อ.ยุพา สถาบัน HOUSE OF SCIENCE

    สวัสดีจ๊ะ น้องๆ ชาวDek-D ทุกคน
กลับมาพบกับ
พี่ผึ้งกันอีกเช่นเคยในคอลัมน์ Hot Tutor
แนะนำสถาบันกวดวิชาชื่อดังของเมืองไทย โดยครั้งนี้
พี่ผึ้ง จะพาน้องๆ ไปทำความรู้จักกับติวเตอร์ชีวะ
ผู้เป็นเจ้าของที่มาของประโยคเด็ด “ชีวะไม่ต้องท่อง”
และเธอยังเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทยศาสตร์
ด้วยค่ะ พร้อมควบตำแหน่งผู้อำนวยการของสถาบัน
HOUSE OF SCIENCE บนถนนพระรามสี่
ที่กำลังได้รับความนิยมจากนักเรียนอยู่ในขณะนี้
ถ้าใครกำลังสนใจหาที่เรียนกวดวิชาชีววิทยาอยู่
ห้ามพลาด !! ... พี่ผึ้งขอเชิญน้องๆ พบกับ

อาจารย์ยุพา ผลโภค ติวเตอร์ชีวะไม่ต้องท่อง ค่ะ

 
 

พี่ผึ้ง : ขอให้อาจารย์ช่วยแนะนำตัวหน่อยคะ

อ.ยุพา : พ.อ.หญิง รศ. ดร.ยุพา ผลโภค ค่ะ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรนิยม)
คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , ระดับปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , ปริญญาโท Master of Arts และ ระดับปริญญาเอก
Doctor of Philosophy จากประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ
ปัจจุบันเป็น ผู้อำนวยการโรงเรียน
สอนเสริม ดร.ณสรรค์-ดร.ยุพา HOUSE OF SCIENCE และหัวหน้าภาควิชาฯ
วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้าค่ะ


พี่ผึ้ง : ประวัติการก่อตั้งของสถาบัน house of science มีที่มาอย่างไรคะ

อ.ยุพา : เปิดมาตั้งแต่ปี 2525 (1982) แล้วค่ะ โดย อ.ยุพา จะเป็นรุ่นแรก และมีลูกศิษย์ของ
อ.ยุพา ก้าวขึ้นมาเป็นอาจารย์รุ่นต่อไปของสถาบัน house of science ที่เปิดสอนเป็นสถาบัน
กวดวิชาอย่างเป็นทางการค่ะ เพราะตอนแรกจะมีอาจารย์ท่านอื่นพาลูกหลานมาให้อ.ยุพา
ช่วยสอน แต่ไม่ได้คิดเงินนะค่ะ ซึ่งเด็กรุ่นนี้ก็สอบเข้าแพทย์ และ ปิโตรเคมีรุ่นแรกได้
และพอดีอ.ยุพาได้ชวนให้ อ.ณสรรค์ (แฟนของอ.ยุพา) มาช่วยสอน นี่ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นค่ะ






พี่ผึ้ง : ปัจจุบันสถาบัน house of science มีทั้งหมดกี่สาขาคะ

อ.ยุพา : มีสาขาเดียวค่ะ แต่มีทั้งหมด 3 อาคาร ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพระราม4 เปิดสอนนักเรียน
ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไปจนกระทั่ง ระดับมหาวิทยาลัย เนื่องจากคณาจารย์ที่นี่มีประมาณ
30 กว่าคน ส่วนใหญ่มาจากมหาวิทยาลัยและร.ร.รัฐบาล ที่มีชื่อเสียง เช่น จุฬาฯ มศว. มหิดล
มธ. หรือ สวนกุหลาบ ฯลฯ คือเราจะทำงานกันเป็น team work ที่อยู่กันมานานกว่า 30 ปีแล้วค่ะ




พี่ผึ้ง : ที่นี่ อ.ยุพา สอนเฉพาะวิชาชีววิทยา
อย่างเดียวหรือเปล่าคะ


อ.ยุพา : จริงๆแล้ว อ.ยุพาก็ดูแลทั้งหมดแหละค่ะ คือจะเป็นทั้งคุณป้าแม่บ้าน + อาจารย์ชีวะ
อย่างคอร์ส “ชีวะไม่ต้องท่อง” ที่ดังๆ เนี้ย เราจะเปิดแค่ 2 คอร์สในวันอาทิตย์เช้าเท่านั้นเอง
โดยจะสอนตั้งแต่ 8.00 – 12.00 น. ซึ่งเด็กที่มาเรียนจะสอบติดแพทย์ถึง 60 – 70 % ทีเดียว

นอกนั้น อ.ยุพาไม่ได้เปิดสอน แต่ถ้าใครสนใจ
อยากจะขอเรียนตัวต่อตัว หรือเรียน 2 คน เราก็จะ
เปิดสอนให้ ต้องถือว่าเป็นสถาบันที่เปิดสอน
เยอะมาก เพราะเราจะสอนเป็นแบบ small group เพราะฉะนั้นเราจะมีสอนทุกเวลา เราถึงต้องมีครู
30 กว่าคน และครูทุกคนมีประสบการณ์การ
สอนมานานและเป็นอาจารย์ประจำของร.ร.รัฐบาล
ที่มีชื่อเสียง เช่น สวนกุหลาบ มหิดลวิทยานุสรณ์ หรือสาธิตปทุมวัน เป็นต้น
 

 
 
พี่ผึ้ง: สาเหตุที่อ. ยุพาเลือกมาเปิดเป็นสถาบัน house of science

อ.ยุพา: ที่ต้องเป็นบ้านวิทยาศาสตร์ หรือ house of science เพราะว่าคุณพ่อของอ.ยุพา
เกิดแถวสะพานเหลืองค่ะ และคุณพ่อก็เห็นว่า อ.ยุพาสอนเด็ก group แรก นักเรียนก็ได้ดีทุกคน
คือสอบเอนท์ติดหมด ต่อมาพอ อ.ยุพาจบกลับมาจาก USA ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาเปิดกวดวิชา
แต่เด็กที่เรียนกับเราก็บอกว่า ทำไมไม่เปิดสอนเป็นสถาบันล่ะค่ะ  คุณแม่ของอ.ยุพาก็บอกว่า
มีบ้านอยู่แถวพระราม 4 ซึ่ง
คุณพ่อทำบ้านรอให้อ.ยุพามาอยู่  จึงไม่ต้องเสียค่าเช่าสถานที่สอน
ดังนั้นที่นี่จะไม่ได้คิดค่าสอนแพง เหมือนสอนแก้เหงามากกว่าค่ะ



พี่ผึ้ง : ชื่อของสถาบันกวดวิชามีที่มาอย่างไรคะ

อ.ยุพา : แรกๆ สมัยก่อนยังไม่มีชื่อของสถาบัน เพราะไม่ได้เปิดเป็นสถาบันกวดวิชาอย่างเป็น
ทางการ แต่พอขออนุญาตจากกระทรวงศึกษา คุณพ่อก็บอกว่า ไหนๆ เราก็อยากสอนและ
ให้เด็กมาเรียนแล้ว งั้นเรามาเปิดเป็นบ้านวิทยาศาสตร์ เพื่อจะได้ฝึกให้เด็กรู้จักคิดเป็น และเราไม่ต้องเสียค่าเช่าสถานที่อะไร เพราะเปิดสอนที่บ้านของอ.ยุพาเอง และเราทำเอง
ทั้งหมดไม่ได้จ้างเจ้าหน้าที่อะไร เพราะฉะนั้นชื่อ
บ้านวิทยาศาสตร์ หรือ house of science มาจากคุณพ่อของอ.ยุพาคะ ซึ่งบอกว่า เราจะสอนให้เด็กรู้จักคิดอย่างเป็นระบบค่ะ


พี่ผึ้ง : สัญลักษณ์ของสถาบัน house of science เป็นรูปแบบไหน และมีที่มาอย่างไรคะ

อ.ยุพา : มีที่มาจาก “วิชาการต้องสุดยอด” คือถ้าเราคิดเป็นเราก็จะสามารถพึ่งพาตัวเองได้
ซึ่งอยู่ภายในกรอบของความคิดประมาณเนี้ย  มันก็จะทำให้ตัวเราไม่ลำบากเพราะรู้จักคิดเป็น
ของโลโก้คะ
 


 





  พี่ผึ้ง : แรงบันดาลใจสำคัญ ที่ทำให้อาจารย์
เลือกมาสอนวิชาชีววิทยา คือสิ่งใดค่ะ


อ.ยุพา : ตัวครูเองชอบเรียนชีวะมาตั้งแต่เด็กๆ
และจบปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ
และได้รับทุนรัฐบาล สหรัฐอเมริกาไปศึกษา
ต่อระดับปริญญาโทและเอก ซึ่งสมัยก่อนชีวะ
นี่จะต้องเรียนให้รู้เป็นหมวดใหญ่ และมีชีท
เป็นเล่มๆ เลย พอได้สอนและเรียนต่อ
ปริญญาโทที่จุฬาฯ  ต่อมาก็ไปเรียนต่อที่อเมริกา เป็นนักเรียนทุนดีเด่นของ USA แล้วก็เรียน
ปริญญาเอกต่อด้วย เพราะฉะนั้นจะรอบรู้ทุก
อย่างเลย และตอนนี้ก็เลยกลายเป็นที่ช่ำชอง
ด้านชีวะมาก


อ.ยุพาได้เขียนตำราออกมาเป็นหนังสือประมาณ
50 กว่าเล่ม เพื่ออุทิศให้กับคนที่ไม่มีเวลาเรียน
อันนี้ขายดีมากตอนนี้ขาดตลาดหมดแล้ว

เพราะอ.ยุพาชอบเขียนอะไรที่มันยากๆ และมีนิสัย
ชอบศึกษาค้นคว้า ทำการวิจัยอะไรอยู่ตลอดเวลา
จะเป็นแบบนั้น ดังนั้นเวลาสอนจะทำให้เขาเข้าใจ
ได้ง่ายและมีทำ Lab ประกอบในเวลาเรียนด้วย

เช่น ให้ทดสอบโปรตีน เวลาที่สอน 2ชั่วโมง
เพราะสัปดาห์ที่มีเนื้อหาสาระและสามารถใช้ตุ๊กตา
ที่เป็น model มาประกอบการสอนด้วยคะ และ
อ.ยุพาชอบที่จะหาความรู้เพิ่มเติมผ่านตัวหนังสือ
เพื่อเพิ่มทักษะความเข้าใจให้กับตัวเอง
ทั้งหมดนี่เป็นเหตุผลให้เลือกมาสอนวิชาชีวะค่ะ




 
 
 
พี่ผึ้ง : แนวการสอน หรือสไตล์การสอนของอาจารย์เป็นอย่างไรคะ

อ.ยุพา : “ทำให้ง่าย -  ไม่ต้องท่อง – รู้จริง”  คือสอนด้วยวิธีที่ไม่ต้องท่องค่ะ  คิดเป็น
และทำ ด้วยมือตัวเองจะได้เข้าใจง่ายขึ้น และมีให้นักเรียนได้ปฏิบัติการ  ทำการทดลองหรือ
อะไรที่ทำกับมือได้
เช่น ทดสอบโปรตีน ฯลฯ และมี model จำลองเหมือนจริงให้นักเรียน
ได้เห็นจริง ซึ่งช่วยให้เข้าใจบทเรียนได้ชัดเจนมากขึ้น 

อย่าง model เนี้ยทุกคนก็จะได้เห็นว่าสมองซีกหน้าเป็นอย่างไร ซีกหลังเป็นอย่างไร
แล้วเวลาสอนเราจะพูดอะไรที่มันง่ายๆ ใช้ระบบเขียนบนกระดานด้วย และมี power point และเอกสารแจกให้ด้วย  เด็กจะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งจด เพราะ power point ของเรานั้น
เราไม่หวง อย่างวิชาชีวะ เรียนแค่เทอมเดียวเองแถมสอนพื้นฐานแพทย์ให้ด้วย สุดท้ายก็มี test
อย่างสม่ำเสมอ แล้วเราเข้าถึงเด็กได้หมดทุกคนที่สำคัญจะเรียนกี่คนเราก็รับสอนค่ะ



พี่ผึ้ง : อาจารย์คิดว่า การใช้ Lab หรือให้มีการทดลอง เข้ามาประกอบการสอน มีส่วนช่วย
ได้เยอะไหมคะ


อ.ยุพา : มีส่วนช่วยเยอะค่ะ  คือมันจะช่วยให้เราเข้าใจในสิ่งที่เราเล็คเชอร์เพิ่มเข้าไป ทำให้เกิดการเชื่อมโยงกัน เพราะเวลาทำแล็ปมันก็ต้องเชื่อมโยงกับอย่างอื่นมันช่วยได้เยอะ
มากๆ ค่ะในการทำความเข้าใจเนื้อหาที่เรียนอยู่



พี่ผึ้ง : ปัจจุบันวิชาชีววิทยามีคอร์สที่เปิดสอนทั้งหมดเท่าไร อะไรบ้าง

อ.ยุพา : คอร์สชีวะพื้นฐาน ม.4 ซึ่งอนุญาติให้เด็ก ม.2 , ม.3 มาเรียนร่วมกับ ม.4 , ม.5
ซึ่งเราจะมีวิธีการสอนทำให้เด็กม.2 , ม.3 เรียนรู้เข้าใจได้  และม.4 , ม.5 ไม่เบื่อ ซึ่งจะมีวิธี
การสอนที่เข้าใจได้ง่ายและทำ Lab ไปด้วยจะได้เห็นและสัมผัสของจริง  อันที่จริงแล้วชีวะ
สามารถเรียนได้ตั้งแต่ระดับประถม เพียงแต่ว่าไม่มีคนสอน และไม่ใช่สอนท่อง เพราะชีวะ
ไม่จำเป็นต้องมานั่งท่องเลย แต่ต้องเรียนให้เข้าใจ โดยที่นี่จะเรียนชีวะพื้นฐาน  2 เทอม คือมีเทอมต้นกับเทอมปลาย โดยเรียนในวันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 12.00 น.




 
  และมี คอร์ส advance ก็คือ A-net สำหรับพวกที่
เรียนผ่านชีวะพื้นฐานมาแล้ว หรือที่เรียน ม.4 ,
ม.5 ซึ่งตรงนี้เราก็จะมาสอนเขาคิด + วิธีการทำ
my map ซึ่งยาก เพราะฉะนั้น ที่นี่ก็จะมีหลักๆ 2
คอร์ส พื้นฐาน สำหรับม.4 – ม.5 + advance
สำหรับ ม.6 หรือพวกที่เตรียมตัวสอบเข้า
มหาวิทยาลัยไปเลย



โดย อ.ยุพาจะสอนเป็น PowerPoint และแจก
เอกสารเป็นเล่มๆ เลยค่ะ ส่วนค่าเรียนที่นี่
ก็จะถูกมากเลยค่ะ ถ้าเกิดเด็กคนไหนไม่มีเงิน
ก็ไม่ต้องจ่าย หรือบางคนมีเงินแค่ไหนก็ให้แค่นั้น

แต่ถ้าเด็กคนไหนสามารถจ่ายเต็มได้ก็จะจ่ายเงิน
ให้อาจารย์ทุกคนเลยค่ะ แล้วก็มีบีทก่อนเรียน
และหลังเลิกเรียน เพื่อเสริมความเข้าใจให้กับเด็ก
โดยห้องหนึ่งก็จะรับประมาณซัก 50 คนเองค่ะ
และมีเปิดเป็นแบบ small group จะเรียนกี่คนก็ได้
เราสอนหมด ดังนั้นเด็กของเราส่วนใหญ่จะ
สอบเอนทรานส์ได้เกือบหมด และมีเด็กที่ได้ไป
สอบแข่งขันโอลิมปิกด้วยค่ะ
 

 
 

พี่ผึ้ง : อาจารย์คิดว่า วิชาชีววิทยามีความสำคัญต่อนักเรียนและบุคคลทั่วไป อย่างไรบ้างคะ

อ.ยุพา : โอ้โห! ... เยอะมาก อย่างจะสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ก็ต้องเรียนวิชาชีววิทยา
เพื่อเอาไปใช้สอบเอนทรานส์   เรียนไปทำเกรดและเพิ่มคะแนนในโรงเรียน  จะได้มีค่า GPA  
สูงๆ หลังจากที่เราผ่านเข้ามาในมหาวิทยาลัยได้แล้วยิ่งโดยเฉพาะคณะวิทยาศาสตร์  ชีวภาพ
และแพทย์ เป็นต้น ยิ่งต้องเรียนวิชาชีวะมากขึ้นค่ะ  อีกทั้งวิชาชีววิทยามันสอนให้เรา
เป็นคนละเอียดรอบคอบด้วยนะค่ะ



พี่ผึ้ง : อาจารย์คิดว่า สาเหตุใดที่ทำให้นักเรียนทั่วไปรู้สึกว่าวิชาชีววิทยายากคะ

อ.ยุพา : เพราะว่า เขาเรียนในสิ่งที่มองไม่เห็น เช่น เรียนเรื่องหัวใจไหลเวียนโลหิต
เขาก็ไม่เคยเห็นว่า หัวใจมันต่อจากเส้นเลือดยังไง และมันต่อจากระบบต่อมน้ำเหลืองอย่างไร
เห็นไหมว่า
เนื่องจากเขามองไม่เห็น แต่ถ้าเมื่อไหร่เรามีโอกาสทำให้เขาได้เห็น แล้วก็ได้จับ
ต้องในสิ่งที่เราพูดถึ ง  และจะต้องสอนให้เข้าใจได้ง่ายด้วย
  นอกจากนี้เราพยายามใส่ศัพท์
ภาษาอังกฤษเข้าไป เพราะวิชาชีวะจะใช้ภาษาอังกฤษเยอะ นี่จะทำให้เขาเข้าใจศัพท์ภาษา
อังกฤษนั้น เมื่อเข้าใจเราก็จะแจกศัพท์ชีวะให้เล่มหนึ่ง เด็กจะถูกสอนเหมือนกับให้ท่อง
เด็กก็เคยผ่านมาแล้ว แต่จริงๆ แล้วถ้าเข้าใจในรากศัพท์ หรือทำให้เขาเห็น ชีวะก็จะไม่ยาก



พี่ผึ้ง : ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบแอดมิชชั่น แตกต่างจากแบบเอนทรานส์ หรือไม่คะ

อ.ยุพา : แตกต่างคะ คือ ระบบแอดมิชชั่น เด็กสามารถเลือกคณะที่เขาอยากเข้าได้ และเรา
สามารถคัดเลือกเด็กที่จะมาเรียนกับคณะของเราได้ โดยการเปิดสอบรับตรง แต่สมัยก่อน
ระบบเอนทรานส์ เขาส่งมา 100 คน เราก็ต้องรับ 100 คน คือเราไม่มีโอกาสได้เลือกเด็กที่จะ
มาเข้าเรียนเอง ส่วนเนื้อหาวิชาก็ยากขึ้น ข้อสอบเดี๋ยวนี้ยากมากไม่เหมือนกับระบบเอนทรานส์
เลยซึ่งจะออกเป็นแนวความเข้าใจ + ความจำ
แต่เดี๋ยวนี้เป็นแบบประยุกต์ ดังนั้นต้องเข้าใจ
อย่างถ่องแท้ถึงจะแก้โจทย์ได้  ที่ออกข้อสอบแบบนี้เพราะว่า คนเราจะอยู่รอดได้ ก็จะต้องเป็น
เหมือนโลโก้ของ  house of science คือเราจะต้องคิดเป็นค่ะ
 



    พี่ผึ้ง : ข้อสอบสอบเข้ามหาวิทยาลัยระบบ
แอดมิชชั่น ในวิชาชีววิทยาจะเน้นไปที่เนื้อหาส่วน
ไหนคะ


อ.ยุพา : เดี๋ยวนี้เป็นข้อสอบประยุกต์ คือทุกอย่างมา
เชื่อมโยงกัน จะเห็นได้ว่าไม่ใช่ออกแนวชีวะ
อย่างเดียว แต่มีการผสมกันระหว่างชีววิทยา ฟิสิกส์
และเคมีเข้าด้วยกัน แต่ก็ไม่ยาก
เช่น  โมเลกุลของ
คาร์โบไฮเดรตจะต้องอธิบายได้ว่า ทำไมถึงให้พลัง
งาน ฉะนั้นที่ hours of science อ.ยุพาก็จะสอนให้
link ทุกอย่าง  และถ้าใครอ่อนตรงจุดไหน พอเรา link ปั๊บเราก็จะรู้เลยค่ะ
 
 

พี่ผึ้ง :อาจารย์คิดว่าจำนวนข้อสอบกับเวลาที่นักเรียนใช้ทำข้อสอบมีความสมดุลกันหรือไม่

อ.ยุพา : โอ๊ย ...... ไม่สมดุลกันเลยค่ะ คือเดี๋ยวนี้ ข้อสอบมี 50 ข้อ ให้เวลาทำประมาณ 1 ชั่วโมง
แต่สมัยก่อนข้อสอบมี 100 ข้อ ให้เวลาทำ 3 ชั่วโมง ซึ่งตรงจุดนี้บอกได้เลยว่า ทำไม่ทันหรอกค่ะ
เพราะมันก็เหมือนกับว่าเราต้องมีพื้นฐานที่แน่นมากเลย คือว่า อ่านข้อสอบจบปั๊บเราจะต้องนึก
ถึงพื้นฐานเนื้อหาบทเรียนของวิชานั้นได้ทันทีเลย


พี่ผึ้ง : เคล็ดลับในการเรียนวิชาชีวะให้เข้าใจ และได้ผลดี มีวิธีการอย่างไรคะ

อ.ยุพา :เคล็ดลับก็คือ เนื้อหาบทเรียนมันเยอะ เราต้องทำความเข้าใจก่อนแล้วกลับไปบ้านก็
ทบทวนอีกครั้งหนึ่ง อย่าอ่านหนังสือแบบสะเปะสะปะ เพราะมันเป็นการเสียเวลาไปเปล่าๆ
แต่เราควรอ่านหนังสือของคนที่จบมาทางสายชีววิทยาโดยตรง ไม่ใช่ไปอ่านของใครก็ไม่รู้
อันนี้สำคัญมากเพราะเราไม่มีเวลามาแก้ไขค่ะ



พี่ผึ้ง : นักเรียนที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ควรเตรียมตัวสอบอย่างไรคะ

อ.ยุพา : ควรจะต้องเตรียมตัวมาตั้งแต่เนิ่นๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป  คือไม่จำเป็นที่จะต้องอ่าน
แบบหนอนหนังสือและไม่จำเป็นต้องกวดวิชาด้วยซ้ำ แต่จะต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการ
อ่านหนังสือย่างสม่ำเสมอ และควรจะเรียนเสริมเฉพาะในสิ่งที่ตัวเองขาดตกบกพร่องเท่านั้น
นี่คือสิ่งที่นักเรียนเตรียมอุดม / สาธิต เขาทำกัน คือจะต้องสอนตามนักเรียนเป็นหลัก
ไม่ใช่สอนตามผู้สอนเป็นหลัก ซึ่ง house of science ยึดเอาที่ตัวนักเรียนเป็นหลักในการสอนค่ะ
 


  พี่ผึ้ง : อ.ยุพามีโครงการตอบแทนสังคมในรูป
แบบอื่นหรือไม่คะ


อ.ยุพา : มีค่ะ คือจะไปสอนตามโรงเรียนในต่าง
จังหวัด  เป็นวิทยากรของ Brand’s Summer Camp  
Taro  ติวเข้มของมาม่า  สอนเยอะแยะมากเลย และตรงนั้นเราก็ไม่ได้อะไรตอบแทนแต่เรา
ก็พอใจที่ได้สอนอย่างสอนโรงเรียนในต่างจังหวัด
เนี้ย ต้องหาทุนให้เขาด้วยนะ  แล้วตัวอาจารย์เอง
ก็คิดว่า ในอนาคตก็อยากจะไปช่วยโรงเรียนด้อย
โอกาสต่างๆ เปิดห้อง Lab เพราะว่าชีววิทยา
จำเป็นต้องมีปฏิบัติการให้ทำการทดลองด้วยค่ะ
   
 

พี่ผึ้ง : ในฐานะที่เป็นครู  สิ่งที่ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจและประทับใจ คืออะไรคะ

อ.ยุพา : นักเรียนที่เรียนกับเราจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เกือบ 100%  และในจำนวนนี้สอบ
ติดแพทย์ประมาณ 60% นี่คือความภูมิใจอย่างมาก และดีใจมากที่สุด เมื่อลูกศิษย์สอบเข้า
ได้ตามคณะที่อยากเรียน แล้วก็กลับมาหาเรา มาถ่ายรูปกับเรา
เช่น มีลูกศิษย์ที่เข้าหมอจุฬาฯ ได้ มาบอกอ.ยุพาว่า เขาเข้าหมอจุฬาได้แล้วนะ และส่งรูปมาให้เราดูค่ะ และผลสำเร็จทำให้เรา
มีกำลังใจ เพราะเด็กที่เรียนกับเรามีได้ไปแข่งโอลิมปิกทุกปี  คือทุกๆ ปีจะมีเด็กโอลิมปิกที่มานั่ง
เรียนอยู่ในห้อง แต่ตอนนั้นทั้งเราและเขาก็ไม่รู้ว่า ในอนาคตเขาจะได้เป็นตัวแทนของ
ประเทศไทยไปแข่นขันโอลิมปิกคะ นี่เป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจคะ


พี่ผึ้ง : อาจารย์อยากฝากอะไรถึงน้องๆ ชาวเด็กดีที่กำลังศึกษาอยู่คะ

อ.ยุพา : อยากบอกว่า เป็นนักเรียน หน้าที่ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากพยายามเรียนหนังสือให้ได้ผลดี  และต้องรู้จักคุณบิดามารดา ครูบาอาจารย์ แล้วก็รักพ่อแม่กับครูอาจารย์ให้มากๆและขอให้ตั้งใจเรียน เท่านี้แหละค่ะ
 
 
คำพูดติดปาก

เตง ... เต๊ง ... เต๊ง   ถูกต้องค่ะ

มุขเด็ดประจำตัว

ชีวะไม่ต้องท่อง

เรื่องขำๆ ในคลาส

SHUT UP กลับเป็น 7-UP

วิธีแก้เผ็ดเด็กกวน

ให้ Chocolate แล้วมานั่งใกล้อ.ยุพา

ของที่พกติดตัวเป็นประจำ

Laser pointer

นิสัยแบบนี้ใช่เลย

วินัยเข้ม  รับผิดชอบเยี่ยม

ชอปปิ้งแบบอาจารย์

ประหยัด ... ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

คติประจำใจ

ทำบุญทำทาน  รักพ่อ - แม่ – ครอบครัว ทุ่มเทให้หน้าที่

เครื่องลางนำโชค

ตัวเราเท่านั้น ที่ทำแล้วได้ผล

สีที่ชอบ

สีฟ้า - สีเหลือง

 
พี่ปอน
พี่ปอน - Webmaster Chief Commercial Officer (CCO)

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

15 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
chadathorn [eve] 31 ต.ค. 50 14:55 น. 8
เมื่อปิดเทอมsummerที่ผ่านมาได้มีโอกาศไปเรียนชีวะกับอาจารย์มา ขอขอบพระคุณอาจารย์ ยุพา ที่ทำให้เด็กบ้านนอก (สุโขทัย) ^^ คนนี้ได้เข้าใจในชีวะมากขึ้นนะคะ ปล.คิดถึงอาจารย์ยุพา + เพื่อนๆในกลุ่ม เสมอค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
New 4 ก.ย. 51 23:08 น. 12
อาจารย์สอนที่ House of Science แถวๆสะพานเหลืองคะ
เบอร์โทรก้อ 02-611-6166
อาจารย์เป็นกันเอง และใจดีมากๆ แถมจำชื่อนักเรียนได้ทุกคนด้วย
ปลื้มมากๆงะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Betty 5 พ.ค. 57 10:36 น. 14
รัก อ ยุพา ผลโภค มากมาก สอบได้แพทย์รามา. เพราะอาจารย์คอยจี้และประเมินตรงตรง. ไม่โกรธอาจารย์. ที่ house of science love love
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
motimy 4 ก.พ. 52 13:08 น. 16
อยากเข้าทันตะ สอบปีแรกไม่ได้ เพราะเป็นเด็กต่างจว. แต่สอบได้แล้วทันตะ จุฬา ปี51 ขอขอบคุณ อ.ยุพา อ.ณสรรค์ อ.สุพัฒน์ จาก house of science ที่ช่วยทำให้เข้าใจเนื้อหามาก เอาใจใส่มาก หาขนมปัง ชอกโกแล็ต เมื่อเวลาเรียนเกินเที่ยงมาให้ เป็นกันเองมา รักเหมือนลูก ทำให้มีอนาคตที่ดี ไม่อายพี่ซึ่งเข้าแพทย์ โควตาจุฬา พี่ก็เป็นลูกศิษย์ house of science ด้วยค่ะ
0
กำลังโหลด
กิ๊ก 4 เม.ย. 53 00:34 น. 18
ขอบคุณที่ทีมอาจารย์ HOUSE OF SCIENCE อ.ยุพา อ.ณสรรค์ ช่วยกันสอน จนสอบเข้าเรียนต่อที่ รร.เตรียมอุดม พญาไท
0
กำลังโหลด
KUnNiezzZ Member 15 พ.ค. 53 15:03 น. 19
อ.ป้าใจดีสุดๆไปเลย
อ.ทุกคนที่สอนที่นี่สอนดีกว่าครูที่โรงเรียนอีก
รักอ.ป้ามากมายนะค้าาา
^3^
0
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด