ย้อนรอยปี 1931 น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในโลกที่เมืองจีน

          สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... ถ้าพูดถึงน้ำท่วมครั้งใหญ่ๆ ในประวัติศาสตร์ล่ะก็ เมืองจีนเค้าครองแชมป์ค่ะ TT เพราะภัยพิบัติน้ำท่วมที่มีคนเสียชีวิตมากที่สุดในโลก ส่วนมากจะเป็นที่ประเทศจีนค่ะ ว่าแล้ว พี่เป้ ก็ขอพาน้องๆ ย้อนเวลาไปยังปี ค.ศ. 1931 ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาค่ะ ...

          น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในโลก เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1931 ที่เมืองนานกิง ประเทศจีน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจีนในขณะนั้น เรียกได้ว่าเป็นภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงมากที่สุดและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก  เหตุการณ์น้ำท่วมนี้กินเวลาตั้งแต่เดือนกรกฏาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน ปี 1931 รวมแล้วกว่า 5 เดือนเลยทีเดียว

           ก่อนหน้านั้น 2 ปีคือตั้งแต่ปี 1928 เกิดความแห้งแล้งอย่างยาวนานจนไม่มีใครคาดว่าจะนำมาซึ่งน้ำท่วมครั้งใหญ่ จากนั้นในช่วงฤดูหนาวปี 1930 ประเทศจีนแถบตอนกลางก็เกิดมวลอากาศแปลกๆ คือมีหิมะตกหนักมาก และทุกครั้งที่หิมะตกหนักก็จะตามมาด้วยฝนที่ตกหนักมากเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด และยังเพิ่มปริมาณมากเรื่อยๆ

           จนมาถึงเดือนกรกฎาคมปี 1931 ในที่สุดก็มีพายุไซโคลนลูกใหญ่เกิดขึ้นเหนือแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำฮวงโห และเข้าตีมณฑลนานกิงในยามดึกที่ทุกคนกำลังนอนหลับอยู่ และเมื่อพายุเข้าโจมตีเมือง มีผู้เสียชีวิตทันทีจากการจมน้ำจำนวน 200,000 คน โดยระดับน้ำสูงสุดที่บันทึกได้เกิดขึ้นวันที่ 19 สิงหาคม สูงถึง 16 เมตร !!

           จำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่นอนยังไม่มีการสรุปแน่ชัดว่าจำนวนเท่าไหร่กันแน่ เพราะสำนักข่าวจีนให้ข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 145,000 คน และไร้ที่อยู่อาศัยกว่าเกือบ 30 ล้านคน แต่สำนักข่าวตะวันตกส่วนมากให้ข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตเกือบ 4 ล้านคน

            การเกิดน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนั้น ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก เพราะเกิดขึ้นริมแม่น้ำฮวงโหซึ่งมีขนาดใหญ่และมีความยาว 5,464 กิโลเมตร แม่น้ำนี้เป็นรากฐานประวัติศาสตร์และอารยธรรมของชาวจีน เป็นทั้งแหล่งเกษตรกรรม เศรษฐกิจ และมีผลต่อความเป็นอยู่ของคนในสังคมมาก 

            และเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมแล้ว ก็ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าใจหลายอย่างตามมาทีหลัง เช่น หลังจากน้ำท่วมแล้ว มีผู้เสียชีวิตจากโรคอหิวาตกโรคและไข้รากสาดใหญ่จำนวนมาก มีการฆ่าทารกที่รอดชีวิตทิ้งเพราะไม่มีเงินเลี้ยงดู มีการขายภรรยาและลูกกิน รวมถึงยังส่งผลต่อเมืองใกล้เคียง เช่น ฮู๋หนาน เจียงซี อู่ฮั่น หูเป่ย เป็นต้น


   

ภาพจาก http://www.chinaview.cn/

Dek-D Team
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

50 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
~!lZEROl!~ Member 12 ต.ค. 54 12:01 น. 11
แต่ถึงยังไงถ้าคนไม่ตัดไม้ ต้นไม้มันก็ยังจะพอช่วยอุ้มน้ำได้อยู่ไม่มากก็น้อยล่ะนะครับ ยังไงที่เกิดนี่ส่วนหนึ่งมันก็เพราะคนเราตัดไม้อยู่ดีนั้นแหละ = =
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
henonanon Member 12 ต.ค. 54 14:40 น. 19
ภัยธรรมชาตินี่น่ากลัวจริงๆ ค่ะ
ท่วมตั้ง 6 เดือน
ขนาดน้ำลดแล้วยังเกิดปัญหาอีก
เมืองนานกิงนี่น่าสงสารตั้งแต่โดนสงครามแล้วเนอะ

ส่วนตอนนี้กำลังเห็นใจไทยด้วยกันอยู่ สู้ๆๆ
0
กำลังโหลด
piwut Member 12 ต.ค. 54 14:45 น. 20
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้
ยังน้อยกว่า ที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2526 เสียอีก
ในขณะนั้น อย่างถนนรามคำแหง ใช้ไม่ได้นะครับ
ระดับน้ำสูงกว่าหลังคารถโตโยต้าเสียอีก
ขนาดรถยีเอ็มซีของทหาร ยังหืดขึ้นคอ
กำแพงรั้วต่างๆตลอดแนวถนนรามคำแหง เอียงพัง
เข้าหาปริ่มๆระดับน้ำเลย
ระดับน้ำเฉลี่ยบนผิวถนนในกรุงเทพฯ ประมาณ 1 เมตร
มีการใช้เรือให้เห็นบริเวณรอบนอก
และยังเจอน้ำท่วมน้ำขังเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน
โรคที่มากับน้ำขังเป็นกันเยอะ
ทางถนนสุขุมวิท อย่างในซอยวัดธรรมมงคล
ระดับน้ำท่วมถึงสะโพก

จากเหตุการณ์น้ำท่วมในคราวนั้น
จึงได้มีการผลักดัน ให้ดำเนินการโครงการในพระราชดำริ อย่างเต็มกำลัง
และการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในช่วงหลังจากปีนั้น ต้องยกเอาประเด็นเรื่องการจัดการน้ำท่วม
ขึ้นมาเป็นเรื่องหาเสียงอย่างจริงจัง

(ยกเว้นอย่างกรณีท่านจำลอง ศรีเมือง ที่ท่านใช้อ้างสถิติว่า เป็น ฝนพันปี มาหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบของตำแหน่งผู้ว่า กรุงเทพมหานคร ทำให้เป็นแบบอย่างของผู้ว่าฯในสมัยหลัง ที่มีการอ้าง เป็น ฝนหมื่นปี เลียนแบบบ้าง)

สิ่งที่ขาดในจิตสำนึกทุกวันนี้ก็คือ
การอธิบายข้อเท็จจริง ให้ประชาชนได้ทราบอย่างถ่องแท้ ว่า เหตุการณ์อะไร เป็น อะไร
ไม่ใช่ให้เชื่อหลงผิดกันแบบทุกวันนี้


0
กำลังโหลด
กำลังโหลด