เปิดรั้วไฮสคูลแคนาดา มีทั้งเด็กธรรมดา ออทิสติก และหูหนวก

         สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกเช่นเคยทุกๆ วันพฤหัส !! สำหรับเรื่องราวเด็กนอกวันนี้ เป็นประเทศที่นานๆ เราจะได้อ่านกันที 5555 ลองทายซิว่าเป็นที่ไหน ใบ้ให้ว่าอยู่เหนืออเมริกา ???? ใช่แล้วค่ะ คงเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจาก "แคนาดา" นั่นเอง พี่เป้ ขอบอกก่อนเลยว่า เรื่องวันนี้เป็นเรื่องที่สนุกมากๆ และได้ข้อคิดมากทีเดียว จะเป็นยังไง ไปอ่านกันโลด

          สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ ชื่อ "หมูหวาน-พัฒณิยา จารุศิริ" ค่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเกรด 9 ที่ Burnaby South Secondary School and British Columbia Provincial School for the Deaf ค่ะ หมูหวานมาอยู่แคนาดาได้เกือบปีแล้ว ตั้งใจว่าจะเรียนจนจบปริญญาตรี และทำงานที่แคนาดาเลยค่ะ [กะจะฝากทั้งชีวิตไว้ที่ประเทศนี้แล้ว] เมืองที่หมูหวานอยู่ชื่อ Burnaby ค่ะ เป็นเมืองใน Greater Vancouver ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ติดกันกับ Vancouver เลยนั่นเอง นั่งรถไฟฟ้าแค่ 10 นาทีก็เข้าเมือง Vancouver แล้วค่ะ

          ชีวิตที่แคนาดาเป็นอะไรที่สนุก น่าตื่นเต้น และมีสีสันมากสำหรับหมูหวาน ทั้งๆ ที่แคนาดาเป็นประเทศที่ค่อนข้างสงบ หรือจะเรียกว่าเงียบสงัดเลยก็ได้ค่ะ สองทุ่มนี่ทุกอย่างจะปิดหมด ห้างสรรพสินค้าเอย ซุปเปอร์มาร์เก็ตเอย เรียกได้ว่าถ้าคุณไม่ใช่เด็กเที่ยว[กลางคืน] จะไม่มีที่ไหนให้ไปเลย เพราะฉะนั้นหลังสองทุ่มหมูหวานก็เข้าบ้านนอนค่ะ เพราะว่าไม่มีที่ไหนให้ไป 555 ไม่เหมือนตอนอยู่กรุงเทพฯ ปกติสองทุ่มนี่เพิ่งถึงบ้าน ฮ่าๆ เพราะมันมีที่ให้ไปเยอะ

          กลับเข้าเรื่องดีกว่า [หลังจากออกทะเลไปโต้คลื่นโต้ลมพอสมควร] ที่ว่าชีวิตที่แคนาดาเป็นอะไรที่สนุก น่าตื่นเต้น และมีสีสัน ก็เพราะว่าชีวิตที่นี่ค่อนข้างแตกต่างจากเมืองไทย มีอะไรใหม่ๆ เข้ามาให้เรียนรู้ และรับมือเยอะค่ะ เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวที่สุด คือเรื่องเรียนนี่แหละค่ะ ...... ที่โรงเรียนหมูหวานเป็น High school ที่รองรับนักเรียนตั้งแต่เกรด 8 [ม.2] ไปจนถึงเกรด 12 [ม.6] เป็นโรงเรียนรัฐบาลขนาดมหึมาที่หมูหวานเสียค่าเล่าเรียนเพียง 25 $ ต่อปี! [25 $ เท่ากับ 750 บาท!] ทางโรงเรียนแบ่งออกเป็น 6 โซนค่ะ คือ

- โซน A [ส่วนการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โซนนี้มีห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์เป็นสิบๆ ห้องเลยค่ะ]
- โซน B [ส่วนการศึกษาสังคมศึกษา โซนนี้ก็ธรรมดาๆ มีแค่ห้องเรียน]
- โซน C [ส่วนการศึกษาเด็กพิเศษ โซนนี้สำหรับเด็กหูพิการและออทิสติกค่ะ ใครเดินผ่านโซนนี้จะได้ยินเสียงร้องบ่อยๆ] - โซน D [ส่วนการศึกษาภาษาศาสตร์ การละคร และดนตรี โซนนี้มีห้องเรียนการแสดง ดนตรี ร้องเพลง บลาๆๆๆ]
- โซน E [ส่วนการศึกษาทัศนศิลป์และคหกรรมศาตร์ โซนนี้ก็จะเป็นห้องเรียนศิลปะ เรียนทำหาร [มีอุปกรณ์ทำครัวเยอะมากๆๆๆ] เรียนเย็บปักที่ในห้องเรียนมีจักรเกือบ 30 ตัวได้ค่ะ! ]
- และสุดท้ายโซน G [ส่วนการศึกษาพละศึกษาและเทคโนโลยี โซนนี้มีโรงยิม 2 ห้อง มีห้องสำหรับเรียน Training มีอุปกรณ์เหมือนตามฟิตเนสในบ้านเรา มีห้องเรียนเต้น มีห้องเรียน Wrestling มวยปล้ำ O[]O!! แล้วก็มีพวกห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ห้องอัด เป็นสตูดิโอสำหรับรายการโทรทัศน์ของทางโรงเรียนค่ะ ชื่อ RATV]

          สำหรับตารางเรียนนั้น เราเรียนเป็น Day 1 กับ Day 2 จะสลับกันเรียนไปเรื่อยๆ คือ สมมติว่าวันจันทร์เป็น Day 1 วันอังคารก็จะเป็น Day 2 วันพุธเป็น Day 1 สลับกันไปมาอย่างนี้ทั้งปีค่ะ วันนึงก็มีเรียนแค่ 4 วิชา ตั้งแต่ 8.50-15.11 โรงเรียนที่หมูหวานอยู่เป็นโรงเรียนสหศึกษา ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้หมูหวานรู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ เพราะชีวิตแปดปีในเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ทำให้หมูหวานไม่เคยมีเพื่อนเป็นผู้ชายเลย พอได้มาอยู่ในโรงเรียนที่เดินไปทางไหนก็เห็นแต่ผู้ชาย ก็ทำให้อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ [ตื่นเต้นที่ได้เห็นผู้ชาย? หนูไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นนะ อิอิ แต่ปกติมันไม่เคยมีให้เห็นแบบนี้ เลยตื่นเต้นเท่านั้นเอง 555]

          อีกหนึ่งความรู้สึกนอกจากความตื่นเต้นก็คือความประหลาดใจค่ะ เพราะเพื่อนผู้ชายที่นี่ค่อนข้างแปลก [หรือพวกเขาอาจจะปกติแต่หมูหวานแปลกเองก็ไม่ทราบ ฮ่าๆ] คือเขาจะจับกลุ่มกันแต่พวกผู้ชาย คุยเรื่องที่พวกเขาเท่านั้นที่เข้าใจ แล้วก็ถือเอาเรื่องกีฬาเป็นเรื่องตัดสินความเป็นลูกผู้ชายค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาเรียนพละนี่ พวกผู้ชายจะเรียนกันอย่างเอาเป็นเอาตายมาก  และนี่คืออีกหนึ่งเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้ วิชาพละที่แคนาดาเรียนหนักมากค่ะ เรียนกันเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว มีเรียนอย่างน้อยอาทิตย์ละสองครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง 20 นาที เด็กคอนแวนต์อย่างหมูหวานถึงกับเกือบ 'นิพพาน' กันเลยทีเดียวตอนที่มาใหม่ๆ เพราะว่าเขาเรียนกันอย่างหนักหน่วงและจริงจังมาก ไม่เหมือนที่เคยเรียนอาทิตย์ละ 50 นาทีในเซนต์โยฯ

          กลับเข้าเรื่องพวกผู้ชาย และวิชาพละ [หลังจากที่ออกทะเลไปเล่นคลื่นอีกครา] ด้วยความที่หมูหวาน 'ง่อย' มากในวิชาพละ พวกเพื่อนผู้ชายเลยขยาดหมูหวานมาก ในคลาสปกติแล้วจะมีนักเรียน 30 คน แต่ว่าจะมีนักเรียนคนนึงที่โดดเรียนตลอด ไม่เคยมาเข้าคลาสเลย ทำให้เวลาจับคู่จะต้องมีเศษเหลือ [ส่วนมากคุณครูจะให้เล่นกันเป็นคู่ค่ะ] เดาออกกันไหมคะ? ว่าใครคือเศษคนนั้น? ถ้าเดาไม่ออกจะบอกให้ เศษคนนั้นก็คือฉันคนนี้ หมูหวานนี่เองล่ะค่ะ 55555 เพราะฉะนั้นเวลาเหลือเศษ ครูก็จะจับให้คู่กับพวกผู้ชาย[ที่เอาเป็นเอาตายในเรื่องของกีฬา] หมูหวานก็ซวยไปทุกทีที่มีเรียนพละ เพราะว่าต้องพยายามทำให้ดีที่สุด [แต่ไอ้ดีที่สุดของเราก็คือห่วยสุดๆ ของเขานั่นเอง] เฮ้อ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า พูดเรื่องนี้แล้วเศร้า ฮ่าๆ

          มาถึงเรื่องของระบบการเรียนของโรงเรียนที่หมูหวานเรียนอยู่นะคะ ขอบอกว่าหมูหวานมีเรียนทั้งหมด '8' วิชาต่อปี !!!! ไม่ต้องตกใจค่ะ! คุณอ่านถูกแล้ว! แปดวิชาค่ะ! แค่แปดวิชาเท่านั้น! ปกติเคยเรียน 8 วิชาต่อวัน มาเจอ 8 วิชาต่อปีก็สบายเราสิคะ [แอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ฮี่ๆๆๆๆ] วิชาที่นี่จะเป็นวิชาบังคับ 5 วิชาและวิชาเลือกอีก 3 วิชา วิชาบังคับได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ และพละค่ะ [วิชาสุดท้ายนี่ไม่อยากจะเอ่ยถึงเลย ฮ่าๆ] วิชาเลือก 3 วิชาก็เลือกเอาเองสมชื่อวิชาเลือกค่ะ ฮ่าๆ หมูหวานเลือกเรียนเต้นกับศิลปะ [หมูหวานเป็นนักเรียน ESL หรือ English as a Second Language  เพราะฉะนั้นจึงมีวิชาเลือกแค่สองวิชาค่ะ] วิชาเลือกที่นี่มีให้นักเรียนเลือกเยอะมาก ใครอยากดูวิชาทั้งหมดที่มี ก็สามารถเข้าไปดูได้เลย ที่นี่ จะเห็นว่าเยอะจริงๆ ฮ่าๆ

          อีกเรื่องหนึ่งในโรงเรียนที่น่าสนใจคือ โรงเรียนของหมูหวานมีนักเรียนที่หูพิการด้วย [ตามชื่อโรงเรียนเลย คือ Burnaby South Secoundary School and British Columbia Provincial School for the Deaf] ดังนั้นเวลาเราเรียนก็จะมีเพื่อนที่เป็นเด็กหูพิการด้วย ซึ่งเป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่าจริงๆ ค่ะ เพราะทำให้หมูหวานได้เรียนรู้ภาษามือ [sign language] และได้เรียนรู้ให้เป็นคนอดทน ใจเย็น และทำให้เราเห็นคุณค่าของตัวเองและชื่นชมในสิ่งที่เรามี ที่ต้องอดทนและใจเย็นก็เพราะว่าเวลาเราทำงานกับเพื่อนที่ไม่ได้ยิน เราต้องสื่อสารกับเขาผ่าน Interpreter ค่ะ ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างเชื่องช้าในหลายๆ ครั้ง นอกจากเพื่อนที่หูพิการไม่ได้ยินเสียงแล้ว หมูหวานยังมีเพื่อนที่เป็นเด็กออทิสติกอีกด้วย ทางโรงเรียนมีหลักสูตรสำหรับเด็กพิเศษด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นเรายิ่งต้องระมัดระวังเวลาจะทำอะไร เพราะบางครั้งบางคราเพื่อนกลุ่มนี้จะหงุดหงิดง่าย ดังนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่ได้จาก Burnaby South ก็คือการเรียนรู้ที่จะเป็นคนใจเย็น เปิดรับและทำความเข้าใจกับบางสิ่งที่ไม่เคยได้สัมผัสและพบเจอมาก่อนในชีวิต

          พูดถึงแต่เรื่องเรียบๆ ของโรงเรียน เดี๋ยวชาวเด็กดีจะเบื่อเอาเสียก่อน ดังนั้นหมูหวานขอพูดถึงเรื่อง 'แซบๆ' ของโรงเรียนบ้างดีกว่าค่ะ อย่างที่บอกไปว่า Burnaby South เป็นโรงเรียนสหฯ เรื่องของกิ๊กกั๊กกุ๊กกิ๊กกึ๊ยกึ๊ย [ก. ไก่เยอะไปไหน? ฮ่าๆ] ของผู้หญิงกับผู้ชายก็มีให้เห็นกันเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ บางทีเดินๆ อยู่ดีๆ ก็ได้ชมฉาก 'เลิฟซีน' อยู่บ่อยๆ มีตั้งแต่แบบหวานๆ น่ารักๆ ไปจนถึงแบบฮาร์ดคอร์ อารมณ์ไฟรักอสูรก็ไม่ปาน [ละครเก่าไปไหน? ฮ่าๆ] มีอยู่วันหนึ่ง หมูหวานเดินกลับบ้านกับเพื่อน แล้วทีนี้ไม่รู้ว่านึกอะไร อยากลองเดินไปทางป่าหลังโรงเรียน ก็เดินไปกันกับเพื่อน แล้วทีนี้ก็เห็นรุ่นพี่สองคนกำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่มอยู่หลังดงต้นไม้ค่ะ! O[]O! ไม่รู้ว่าถ้าไปช้ากว่านั้นจะเจออะไรบ้าง 5555 คือตอนนั้นหมูหวานกับเพื่อนตกใจมาก รุ่นพี่คู่นั้นก็ตกใจมากเช่นกัน หลังจากนั้นก็เลยไม่กล้าเดินผ่านป่านั่นอีกเลยค่ะ ฮ่าๆ

          เรื่องพวกนี้บางทีเราชอบคิดกันว่าเป็นเรื่องน่ารังเกียจและไม่สมควรจะพูดถึง แต่หมูหวานคิดว่าในอีกด้านหนึ่งมันก็คือเรื่องธรรมชาติที่ถ้าสามารถพูดถึงได้ในทางที่เหมาะสมค่ะ โรงเรียนที่นี่เปิดกว้างเรื่องความรักเช่นนี้ก็จริง แต่ทางโรงเรียนก็ได้ให้ความรู้และทำความเข้าใจกับนักเรียนแล้ว เพราะฉะนั้นจึงหมูหวานเชื่อว่าทุกๆ คู่ในโรงเรียนรู้ค่ะว่า ควรจะคบกันตื้นลึกแค่ไหน พูดถึงเรื่องเพศแล้ว ในห้องน้ำหญิงนอกจากจะมีตู้ขายผ้าอนามัย ยังมีอีกตู้หนึ่งค่ะสำหรับถุงยางอนามัย [หลายๆคนคงโห่อย่างรับไม่ได้กันเลยทีเดียว] แต่หมูหวานว่ามันเป็นเรื่องดีนะคะ อย่างน้อยก็ทำให้นักเรียนรู้จักที่จะป้องกันตัวเอง ไม่ใช่แค่ห้ามนู่นห้ามนี่ แต่สอนให้นักเรียนรู้จักระมัดระวังและทำให้การตัดสินใจของตัวเองปลอดภัยที่สุดอีกด้วย

          อีกเรื่องหนึ่งที่หมูหวานเจอมาก็คือตอนฉีดวัคซีนค่ะ พยาบาลที่ฉีดให้จะถามเด็กผู้หญิงทุกคนก่อนฉีดยาว่า “Do you have a chance to pregnant?” ตอนแรกหมูหวานอึ้งเลยค่ะ ว่าทำไมกล้าถามคนอื่นแบบนี้ ในใจคิดว่ามันไม่สุภาพเลยที่ถามคนอื่นว่าเธอมีโอกาสจะท้องรึเปล่า แต่จริงๆ แล้วที่เขาถามก็เพราะว่ายาที่จะฉีดมันมีผลต่อเด็กในครรภ์ค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ หมูหวานตอบด้วยความมั่นใจกลับไปค่ะ ว่า “No!”

          เรื่องสุดท้ายที่หมูหวานจะขอพูดถึง [หลังจากที่โม้มายาวนานมาก] ก็คือเรื่องเพื่อนค่ะ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลย ชีวิตที่ดีและมีความสุข ยังไงๆ ก็ต้องได้รับการสนับสนุนที่ดีจากคนรอบข้างใช่ไหมคะ? หมูหวานเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่คนรอบข้างให้การสนับสนุนดีมาก คือเรามีเพื่อนดี มีเพื่อนที่เข้าใจและคอยให้ความช่วยเหลือ เพื่อนส่วนมากของหมูหวานจะเป็นนักเรียน ESL หมดเลย [พวกต่างด้าวนั่นเอง ฮ่าๆ] หมูหวานมีเพื่อนหลากชาติค่ะ ทั้งฟิลิปปินส์ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย อัฟกานิสถาน อิหร่าน บราซิล แม็กซิโก รัสเซีย ตุรกี ไปจนถึงเพื่อนที่มาจากแอฟริกาก็ยังมี เพราะฉะนั้นแล้ว สังคมของหมูหวานจึงเป็นสังคมที่หลากหลาย เราเรียนรู้และแบ่งปันวัฒนธรรมของกันและกัน ทำให้หมูหวานได้รู้จักการทักทายในหลายๆ ภาษา ได้ทานอาหารจากหลากหลายประเทศ และที่สำคัญที่สุด คือได้มีโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศที่ไม่อาจเรียนรู้ได้จากที่ไหนอีกแล้ว

          อ่อ! นอกจากเพื่อนที่เป็นนักเรียน ESL แล้ว หมูหวานก็ยังมีเพื่อนที่เป็น Canadian ค่ะ ใครเคยคิดบ้างคะ? ว่าเวลามาเรียนไฮสคูลในต่างประเทศจะต้องเจอพวกเด็กฝรั่งผมทองตาฟ้าที่เริดๆ เชิดๆ แกล้งเอา หมูหวานเป็นคนนึงที่เคยคิดอย่างนั้นค่ะ แต่ก็ต้องเปลี่ยนความคิดทันทีเมื่อได้เจอเพื่อนที่นี่ เพื่อนๆที่เป็น Canadian ทุกคนน่ารักมาก ถึงจะมีหยิ่งบ้างอะไรบ้าง [ตามประสาพวกสาวฝรั่งสวยๆ] แต่ยังไงก็ใจดีทุกคน ใครที่เคยดูหนังเรื่อง Mean girls แล้วเอาเก็บมาคิดเก็บมากลัว หมูหวานขอบอกเลยค่ะว่า ลืมมันไปเสียเถอะ เพราะสาวๆที่นี่เขาดีจริง!

          จากที่เล่ามาทั้งหมด หมูหวานบอกได้คำเดียวเลยค่ะว่า แคนาดาเป็นประเทศที่ awesome! จริงๆ ขอขอบคุณประเทศนี้มากๆ ที่ได้มอบประสบการณ์ที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตให้เด็กธรรมดาๆ คนหนึ่ง ขอบคุณจริงๆ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณพี่เป้ และเด็กดีดอทคอมมากๆ นะคะ ที่ให้โอกาสดีๆอย่างนี้กับหมูหวาน หมูหวานถือเป็นเกียรติจริงๆ ค่ะ ที่ได้แบ่งปันเรื่องราวประสบการณ์ของตนเองให้กับเพื่อนๆ ได้อ่านกัน หมูหวานหวังว่าสิ่งที่เล่ามาทั้งหมดจะพอเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย อ่อ! ก่อนจะจากกันหมูหวานขอฝากบทความของตัวเองด้วยนะคะ เป็นบทความที่หมูหวานได้บอกเล่าประสบการณ์ของตัวเองและเทคนิค เคล็ดลับดีๆ ที่หมูหวานเชื่อว่าน่าจะพอเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆได้บ้าง ลิงค์บทความนะคะ http://writer.dek-d.com/moowanzaza/story/view.php?id=646547 แหม! พูดมาซะยาว ขอลาไปเพียงเท่านี้ล่ะค่ะ Have a nice day everyone! Thanks for reading!

          โอ้วววววว เป็นเรื่องที่ยาวแต่เก๋กู๊ดมากกกกกกก พี่เป้ ชอบมากกก อ่านแล้วเพลินดีจริงๆ ทำให้เห็นภาพเลยว่าไฮสคูลที่นั่นเค้าเป็นยังไง เริดได้อีกนะเนี่ย ^^ ใครอยากติดตามเรื่องราวของน้องหมูหวานต่อ ก็เข้าไปอ่านได้ตามลิ้งค์ข้างบนเลยนะคะ รับรองว่าสนุกแน่นอน ... ส่วนน้องๆ คนไหนจะไปแอบดูที่ป่าหลังโรงเรียน เอ๊ย มีประสบการณ์เด็กนอกอยากแบ่งปันกับเพื่อนๆ แบบนี้บ้าง ก็ส่งมาให้ พี่เป้ ได้เลยที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกัน

เด็กดีดอทคอม :: 3 ประเทศที่มีสงกรานต์เหมือนเมืองไทย; tags: holi, tomatina, สี, อินเดีย, โปแลนด์, สเปน, เทศกาล, ประเพณี, สงกรานต์

 

 


เรื่องดีๆ จากแดนผู้ดี "อังกฤษ"
กับประสบการณ์แน่นเอี๊ยดกว่า 10 ปี !!

พร้อมแล้วที่จะเล่าให้ฟังแบบมันส์ทุกเม็ด

Available on Dek-D.com, Study Abroad
Thursday 14 April 2011.

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

37 ความคิดเห็น

Shaire Member 7 เม.ย. 54 03:44 น. 1
ตอนแรกเห็นยาวๆก็ว่าจะปิดแล้ว แต่พออ่านๆไปมันก็เพลินดีค่ะ ^^ อ่านแล้วนึกภาพออกเลย กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศค่ะ กลัวการใช้ชีวิตที่นู่นมากๆเลย ไม่รู้ว่าจะมีเพื่อนไหมแล้วไม่รู้ว่าจะเข้ากับเพื่อนๆได้ไหม บอกตามตรงว่าดูซีรียแล้วก็แอบกลัวค่ะ 555 ถ้าเลือกได้ก็อยากอยู่ที่นี่มากกว่านะ แต่ทำไงได้ ถ้าครอบครัวให้ไปก็ต้องไปอ่า อืม ...
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Joyous Member 7 เม.ย. 54 09:16 น. 4
ว้าววว ,หมูหวาน ..ตอนป.6ยังเป็นเพื่อนกันที่เซนต์โยฯอยู่เลย ตอนนี้ย้ายไปเป็นสาวแคนาดาซะแล้ว ^^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
@N !! Member 7 เม.ย. 54 13:01 น. 10
สนุกดีนะ อ่านเพลินเลย 
เป็นเราก็กลัวพวกเด็กฝรั่งสวย เริดแกล้ง 
แต่เห็นอย่างนี้แล้วอยากไปบ้าง ^^


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 เมษายน 2554 / 12:57
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
moowanzaza Member 8 เม.ย. 54 08:43 น. 18

 

หมูหวานเองนะคะ
ขอบคุณทุกๆคอมเมนต์เลยนะคะ ดีใจค่ะที่ชอบกัน ^-^


สำหรับเรื่องเรียน...
หมูหวานไม่ได้เป็นนักเรียนทุนนะคะ

หมูหวานเป็น immigrant ค่ะ

ทางรัฐบาลแคนาดาจึงดูแลเรื่องค่าเล่าเรียนให้เกือบหมดทุกอย่าง

จะต้องมีจ่ายก็แค่ค่า Activities ปีละยี่สิบห้าเหรียญ

กับค่าทัศนศึกษาหรือกิจกรรมอื่นๆที่นอกเหนือจากที่จ่ายไป



ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

ขอบคุณพี่เป้และ dek-d.com ด้วยนะคะสำหรับโอกาสดีๆอย่างนี้ ^-^



สุดท้าย...ถ้าใครติดใจกับประสบการณ์เรียนต่อของหมูหวาน

อย่าลืมแวะเข้าไปเยี่ยมชมบทความของหมูหวานนะคะ


http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=646547

experiences + advises and fun are waiting for u there!

Thanks again...

Have a great day guys! :)<3


0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด