ชีวิตวัยเรียน ไม่มีอะไรน่าเบื่อไปกว่าการอ่านหนังสือ(เรียน)เพื่อไปสอบ โดยเฉพาะปัญหาอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง จับใจความไม่ได้ แล้วก็สอบทำคะแนนได้ไม่ดี นอกจากเกรดจะไม่ดีแล้ว โดนแม่บ่น ตัดค่าขนมอีกต่างหาก(โอ้ ปัญหาเรื้อรัง)
วันนี้ พี่มิ้นท์ จึงมีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการวางแผนการอ่านหนังสือ ให้น้องๆ ลองนำไปใช้ รับรองว่าอ่านไวขึ้น และรู้เรื่องด้วยจ้า ลุยเลย "ลูกเพี๊ยะ"
แค่อ่านหนังสือ ถึงขั้นต้องใช้คำว่า "พร้อม" เลยหรือ? พี่มิ้นท์ ขอตอบว่าใช่ค่ะ ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ต้องมีความพร้อมด้วย ถึงจะทำสิ่งๆ นั้นออกมาดี ตรงกันข้าม ถ้าทำในขณะที่ไม่พร้อม ก็ไม่เกิดผลสำเร็จอะไร หนำซ้ำอาจแย่ลงกว่าเดิม พี่มิ้นท์จะลองเปรียบเทียบง่ายๆ ถ้าน้องๆ จะกระโดดบันจี้จั๊มพ์ ใจไม่พร้อมก็ว่าหนักแล้ว แต่ถ้าเชือกผูกปลายเท้ายังไม่พร้อมด้วย กระโดดลงไปก็คงไม่รอด ดังนั้นการอ่านหนังสือก็เหมือนกันค่ะ ลองมาเช็คดูว่า ความพร้อมในการอ่านหนังสือ มีอะไรบ้าง
- หนังสือ จะอ่านหนังสือแล้วไม่มีหนังสือ จะอ่านอะไรล่ะคะ 555 นอกจากหนังสือแล้วก็ควรเตรียมสมุด ปากกา ดินสอ หรือเครื่องใช้สำคัญๆ ให้พร้อมตรงหน้าด้วย ไม่ต้องลุกบ่อยๆ ให้เสียสมาธินะคะ
- สมาธิ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่สุดในการอ่านหนังสือ คนที่อ่านหนังสือในช่วงสมาธิไม่พร้อม ก็จะเกิดเหตุการณ์แป้กๆ หลายอย่าง เช่น กำลังอ่านอยู่แล้วก็งงว่าอ่านอันนี้ไปรึยัง คุ้นๆ นะ แต่จำไม่ได้ หรืออ่านไปสามหน้าแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าอ่านเรื่องอะไร แล้วต้องกลับไปย้อนอ่านอีกรอบ และที่เป็นบ่อยที่สุด คือ อ่านไม่รู้เรื่อง "สมาธิ"พูดง่าย แต่สร้างขึ้นมายากเหลือเกิน แนะนำวิธีสร้างสมาธิง่ายๆ เช่น อ่านที่โต๊ะ มีแสงสว่างเพียงพอ และในขณะที่อ่าน ควรห่างไกลจากอิเล็กทรอนิกส์ทุกประการทั้ง มือถือ วิทยุ โทรทัศน์ เกมส์ ตู้เย็นด้วย(เห็นตู้เย็นแล้ววิ่งเข้าใส่ รบกวนสมาธิมาก)
- ไม่เหนื่อย ไม่ง่วง ไม่หิว ความพร้อมด้านร่างกายก็สำคัญนะคะน้องๆ เพราะสมองกับการทำงานของร่างกายมันจะรันไปพร้อมๆ กัน ถ้าร่างกายเราล้า สมองเราก็ล้า แต่ถ้าเราสดชื่น สมองก็พร้อมเรียนรู้ค่ะ ถ้าวันไหนเราเรียนและกลับบ้านมาเหนื่อยๆ แนะนำให้น้องๆ อาบน้ำให้สดชื่นก่อน แล้วค่อยมาอ่านหนังสือนะคะ แต่ถ้าเหนื่อยแบบสุดๆ หลังเล่นกีฬามา ให้เอาเวลานั้นไปนอนดีกว่า ไม่ต้องฝืนอ่านหรอกค่ะ เพราะร้อยทั้งร้อยอ่านไม่รู้เรื่องแน่นอน อีกเรื่องก็คือมวลสารในท้องเรา อย่าให้ว่างหรือแน่นเกิน ไม่งั้นจะชวนให้เราสมาธิแตกกระเจิงหรือหลับได้เช่นกัน
ก่อนจะเริ่มอ่านจริงจัง น้องๆ ต้องตั้งคำถามกับตัวเองก่อนทุกครั้งว่า เราจะอ่านเล่มนี้ทำไม ต้องการอะไรจากเล่มนี้ หรือหัวข้อไหนที่เราอยากอ่านเป็นพิเศษ เพื่อกำหนดเป้าหมายของตัวเองให้แน่ชัดนั่นเอง จะได้ไม่เกิดปัญหาอ่านแบบไร้จุดหมาย วกไปวนมา หรืออ่านจนจบเล่มแล้วก็ไม่รู้ว่าได้อะไรบ้าง
น้องๆ จะเสียเวลาในส่วนนี้ไม่ถึง 5 นาที แต่ประโยชน์ของมันจะช่วยลดเวลาที่เราจะต้องกลับมาอ่านใหม่อีกนับชั่วโมง เสร็จแล้วก็ไปขั้นตอนต่อไปได้เลยยย
เอาล่ะค่ะ หลังจากที่น้องๆ ถามตัวเองแล้วว่าอ่านหนังสือเล่มนั้นแล้ว มีจุดประสงค์อะไร น้องๆ ก็จะต้องเลือกวิธีอ่านเพื่อให้ตรงตามจุดประสงค์ที่เราต้องการนะคะ การอ่านของเราจะไวขึ้น
- อ่านเพื่อทบทวนบทเรียน สำหรับวิธีการอ่านเพื่อทบทวนบทเรียน แนะให้อ่านแบบ skimming คืออ่านแบบผ่านๆ เก็บรายละเอียดพวกคำศัพท์ หรือ คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนนั้นๆ ทั้งนี้ที่พี่มิ้นท์แนะนำให้อ่านวิธีนี้ เพราะเราเรียนในห้องเรียนมาแล้ว ความรู้น่าจะยังอยู่ในหัวบ้าง การอ่านสกิมมิ่งจะทำให้เราจดจำคีย์เวิร์ดเฉพาะที่จำเป็นๆ และต่อยอดกับการทบทวนครั้งต่อไป จะได้ไม่หนักหัวค่ะ และอย่าลืมทำไฮไลท์หรือสัญลักษณ์ในคีย์เวิร์ดที่เราเจอด้วยนะ มาอ่านครั้งหน้าจะได้สะดวกจ้า
- อ่านเพื่อเอาคำตอบ คือ น้องๆ อาจจะมีการบ้านหรือคำถามอยู่ในหัว ก็ให้ใช้วิธีอ่านแบบ scanning คือ อ่านคร่าวๆ หาคีย์เวิร์ดเหมือนกัน อาจจะไม่ได้เก็บใจความสำคัญระหว่างทาง เพราะเป้าหมายของเราคือคำตอบเท่านั้น และเมื่อเจอคำตอบแล้ว เราก็หยุดและสแกนหาคำตอบข้อต่อไป
- อ่านสอบ(แบบไม่ค่อยมีเวลาอ่าน) หากเวลาเหลือน้อยเต็มทน แล้วเรายังต้องอ่านแข่งกับเวลาอีก แนะนำให้น้องๆ อ่านสารบัญของบท เพื่อดูภาพรวมคร่าวๆ ของบทที่น้องๆ จะสอบ ว่ามีหัวข้อหรือประเด็นอะไรบ้าง เสร็จแล้วให้พลิกไปบทนั้นๆ เพื่ออ่านย่อหน้าสุดท้ายของแต่ละหัวข้อ และอ่านย่อหน้าสุดท้ายของบทนั้นอีกที เพราะย่อหน้าจะเป็นส่วนสรุปในแต่ละประเด็น ซึ่งเป็นหนทางที่ดีที่สุด สำหรับการอ่านที่ต้องการใจความครบถ้วนในระยะที่จำกัด
อย่าลืมว่า จุดประสงค์ในการอ่านของเราเป็นแบบไหน ก็ต้องเลือกวิธีอ่านให้เหมาะสม เพื่อเซฟเวลาของเรานะคะ
หลังจากอ่านเสร็จแล้วเรียบร้อย ก็สละเวลาอีกเล็กน้อยมาทบทวนความเข้าใจของตัวเองกันหน่อย ด้วยการปิดหนังสือ แล้วลองนึกดูว่า เราอ่านแล้วได้อะไรบ้าง จะมากจะน้อยไม่เป็นไร ขอให้เราได้อะไรจากการอ่านครั้งนี้ก็พอ พร้อมกันนี้ลองเช็คด้วยว่า ผลการอ่านของเราตรงตามจุดประสงค์ในขั้นตอนที่ 2 มั้ย เช่น ต้องการทบทวนบทที่ 2 แล้วเรานึกเนื้อหาบทที่ 2 ออกบ้างรึป่าว เป็นต้น การประเมินผลตัวเองในทุกๆ ครั้ง เป็นประโยชน์ที่ดีทีเดียวเลยค่า
แต่ถ้าปิดหนังสือแล้วตอบไม่ได้ ก็ให้อภัยตัวเองและเปิดไปหาคำตอบดูอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้น้องๆ จะต้องจำคำตอบให้ได้ดีกว่าเดิมด้วยนะ ที่สำคัญคือ ลองหาสาเหตุดูว่า เพราะอะไร ตอนอ่านเราก็รู้เรื่องนะ แต่ทำไมจำไม่ได้?? เพื่อเตรียมหาวิธีแก้ในจุดนี้ต่อไปค่ะ ((แต่ถ้าเรามีสมาธิตั้งแต่แรก ปัญหาจำไม่ได้ จะไม่ค่อยเกิดค่ะ คอนเฟิร์ม^^))
ทั้งหมดนี้ก็เป็น 4 ขั้นตอนง่ายๆ ในการอ่านหนังสือให้เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งดูๆ แล้วเทคนิคในการอ่านหนังสือ เป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น หลักใหญ่ๆ คือ การเตรียมความพร้อมทั้งกายและใจในการอ่านหนังสือมากกว่า หวังว่าน้องๆ จะลองเอาเคล็ดลับพวกนี้ไปปฏิบัติดูนะคะ ค่อยๆ ลองทีละนิด เมื่อทุกอย่างจะเข้าที่ น้องๆ จะอ่านหนังสือเร็วและจับประเด็นได้เก่งเองค่ะ เริ่ดๆ ล่ะสิ^^






47 ความคิดเห็น
เจ๋งงงงง ง!!
จะนำไปปรับใช้แน่นอน(ถ้าไม่ขี้เกียจซะก่อน)
ปล. ความเห็นไร้สาระ โปรดข้ามเถอะ