ย่ำแดนซามูไร..ดูวิถีไปๆมาๆของชาวยุ่น(จบ)

  

  

     สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D.com คอลัมน์วัฒนธรรมต่างประเทศเมื่อคราวที่แล้ว พี่ยีนได้พาไปแอ่วแถวๆ ดงซากุระกันได้ครึ่งทางแล้ว กับบทความที่มีชื่อเรื่องเหมือนกันเดี๊ยะ "ย่ำแดนซามูไร..ดูวิถีไปๆ มาๆ ของชาวยุ่น" มาครั้งนี้ เรามาดูด้อมๆ มองๆ กันต่อดีกว่าครับว่า หนุ่มสาวชาวซูชิเหล่านี้ เขามีวิถีการไปๆ มาๆ ในชีวิตประจำวันกันอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันเลยดีกว่าครับ...

 
 
 
 
 

 
 
 
 
 

     จักรยานเป็นยานพาหนะยอดฮิตสำหรับการเดินทางระยะใกล้ๆ ในญี่ปุ่น  ณ แดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ เกือบทุกถนนจะมีเลนจักยานโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้บรรดาผู้ใช้ขาปั่นล้อ ต่างโล่งใจด้วยความปลอดภัย ชนิดไม่เคยโดนรถยนต์เฉี่ยว ทั้งยังลดอาการกระเป๋าเหี่ยว ได้อีกทาง เพราะลงทุนแค่สองล้อถีบคันละประมาณ 10,000-15,000 เยน (3,600-5,400 บาท) ก็สามารถซิ่งฉิวๆ ปั่นแบบชิวๆ หนีรถติดได้แบบสบายๆ ครับ

     มาถึงพาหนะส่วนตั๊วส่วนตัวอีกชนิดกันดีกว่าครับ นั่นก็คือ "รถยนต์ส่วนตัว" ครับ ซึ่งส่วนใหญ่ พี่ยุ่นเขาจะนิยมใช้รถยนต์สีเรียบๆ ไม่ฉูดฉาด เช่น สีขาว ครับ โดยรถยนต์ที่ฮิตกันก็จะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กคล้ายๆ Jazz หรือ Yaris บ้านเรา เพราะจะช่วยประหยัดพลังงานและยังสามารถจอดรถได้ง่ายอีกด้วยครับ


   การขับรถของชาวปลาดิบเขาก็มีหลายจุดประสงค์ครับ บ้างก็ขับรถไปทำงาน ในพื้นที่ที่การจราจรไม่ติดขัด บ้างก็ขับไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือไม่ก็ขับไปจอดยังสถานีรถไฟ เพื่อเดินทางต่อไป ด้วยระบบขนส่งมวลชนอีกทอดหนึ่งครับ

   ในเมืองใหญ่ๆ ของญี่ปุ่นอย่างโตเกียวนั้น บนถนนล้วนเต็มไปด้วยความซีเครียดครับ เพราะนอกจากจะต้องปวดหัวกับการจราจรแล้ว บางทีก็มีการซ่อมแซม ปรับปรุงเมืองอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งถนนบางสายก็แคบจนทำให้รถติดด้วยครับ นอกจากนี้ การขับรถในมหานครใหญ่ ก็จะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมหาโหด ว่ากันตั้งแต่ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ไปจนถึงค่าที่จอดรถ ถ้าชาวซูชิครอบครัวไหนไม่แน่จริง ก็จะดิ่งไปเดินเท้า ปั่นจักรยาน หรือโหนยานพาหนะในระบบขนส่งมวลชนกันครับ

     มาว่ากันต่อกับยานพาหนะรับจ้างอย่างแท๊กซี่กันดีกว่าครับ การนั่งแท๊กซี่ในญี่ปุ่นนั้นถือเป็นวิธีไปไหนมาไหนที่สะดวกสบายอีกหนทางหนึ่ง แต่ราคาค่าโดยสารเล่นเอาแทบลมจับกันเลยทีเดียวเชียว ในโตเกียวราคาแท๊กซี่จะเริ่มต้นที่ 650 เยน (240 บาท) และเพียงแค่ระยะทางสั้นๆ ราคาก็พุ่งพรวดเป็นหลักพันเยนเป็นว่าเล่นเลยครับ แต่ก็ยังดีอยู่อย่างตรงที่ เมื่อชำระเงินไม่ต้องจ่ายค่าทิปอีก เพราะตามวิถีของชาวยุ่นนั้น ค่าสินค้าและบริการต่างๆ จะเบ็ดเสร็จที่ราคานั้นๆ แล้วครับ ไม่ต้องเสีย Service Charge เพิ่มเติมแต่อย่างใดครับ


     ที่ญี่ปุ่นนั้นจะมีแท๊กซี่ปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไป บนท้องถนนครับ นอกจากนี้ตามสถานีรถไฟใหญ่ๆ ก็จะมีแท๊กซี่มาจอดรอรับผู้โดยสารกันหนาตา ซึ่งก็คล้ายๆ กับระบบแท๊กซี่ที่บ้านเราครับ ถ้าสังเกตเห็นไฟแดงแสลงใจที่ด้านหน้ารถ ก็แสดงว่าไม่มีผู้โดยสาร ใครที่อยากไปซิ่ง ก็สามารถโบกมือทักกวักมือเรียก ให้จอดรับได้เลยครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ต้องกังวลกับสภาพรถแท๊กซี่ ว่าจะสภาพดีหรือไม่ เพราะใครๆ ก็ร่ำลือกันมาว่า แท็กซี่ของญี่ปุ่นค่อนข้างจะหรูหรา สารถีทั้งหญิงชายจะเก็บชายเสื้อ สวมสูท และใส่ถุงมือครับ

     ในรถแท๊กซี่ทุกคันจะมีระบบนำทาง (Navigator) เพื่อใช้ในการตรวจสอบเส้นทาง ซึ่งเพียงแค่บอกจุดหมายปลายทาง เจ้าเครื่องอัจฉริยะก็จะค้นหาให้วิธีไปให้โดยอัตโนมัติครับ

     สำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดหรือเขตที่อยู่ห่างไกลกันมากๆ ในญี่ปุ่นนั้น จะมีรถไฟสายฟ้าแลบไว้ให้บริการครับ หนอนด่วนขบวนนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม รถไฟชินคันเซน หรือรถไฟหัวกระสุน  ซึ่งเป็นรถไฟที่มีความเร็วประมาณ 150 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ  และด้วยสมยานามเรื่องความเร็ว ทำให้ชินคันเซนไม่สามารถจอดถี่ๆ แวะทุกที่ตามรายทางได้ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมใช้ยานพาหนะชนิดนี้ ในการเดินทางไกลๆ ซึ่งจะรับส่งให้เฉพาะชุมชนเมืองใหญ่ๆ เท่านั้นครับ

     บรรยากาศการเดินทางด้วยชินคันเซนนั้น เหมือนกับเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส บรรยากาศบนรถไฟชินกังเซนนั้นก็ ลองหลับตานึกภาพว่าเหมือนกับเรานั่งอยู่บนเครื่องบินแหละครับ ทั้งเบาะนั่ง ทางเดิน และหน้าต่างแทบจะเหมือนกับเครื่องบินเลย แต่ดีกว่าตรงที่ ผู้โดยสารสามารถเดินไปเข้าห้องน้ำได้อย่างสะดวกสบาย ถ้าอยากดื่มน้ำชนิดต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็มีไว้บริการในราคาทั่วๆ ไปครับ ซึ่งบรรดาบริกรของที่นี่ ก็สวยหยาดเยิ้มดั่งนางฟ้า น่ารักไม่แพ้แอร์โฮสเตสที่อยู่บนเครื่องบินเลยครับ


     ข้อดีของรถไฟชินคันเซนที่นอกเหนือจากวิวนอกหน้าต่างสุดชิวๆ และความเร็วแล่นฉิวแล้ว ชาวญี่ปุ่นยังนิยมใช้บริการหนอนด่วนขบวนนี้ในการเดินทางไปยังเมืองที่ไม่มีสายการบินให้บริการครับ ซึ่งถึงแม้ราคาจะแพงกว่ารถไฟปกติทั่วไป แต่ถ้าเทียบกับเวลาเดินทางไกลที่สั้นลง ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็คงคุ้มแน่ๆ ครับ

     พูดถึงเรื่องรถไฟมาซะเยอะ ขอแถมอีกนิดจะเป็นไรไป ก็แค่อยากจะกระซิบบอกใกล้ๆ ว่า ด้วยวิถีชีวิตที่สนิทชิดเชื้อกับรถไฟหลากหลายประเภท ทำให้พี่ยุ่นน้อยใหญ่เป็นสาวกแฟนพันธุ์แท้ผู้รักรถไฟครับ ที่ญี่ปุ่นนั้น ของที่ระลึกเกี่ยวกับรถไฟจะขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และอาชีพคนขับรถไฟก็เป็นอาชีพที่รายได้ดีมาก ใครที่อยากจะเป็นนายสถานี หรือผละจากหน้าที่สารถีมาเป็นพนักงานสับราง ก็รับประกันได้ว่า จะได้รับการนับหน้าถือตาในสังคมพี่ยุ่นแน่ๆ ครับ

     การเดินทางไกลไปต่างบ้านต่างเมืองของพี่ยุ่นนั้น นอกจากจะนิยมโดยสารด้วยรถไฟกันแล้ว พวกเขายังพากันไปนู่นมานี่ด้วยรถบัสทางไกลกันครับ ซึ่งรถบัสทางไกลแต่ละคัน จะมีเส้นทางวิ่งหลักๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองใหญ่ๆ แต่ราคาค่าโดยสารจะถูกกว่ารถไฟอยู่พอประมาณ ทั้งยังมีพนักงานคอยให้บริการบนรถอีกด้วยครับ


     นอกจากการเดินทางระหว่างเมืองแล้ว ในเมืองเล็กๆ บางแห่ง เช่น เมืองคุมาโมโต้ (Kumamoto) บนเกาะคิวชู จะมีรถเมล์รางที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า คอยให้บริการพ่อแม่พี่น้อง ชาวท้องถิ่นอย่างทั่วถึง ซึ่งขนส่งมวลชนชนิดนี้ ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของความก้าวหน้าในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ ของญี่ปุ่น ซึ่งได้ริเริ่มผลักดัน ให้มีการใช้พลังงานไฟฟ้า ในรถราสาธารณะมานานโขแล้ว

     ญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการจัดการผังเมืองที่ดีครับ ระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญๆ เช่น รถไฟฟ้านั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งภายในมหานครใหญ่ๆ เท่านั้น แต่ยังมีเส้นทางที่วิ่งออกนอกเมืองด้วยครับ ซึ่งชุมชนเล็กๆ บริเวณสถานีต่างๆ ก็จะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาอย่างยิ่งยวด เพราะมีการกระจายรายได้และการพัฒนากันอย่างทั่วถึงครับ

     ใครที่มีเรื่องราวอยากพูดคุย   หรือมีประสบการณ์นอกๆ อยากมาแชร์ให้พี่ยีนและเพื่อนๆ ฟัง ก็ส่งอีเมล์มาได้ครับที่ gin@dek-d.com คอลัมน์วัฒนธรรมต่างประเทศตอนหน้าจะพาไปสัมผัสวีถีของใคร ที่ไหน อย่างไร ต้องคอยติดตามกันนะครับ...

  

 

Source : http://www.siamkane.com/content.php?id=87
Pics : http://en.wikipedia.org, http://manganite.net, http://helenwang.rdvp.org, http://www.redbubble.com http://farm1.static.flickr.com http://www.dev.asia.com/ http://cdn.speedhunters.com http://www.barthe.net  http://www.gojapango.com http://static.flickr.com

พี่ปอน
พี่ปอน - Webmaster Chief Commercial Officer (CCO)

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

25 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
ข้าวสุก~ Member 29 เม.ย. 52 19:11 น. 2
ประเทศไทยน่าจะมีเลนให้ขี่จักรยานไปเนอะ 55+

แต่ขี่ไปก็นะ แปลกๆ ขี่ถนนเมืองไทยอาจโดนเฉี่ยวม่องเท่งได้ เหอๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
คนที่รักเธอเสมอ Member 29 เม.ย. 52 21:48 น. 5
ซิ่งจักรยานไปเรียนเลยดีกว่า ถึงเร็วไม่ต้องรอรถติด แถมลดโลกร้อนอีกต่างหาก เสียแต่ เมื่อไหร่ประเทศไทยจะสร้าเลนให้ปั่นจักรยานได้ซักทีอะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
krahang Member 29 เม.ย. 52 22:44 น. 7
ถึง คห.ที่ 1 ทุนเกาหลีตอนนี้ค่อนข้างมีน้อยนะครับ ส่วนใหญ่น้องๆ ที่ไปเรียน จะใช้ทุนส่วนตัวกันเยอะ แต่ถ้ามีเมื่อไหร่ พี่ยีนจะเอามาฝากแน่ๆ ครับ
0
กำลังโหลด
B~o~Rn Member 29 เม.ย. 52 23:03 น. 8
จำได้ว่าเคยดูรายการท่องเที่ยวรายการนึงนานแล้วล่ะ
เค้าเอาให้ดูสถานที่เก็บรถของเมืองใหญ่ที่ญี่ปุ่น
ประมาณว่าเก็บจักรยานน่ะ  
ดูแล้วอึ้งมาก
เค้าเก็บไว้ที่ใต้ดินน่ะ
เพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่
แล้วเก็บค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ
ประมาณนี้ล่ะ
ถ้าจำไม่ผิดน่ะนะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
CcCCc 30 เม.ย. 52 03:00 น. 10
-เด็กไทย

ขี่ มอเตอร์ไซ

เพราะเท่ห์


-เด็กญี่ปุ่น

ขี่จักรยาน

เพราะ ประหยัด



เมืองไทย มีบ่อ น้ำมันไห้ เด็กเราเติม จะกลัวอาไร
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
- A l 0 h a - Member 30 เม.ย. 52 13:23 น. 12
ระบบขนส่งมวลชนของญี่ปุ่นดีมากเลยอ่า เมื่อไรเมืองไทยจะมีแบบนี้มั่งน๊าา(คงอีกหลายศตวรรษ) 555+
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
McAwesome Member 30 เม.ย. 52 14:19 น. 15
ใช่ๆ ประเทศมีแบบนี้คงจะดีมาก ขี่จักยานน่ะ แต่ผังเมืองมันไม่เอื้ออำนวยอ่านะ
จะขี่ไปโรงเรียน คงไม่ถึงโรงเรียน สงสัยถึงวัดก่อน ใครจะรู้
0
กำลังโหลด
ertyer 30 เม.ย. 52 18:06 น. 16
อ่านหนังสือพิมพ์แล้วรู้สึกเศร้าใจมาก

ทั้งๆพวกเค้าอุตส่าห์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ลดค่าใช้จ่ายของประเทศยังต้องมาเสี่ยงชีวิตเสี่ยงตายอีก

เจอมลพิษอีกนานา

เฮ้อ นี่แหละประเทศไทย ?

เรื่องดีๆกลับไม่ยกย่องเชิดชูกับเค้าบ้างเลย

พวกได้โอลิมปิกวิชาการกลับมา ยังอัพเงินสู้พวก โอลิมปิกกีฬามะได้เลย

ถูกต้องแล้วคับ ถึงวัดก่อนถึงที่หมายคร้าบบบบ
0
กำลังโหลด
235 30 เม.ย. 52 18:34 น. 17
เราว่าเมืองไทยร้อนอะ ปั่นไปก็หงุดหงิดไปนะ เราปั่นบ่อยแค่ปั่นไปตลาดหน้าปากซอยกลับบ้านมาทีไรเหงื่อแตกเยอะมากเลยอะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ข้าได้แต่หยามไม่ได้ Member 2 พ.ค. 52 00:06 น. 19

ประชากรญี่ปุ่นปั่นจักรยาน แต่ประชากรไทยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นนิยมขั่รถจักรยานยนต์กันพวกหอนด่าHonda กะ Yamaha อย่ามาหา ก็บริษัทของพวกญี่ปุ่นอ่ะนะ เฮ้อ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด