เกาหลีใต้ : 1 ปี กับ 1 ความทรงจำของเพื่อนที่ไม่ลืมเลือน

               

           ถ้าถามน้องๆ ชาว Dek-D.com ว่า อยากไปเรียนต่างประเทศที่ไหน ? คำตอบหนึ่งที่กำลังมาแรงก็คงจะไม่พ้น "เกาหลีใต้" วันนี้ พี่เป้ ไม่รอช้า คว้าเอาเรื่องราวของพี่สาวคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันเป็นนักเรียนทุนปริญญาโท ณ ประเทศเกาหลี มาเล่าให้น้องๆ ฟัง แต่เรื่องที่จะมาเล่าวันนี้ ไม่ใช่ประสบการณ์การเรียนปริญญาโทแต่อย่างใด แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั่น ไปติดตามกันเลยดีกว่า


            สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com พี่ชื่อ พูล นะคะ ตอนนี้เป็น นักศึกษาทุนปริญญาโทที่ประเทศเกาหลีใต้ แต่ประสบการณ์ที่พี่อยากจะเล่าวันนี้ เป็นประสบการณ์ตอนที่พี่ได้มาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่นี่ ...

{pic-desc}

            ตอนนั้นพี่เอ็นทรานซ์ติดคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาเกาหลี ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บอกตามตรงว่าตอนนั้นไม่คิดมาก่อนว่าในอนาคตภาษาเกาหลีจะบูม และพี่ก็คิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกเรียนวิชานี้ พอดีตอนนั้นพี่อยู่ปี 3 ที่คณะได้จัดทำ โครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยชุงอัง (Chungang University) ซึ่งอยู่ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจะให้ทุนนักศึกษาแลกเปลี่ยนแก่นักเรียนไทยปีละ 2 คน พี่ก็ลองสมัครดู แล้วพี่ก็ได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนประจำปี 2005 - 2006 จริงๆ ค่ะ           

     

 

         ก้าวแรกที่ไปถึงเกาหลี ก็มีบัดดี้มารอรับที่สนามบิน (นักเรียนแลกเปลี่ยนจะมีบัดดี้ค่ะ เป็นคนเกาหลีซึ่งจะคอยดูแลเราแทบทุกอย่าง) ตอนนั้นได้ทักทายกันนิดเดียว แต่ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นเลยว่าเค้าเต็มใจที่จะดูแลเรา ตอนนั้นทั้งตื่นเต้นและกลัวมาก เพราะเหมือนกับได้เริ่มชีวิตใหม่ในประเทศที่ไม่คุ้นเคยและไม่มีคนรู้จักอยู่เลย บัดดี้ก็พาไปกินข้าว ซื้อของเข้าหอ เรียกว่าดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องอาหารการกินยันเรื่องเปิดบัญชีธนาคาร เค้าจัดการให้หมดเลย

 

         ส่วนเรื่องการเรียนนั้น วิชาที่พี่เรียนจะมี 2 อย่างหลักๆ คือ วิชาภาษาเกาหลีซึ่งเรียนกับนักศึกษาต่างชาติเหมือนกัน และวิชาเลือก ซึ่งจะเลือกเรียนวิชาอะไรก็ได้เลยแต่ว่าต้องเรียนกับคนเกาหลี ซึ่งบอกตามตรงว่าลำบากมากค่ะ จริงอยู่ที่พี่เรียนเอกภาษาเกาหลีมาก่อน พอพูดได้คล่องปรื๋อไม่อายใคร แต่พอมาอยู่ที่นี่ มันต่างกันมากๆๆ ปัญหาที่สำคัญคือ คนเกาหลีพูดเร็วมากๆๆๆ ถ้าเราเข้าไปทักทายหรือเริ่มพูดภาษาเกาหลีกับเค้าแค่ประโยคสองประโยค เค้าจะคิดว่าเราพูดได้อย่างจริงจัง และจะรัวภาษาเกาหลีใส่เราไม่ยั้ง เราก็ได้แต่ยืนอึ้งแล้วขอร้องให้เค้าช่วยพูดช้าๆ หน่อย

              ส่วนเรื่องวิชาเลือกที่ต้องเรียนกับคนเกาหลีนั้น บอกตามตรงว่า เข้าใจแค่ 30 % เท่านั้น เรียกว่าแทบเอาตัวไม่รอดเลยค่ะ แต่ที่ผ่านมาได้นั้น เพราะ "เพื่อน" ค่ะ พี่ค่อนข้างโชคดีตรงที่เพื่อนๆ ที่เกาหลีนั้นดีมาก คนที่พี่อยากจะพูดถึงมากที่สุดคือ "พี่ฟ้า" เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยชุงอังในตอนนั้น พี่ฟ้าเป็นคนเกาหลี มีชื่อเกาหลีว่า ลีจองอึน และมีชื่อไทยว่า พี่ฟ้า .... พี่ฟ้าเคยมาอยู่เมืองไทยหนึ่งปีก็เลยพูดภาษาไทยเก่งมากๆ พอรู้ว่ามีคนไทยมาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่นี่ พี่ฟ้าก็พยายามหาว่าคนไทยนั้นเป็นใคร เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยไม่ยอมบอก พี่ฟ้าก็พยายามหามาตลอดจนได้มาเจอกัน

{pic-desc}

             แน่นอนว่าเราสนิทกันเร็วมากๆ โดยเฉพาะช่วงสอบ พี่ฟ้าช่วยพี่เยอะมาก ที่ประทับใจมากที่สุดคือ มีวิชาหนึ่งชื่อว่า พ่อแม่ศึกษา ซึ่งเนื้อหาเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กวัยต่างๆ แหม แค่เรียนเป็นภาษาไทยก็ฟังดูยากแล้วใช่มั้ยคะ แล้วนี่พี่ต้องมาเรียนเป็นภาษาเกาหลีอีก อยากจะร้องไห้เลย ตอนนั้นอาจารย์ให้หนังสือมาอ่านเล่มนึง โดยให้เวลาแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น แถมเป็นภาษาเกาหลีล้วนๆ เรียกว่ากรีดเลือดกันเลยทีเดียว คำศัพท์ก็เป็นศัพท์เฉพาะทางล้วนๆ ตอนนั้นก็ได้แต่นั่งปลงเพราะทำอะไรไม่ได้จริงๆ เลยบ่นๆ ให้พี่ฟ้าฟัง พี่ฟ้าเลยอาสาช่วยโดยอ่านแล้วอธิบายเป็นคำง่ายๆ ให้พี่ฟังจนพี่เข้าใจเนื้อหาทั้งหมด ทั้งๆ ที่ช่วงนั้นพี่ฟ้าก็มีสอบเหมือนกัน แต่ยังอุตส่าห์มาช่วยพี่แปลเนื้อหาเหล่านั้น สรุปว่าพี่ก็สอบวิชานั้นผ่านได้ด้วยดี และก็รู้สึกขอบคุณพี่ฟ้ามาจนถึงทุกวันนี้

      

 

          นอกจากเพื่อนคนเกาหลีแล้ว ก็ยังมีเพื่อนเป็นที่นักศึกษาต่างชาติเหมือนกัน ตอนนั้นเข้าใจคำว่า มิตรภาพไร้พรมแดน อย่างถ่องแท้เลยค่ะ มีทั้งจาก เวียดนาม อินโดนีเซีย อุซเบคิสถาน รัสเซีย จีน สโลวาเกีย ต่างฝ่ายต่างเป็นคนต่างชาติ แต่เวลาคุยกันต้องคุยภาษาเกาหลี 5555 เวลาไปที่ไหน คนเกาหลีที่เห็นพวกเราก็มักจะทายกันว่าพวกเราเป็นคนชาติอะไร มองโกเลียบ้าง จีนบ้าง ก็แอบงงว่าหน้าฉันเหมือนคนมองโกเลียตรงไหนเนี่ย - -"
 

          ส่วนเรื่องเที่ยวก็ไม่น้อยหน้านะคะ เราได้ไปเที่ยวด้วยกันทุกเดือน โดยไปกับมหาวิทยาลัยฟรี !! ที่ที่ประทับใจก็เป็น เส้นขนานที่ 38 ซึ่งเป็นพรมแดนแบ่งแยกระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ ซึ่งหากใครจะไปชมนั้น ต้องไปกับทัวร์เท่านั้น จะสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปเองไม่ได้ เพราะมีทหารคุมแน่นมากๆ ได้ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ แน่นอนว่าทำให้พวกเราสนิทกันและรักกันมากๆ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของตนเองกัน พี่เองก็พรีเซนท์ประเทศไทยของเราให้เพื่อนฟังบ่อยๆ ซึ่งส่วนมากพวกเพื่อนๆ จะชอบทะเลทางใต้ของไทยมากค่ะ พอเห็นรูปทะเลไทย เพื่อนๆ ก็จะ Amazing Thailand มากๆ (แอบภูมิใจ)


             แต่สุดท้าย งานเลี้ยงก็ยอมมีวันเลิกรา ใจนึงก็เสียใจที่ต้องจากเพื่อน อีกใจก็ดีใจที่จะได้กลับบ้านหนึ่งอาทิตย์ก่อนกลับนี่เศร้ามากๆ ช่วงจัดกระเป๋า เพื่อนๆ ก็จะเวียนกันมาหาที่ห้อง มองเรานั่งจัดของ ก็แอบน้ำตาคลอไปหลายยก วันสุดท้ายก่อนกลับ ก็ไปอาบน้ำกับเพื่อนๆ ในห้องอาบน้ำรวม (ห้องอาบน้ำรวมที่เกาหลี ต้องแก้ผ้าหมดแล้วอาบด้วยกัน ซึ่งตอนแรกพี่อายมากๆ แต่ตอนหลังๆ ชินแล้ว) เพื่อนคนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า "นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะเราได้อาบน้ำด้วยกัน เราจะไม่ได้อาบด้วยกันแบบนี้อีกแล้วนะ" โอ้โห ตอนนั้นพี่อาบน้ำไปร้องไห้ไปเลยค่ะ เศร้ามากๆ พูดไม่ออกเลย

             จนสุดท้ายพี่ก็ต้องกลับเมืองไทย แต่ก็ยังติดต่อกับเพื่อนๆ ผ่านอีเมล และ MSN ตลอดเวลา เหมือนกับว่าพวกเราไม่ได้ห่างกันเลยค่ะ ยังรับรู้ความเป็นไปของกันและกันตลอดเวลา พี่ดีใจมากๆ ที่ได้รู้จักกับเพื่อนพวกนี้ มันเหมือนเป็นของขวัญและเป็นสิ่งที่โชคดีที่สุด

             จนพี่เรียนจบปี 4 พี่ก็ยังอยากเรียนทางด้านภาษาเกาหลีต่อ เลยลองสมัครทุนปริญญาโทของ มหาวิทยาลัยชุงนัม (Chungnam National University) ซึ่งอยู่ที่เมืองแทจอน สาเหตุที่พี่ไม่เลือกโซลเพราะว่า การเรียนปริญญาโทนั้นเรียนหนักมาก ถ้าอยู่ที่โซลพี่คิดว่ามันวุ่นวายเกินไปไม่เหมาะกับการเรียน และในที่สุด พี่ก็ได้ทุนมาเรียนที่นี่จริงๆ ค่ะ ซึ่งตอนนี้พี่เรียน College of Humanities  หรือคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาเกาหลี ตอนนี้เหลืออีกปีเดียวก็จะจบแล้วค่ะ .......... เวลาที่พี่ย้อนนึกถึงชีวิตนักศึกษาแลกเปลี่ยนตอนโน้นทีไร ก็จะนึกถึงแต่ความสุขและรอยยิ้ม ถ้าไม่มีเพื่อนๆ ที่แสนดีในตอนนั้น พี่ก็คงจะเรียนไม่ไหว และก็คงจะไม่มีแรงบันดาลใจให้มาเรียนปริญญาโทอย่างทุกวันนี้  เรียกได้ว่าช่วงนั้นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเลยค่ะ

             อ่านจบแล้ว น้องๆ คิดยังไงกันบ้างคะ พี่เป้ อ่านจบแล้วก็ย้อนนึกถึงตัวเอง เพราะตอนเรียนก็ได้เพื่อนๆ ช่วยเยอะมากจนสอบผ่านมาได้ ส่วนเรื่องของพี่พูลนั้น เรียกได้ว่าทั้งโชคดีทั้งเก่งจริงๆ ได้ทั้งเพื่อนดี ประสบการณ์ดี จนได้ทุนเรียนต่อปริญญาโทจนใกล้จะจบแล้ว เอาเป็นว่าพวกเรามาช่วยเป็นกำลังใจให้พี่พูลทำวิทยานิพนธ์ผ่าน เป็นหน้าเป็นตาและความภาคภูมิใจให้นักเรียนไทยในเมืองนอกกันดีกว่า !

{pic-desc}

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

41 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
ล้า ลา ลา~ Member 10 ก.ค. 52 14:37 น. 3
เก่งมากๆอ่ะค่ะ ภาษาเกาหลีนี่ไม่ง่ายเลยนะเนี่ย

มีแต่เพื่อนดีๆทั้งนั้นเลย >< 

น่ามันส์ ๕๕๕
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
.: bowlingz :. Member 10 ก.ค. 52 16:41 น. 5
อ่า พี่่พูลเก่งจังเลยค่ะ
น่าอิจฉาจัง แอบอยากไปเรียนบ้างอะไรบ้าง 555
ขอบคุณที่มาแบ่งปันประสบการณ์กันนะคะ ^^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
suju13_4ever Member 10 ก.ค. 52 18:19 น. 10
พี่พูลเก่งจัง ! ฮิฮิ ... อ่านอันนี้พอจะลบนิสัยของคนเกาหลีออกไปได้บ้างนะ สิ่งที่ดีๆเค้าก็มีกันเยอะ แต่ก็อย่างว่า...มันแล้วแต่คน แล้วแต่สภาพแวดล้อมที่ทำให้คนเปลี่ยนไป ^^ แต่อ่านของพี่แล้วก็อยากลองเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนดูบ้าง เผื่อเจอสิ่งดีๆ ฮิฮิ ขอบคุณนะคะ ที่เอามาเล่าให้ฟังหรืออ่าน ?
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Mini size ♥♥ Tvxq Member 10 ก.ค. 52 20:30 น. 15


คล้ายๆกับเรานิดหน่อยนะ

ตอนนี้เราก็มีเพื่อชาวเกาหลีอยู่หลายคนเหมือนกัน 

แต่ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากกลับจากเกาหลี

แต่ว่าอุกสรรคคล้ายกับเรามากๆตรงที่ว่าเราเป็นคนที่พูดภาษาต่างชาติ

ค่อนข้างชัดมาก ถึงมากที่สุด (แต่ไหงภาษาตัวเองพูดไม่ชัดอ่า)

ตอนนั้นเราไปซื้อของแล้วพูดภาษาเกาหลีไป ยืนอึ้งไปเลย พี่คนนั้นอ่าพูดภาษาอื่นไม่ได้เลย

แล้วเราก็ต้องพูดภาษาเกาหลี พอหย่อนภาษาเกาหลีไปนิดนะ พี่เค้าพูดซะอึ้ง

จบกัน ต้องให้เค้าใช้เครื่องคิดเลขให้ดู

555+++ มันก็เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนจริงๆนะ
0
กำลังโหลด
Eve 10 ก.ค. 52 21:19 น. 16
พี่พูลคะ ชื่อน้องอีฟนะคะ ตอนนี้น้องอีฟกำลังจะไปเรียนปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยอินฮาเดือนกันยานี้นะคะ แต่น้องอีฟไม่รู้เรื่องซักอย่างเลย น้องอีฟอยากได้คำแนะนำจาพี่พูลนะคะ นี่เป็นอีเมลน้องอีฟนะคะ buzzy_eve@hotmail.com น้องอีฟขออีเมลพี่พูลด้วยได้มั้ยคะ ขอบคุนมากๆๆเรยค่ะ ^_____^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
จูบี้ซัง Member 10 ก.ค. 52 22:07 น. 18
ว้าววว อยากไปมั่งจังเเต่เรากะจะเอ็นมนุษยื เอกอังกฤษอ่านะ เสียดายจังอยากเเลกเปลี่ยนบ้าง^^
0
กำลังโหลด
littlesheroz 10 ก.ค. 52 22:14 น. 19
อันยอง พี่พูลลลล อิอิ เจ้เราดังใหญ่แร้ว เซอไพร์เรยน่ะเนี่ยย อิอิ รูปแรกแอบสวยเนอะ
เราไปถ่ายกัลที่ไหนมา อิอิ นั่งร้านกาแฟสวยๆเพื่อถ่ายภาพ แถวฮงอิคน่ะภาพนี้ อิอิ เห้อ พูดแร้วคิดถึงง่ะ

คิดเถิงเกาหลีอ่ะ ความรู้สึกที่เจ้เขียนทั้งหมด ช่ายเรย เข้าจัยเรยอ่ะ มิตรภาพแระความทรงจำดีๆๆที่เกาหลี ทำให้เรายังคงนึกถึง ม ชุงอัง เพื่อนๆทุกประเทศ ถึงจากกัลแร้วก้อยังคิดเถิงกัล ติดต่อกัลตลอด
คิดถึงออนนีๆๆทั้งหลาย แระที่สำคัญคือ พี่ฟ้า ออนนีของเรา คิดเถิงพี่ฟ้ามากมายย
เข้าจัยเรยอ่ะเพราะเปนเด็กแลกเปลี่ยน ม เดียวกัล อิอิ

อยากกลับไปที่นั่นอีกง่ะ คิดเถิงความทรงจำดีๆๆที่ ม ชุงอัง คิดเถิงเพื่อนๆๆ

ได้เหนเวบบอร์ดนี้แร้ว เจ้เราดังใหญ่แร้ว อิอิ พี่เอกช้านนน อิอิ
0
กำลังโหลด
ทหารไทย 10 ก.ค. 52 22:52 น. 20
มาอ่านด้วยคนครับ น้องพูล
หวังว่าน้อง ๆ หลาย ๆ คน คงได้แรงบันดาลใจ จากพี่พูล เขาบ้างไม่มากก็น้อยนะครับผม
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด