นายอาร์ท กับชีวิตแย่ๆ และโฮสต์เคร่งศาสนา


     สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D.com  นักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาเล่าประสบการณ์การเรียนต่างประเทศให้พี่ยีนและน้องๆ ฟังนั้น  มาจากโครงการ AFS ไม่น้อยเลยทีเดียว และคราวนี้ก็เช่นกันครับ พี่ยีนได้รับอีเมล์ภาษาอังกฤษจากเด็ก AFS สหรัฐอเมริกาอีกคน แต่ประสบการณ์ของเขาน่าสนใจมาก  เพราะดันไปเจอเรื่องแย่ๆ ถึงกับต้องหาที่อยู่ใหม่ งานนี้เลยแปลมาให้อ่านกันครับ  จะแสนเศร้าหรือขำฮาอย่างไร  ไปติดตามกันเลยครับ... 

 

 

     ผม อาร์ท  ปฐมพร ทรัพย์ไพฑูรย์ นักเรียนชั้นม.6  โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัยครับ  เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการ AFS รุ่นที่  47 ที่เมือง Oakdale  รัฐแคลิฟอร์เนีย  ผมมีประสบการณ์ยอดแย่ในชีวิตมาเล่าสู่กันฟังครับ

     มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากเหลือเกินสำหรับผม ผมไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เลย เพราะครอบครัวที่ผมอยู่อาศัยด้วยค่อนข้างเคร่งศาสนา ซึ่งปกติแล้วผมจะไม่มีปัญหากับการนับถือศาสนา  แต่เรื่องราวมันซับซ้อนมากกว่าที่คุณคิด

     ตัวผมเองนับถือศาสนาคริสต์นิกายแคทอลิก  ส่วนโฮสต์แฟมิลี่ของผมนับถือนิกายอื่นๆ ซึ่งจะเคร่งมาก ถ้าลำพังพวกเขาเคร่งกันเองก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่ที่มีปัญหาเพราะพวกเขาพยายามจะเปลี่ยนผมให้ไปเป็นแบบพวกเขา นอกจากนี้ยังพยายามปลุกผมให้ตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่งทุกวัน เพื่อลากผมไปร่วมชั้นเรียนคัมภีร์กับเขาด้วย ผมก็จะตายให้ได้สิครับ  เพราะตอนที่อยู่เมืองไทยกว่าจะลุกจากเตียงได้ก็ปาเข้าไป 7 โมงหรือสายกว่านั้น  

     ผมร้องไห้บ่อยมาก  เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่กดดันผมอยู่ตลอดเวลา แต่มันอาจจะไม่ยุติธรรมสำหรับโฮสต์แฟมิลี่ เพราะผมมีโอกาสแชร์ประสบการณ์เหล่านี้เพียงคนเดียว พูดไปก็เหมือนจะเป็นการกล่าวหา  แต่เพื่อนๆ โครงการ AFS ที่ไปด้วยกันก็เห็นใจผมกันทั้งนั้น พวกเขาเข้าใจผม  และก็พยายามหาทางช่วย (รวมถึงการหาครอบครัวใหม่ให้ผมด้วย)

 

 

     แต่สิ่งที่ทำให้ผมยืนหยัดอยู่ได้จนทุกวันนี้ก็คือครอบครัวของผมเองครับ  พวกเขาทำทุกวิถีทางที่จะให้กำลังใจและช่วยเหลือผม  ถ้าให้เปรียบก็คงจะเหมือนสายลมที่คอยหนุนใต้ปีกให้นกน้อยลอยสูงขึ้นครับ

     ชีวิตของผมก็ไม่ได้แย่เสมอไปครับ  เรื่องเรียนถือว่าไปได้สวยมาก  ผมเข้าเรียนหลายวิชามาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกเรียนในวิชาที่มีสอนเหมือนกับที่เมืองไทย  เพราะเมื่อกลับถึงเมืองไทย  ผมไม่อยากไปเรียนชั้น ม.6 อีก  ตอนนี้ผมได้เรียนวิชาฟิสิกส์ เคมี กายวิภาค สรีรศาสตร์  ภาษาอังกฤษ  ประวัติศาสตร์อเมริกา คณิตศาสตร์ และการละคร

     ในตอนแรก ผมเรียนลำบากมาก  ไม่ใช่เพราะภาษาอังกฤษผมด้อยนะครับ  แต่เป็นเพราะอาจารย์ที่นั่นสั่งการบ้านกันอย่างบ้าคลั่ง  อาจารย์แต่ละคนจะไม่แคร์เลยว่าเราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนหรือไม่  แต่เขาจะปฏิบัติตัวกับนักเรียนทุกคนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันครับ  แต่ในที่สุดผมก็ผ่านมาได้ครับ  ผมปลื้มสุดที่ได้เกรด A ทุกวิชาเลยครับ

 


     ตอนนี้ทาง AFS กำลังติดต่อให้ผมไปอยู่กับครอบครัวใหม่อีกแห่ง  ซึ่งผมหวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงอะไรๆ ก็จะดีขึ้น 

     ถึงแม้ว่าช่วงเวลาที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนๆ ม.6 ของผมหายไป  แต่ผมไม่เสียใจเลยครับที่ได้มาเข้าร่วมโครงการนี้  ผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายที่ไม่เคยได้พบเจอมาก่อน  ซึ่งแน่นอน มันหล่อหลอมให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้นในที่สุดครับ

     เป็นอย่างไรบ้างครับกับประสบการณ์ดีๆ ที่น้องอาร์ทมาเล่าสู่กันฟัง หวังว่าคงมีประโยชน์กับหลายคนที่กำลังเตรียมตัวไปเรียนต่อเมืองนอกนะครับ  หากใครมีเรื่องอยากพูดคุยหรืออยากเล่าประสบการณ์เด็กนอกให้ฟัง  ก็อีเมล์มาได้ครับที่ gin@dek-d.com  นะครับ  ไว้เจอกันคราวหน้าครับ...

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากน้องอาร์ท ปฐมพร ทรัพย์ไพฑูรย์

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

57 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ไอซ์ 26 ก.พ. 52 20:36 น. 6
ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีนะเราเชื่อแบบนั้น
เราผ่านมาแล้ว เราเปนพุทธ แต่เค้าจะให้เราเปนคริสต์ให้ได้
คือเค้าจะบอ กเสมอว่า ถ้าไม่เชื่อในพระเจ้าจะลงนรก
ซึ่งเราก้เซงนะ แต่เค้าแบบไม่ได้พูดตรงๆน่ะ เค้าอ้อมๆ
แบบว่าเออ มันดีนะ แต่เค้าก้เรพในสิทธิเรา
คือเค้าแบบอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆน่ะ เค้าก้จะถามๆ
เค้าก้พาเราไปโบสถ์ด้วยนะ แต่คือแบบ
เพ่อนๆเราที่โบสถ์ก้รู้ดีว่าเราไม่ใช่คริสต์ก้จะแบบ
เออไม่เปนไรนะ ลองมานั่งฟังสิ
มาร้องเพลงด้วยกันสิ ไรงี้ ทุกๆวันพุธจะมีรวมกลุ่ม
ก้จะชวนเราไปด้วย แบบไปปรึกษาชีวิต
ไกด์เราว่าโอเค เจอเรื่องแบบนี้ เราทำแบบนี้สิจะดี
คือแบบเหมือนเอาความรักของพระเจ้าของเค้า
มาให้คำปรึกษาเรา ซึ่งเรารู้สึกดีๆมากเลย
แล้วก้โบสถ์เค้าสนุกมาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สนุกกว่าการไปเรียนอีกนะ จิงๆ คือแบ่งโซน เดกเล็ก วัยรุ่น
แล้วก้คนทำงานพวกผู้ใหญ่ ไรงี้ คือเราก้ไปอยุ่โซนวัยรุ่น
ก้จะได้เจอเพ่อนจากที่รร. แล้วก้เพ่อนๆที่โบสถ์ โฮสน้องสาวเรา
ก้ด้วย ก้คือแบบมีความสุขอ่ะ ร้องเพลงนี่แบบมันมาก
ไม่เคยคิดเลยว่าเพลงของศาสนาเค้าจะเอามา adaptให้สนุกได้
ชื่อไหมว่ามีเพลงแรพด้วย แบบ มีดีเจ มีscratch แผ่นน่ะ
ไม่เชื่อลองไปหาดู lecrae, casting crow, jeremy camp ไรงี้
คือเพลงเค้าจะสมัยใหม่ เยี่ยมอ่ะ แต่ตอนนี้เราก้ยังเปนพุธทนะ
แต่ถือว่าเราโอเคอ่ะ :) โฮสเราแบบใจดี เพ่อนๆที่โบสถ์ อะไรก้ไม่บังคับอ่ะ
แต่เราก้เคยมีเพ่อนเพ่อนเล่าให้ฟังนะว่าเออ เจอโดนบังคับ
มีให้พระมาหาถึงบ้าน แบบมาจับเข่าคุยนะว่า เราต้องไปนรกนะไรงี้ก้มีอ่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
วีน่้า 27 ก.พ. 52 00:18 น. 11
ที่จริงพี่น่าจะลองปรับตัวบ้างนะคะ
อย่างเรื่องการตื่นเช้านะ ไม่ยากเลยนะ
ถ้าจะบอกว่าตอนอยู่ไทยตื่น 7 โมง
แต่ไปอยู่นู่นก็จะตื่นเท่าเดิม เป็นไปไม่ได้หรอกนะ
ไปอยู่บ้านเค้าต้องปรับตัวเข้าหาเค้าสิคะ ไม่ใช่ให้เค้าเข้ามาหาเรา

ส่วนเรื่องศาสนานั้นไม่ขอพูดแล้วกัน
ที่จริงทาง AFS เค้าก็บอกว่าพยายามอย่าพูดถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว

ชีวิตยังกำเนินต่อไปค่ะ

จากรุ่นน้อง 48 ไม่รู้จะเจออะไร 55+
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Pinky 27 ก.พ. 52 07:29 น. 17
Just open your heart and your mind!!! You need to adjust. I agree with every comments. If you don't like or feel uncomfortable just ask and talk to them. Don't gossip them like this. Let's think what is the really bad thing about them. I think they want all the best for you na. Please have a good and strong attitude. Don't judge them like this!!
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด