ขึ้นเครื่องตาหลิ่ว..ต้องหลิ่วตาตาม!

  

  

     สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D.com ความเดิมจากตอนที่แล้ว พี่ยีนได้พาน้องๆ ไปด้อมๆ มองๆ แถวสนามบินสุวรรณภูมิ ใน "ลากกระเป๋าขึ้นเครื่องอย่างไร..ไม่ให้เด๋อ?" กันมาแล้ว ในตอนแรกคิดว่า คงทำให้หลายๆ คนหายใจกันได้ทั่วท้อง แต่กลับมีน้องๆ บางคน เกิดอาการจิตตกยิ่งกว่า เพราะไม่รู้ว่า ระหว่างที่นั่งหรูหราอยู่ในท้องนกยักษ์ลำนั้น จะหยิบจะจับจะทำตัวอย่างไรกันก็ไม่รู้ กลัวทำแล้วดูไม่ดีจะมีปล่อยไก่

     งานนี้จึงได้ฤกษ์พกสารพัดขั้นตอนชวนปวดสมอง และเทคนิคการเต๊ะมาดให้น่ามองระหว่างลอยละล่องอยู่บนเครื่องบิน มาให้น้องๆ ได้ติดตามกัน ซึ่งแต่ละขั้นแต่ละตอนจะทำให้แค่ไหน ไปดูกันเลยดีกว่าครับ...


 

 

 

1.

     เมื่อถึงคราว ได้ก้าวเท้าเข้าไปบนเครื่องบินกันแล้ว น้องๆ ก็จำต้องดิ่งไปยังที่นั่งของตัวเองกันครับ ซึ่งทางแอร์สจ๊วตสุดหล่อหรือพี่สาวแอร์โฮสเตสแสนงาม ก็จะขอดูตั๋วเครื่องบินของน้องๆ และชี้โบ้ชี้เบ้ไปยังเคหะสถานส่วนตัวของน้อง ที่ต้องใช้อาศัยหลับนอนไปตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมง

     สำหรับที่นั่งที่ได้นั้น ตัวน้องๆ เองได้ลิขิตชีวิตไว้ล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่ตอนจองตั๋ว ซึ่งถ้าใครได้ที่นั่งริมหน้าต่าง ก็เชิญสำราญกับวิวทิวทัศน์ที่อยู่นอกหน้าต่างได้ตามอัธยาศัยครับ แต่ถ้าใครได้ที่นั่งชิดทางเดิน ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะนอกจากจะสามารถไปปลดทุกข์ ที่สุขาได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่รบกวนคนที่นั่งข้างๆ แล้ว ยังได้รับการกระตุ้นให้มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ตลอดการเดินทาง เพราะจะมีผู้คนวนเวียน เฉียดไปเฉียดมาให้เห็นหน้าอยู่บ่อยๆ ครับ

     นอกจากนี้ ถ้าน้องๆ ได้นั่งตอนหน้าของเครื่องบิน ก็จะได้รับบริการจากบริกรหน้าตาขั้นเทพ (ธิดา) ก่อนเป็นอันดับแรกๆ ครับ แต่ใครที่เลือกที่นั่งบริเวณนี้คงต้องมั่นกันหน่อย เพราะกว่าจะไปทำธุระที่สุขาได้ คงต้องเดินแบบบนแคตวอล์คเป็นระยะเวลานานกว่าจะถึงที่หมาย เพราะระบายทุกข์ส่วนใหญ่ จะถูกออกแบบให้อยู่ในส่วนท้ายของเครื่องบินครับ และสำหรับใครที่กำลังฆ่าตัวเองด้วยการสูบบุหรี่ ก็จัดการลด งด เลิก เสียนะครับ เพราะสายการบินเกือบทุกสายการบินมักกำหนดให้เป็นเที่ยวบินปลอดบุหรี่ ไม่ว่าจะหนีไปนั่งที่ส่วนไหนของเครื่องบิน ก็ไม่มีทางสูบได้ครับ

2.

     เอาล่ะครับ เมื่อแต่ละคนหาที่นั่งกันได้แล้ว ก็จัดการยัดกระป๋งกระเป๋าที่บ้าหอบฟางกันมา (ไม่นับกระเป๋าที่โหลดไว้ใต้เครื่องบินนะครับ) ไว้ในช่องเก็บของเหนือศีรษะได้เลยครับ ตรงนี้อย่าปล่อยไก่ด้วยการวางไว้ใต้ที่นั่งนะครับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในกรณีฉุกเฉินของเครื่องบิน ถ้าเกิดเอากระเป๋าไปขวางไว้ น้องๆ อาจจะได้บินไปแต่ไม่มีกลับก็ได้นะครับ..อิอิ

3.

     หลังจากที่จัดเก็บสัมภาระเรียบร้อย น้องๆ ควรที่จะนั่งอยู่กับที่ก่อนนะครับ ไม่ควรเดินไปเดินมา เพราะจะไปเกะกะขวางทางเดินคนอื่น และเมื่อผู้โดยสารคนอื่นๆ ขึ้นมาบนเครื่องครบหมดแล้ว ทางหนุ่มหล่อสาวสวยประจำสายการบินก็จะทำการทักทายผู้โดยสาร พร้อมแนะนำกฎข้อบังคับ คำแนะนำ และข้อห้ามต่างๆ ที่ควรปฏิบัติตามระหว่างอยู่บนเครื่องบินให้น้องๆ ได้ทราบ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารนะครับ ฉะนั้น ใครที่มั่นใจว่ายังพกงูพกปลาไปกับเที่ยวบินนี้ด้วย ก็จัดการแอ๊บหล่อแอ๊บสวยหลิ่วตามองตามคนข้างๆ เลยจะดีกว่าครับ เขาทำอะไรก็ทำตาม ก๊อปเอาชนิดที่ว่าพันธุ์ทิพย์ยังเรียกพี่ก็ไม่มีใครว่าครับ


    ข้อแนะนำอย่างหนึ่งที่ทาง บริกรบนเครื่องแนะนำก็คือ การรัดเข็มขัดนิรภัย ตามสัญญาณไฟที่คอยเตือนเป็นระยะๆ ครับ ซึ่งระหว่างที่น้องๆ นั่งอยู่บนเครื่องบิน พี่ยีนแนะนำให้รัดเข็มขัดนิรภัยไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าไฟสัญญาณจะเตือนหรือไม่ก็ตาม เพราะดีไม่ดี เครื่องบินอาจจะตกหลุมอากาศ แบบกระทันหัน พลันให้ตกจากที่นั่งกันได้ง่ายๆ เว้นแต่ในเวลาที่ต้องการไปเข้าห้องน้ำ หรือไปทำธุระอย่างอื่นบนเครื่องบิน ก็สามารถถอดเข็มขัดนิรภัยออกได้ครับ

4.

     หลังจากที่นกยักษ์ติดปีกบินไปได้สักพัก พอถึงเวลารับประทานอาหาร เจ้าท้องก็ร่ำร้องอยากจะกินๆ ถ้าน้องๆ คนใดจองที่นั่งดีราคาโหด ประเภทหรูโลดแบบเฟิร์สคลาส (First Class) หรือมีมาดแบบชั้นธุรกิจ (Business Class) ก็ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนเขินอายไป ถ้ามีใครเอานู่นเอานี่มาเสิร์ฟให้กิน เพราะราคาของตั๋วเครื่องบิน ได้รวมค่าอาหารและเครื่องดื่มเอาไว้แล้วครับ

     แต่ถ้าคนไหนตัดสินใจได้ตั๋วเครื่องบิน แบบราคาประหยัด (Economy Class) หรือคัดสรรเอาแต่สายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airline) ก็ต้องอดทนจำใจ แม้จะมีของฟรีแจกให้ แต่หน้าตาของอาหารก็ไม่ไฉไลเท่าชั้นเฟิร์สคลาสหรือชั้นธุรกิจครับ

 

 

5.

     เมื่อใกล้จะถึงจุดหมายปลายทาง เครื่องบินก็จะค่อยๆ ร่อนลง ณ เวลานี้ ขอความกรุณาผู้โดยสารอย่างน้องๆ ให้นั่งอยู่กับที่ และรัดเข็มขัดนิรภัยไว้ตลอดเวลา จนกว่าสัญญาณไฟรัดเข็มขัดจะเลิกเตือนครับ


     และหลังจากเครื่องบินร่อนลงสู่พื้นและน้องๆ ก็จัดการปลดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้ว  ก็อย่าลืมเปิดเอาข้าวของที่ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะนะครับ

     แต่ระหว่างที่เปิดออก ก็ขอให้มีสติกันสักนิด ก่อนจะจิตเซ็งด้วยอาการหัวโน เพราะระหว่างที่เครื่องโยเยไปมา บินโฉบซ้ายโฉบขวา สารพัดสิ่งเหนือศีรษะของเรา อาจจะหล่นออกมากระจัดกระจายระเนระนาดอยู่นอกกระเป๋าก็เป็นได้ครับ หรือไม่ก็เจอกระเป๋าของคนอื่นๆ ตกใส่หัวนะครับ

     เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับวิธีเตรียมตัวไปเรียนนอกที่พี่ยีนนำมาฝากในคราวนี้ ใครที่กำลังจะบินไป แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเตรียมตัวอย่างไรดี ก็ลอง คลิก กลับไปดูบทความที่ผ่านมาของคอลัมน์นี้ได้นะครับ

     สำหรับน้องๆ คนใดที่มีเรื่องราวอยากพูดคุยหรืออยากเล่าประสบการณ์ลุยๆ เมื่อต้องไปเรียนที่เมืองนอก ก็ส่งอีเมลมาคุยกับพี่ยีนได้ครับที่ gin@dek-d.com ครั้งต่อไปพี่ยีนจะเหน็บเอาอะไรเด็ดๆ มาฝากอีก ก็คอยติดตามกันนะครับ...

  


  

Source : http://www.linethaitravel.com/

Pics : http://www.flickr.com/, http://www.tropicalisland.de/, http://msnbcmedia3.msn.com/, http://www.airportparkingmanchester.co.uk/,http://www.photos-bangkok.com,http://www.rd1677.com,http://briancromer.files.wordpress.com

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

อยากไปอีก *-* 23 เม.ย. 52 11:01 น. 3
ไม่ยุติธรรมเลยค่ะพี่ ตอนหนูไปเกาหลี
แบบว่าปวดน้อยๆกำลังจะโจมตี แล้วเครื่องบินดันบินฝ่าสภาพอากาศแปรปรวน ก็เลยลุกไปทำธุระ
ขณะนั้นมีพี่แอร์ชาวเกาหลีคนสวยเดินมาพูดภาษาเกาหลีใส่เป็นชุดแล้วต่อด้วยอังกฤษ(คือพี่เค้าคงพยายามให้เราเข้าใจโดยเอามือชี้ที่สัญญาณเข็มขัด)
หนูก็แบบ ทนม่ายไหวเลี๊ยยววว ก็เลยชี้ไปที่ห้องน้ำทำสีหน้าอ้อนวอน
พี่เค้าตอบกลับมาคำนึง NO! หน้าหงายเลย

พอให้ลุกออกจากที่ได้ จากที่กลั้นไว้นานทำเอาฉี่ไม่ออก =__=
โฮกกกกก
0
กำลังโหลด

53 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
อยากไปอีก *-* 23 เม.ย. 52 11:01 น. 3
ไม่ยุติธรรมเลยค่ะพี่ ตอนหนูไปเกาหลี
แบบว่าปวดน้อยๆกำลังจะโจมตี แล้วเครื่องบินดันบินฝ่าสภาพอากาศแปรปรวน ก็เลยลุกไปทำธุระ
ขณะนั้นมีพี่แอร์ชาวเกาหลีคนสวยเดินมาพูดภาษาเกาหลีใส่เป็นชุดแล้วต่อด้วยอังกฤษ(คือพี่เค้าคงพยายามให้เราเข้าใจโดยเอามือชี้ที่สัญญาณเข็มขัด)
หนูก็แบบ ทนม่ายไหวเลี๊ยยววว ก็เลยชี้ไปที่ห้องน้ำทำสีหน้าอ้อนวอน
พี่เค้าตอบกลับมาคำนึง NO! หน้าหงายเลย

พอให้ลุกออกจากที่ได้ จากที่กลั้นไว้นานทำเอาฉี่ไม่ออก =__=
โฮกกกกก
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แพร 23 เม.ย. 52 12:01 น. 6
เอ๋

แพรสงสัยน่ะค่ะ

คือว่า ถ้าวางสัมภาระเนี่ย.. เค้าให้วางไว้ใต้ที่นั่งได้ไม่ใช่หรอคะ?

แล้วก้
ชั้นประหยัด หรือ economy class เนี่ย เค้าก้มีอาหารให้นะคะ
หรือว่า เป็นเพราะ แพรบินระหว่างประเทดก้ไม่รุค่ะ

แต่ว่าเค้าก้เตรียมอาหารให้เรียบร้อย สะดวกสบายดี..
อิ่มเกินด้วยค่ะ บางที
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
krahang Member 23 เม.ย. 52 12:44 น. 8
ถึง คห.ที่ 6 ครับ

จริงๆ แล้ว บางสายการบินสามารถวางสัมภาระไว้ใต้ที่นั่งได้ครับ แต่ตามที่พี่ยีนบอกว่า ส่วนใหญ่เขาจะไม่แนะนำให้ทำ เพราะถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน สัมภาระอาจจะทำให้ติดขัดได้

และชั้นประหยัดหรือ economy class ระหว่างประเทศบางสายการบิน จะมีอาหารเสริฟครับ เพียงแต่ว่า ถ้าเป็นเที่ยวบินสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง ก็อาจจะไม่มี  เช่น สิงคโปร์ ครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
MuMmy!i Member 23 เม.ย. 52 14:03 น. 10

มันแล้วแต่สายการบินอะ ถ้าไม่ใช่ Low Cost (นกแอร์ แอร์เอเชีย และ อื่นๆ) ทุกที่นั่งก็มีอาหารเสริฟหมดแหล่ะ ไม่ว่าจะเป็น eco, bus หรือ first เพราะราคาอาหารมันรวมอยู่ในตั๋วอยู่แล้ว เช่น พวกการบินไทย คาเท่ อีว่า ออสเตรียนแอร์ไลน์ เอมิเหรด

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Ple 23 เม.ย. 52 19:26 น. 14
เข้ามาอ่านทุกบทความของพี่ยีนเลย
จะกลับไปเยี่ยมบ้านเดือนหน้าเเล้วววว
ไม่ได้ขึ้นเครื่องนานมาก
เอ๋อชัวร์ --"
พี่ยีนเอามาลงอีกเยอะๆนะคะ
กันเด็กเอ๋อ อิอิ
ขอบคุณค่าาา
0
กำลังโหลด
ROMANEE'CONtI Member 23 เม.ย. 52 20:55 น. 16

พวกชั้นประหยัดเค้าเสริฟหมดและคะ
แต่หน้าตาจะไม่เหมือนกัน (ชั้นธุรกิจ ได้กินปลาแซลมอน อิจฉาขิงๆ)
ยกเว้นพวกต้นทุนต่ำ ต้องซื้อค

0
กำลังโหลด
เคย ๆ 23 เม.ย. 52 21:06 น. 17
นั่งแอร์เอเชีย ต้องซื้อเอา กินแต่มาม่า

นั่งการบินไทย ได้กินแซลมอนรมควัน ข้าวกุ้งซอสเต้าซี่ เค้ก หนมปังก้อนนึง (ขาไป)
= =

แต่ราคาก้อนะ
ฮ่า ๆๆๆๆๆ ต่างกันได้อีก
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ด.ดร๊าฟ 24 เม.ย. 52 00:26 น. 19
ขอบคุณพี่ยีนมากๆคร่า
เดี๋ยวจะไปแลกเปลี่ยน
ยังกลัวๆเรื่องเครื่องบินอยู่เลย
ไม่เคยขึ้น
กลัวน่าแตก!*
อิอิ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด