นสามพาร์ทครับ พาร์ทแรกคือ พาร์ทวัดเชาว์ วัดไอคิว น้องจะเจอกับคำถามที่เป็นเชิงวัดทักษะการคำนวณทางคณิตศาสตร์(อย่างง่ายๆ) วัดทักษะการคิดวิเคราะห์ เช่น ประมาณว่า ​นาย ​ก. อยู่หลังนาย ข. นายค.อยู่หน้านาย ข.แต่ไม่ใช่คนแรกสุด นาย ง.อยูหลังนาย ก.แต่ไม่ใช่คนสุดท้าย แล้วโจทย์อาจจะถามว่าใครอยู่ตรงกลาง ใครอยู่หน้าสุด หรือ ใครอยู่คนที่สี่ห้า หรือ คนสุดท้าย อะไรประมาณนี้อะครับ แล้วก็จะมีอนุกรมรูปภาพ ซึ่งออกไม่มากครับประมาณ 5 ข้อเห็นจะได้ ออกยากด้วยขอบอก! พี่แนะนำว่าน้องไม่จำเป็นต้องอัดข้อสอบอนุกรมรูปภาพมากเท่าไหร่นะครับ ไปอัดส่วนอื่นที่พี่บอกไปดีกว่า แล้วก็จะมีข้อสอบที่วัดความเป็นเหตุเป็นผลก็ให้น้องๆ ดูความสมเหตุสมผล วิเคราะห์ให้ดีๆ นะครับ ส่วนใหญ่พาร์ทนี้จะทำข้อสอบไม่ค่อยทันกัน ยังไงก็พยายามบริหารจัดการเวลาให้ดีแล้วกันนะครับ ข้อไหนที่ดูแล้วไม่ได้ ข้ามไปทำข้ออื่นก่อนนะครับ ข้อง่ายๆ อาจจะอยู่หลังๆ ข้อสอบก็ได้ครับ
               พาร์ทที่สอง คือ พาร์ทจริยธรรม แนวข้อสอบก็ตามชื่อเลยครับ พี่แนะนำว่าพาร์ทนี้น้องๆ พยายามอย่าตอบแบบพระเอก หรือ นางสาวไทยมากเกินไป หรือ ตอบแบบตัวร้ายมากเกินไป พยายามตอบคำถามในแง่ของความเป็นจริง โดยคำนึงถึงความสมเหตุสมผล ความเป็นไปได้ในชีวิตจริงครับผม พาร์ทนี้ข้อสอบมีเยอะ เวลาให้ไม่มาก ดังนั้นอย่าไปจมอยู่กับคำถามข้อใดข้อหนึ่งมากเกินไป ไม่งั้นน้องๆ อาจจะทำข้อสอบชุดนี้ไม่ทันนะครับ
                 พาร์ทที่สาม คือ พาร์ทความคิดเชื่อมโยง คล้ายข้อสอบ GAT เชื่อมโยงเลย แต่น้องจะต้องดูรหัสที่ให้ฝนให้ดีๆ นะครับ กสพท.ปี 55 ที่ผ่านมาข้อสอบเชื่อมโยงไม่มีการทำไฮไลท์ตัวหนาคีย์เวิร์ดในข้อสอบไว้ให้นะครับ(ไม่เหมือน GAT ที่ทำตัวหนาในคีย์เวิร์ด) ดังนั้นน้องๆ จะต้องหาคีย์เวิร์ดเองจากการอ่านและวิเคราะห์อย่างละเอียด เวลายังไงก็พออยู่แล้วครับข้อสอบชุดนี้ มีสติและสมาธิ อย่าวิตกกังวลมากเกินไปครับ ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ ทำไป จับประเด็นสำคัญให้ถูกนะครับ
                 สรุปเลยนะครับ ในข้อสอบวิชาเฉพาะพี่แนะนำว่าน้องๆ ไม่จำเป็นต้องไปเรียนกวดวิชาหรืออะไรนะครับ ลองซื้อแบบฝึกหัดวิชาเฉพาะแพทย์มาทำก็เพียงพอแล้วครับ (ซึ่งจริงๆ แล้วข้อสอบก็ออกไม่ค่อยคล้ายในหนังสืออยู่ดี แต่น้องๆ จะได้แนวคิดมาประยุกต์และปรับใช้ในการทำข้อสอบได้ครับ)


พี่สุ่ยในงานวันไหว้ครู


        พี่มิ้นท์ : แล้ววิชาสามัญล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง วิชาไหนยากสุด วิชาไหนง่ายสุด
        พี่สุ่ย : ถ้าในความคิดพี่จริงๆ แล้วพี่ว่าคณิตศาสตร์ยากสุดนะครับ อาจเป็นเพราะพี่ไม่เก่งวิชาคณิตศาสตร์ด้วย เลยทำให้พี่ทำไม่ค่อยได้ ส่วนวิชาที่ง่ายที่สุดน่าจะเป็นภาษาไทยนะครับ ซึ่งพี่จะสรุปเทคนิคให้อย่างย่อในแต่ละวิชาให้แล้วกันนะครับ
             1) คณิตศาสตร์ ; มีทั้งปรนัยและอัตนัย ข้อสอบออกครบทุกบท ข้อสอบจะประมาณข้อสอบเอนทรานซ์เก่าหรือข้อสอบ A-Net ครับผม ถ้าเทียบกับข้อสอบ PAT1 แล้ว โดยรวมข้อสอบวิชาสามัญง่ายกว่านิดนึงครับ แต่บางข้อก็ยากกว่า PAT 1 น้องจะต้องหมั่นฝึกฝนทำโจทย์เก่ามาให้ดีนะครับ บางข้อก็คล้ายข้อสอบเอนท์เก่าเลย เปลี่ยนแค่ตัวเลขกับพลิกแพลงโจทย์นิดหน่อยเองครับ
            2) ฟิสิกส์ ; ข้อสอบไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายครับ ประมาณข้อสอบเอนท์ เวลาที่ให้เหลือเฟือครับ แต่น้องๆ จะต้องระวังในเรื่องของค่าคงที่ต่างๆ ให้ดีนะครับ ระวังจุดหลอกในแต่ละข้อของโจทย์นะครับ ซึ่งปีพี่ก็โดนหลอกไปหลายข้อเหมือนกัน พยายามทำโจทย์เก่าเยอะๆ เช่นกันครับ
             3) เคมี ; ข้อสอบยากง่ายสลับกันไปครับ ส่วนใหญ่ข้อที่ยากๆ ก็เป็นพวกบทปริมาณสารฯ แต่บางข้อก็ง่ายครับ พี่แนะนำว่าข้อสอบที่แข่งกับเวลาอย่างนี้ พยายามเก็บข้อง่ายๆ หรือเก็บข้อที่ได้ให้ได้ก่อนนะครับ แล้วค่อยกลับมาทำข้อยากๆ ข้อสอบออกครบทุกเนื้อหาจริงๆ ครับ อย่าทิ้งบทใดบทหนึ่ง ข้อสอบเคมีวิชาสามัญไม่ยากเท่าวิชาเคมีใน PAT2 ครับ
            4) ชีวะ ; ถ้าน้องอ่านมาดี ทำโจทย์มาดี พี่เชื่อว่าน้องจะเก็บคะแนนจากวิชาชีวะได้ระดับนึงเลย บางคนทำข้อสอบชุดนี้ไม่ทันเพราะมัวแต่จมกับข้อยากไม่กี่ข้อ พยายามข้ามไปทำข้อที่ง่ายๆ ก่อนนะครับ พี่แนะนำว่าชีวะใครอ่านมาดี ท่องจำได้ รับรองคะแนนน้องสวยแน่ๆ ครับ  : D


พี่สุ่ยกับเพื่อนๆ

            5) ภาษาอังกฤษ ; ช้อสอบอังกฤษปีนี้ต้องทำข้อสอบแข่งกับเวลาจริงๆ ครับ พี่แนะนำว่าบทที่น้องควรเก็บให้ได้คือพวก Conversation , Vocabulary , Check Error หรือ พวก Structure นะครับ เพราะ Reading นี่บทความยาวมาก แถมคำถามก็ไม่ได้ถามแบบตรงๆ เท่าไหร่ จะเป็นคำถามแนววิเคราะห์จากเนื้อเรื่องซะส่วนใหญ่ พยายามท่องคำศัพท์ให้มากๆ มีคลังคำศัพท์อยู่ในสมองเราเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีกับการทำข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษครับผม อย่าลืมบริหารจัดการเวลาให้ดีจริงๆ นะครับ !!!!
            6) ภาษาไทย ; ข้อสอบปีพี่ไม่ออกหลักภาษามาเลยครับ มีแต่การวิเคราะห์ ตีความ ประเมินค่า ซะส่วนใหญ่ แต่ยังไงก็แล้วแต่อย่าประมาทนะครับ อ่านมาให้ครบทุกบทนั่นแหละ ความรู้จากการอ่านของน้อง + Common Sense ของความเป็นคนไทย พี่เชื่อว่าน้องจะเก็บคะแนนจากวิชานี้ได้ไม่ยากครับ
            7) สังคม ; ข้อสอบทุกบทครับ ถ้าพี่จำไม่ผิดบทละ 10 ข้อ ออกครอบคลุมจริงๆ อย่างศาสนาก็ออกทุกศาสนา ประวัติศาสตร์ก็ออกตั้งแต่สมัยโบราณยันสมัยใหม่ ฯลฯ ปีพี่รู้สึกว่าจะไม่มีเกี่ยวกับข่าวสารปัจจุบันนะครับ น้องๆ จะเก็บคะแนนจากวิชานี้ต้องเกิดจากการอ่านล้วนๆ ครับ สู้ๆ นะครับ
             สุดท้ายพี่ขอแนะนำน้องๆ เลยว่า ให้เตรียมตัวอ่านหนังสือและทำโจทย์อย่างสม่ำเสมอในทุกๆวิชานะครับ อย่าประมาทวิชาใดวิชาหนึ่ง อย่าทะนงตนนะครับว่าเก่งวิชานี้แล้วไม่จำเป็นต้องอ่านหรืออ่านน้อยๆ เราต้องทำตัวเหมือนน้ำครึ่งแก้วพร้อมที่จะรับความรู้และใฝ่หาความรู้มาเติมเต็มอยู่เสมอๆ นะครับ ในวันสอบพยายามรักษาสติ สมาธิ สุขภาพร่างกายและจิตใจไว้นะครับ อย่ากดดันตัวเอง อย่าตื่นสนามสอบ อย่าเครียด จงเชื่อมั่นในตัวเองไว้ครับน้อง น้องจะเป็นหมอทั้งทีแล้วน้องต้องเชื่อมั่นในตัวเองครับ ว่าน้องทำได้ อย่าดูถูกตัวเอง หรือ ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองนะครับ พี่เอาใจช่วยครับ : D

        
พี่มิ้นท์ : ตอนนี้น้องๆ เหลือเวลาเตรียมตัวไม่ถึงเดือน อยากให้แนะนำเทคนิคจัดตารางอ่านหนังสือ และ เตรียมความพร้อมก่อนสอบหน่อยค่ะ
         พี่สุ่ย : ช่วงเวลาหนึ่งเดือนก่อนสอบของพี่เป็นช่วงเวลาที่พี่ต้องมานั่งทบทวนข้อผิดพลาดของตัวเองจากการทำโจทย์แล้วอะครับ สมมติว่าถ้าพี่ทำโจทย์ข้อสอบเก่า แล้วผิดเรื่องนี้ ผิดบทนี้ พี่ก็ย้อนกลับไปอ่านในจุดที่ผิดเพื่อจำและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องใหม่ จะเป็นการอ่านและทำโจทย์แบบสบายๆไม่กดดันตัวเองมากแล้วครับ พยายามหาข้อบกพร่องในการทำโจทย์ของตัวเอง อ่านเนื้อหาที่ตัวเองไม่แม่นครับ ในหนึ่งสัปดาห์ก่อนสอบวิชาสามัญพี่จะค่อยๆ Relax ตัวเองจะไปเที่ยวห้าง ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ หรือ กินอาหารมื้อดีๆ สักมื้อ แต่ก็มีอ่านบ้างเพื่อให้สมองได้ใช้งานตลอด
                 ในทุกๆ ครั้งของการสอบ หนึ่งวันก่อนสอบพี่จะไม่อ่านอะไรเลยครับ จะดูหนัง จะไปเที่ยวกับเพื่อนอย่างเดียว จนบางทีเพื่อนก็ถามว่า "เออ จะสอบวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว มันยังมาเที่ยวมาเล่นได้" มันเป็นการสร้างความผ่อนคลายให้กับสมองและตัวเองครับ หลังจากใช้งานมานาน ก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์ที่ต้องพักเครื่องหรือ Reboot เครื่องเพื่อเตรียมใช้งานอย่างเต็มที่ในวันถัดไปครับผม


         พี่มิ้นท์ : หนังสือเด็ดๆ ที่อยากแนะนำสำหรับการเตรียมสอบโค้งสุดท้าย
         พี่สุ่ย : ปกติพี่อ่านหนังสือและทำโจทย์ในหนังสือของสำนักพิมพ์ พ.ศ. พัฒนาครับ (พี่ไม่ได้รับค่าจ้างมาโฆษณานะครับน้องๆ 5555 ) แต่จะมีบางวิชาเช่น ภาษาอังกฤษ ก็จะซื้อ AX  25 มาทำของครูพี่แนน ถ้าเป็นชีวะ พี่แนะนำให้อ่านของพี่เต้นท์ครับ (เล่มสีน้ำเงิน รูปเต่าทองที่หน้าปก ) น้องๆ คนไหนที่สนใจหนังสือที่พี่ใช้อ่านอย่างละเอียดก็สามารถเข้าไปดูที่บทความพี่ได้นะครับ พี่อธิบายเทคนิคการอ่านหนังสือ หนังสือที่ใช้อ่านโดยมีรูปภาพประกอบอย่างละเอียดไว้เรียบร้อยตามลิ้งค์นี้ครับ >>คลิกเลย<<

          พี่มิ้นท์ : ได้เข้ามาเรียนหมอสมใจแล้ว การเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไรบ้างคะ
          พี่สุ่ย : การเรียนในมหาวิทยาลัยมีความแตกต่างจากการเรียนในชั้นมัธยม พอสมควรเลยนะครับ ทั้งในแง่ของเรื่องครูบาอาจารย์ เพื่อน เนื้อหาที่เรียน หรือ กิจกรรมระหว่างเรียน
                   อย่างอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ท่านจะมีสไตล์การสอนที่ท่านจะถือว่าเราโตแล้ว จะไม่มานั่งดุ นิสิตนักศึกษาจะคุย จะไม่เข้าเรียน จะทำอะไรในห้อง ท่านจะไม่สนใจ สั่งการบ้านหรือProject งานต่างๆ ลงไปเนี่ย กำหนดส่งวันไหนก็วันนั้น ไม่มีการมาตามอะไรทั้งสิ้น ส่งก็ได้คะแนน ไม่ส่งก็ไม่ได้คะแนน ท่านต้องการให้เรามีความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นมาจากตัวเอง ดังนั้นเพื่อนจะมีส่วนสำคัญ ถ้าเราได้เพื่อนดีก็เป็นผลดีกับเราไป แต่สิ่งสำคัญก็คือเราต้องเตือนตนเองให้ได้ด้วย อย่าประมาท อย่าหลงระเริงกับชีวิตเฟรชชี่จนลืมการเรียน เพราะอย่างพี่เองเนี่ยนอกจากเรียนแล้วพี่ทำกิจกรรมเยอะมาก  ไม่ว่าจะในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่เป็นรองฑูตวัฒนธรรมของคณะแพทยศาสตร์ เป็นผู้นำเชียร์ของคณะ เล่นกีฬา เพราะพี่ชอบทำกิจกรรมอยู่แล้วตั้งแต่สมัย ม.ปลาย ซึ่งพี่เองก็ต้องแบ่งเวลาให้เป็น เพราะ ไม่งั้นมันจะกระทบกับการเรียนแน่ๆ

                 แล้วการเรียนในคณะแพทยศาสตร์นั้น เพื่อนๆ แต่ละคนในคณะก็มีความเก่งและความขยันในตัวเองมากอยู่แล้ว ซึ่งเวลาที่เราเห็นเพื่อนอ่าน เราก็จะเหมือนถูกสภาพทางจิตวิทยาบังคับให้เราอ่านไปด้วย 555555 ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เพื่อนๆ ในคณะก็ช่วยเหลือกันครับ คนที่เก่งๆ ก็จะสอนเพื่อน บางคนก็ทำสรุปให้เพื่อน ก่อนจะสอบทีไรก็มีนัดมาติวกันบ้าง อบอุ่นดีครับ โดยรวมก็ดีกว่าที่คิดไว้มาก อาจารย์แพทย์ ท่านจะน่ารัก สอนให้เราคิดเป็น ให้เรากล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ใช้ความเป็นเหตุผลเป็นผล ควบคู่กับความรู้สึกมาอบรมสั่งสอนนิสิตแพทย์ รุ่นพี่ก็ช่วยเหลือน้องๆ ตลอดครับ มีหนังสือ หรือ ข้อสอบเก่า สรุปเนื้อหาต่างๆ มาให้ ภูมิใจครับที่ได้มาเรียนที่นี่ : )

         พี่มิ้นท์ : สุดท้ายก็เข้าคณะในฝันได้สำเร็จ อยากให้น้องสุ่ยให้กำลังใจน้องๆ ที่กลัวและเหนื่อยกับการอ่านหนังสือสอบหน่อยค่ะ
         พี่สุ่ย : เส้นทางชีวิตของพี่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบมาเลยครับ พ่อแม่พี่แยกทางกัน พี่เป็นลูกพ่อค้าแม่ขาย ฐานะไม่ได้ร่ำรวยอะไร เคยเกเรหนักมากๆ ช่วง ม.ต้นจนแทบจะเสียคนไปเลย หนำซ้ำสายวิทย์พี่ก็เข้าไม่ได้ ต้องไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ พี่มีความฝันว่าอยากเป็นหมอแต่ก็คนอื่นดูถูกมาโดยตลอด บ้างก็บอกว่าเพ้อฝัน บ้างก็บอกว่าใฝ่สูง จนบางครั้งก็พี่ก็รู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจเหมือนกัน แต่ก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่พี่คิดได้ว่า "แล้วเราจะปล่อยให้ชีวิตของเราโดนดูถูกเหยียดหยามไปเรื่อยๆอย่างนี้อะนะ?" ประกอบกับพี่สงสารแม่ และไม่อยากให้แม่ต้องมาไม่สบายใจเพราะเราอีก
                  พอพี่คิดได้พี่ก็เริ่มปรับปรุงตัวเองใหม่ใน ม.ปลาย ตั้งใจเรียน ทำกิจกรรม ทำงานให้กับโรงเรียน จนคุณภาพชีวิตเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ รุ่นพี่ รุ่นน้อง ครูอาจารย์เริ่มคาดหวังในตัวเรามากขึ้น แต่พอสอบไม่ติดในครั้งแรก ก็ต้องกลับมาสู่ชีวิตที่เกือบจะต่ำสุดอีกครั้ง เป็นเด็กที่ไม่มีมหาวิทยาลัยเรียน 1 ปีเต็ม ไปไหนก็อายเค้า วันๆ อยู่กับหนังสือจนกลายเป็นเพื่อนอีกคนไปเลย แต่ในท้ายที่สุดพี่ก็สามารถเข้ามาเรียนหมอได้สมใจหวังไว้
                 น้องจะเห็นได้ว่าชีวิตพี่ไม่ได้สมบูรณ์แบบในชีวิตมาก่อนเลย แถมยังต้องสร้างทุกๆ อย่างขึ้นมากับมือ จนทุกวันนี้พี่เชื่อคำคมนี้เลยว่า
" ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน" น้องๆ คนไหนที่น้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง พี่เชื่อว่าน้องมีศักยภาพและมีค่ามากกว่าจะอยู่ในจุดๆ นั้นครับ ถ้าน้องไม่ใช่คนเก่ง แล้วน้องคิดว่าน้องคงสอบหมอไม่ติด พี่จะบอกน้องว่าในตอนที่พี่อยู่ในวัยเดียวกับน้องพี่ด้อยกว่าน้องเยอะครับ พี่พึ่งมาแยกตัวประกอบเป็นตอน ม.5 ม.6 อย่าดูถูกตัวเองนะครับน้อง ชีวิตเราเราถูกคนอื่นดูถูกมามากพอแล้ว นับแต่นี้ไปตั้งใจอ่านหนังสือ ทำอะไรดีๆ ให้กับตัวเอง ให้กับพ่อแม่ให้ท่านภูมิใจในตัวเรา ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง อย่างน้อยครั้งหนึ่งน้องก็เคยได้ลองกับมันอย่างเต็มที่ พิสูจน์ให้ทุกๆ คนเห็นว่าน้องทำได้ ศักยภาพของเราไม่ได้ด้อยกว่าใครๆ ทำความฝันให้เป็นความจริงให้ได้นะครับน้อง


                สุดท้ายนี้ในยามที่น้องเหนื่อยล้า หรือ ท้อแท้กับการอ่านหนังสือ ลองนึกถึงหน้าพ่อแม่เราไว้สิว่าท่านทำงานหนักและเหนื่อยกว่าเรามากแค่ไหนเพื่อให้เราสุขสบาย นับครั้งได้ที่น้องจะได้ยินคำว่าเหนื่อยจากท่าน ถึงแม้ว่าท่านจะเหนื่อยมากเพียงใด ท่านหยุดไม่ได้เพราะท่านยังมีเราที่ต้องดูแลอีก ,, จำไว้นะครับน้อง ถ้าอ่านหนังสือแล้วเหนื่อยหรือท้อ ให้ท่องไว้เลย "เหนื่อย ! แต่ไม่ตาย" อีกนิดเดียวความฝันของน้องก็ใกล้ความเป็นจริงขึ้นมาทุกทีแล้ว และในวันที่น้องประสบความสำเร็จพี่เชื่อว่าน้องจะดีใจจนลืมความเหนื่อย และคนที่ดีใจที่สุดนอกจากตัวเองก็คือ พ่อแม่เราเองนะครับ มาเป็นรุ่นน้องร่วมวิชาชีพของพี่ให้ได้นะครับ

               ขอฝากคำคมนี้ไว้เตือนใจเป็นพิเศษนะครับ จำมันไว้ แล้ว ท่องมันไว้ตลอดชีวิตนะครับน้อง
                                  
                             " ไม่มีอะไรหนีพ้นความพยายาม "


          ต้องบอกว่าเห็นถึงความตั้งใจที่พี่สุ่ยขนเคล็ดลับดีๆ มาฝากรุ่น 56 เต็มๆ น้องๆ ที่เตรียมตัวสอบแพทย์และได้เข้ามาอ่านบทความนี้คงได้อะไรไปมากกว่าความรู้ เพราะยังได้แง่คิดและมุมมองการทำความฝันให้สำเร็จด้วย อ่านแล้วขนลุกเลยค่ะ แล้วพี่มิ้นท์ก็เชื่อเช่นเดียวกันว่าความสำเร็จได้มาไม่ยากถ้าเรามีความตั้งใจค่ะ สู้ๆ เหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปลุยกัน
           ป.ล. สำหรับน้องๆ ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเรียนหรือเทคนิคต่างๆ พี่สุ่ยยินดีตอบทุกคำถามในบล็อค
>>คลิกที่นี่<< หรือ เสิร์ช facebook ไปที่ sznrlove ได้เลยนะค้า

เด็กแอดมิชชั่น 56 สมัครรับข่าวแอดมิชชั่นผ่าน SMS ได้แล้ววันนี้ !!

เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว!! รูปแบบข้อสอบ GAT PAT ต.ค.55 (PAT1 โหดมาก)

       แจ้งน้องๆ ที่สมัครรับข่าวแอดฯผ่าน SMS ในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ รอพบ SMS เด็ดๆ ดังนี้

                - อัพเดทไว!! ข่าวรับตรงปี 56 ของ มธ. จุฬา มศว บางมด และมข. เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว!! รูปแบบข้อสอบ GAT PAT ต.ค.55 (PAT1 โหดมาก)
                - เกาะติดการสอบ GAT PAT 1/56 ของเด็ก ม.6 ทั้งประเทศ
                - ตามติดข่าววงใน ทุกเหตุการณ์เรื่องสอบตรง และแอดมิชชั่นที่เด็กรุ่น 56 ต้องรู้!!
                - รวมงานติวฟรีของทุกคณะ ทุกมหาวิทยาลัย ที่เด็ก ม.6 ไม่ควรพลาด
เด็กดีดอทคอม :: มาแล้ว!! รูปแบบข้อสอบ GAT PAT ต.ค.55 (PAT1 โหดมาก)

                   (อยากรับข่าว SMS บ้าง มาอ่านวิธีสมัคร คลิกที่นี่ เลย)

                   ข่าวดี !! น้องที่ใช้เครือข่าย truemove H ก็สมัคร Dek-D'S SMS ได้แล้วจ้า

เด็กดีดอทคอม :: มาเตรียมสอบเลข ด้วย Mind maps เริ่ดๆ กันเถอะ

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

29 ความคิดเห็น

nookevolution Member 27 ต.ค. 55 04:31 น. 1
ขอบคุณมากนะคะ
เป็นความรู้มากๆเลย จะสอบแล้วอีกไม่กี่วัน
สู้ๆ >___<

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 ตุลาคม 2555 / 04:31
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แพรว 27 ต.ค. 55 11:20 น. 4
ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน หรือคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ เป็นคำคมที่เป็นจริง
พี่สุ่ย มีความคิดเห็นที่ดีมาก ทำให้รู้ว่าถ้าเราสู้สุดชีวิต ท้ายสุดก็ไม่มีอะไรที่จะทำไม่ได้
ขอให้พี่เป็นคุณหมอที่ดี ช่วยเหลือคนเจ็บป่วยด้วยใจนะคะ
0
กำลังโหลด
Pooh Member 27 ต.ค. 55 11:27 น. 5
หนูตามอ่านบทความพี่หมอสุ่ยมาพักนึงแล้ว..TTwTT ขอบอกว่าสุดยอดจริงๆค่ะ สอนอะไรได้ตั้งหลายอย่าง
หนูคนนึ่งล่ะที่อยากเป็นหมอ แต่เกรดมัน...TToTT
พออ่านบทความพี่หมอสุ่ยปุ๊ป!! แรงบันดาลใจมากปั้ป ขอคุณมากๆงับบบ>w<
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
kimfonjung Member 27 ต.ค. 55 12:56 น. 7
ถึงแม้จะไม่ได้อยากเป็นหมอ เข้ามาเพราะพี่สุ่ย ไอดอลเลย อ่านแล้วมีกำลังใจ ต้องขยันๆๆๆเพื่อจะเข้าในสิ่งที่เราอยากเป็น!!
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Sweetness-only Member 27 ต.ค. 55 18:06 น. 13
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วมีความรู้มาก หนูเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองเลย ดูถูกตัวเองตลอดว่าจะสอบได้มั้ย แต่ต่อจากนี้หนูจะพยายามค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆ^_^
0
กำลังโหลด
Please 28 ต.ค. 55 10:04 น. 14
อยากให้พี่ที่มาจาก คณะแพทย์ จุฬา ศิริราช รามา 3 แห่งนี้มาแนะนำบ้าง กรุณาด้วย เพราะคะแนนสูงอาจมีเทคนิคอื่นที่เติมเต็มให้น้องๆที่จะสอบปีนี้ได้ ขอบคุณครับ
0
กำลังโหลด
*--N [gu] Za--* Member 29 ต.ค. 55 12:42 น. 15
กำลังท้อ มาอ่านบทความพี่ แล้วรู้สึกว่า ต้องฟิตสิ ต้องสู้สิ
ขอบคุณมากนะคะ
เพื่อฝันของเรา เราต้องสู้และฝ่าฟันไปให้ถึ 
0
กำลังโหลด
FC พี่สุ่ยอย่างแรง 29 ต.ค. 55 18:56 น. 16
FC พี่สุ่ยงับ ตามอ่านตั้งแต่ปิดเทอมเลย พอพี่ลงวันแรกๆก็ได้โชคดีมาอ่านเลย แล้วก็โชคดีที่มีพี่สุ่ย TT^TT จะติดตามผลงานตลอดไปนะฮว๊าาาฟ์
0
กำลังโหลด
latte 1 พ.ย. 55 06:36 น. 18
ขอบคุณมากคะ อ่านบทความของพี่แล้วความมั่นใจกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว น้องก็อยากเป็นแพทย์คะ แต่สอบปี57 " ไม่มีอะไรหนีพ้นความพยายาม "
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด