|
สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D.com วัฒนธรรมการเดินทางในชีวิตประจำวันของผู้คนแต่ละชนชาติ ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรรู้ไว้ก่อนไปเด๋อที่ต่างแดนนะครับ ในเมืองใหญ่สำคัญๆ ของโลกแต่ละแห่ง ก็จะมีรูปแบบการเดินทางและระบบขนส่งมวลชนที่แตกต่างกันออกไป นับจากนี้ พี่ยีนจะพาน้องๆ ไปรู้จักกับวัฒนธรรมการเดิน เหิน โหน เหาะในแต่ละวันของชาวเมืองแต่ละเมือง เขาไปไหนมาไหนกันอย่างไร ขึ้นเหนือลงใต้ยากเย็นกันแค่ไหน ไปพบเรื่องราวการเดินทางในมหานครแห่งแรกกันเลย ..ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ครับ...
|
ซิดนีย์ ขึ้นชื่อว่ามีระบบขนส่งมวลชนที่ดีที่สุดเมืองหนึ่งของโลกเลยทีเดียว การเดินทางสะดวกมาก มีรถไฟ (CityRail) ที่จะมีสถานีรายทางจอดรับส่งผู้คนในทุกพื้นที่ เชื่อมต่อย่านใจกลางเมือง และชานเมืองเข้าด้วยกันเป็นเครือข่าย ถ้าคิดว่าเป็นเมืองไทย ก็คงครอบคลุมเขตกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งเรียกกันว่าเขต Metropolitan Area ครับ |
 |
CityRail นี้จะมีความพิเศษอยู่อย่างคือ ถ้าเป็นรถไฟเมืองไทย ก็จะแยกระหว่างรถไฟบนดินกับรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่ที่ซิดนีย์รถไฟของเขาจะเหาะขึ้นบนหรือมุดลงล่างเป็นปกติ โดยการที่รถไฟลดระดับลงใต้ดินนั้น ก็เพื่อหลีกหนีการจราจรอันคับคั่งในย่านใจกลางเมืองครับ
|

นอกจาก CityRail ที่เป็นยานพาหนะหลักในชีวิตประจำวันสำหรับชาวซิดนีย์แล้ว ยังมี Monorail เหมือนกับรถไฟฟ้า BTS ของบ้านเรา วิ่งวนเฉียดตึกนู้นทีตึกนี้ที ในย่านใจกลางเมือง แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมจากบรรดาชาวท้องถิ่นเท่าใดนัก เพราะเป็นการเดินทางที่ช้ามาก จึงมีแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้น ที่จะโดยสารหนอนลอยฟ้าตัวนี้ เพื่อชมทัศนียภาพของมหานคร ส่วนคนซิดนีย์ก็จะหันไปโหน CityRail กันเสียส่วนใหญ่ครับ |
ในส่วนที่รถไฟทุกประเภทไปไม่ถึง ที่ซิดนีย์ก็จะมีรถเมล์ให้บริการครับ โดยรถเมล์นั้นจะทำหน้าที่วิ่งออกจากสถานีรถไฟ ไปยังละแวกใกล้เคียง และสำหรับเรือเฟอร์รี่ (Ferry) ก็เป็นอีกระบบขนส่งมวลชนที่ชาวเมืองบนฝั่ง North Sydney (ซิดนีย์เหนือ) เลือกใช้เดินทางไปๆ มาๆ ยังอีกฝั่งของเมือง
|
ปัจจุบัน วิธีเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ครับ เนื่องจากไม่ปัจจุบันทันด่วนเท่ารถไฟ และส่วนใหญ่คนที่อยู่ North Sydney ที่เป็นย่านคนรวย มักจะใช้รถส่วนตัว ซึ่งจะขับผ่านสะพาน Sydney Harbour Bridge กันเป็นประจำครับ
ชาวซิดนีย์ส่วนใหญ่จะนิยมเดิน และโดยสารรถไฟกันเป็นปกติ ซึ่งระบบขนส่งมวลชนของซิดนีย์นั้น ก็มีกฎข้อบังคับ ห้ามนู้นห้ามนี่เหมือนเมืองอื่นๆ เช่นกันครับ

|
|
บริเวณสถานีรถไฟหรือพื้นที่สาธารณะบางแห่งของซิดนีย์จะไม่มีถังขยะ และบางที่ก็ล็อคห้องน้ำไม่ให้เข้าเลย เนื่องจากเขาระวังเรื่องความปลอดภัยหลังจากเหตุการณ์ 911 เกิดขึ้นครับ
สำหรับราคาค่าโดยสารของยานพาหนะแต่ละชนิดนั้น ก็แพงหูฉี่ตามค่าเงินและค่าครองชีพครับ ไปไหนมาไหนก็ประมาณ 5-10 เหรียญแล้ว ซึ่งถึงแม้ที่นี่จะมีตั๋วเดือนและตั๋วราคาพิเศษสำหรับนักเรียนนักศึกษา แต่ที่ไม่มีนโยบายลดค่าโดยสารให้กับนักเรียนนักศึกษาชาวต่างชาติ เขาจะลดให้เฉพาะพลเมืองของเขาเท่านั้นครับ และสำหรับคนชรากับเด็กก็ลดราคาตามปกติอยู่แล้วครับ แต่ที่ไม่เหมือนกับเมืองไทยก็คือ มันเป็นธรรมเนียมว่าเด็กนักเรียนไฮสคูลที่ตัวโตๆ หน่อย อายุประมาณ 10-20 ปี ต้องลุกให้คนทั่วไปนั่งในรถหรือรถไฟโดยสาร เพราะเด็กกลุ่มนี้จ่ายราคาค่าตั๋วถูกกว่า ไม่ได้นั่งชั้นเฟิร์สคลาสว่างั้นเถอะครับ
 |
รถเมล์ที่ซิดนีย์จะไม่มีกระเป๋ารถเมล์เหมือนที่บ้านเรานะครับ ขึ้นไปแล้วต้องจ่ายเงินกับคนขับรถ แล้วคนขับจะออกตั๋วให้เลย แต่ส่วนใหญ่ผู้โดยสารจะมีบัตร prepaid ที่จ่ายก่อนใช้ทีหลังเหมือนรถไฟฟ้า ขึ้นไปก็ตอกบัตรแล้วก็นั่งเลย เร็วมาก สะดวกดี และเนื่องจากว่าคนขับเป็นกระเป๋ารถไปในตัว เวลาขึ้นรถเมลล์ต้องขึ้นทางประตูหน้าเท่านั้นครับ เพราะถ้าขึ้นประตูหลังก็จ่ายค่าโดยสารไม่ได้ ประตูหลังจึงเอาไว้ใช้สำหรับลงจากรถเท่านั้นครับ |
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับวัฒนธรรมการเดินทางของชาวซิดนีย์ ใครที่เล็งๆ ไว้ว่าจะไปเรียนที่มหานครแห่งโอเปราเฮ้าส์ คงถูกใจกับบทความที่พี่ยีนนำมาฝากในคราวนี้กันใช่ไหมครับ แต่ถ้าใครมีเรื่องราวอะไรๆ ที่แตกต่างออกไป ก็จัดการแชร์ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันเลยนะครับ
น้องๆ คนใดมีเรื่องราวอยากพูดคุยหรืออยากแชร์ประสบการณ์นักเรียนนอกให้พี่ยีนและเพื่อนๆ ได้ฟังกัน ก็อีเมลมาได้ครับที่ gin@dek-d.com คราวหน้าพี่ยีนจะพาไปเดิน เหิน โหน เหาะ ที่ซิตี้ไหนอีก คอยติดตามกันนะครับ...

ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณเชษฐพล ชัยชนะฉิมพลี
Pics : www.travelsmart.gov.au,www.pictureninja.com, www.subways.net, www.urbantransport-technology.com, upload.wikimedia.org, www.natui.com.au http://www.asiahubtravel.com ,http://www.bloggang.com http://huntoftheseawolves.net http://perthtrains.nachohat.org http://www.guru-tour.com
|
18 ความคิดเห็น
รถจอดที่ป้ายรถเมลล์ ส่วนเราก็นั่งอยู่ยังไม่ลุกเพราะยังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง -.-
มีผู้หญิง(คนออสซี่ด้วยมั้ง -..-) ขึ้นประตูหลังด้วยความเร็วสูง
แต่อนิจาคนขับดันเห็น เลยตะโกนว่าซ้าา
ประมาณว่า 'เธอไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่ไม่รู้กฏที่นี้ กรุณาอย่าทำอย่างนี้อีก' อะไรแบบนี้
เธอก็เลยตะโกนขอโทษ และเดินไปหน้ารถ
เราก็ตกใจซะ กำลังนั่งเคลิ้มๆอยู่ 555
ชิ้วไปชิ้วมาอยู่เอเชียนี่แหละ 555+
น่าไปจัง ไปเดินทางในซิดนีย์
แล้วรถไฟของที่โน่น มีแบบ สองชั้นด้วยนะครับ ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากๆ
คล้ายๆกันเลย
Sydney, i miss you
เหนโลมาด้วย
ร.ร.พาไปทัศนศึกษา
หลายเชื้อชาติ ถ้าใครไปที่ Haymarket ของให้ซื้อเยอะมากมาย แต่ว่าเราไม่ได้นั่งรถไฟฟ้า ใต้ดินเลย
เพราะว่าเราซื้อบัตรรถเฉพาะแค่นั่งรถเมล์กับเรือเท่านั้น ไปถึงที่นั่นต้องเตรียมตังค์ไปซื้อบัตรรถอย่างเดียว
เลย เพราะว่าถ้าออกตังค์เอง จะแพงมากจริงๆ ปีที่แล้วไปฉลองสงกรานต์ที่ Darling Habour ทำบุญไหว้
พระ รู้สึกดีมากๆเลย คราวหน้าอยากไป Blue Mountain มากๆๆๆ แล้วก็อยากไป Melbourne ด้วย
จะไปดูสถานที่ถ่ายทำเรื่อง I'm sorry, I love you 555+ ^^
เห็นด้วยกะ คห4 เลย
^^
อยากไป...อยากไป