วัสดีค่ะน้องๆ เรียกว่าเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่มากันตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.เลยนะคะ กับประเด็นข่าวที่ว่า ราชบัณฑิตยสถานได้เสนอแก้ คำศัพท์ที่ยืมจากภาษาอังกฤษจำนวน 176 คำ ให้เขียนเป็นเสียงภาษาไทยแบบตรงเสียงวรรณยุกต์แบบเป๊ะๆ โดยการเติมวรรณยุกต์หรือใส่เครื่องหมายเข้าไปเพื่อให้ออกเสียงให้ถูกต้องมากขึ้น

            ซึ่งจาก 176 คำที่ว่า บางคำก็เป็นคำที่เห็นคุ้นตาและใช้กันแพร่หลายมานานมาก เช่น คอมพิวเตอร์ คลินิก เทคโนโลยี แต่ที่หนักสุดจะเห็นเป็นคำทางด้านวิทยาศาสตร์ ทั้งชื่อสารเคมี สิ่งของ ฯลฯ เรียกว่าถ้าเปลี่ยนขึ้นมาจริงๆ ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ น้องๆ สายวิทย์พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "อ่านยากกว่าแบบเดิมอีกค่ะ" เช่น

                นิวตรอน  เป็น  นิวตร็อน
                เมตริก   เป็น  เม็ตตริก
                ไอโซโทป เป็น ไอโซโถป
                เอเคอร์  เป็น เอเค่อร์
                แกรนิต เป็น แกรหนิต
                คาร์บอเนต เป็น คาร์บอเหนต
               ไดนาไมต์ เป็น ไดนาไม้ต์
                เรดาห์ เป็น เรด้าห์
                โคบอลต์ เป็น โคบ๊อลต์
                ออกซิเจน เป็น อ๊อกซิเย่น
                คอมพิวเตอร์ เป็น ค็อมพิ้วเตอร์
                โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต เป็น โซเดี้ยมไฮโดรเจ้นคาร์บอเหนต
                ดีเปรสชัน เป็น ดีเปร๊สชั่น
                แมงกานีส เป็น แม็งกานี้ส
                อัลตราไวโอเลต เป็น อัลตร้าไวโอเหล็ต

             คนที่ได้เห็นตัวอย่างคำไปแล้วก็ออกมาแสดงความคิดเห็นกันเต็มที่ ซึ่งพี่มิ้นท์ก็ได้สอบถามความคิดเห็นจากน้องๆ สายวิทย์มาจำนวนหนึ่งถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ก็ได้ความเห็นมาดังนี้

           
น้องพี : ตอนแรกความเห็นผมคือ เปลี่ยนทำไม แบบเก่าดีแล้ว ToT แต่ถ้าลองคิดดูดีๆ หากใช้แบบใหม่จริงก็ไม่น่าเสียหายอะไรมาก จะได้ตรงตามเสียงพูด ตอนเด็กๆ เคยสงสัยไหมว่า "เมตริก" น่าจะอ่านว่า เม-ตริก ไม่ใช่หรอ?? แต่ทำไมอ่าน เม็ด-ตริก หรือ แกมมา ก็น่าจะอ่าน แกม-มา พอถามคุณพ่อคุณแม่ว่าท่านก็จะตอบว่า เขาพูดกันมา เขาบัญญัติกันแบบนี้น่ะลูก ทำให้ไปถือว่าคนบัญญัติตอนแรกคือคนถูก
            ถ้าสมมติวันที่คำว่า Computer เข้ามาในไทยครั้งแรก แล้วจะบัญญัติคำนี้ โดยมีให้เลือกระหว่าง "คอมพิวเตอร์" กับ "ค็อมพิ้วเต้อร์" ผมเชื่อว่าหลายคนคงเลือก "ค็อมพิ้วเต้อร์" เพราะเขียนตรงกับเสียงพูด แต่ปัจจุบันเราใช้ "คอมพิวเตอร์" จนชิน(รวมทั้งผมด้วย) ก็เลยไม่เห็นด้วยที่จะเปลี่ยน โดยแสดงความเห็นเรื่องนี้ในแนวที่ว่า เปลี่ยนทำไมของเดิมก็ดีอยู่แล้ว เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม ซึ่งผมจับใจความได้โดยรวมคือ ขี้เกียจ หมายถึงขี้เกียจที่จะจำ ขี้เกียจเขียนใหม่
            สำหรับผลกระทบเกิดขึ้นกับทุกคนแน่นอน คงยุ่งยากแน่ๆ เพราะเอกสารราชการต้องพิมพ์เผยแพร่ในแบบศัพท์ใหม่หมด ผมขอบอกเหมือนเพื่อนๆ เลยว่าเหมือนภาษาเด็กแว๊นมาก(ทู้กคลเหน เหมือนราวม้ายย 55) ซึ่งหมายความว่า(อาจจะ)เห็นรูปแบบใหม่นี้ในหนังสือราชการ หรือ ในข้อสอบ เช่น น้องยีร้าฟเป็นคนเท็คโนโลยี่สูง เขาใช้ค็อมพิ้วเต้อร์หาข้อมูลวิทยาศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นเคมีอย่างโซเดี้ยมไฮโดรเจ้นกลูตาเหมต อ๊อกซิเย่น ไนโตรเจ้น หรือจะเป็นฟิสิกส์ เช่น การวัดในหน่วยกิโลเม้ตร เซ็นติเม้ตร เป็นต้น
    
          
  น้องไพลิน : หนูว่า ไม่ควรเปลี่ยนค่ะ เพราะคำเหล่านี้เป็นคำทับศัพท์ ถ้าเปลี่ยนการสะกดเพื่อการออกเสียงแล้วเอามาใช้รวมกับภาษาไทย คงพิลึกน่าดูค่ะ  สมมติว่าเรียนเคมี อาจารย์ก็สอนเป็นภาษาไทยใช่มั้ยคะ จู่ๆ พูดภาษาไทยอยู่ดีๆ แล้วมา "โพแท้สเซี่ยม" จะรู้สึกว่ามันแปลกๆ มั้ย การออกเสียงให้ถูกต้อง มันเป็นหน้าที่ของการเรียนภาษาอังกฤษนะคะ ถ้าจะให้ออกเสียงให้ถูกก็พูดภาษาอังกฤษไปทั้งประโยคดีกว่าค่ะ การเปลี่ยนการสะกดเพื่อการออกเสียงที่ถูกต้องตามภาษาอังกฤษ มันอาจจะกลายเป็นสิ่งที่ทำลายเสน่ห์ของภาษาไทยก็ได้ หรือไม่ก็ทำประชาพิจารณ์ถามคนไทยซักนิด ว่าใช้แล้วลำบากรึเปล่า

    
ส่วนความคิดเห็นอื่นก็ไม่แตกต่างกัน เช่น
            >> แค่ท่องชื่อสารเคมี ชื่อธาตุปกติก็แย่แล้ว นี่ถ้าเปลี่ยนจริงๆ ก็อนาถเลยTOT
            >> ขี้เกียจจำการเขียนใหม่ค่ะ ชินกับแบบเดิม แล้วก็รู้สึกว่าแบบใหม่มันยังไงไม่รู้ ดูตลกแปลกๆ
            >> รู้สึกว่าสับสนมากกว่าค่ะ คิดว่าใช้แบบเดิมน่าจะดีมากกว่า ใช้มาไม่รู้กี่สิบปีแล้ว ทนใช้ไปอีกก็ไม่เห็นเป็นไรค่ะ _ _"
            >> ไม่ไหวค่ะ คือ แบบแล้วที่จำมาทั้งหมดคืออะไรอ่ะค่ะ ถ้าต้องมานั่งจำใหม่ทั้งหมดสู้จำภาษาอังกฤษไปเลยดีกว่าค่ะ
            >> จริงๆ มันก็ง่ายในการจำนะคะ ใส่วรรณยุกต์ตามเสียงเลย แต่ว่าถ้าให้มาจำใหม่ตอนนี้ก็คง คิดหนัก เขียนแบบเดิมดีกว่า
            >> งั้นขอจำเป็นภาษาอังกฤษเลยดีกว่าค่ะ -___-)/
            >> มันดูสก๊อยไปนะครับ บางทีมันดูเยอะไปแล้วใช้มาตั้งนานเอ่ออยู่ดีๆ มาเปลี่ยน เอ่อออออ คัดค้านครับ T T
            >> ไม่ไหวค่ะ จำใหม่หมดขนาดนี้ แล้วที่จำมาตั้งแต่เกิดคืออะไร

    
            นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งนะคะ เพราะน้องๆ แสดงความคิดเห็นเข้ามามากมาย ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยซักเท่าไหร่
แต่ล่าสุดเมื่อวาน(1 ต.ค.) ทางราชบัณฑิตยสถานได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า "ยืนยันว่าจะไม่แก้คำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน" พ.ศ.2554


              นางสาวกนกวลี ชูชัยยะ เลขาธิการราชบัณฑิตฯ ได้ชี้แจงว่า ราชบัณฑิตฯ ได้ถือหลักการเขียนคำภาษาต่งประเทศตามพระราชดำริของ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ อดีตนายกราชบัณฑิตยสถานว่า การเขียนคำภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษออกเสียงไม่แน่นอน จะออกเสียงอย่างไรก็แล้วแต่ประโยค เสียงจะสูงหรือต่ำก็แล้วแต่ตำแหน่งของคำในประโยค จึงทรงเห็นว่าไม่ควรใช้วรรณยุกต์กำกับตามเหตุผลดังกล่าว

              ปัจจุบันราชบัณฑิตยสถานมีราชบัณฑิตสาขาต่างๆ 84 คน และมีภาคีสมาชิกสาขาต่างๆ 80 คน และกรรมการวิชาการกว่า 90 คณะ ซึ่งสามารถเสนอความเห็นทางวิชาการให้ราชบัณฑิตฯ พิจารณาได้ ซึ่งศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ได้เสนอให้ปรับรูปแบบการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษ ราชบัณฑิตฯ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากำหนดแนวทางการเขียน และมีมติให้ออกแบบสอบถามเพื่อสอบถามราชบัณฑิต ภาคีสมาชิกและกรรมการวิชาการ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นเฉพาะภายในองค์กรภายใน 31 ต.ค. และจะเสนอผลต่อสภาราชบัณฑิต ในเดือน ธ.ค.55
             

   "ผลการรับฟังความเห็นเฉพาะภายในองค์กรของราชบัณฑิตยสถาน

 เกี่ยวกับหลักการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะมีผลประการใด เป็นเพียงความเห็นส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ข้อยุติ การแก้ไขคำยืมจากภาษาอังกฤษซึ่งใช้ในทางราชการ การศึกษา มาเป็นเวลานาน หากมีการเปลี่ยนแปลง ย่อมทีผลกระทบสำคัญต่อการใช้ภาษาไทยในหน่วยงานราชการ นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป

               ดังนั้น จึงต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานและบุคคลดังกล่าวก่อน ตามหลักการพื้นฐานที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฯ ก่อนที่จะพิจารณาดำเนินการ และพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ที่ขณะนี้กำลังดำเนินการจัดพิมพ์นั้น ไม่ได้แก้ไขรูปแบบการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษตามที่เป็นข่าว ส่วนความคิดเห็นของประชาชนที่ปรากฏในสื่อต่างๆ ราชบัณฑิตฯ จะรวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป"

                ดังนั้นก็สรุปในเบื้องต้นได้ว่า ข้อเสนอนี้เป็นแค่ข้อเสนอที่ยังอยู่ภายในราชบัณฑิตฯ อยู่ค่ะ ไม่ใช่ข้อยุติที่จะนำมาใช้จริงในสังคม ซึ่งสุดท้ายแล้วหากจะเปลี่ยนหรือปรับปรุงอะไรเขาก็ต้องได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน และตอนนี้ทางราชบัณฑิตฯ ก็คงได้รับข้อคิดเห็นกระหน่ำเลยทีเดียว ซึ่งในตอนท้ายเลขาธิการราชบัณฑิตก็ได้ย้ำอีกรอบว่า ไม่มีการแก้ไขคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 แน่นอน

                ดูเอกสารประกาศฉบับเต็มที่ >>คลิกที่นี่<<

เด็กดีดอทคอม :: มาเตรียมสอบเลข ด้วย Mind maps เริ่ดๆ กันเถอะ


พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

84 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
mayrocky Member 2 ต.ค. 55 12:37 น. 12
>> มันดูสก๊อยไปนะครับ บางทีมันดูเยอะไปแล้วใช้มาตั้งนานเอ่ออยู่ดีๆ มาเปลี่ยน เอ่อออออ คัดค้านครับ T T
            >> ไม่ไหวค่ะ จำใหม่หมดขนาดนี้ แล้วที่จำมาตั้งแต่เกิดคืออะไร
555555555555555

0
กำลังโหลด
ทองปาล์ม Member 2 ต.ค. 55 12:42 น. 13
ควรปรับปรุงครับ มองในระยะยาว สำเนียง การอ่าน การเรียน การสื่อสาร ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนไทยดีขึ้นแน่นอน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ice--blue Member 2 ต.ค. 55 13:53 น. 15
บางสิ่งบางอย่างที่ดีที่ควรอยู่แล้วจะเปลี่ยนทำไม
ไปเปลี่ยนสิ่งที่ไม่ดีอื่นๆที่ยังมีอีกมากมายเถอะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เบลลาโล Member 2 ต.ค. 55 14:11 น. 17
เขียนแบบเดิมดีอยู่แล้ว สบายตากว่า ดูสละสลวยกว่าอีกต่างหาก-*-!!

แทยที่จะมาเปลี่ยนคำนู่นนี่นั่น ช่วยไปพัฒนาประเทศก่อนได้ไหม เรื่องน้ำยังแก้ไขกันไม่ค่อยจะไ้ด้เลยไม่ใช่หรือไง-*-
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
GRLM 2 ต.ค. 55 14:17 น. 19
คห.17 ราชบัณฑิตไปเกี่ยวอะไรกะน้ำอ่ะจ๊ะ.....


แต่มันฮาตรงที่ว่า ราชบัณฑิตตั้งเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วถูกยกเลิกเพราะเหตุผลภายในราชบณฑิตเองน่ะสิ.... มันทำงานกันยังไงเนี้ย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด