สวัสดีค่ะน้องๆ.... เป็นเปิดเทอม ม.6 เทอมสอง ที่ต้องเปลี่ยนเรื่องเม้าธ์จากดาราเกาหลีมาเป็นเม้าธ์ผลคะแนนสอบ GAT/PAT แทน ถึงจะดูแปลกๆ ไปบ้างก็เถอะ แต่เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยทุกโรงเรียนต้องกระแสเรื่องนี้ต้องมาเป็นอันดับ1 แน่ เม้าธ์ตั้งแต่ได้คะแนนเท่าไหร่ ผ่านมีนมั้ย จะเข้าคณะอะไร ไปจนถึงวันประกาศผลเว็บล่มมั้ย 555

คะแนนที่ได้มา ใครที่ได้คะแนนดีก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ แต่น้องๆ ที่คะแนนไม่ถูกใจจอร์จ ก็อย่าเพิ่งท้อแท้นะ ยังมีอีกตั้งรอบนึง บอกตัวเองเข้าไว้มีประสบการณ์มาแล้วคราวหน้าเต็มแน่^^ เอาล่ะอย่ามัวแต่จมปลักอยู่กับคะแนนหลักร้อยกันอยู่เลย ลองมาแปลงคะแนนนี้ให้มาเป็นหลักหมื่นกันดีกว่า จะได้รู้ว่าเราก้าวเข้ามาสู่คณะในฝันได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว
การลองคิดคะแนนคร่าวๆ แบบนี้จะทำให้เรารู้คะแนนของตัวเอง และทำให้รู้ว่าควรไปเพิ่มคะแนนอื่นอย่าง O-NET หรือเกรดในส่วนไหนได้บ้าง ถ้ายังไม่เชื่อว่าวิเคราะห์ออกมาได้จริงๆ ต้องตามไปดู
ก่อนอื่น พื้นฐานที่ควรรู้เป็นอันดับแรก คือ ในแอดมิชชั่นคะแนนของเราจะเต็ม 30,000 คะแนน ดังนั้นเราจะต้องแปลงค่าเปอร์เซ็นให้เป็นคะแนนฐาน 30,000 เสียก่อน พี่มิ้นท์ได้สรุปมาให้เรียบร้อยแล้ว ดังนี้
10% = 3,000 คะแนน
20% = 6,000 คะแนน
30% = 9,000 คะแนน
40% = 12,000 คะแนน
50% = 15,000 คะแนน
ดังนั้น สัดส่วนแอดมิชชั่นของทุกคณะ จะเท่ากับ
GPAX 20% = 6,000 คะแนน (วิธีคิด เอาเกรดที่ได้ x 1,500)
O-NET 30% = 9,000 คะแนน ( วิธีคิด ทุกวิชาเอาคะแนนที่ได้คูณด้วย 15 ยกเว้นวิชาสุขศึกษา พละศึกษาฯ ให้เอาคะแนนที่ได้คูณด้วย 5 เพราะวิชานี้คะแนนเต็ม 300 ค่ะ)
GAT/PAT รวมกัน 50% = 15,000 คะแนน

เห็นอะไรกันมั้ยคะ???? ตอนนี้เรามีคะแนนอยู่ในมือ 15,000 คะแนนหรือ 50% แล้วนะคะน้องๆๆ (กรี๊ดๆๆ ) ใครที่กุมได้เกือบ 15,000 เต็ม สามารถเข้าบางคณะ บางมหาวิทยาลัยได้แล้วนะ แต่ในความเป็นจริงคงไม่มีใครได้ขนาดนั้น เพราะฉะนั้นลองมาอยู่ในโลกแห่งความจริง มาคิดกันต่อดีว่าค่ะ ว่าจากคะแนนเต็มของ GAT/PAT นี้เรามีคะแนนอยู่ในมือเท่าไหร่แล้ว
สูตรการคิดคะแนนของตัวเอง คือ นี้พี่มิ้นท์ทำออกมาเป็นสูตรลัดได้ว่า ให้น้องๆ เอาคะแนน GAT/PAT ที่ได้ x สัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่ใช้ได้เลย
เช่น คณะที่จะเข้าใช้ GAT 30%(9,000 คะแนน) และ PAT 2 = 20% (6,000 คะแนน) โดยได้ GAT 250 คะแนน และ PAT2 ได้ 140 คะแนน
น้องคนนี้ จะได้ GAT = 250 X 30 = 7,500 (จาก 9,000 คะแนน)
PAT2 = 140 X 20 = 2,800 (จาก 6,000 คะแนน)
เพราะฉะนั้นคะแนนรวม จะเป็น 7,500 + 2,800 = 10,300 คะแนน เมื่อได้คะแนน GAT/PAT แล้ว น้องๆ ก็ลองกลับไปดูที่คะแนนต่ำสุดของคณะที่เราอยากเข้าดู และลองคิดว่าเราต้องทำคะแนนอีกเท่าไหร่ถึงจะเข้าคณะนั้นได้ ตามวิธีคิดที่แทรกไว้หลังสัดส่วนแอดมิชชั่นค่ะ(ตัวแดงๆ หนาๆ ด้านบน) เพิ่มแรงฮึดให้กับตัวเองอีกห้าร้อยเท่าเชียวล่ะค่ะ พี่มิ้นท์จะลองยกตัวเองการวางแผนแบบเบสิค ดังนี้

ตัวอย่างที่ 1 น้องส้ม อยากเข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ ได้คะแนน GAT 260 (ใช้ 30%) และ PAT2 180 (ใช้ 20%) น้องส้มจะได้คะแนน (260 x 30= 7,800) + (180 x 20= 3,600) = 11,400
จาก 15,000 คะแนน น้องส้มได้ไปแล้ว 11,400 คะแนน แต่คะแนนต่ำสุดทันตะฯ จุฬาฯ ปี 55 เท่ากับ 23,640 น้องส้มจะต้องทำคะแนน O-NET และ GPAX ให้ได้อีก 12,240 คะแนน หรือคิดแบบคร่าวๆ คือ จะต้องได้ GPAX 3.80 ขึ้นไป และ O-NET ได้วิชาละ 75% ขึ้นไป จึงจะมีโอกาสติดคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ค่ะ
ตัวอย่างที่ 2 น้องแตงโม อยากเข้าครุศาสตร์ โดยใช้รูปแบบ GAT+PAT5 ได้คะแนน GAT 275 (ใช้ 20%)และ PAT5 240 (ใช้ 30%) น้องแตงโมจะได้คะแนน (275 x 20 = 5,500 คะแนน) + (240 x 30 = 7,200 คะแนน) = 12,700
โดยคะแนนต่ำสุดครุศาสตร์ จุฬาฯ ปี 55 เท่ากับ 21.157.5 น้องแตงโมจะต้องทำ O-NET และ GPAX ให้ได้อีก 8,457.5 คะแนน หรือคิดแบบคร่าวๆ คือ จะต้องได้ GPAX 3.3 ขึ้นไป และ O-NET ได้วิชาละ 40% ขึ้นไปค่ะ
เอาล่ะค่ะ หวังว่าน้องๆ น่าจะพอเข้าใจคอนเซปท์วิธีคิดและวางแผนคะแนนของตัวเองแบบคร่าวๆ กันแล้ว แต่ถ้าใครงงแล้วงงอีก ไม่เข้าใจว่าจะต้องวางแผนทำคะแนน O-NET และ GPAX ให้ได้ประมาณเท่าไหร่ ลองโพสไว้ที่คอมเม้นได้นะคะ(คนละ 1 คณะเท่านั้น) แต่น้องๆ ต้องให้รายละเอียดด้วยว่า คะแนน GAT/PAT ที่ต้องใช้ในคณะนั้นแบบคำนวณแล้วได้เท่าไหร่และคะแนนต่ำสุดปี 55 ของคณะนั้นเท่าไหร่ (ดูคะแนนต่ำสุดได้ ที่นี่) พี่มิ้นท์ขออนุญาตจำกัดแค่ 30 คนนะคะ
ส่วนน้องๆ ที่อาจจะเกินหลังจากนี้ พี่มิ้นท์แนะนำให้ไปใช้โปรแกรมคำนวณคะแนนได้เลย ลองสมมติตัวเลข GPAX และคะแนน O-NET ลองไปเรื่อยๆ จนกว่าเส้นกราฟของเราจะเป็นสีเขียวค่ะ แล้วก็จดเลขนั้นเอาไว้เลยจ้าาา :D
คลิก โปรแกรมคำนวณคะแนน ^^

